Categories
NEWS UPDATE

กองทัพเรือ ปฏิบัติการค้นหา ปลดวัตถุอันตราย ‘เรือหลวงสุโขทัย’

 

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 ซึ่งเป็นวันที่ 10 ของปฏิบัติการค้นหาและปลดวัตถุอันตรายเรือหลวงสุโขทัย ซึ่งชุดประดาน้ำ กองทัพเรือไทย บนเรือหลวงมันใน ซึ่งใช้เป็นฐานปฏิบัติการในวันนี้ จอดเรือใกล้จุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง มีการดำน้ำ จำนวน 5 เที่ยว โดยมีภารกิจในการค้นหาผู้สูญหาย สำรวจหาพยานหลักฐานต่างๆ และการถอดถอนปืนกล ขนาด 20 มิลลิเมตร

 

โดยผลการปฏิบัติ ไม่พบผู้สูญหาย สามารถทำการถอดถอนปืนกลขนาด 20 มิลลิเมตร ทางกราบขวา นอกจากนั้นยังได้ทำการถ่ายภาพเพื่อหาหลักฐานพยานต่าง ๆ การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอุปสรรคในการดำเนินการ
และ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ กองทัพเรือ ได้ทำการเคลื่อนย้ายท่อยิง Harpoon จำนวน 2 ท่อ และแท่นยิงตอร์ปิโด จำนวน 2 แท่น (6 ท่อ) จากเรือ Ocean Valor ขึ้นสู่รถลำเลียง ไปเก็บรักษาที่ กรมสรรพาวุธทหารเรือ อำเภอสัตหีบจังหวัดชลบุรี
ในขณะที่วานนี้ (1 มีนาคม 2567) เวลา 18.30 น. พลเรือตรี กรวิทย์ ฉายะรถี รองเสนาธิการกองเรือยุทธการ ได้เยี่ยมบำรุงขวัญ นักดำน้ำ ไทยและสหรัฐฯ จำนวน 2 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากการปฏิบัติการดำน้ำ
 
 
สำหรับการปฏิบัติวันพรุ่งนี้ จะมีการปฏิบัติการดำน้ำของชุดปฏิบัติการผสมของกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐฯ บนเรือ Ocean Valor ในการค้นหาผู้สูญหายและ ปลดวัตถุอันตราย จำนวน 5 เที่ยว ประกอบด้วย การค้นหาผู้สูญหายในห้องศูนย์ยุทธการ รวมถึงการรวบรวมหลักฐาน และ ปลดขีดความสามารถยุทโธปกรณ์ในห้องศูนย์ยุทธการ โดยรายละเอียดและความคืบหน้าต่างๆจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กองทัพเรือ Royal Thai Navy

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
FEATURED NEWS

พล.ต.อ.พัชรวาทฯ กำชับให้กรมอุทยานฯ ดูแลการสู้ไฟป่าต้องคำนึงความปลอดภัย

 

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 67 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่านายพินิจ คงประพันธ์ หัวหน้าอุทยานขุนน่าน ได้รายงานกรณีมีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนป่าและเฝ้าระวังไฟป่า เสียชีวิต 1 นาย โดยเจ้าหน้าที่ของหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ขน.1 (นาขวาง) จำนวน 4 นาย ได้ออกปฏิบัติงานลาดตระเวนป้องกันการกระทำผิด และเฝ้าระวังไฟป่า ลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. ขณะลาดตระเวนถึงลำน้ำว้า บริเวณสบแปด ท้องที่บ้านผาสุก หมู่ที่ 3 ตำบลภูฟ้า อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน นายพันศักดิ์ ใจมงคล อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน มีอาการช็อค หมดสติล้มลงกระทันหัน เจ้าหน้าที่ร่วมชุด ช่วยกันปั้มหัวใจ แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ จึงประสานงานพนักงานสอบสวน สภ.บ่อเกลือแพทย์ ร.พ.บ่อเกลือ เพื่อดำเนินการ ต่อไป

 

ในวันเดียวกัน ได้รับรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติงานดับไฟป่า จำนวน 2 ราย รายแรกได้รับรายงานจาก นายนุชิต จันทาพูน หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าจอมทอง ว่านายประกอบ ศรีติ๊บ เจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ขณะปฎิบัติหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง เกิดอาการสำลักควัน มีความดันต่ำมาก หน้ามืด อาเจียนและเป็นตะคริว เจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานร่วมกัน จึงแจ้งหัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าจอมทองให้ทราบ และแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอุทยานแห่งชาติออบหลวง มาช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากบนเขาที่ปฏิบัติงานดับไฟป่า ลงมายังรถพยาบาลของอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ล่าสุด อาการดีขึ้นตามลำดับจนปลอดภัยแล้ว จึงได้กลับไปพักฟื้นที่หน่วยดับไฟเคลื่อนที่บ้านห้วยม่วง
 
 
เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการดับไฟป่ารายที่ 2 ได้รับรายงานจากนายบัณฑิต ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน โดยเจ้าหน้าที่ซึ่งเดินทางมาสนธิกำลังช่วยควบคุมไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ได้แก่นายวัชรินทร์ คงธนาวินิจ เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่จริม ขณะปฏิบัติงานเกิดอาการฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายวัชรินทร์ฯ ส่งโรงพยาบาลอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นสถานพยาบาลใกล้จุดเกิดเหตุ แพทย์ตรวจวินิจฉัยแล้วเห็นว่ามีอาการขาดน้ำ มีตะคริว และค่าไตสูง สอบถามข้อมูลทราบว่านายวัชรินทร์ฯ ได้เข้าดับไฟป่าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 2 -3 มีนาคม 2567 เนื่องจากสภาพพื้นที่เข้าดับไฟป่ามีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ประกอบกับการปฏิบัติงานที่เหนื่อยล้า จึงส่งผลให้นายวัชรินทร์ฯ เกิดอาการฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด ตรวจสอบอาการล่าสุดทราบว่านายวัชรินทร์ฯ อาการดีขึ้นตามลำดับและปลอดภัยแล้ว
 
 
สำหรับสถานการณ์ไฟป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน โดยเฉพาะบริเวณป่าห้วยป่าตึง ผายายบาด ห้วยมดส้ม เจ้าหน้าที่ได้จัดทำแนวกันไฟ และใช้แนวธรรมชาติ เช่น ลำห้วยขาม แม่น้ำน่าน เป็นแนว และตรึงกำลังเฝ้าระวังในพื้นที่ เพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามไปจุดอื่น ซึ่งขณะนี้เสียหายไปแล้วกว่า 5 หมื่นไร่
 
 
นายอรรถพลฯ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวต่อว่า ได้รายงานให้พล ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทราบแล้ว สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยพล.ต.อ.พัชรวาท ได้แสดงความห่วงใยต่อการปฏิบัติงานอันยากลำบากของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะต้องคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก และขอให้กรมอุทยานฯดูแลสวัสดิภาพสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บโดยให้การช่วยเหลือขั้นสูงสุด
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
TOP STORIES

เชียงราย ส่งทีมจับร้านบุหรี่ไฟฟ้า ลักลอบขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์

 

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 เวลา 18.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว. เชียงราย และ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจ นำโดย นายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ออกปราบปรามร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เด็กและเยาวชน

 

เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนมาเป็นจำนวนมาก ว่ามีร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับเด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไปโดยมีการบริการขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์โดยมีการส่งของผ่านไรเดอร์ ซึ่งมีการเปิดขายเป็นจำนวนมาก
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการสืบทราบว่ามีร้านในบริเวณโซนนิ่งสถานบริการ เปิดแอบขายบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 3 ร้าน ซึ่งทั้ง 3 ร้านมีการติดฟิล์มสีขาวขุ่นอำพรางไม่ให้มีการมองจากข้างนอกเข้าไปเห็นในบริเวณด้านใน และมีกล้องวงจรปิดรอบทิศทางเพื่อดูสถานการณ์จากภายนอก แต่ผู้ซื้อจะรู้กันภายในกลุ่มไลน์ เฟสบุ๊ค หรือสื่อสังคมต่างๆ
 
 
เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบทราบแล้วว่าทั้ง 3 ร้านมีการขายบุหรี่ไฟฟ้าจริง จึงวางแผนเข้าทำการจำกุมทั้ง 3 ร้านพร้อมกัน ซึ่งทั้ง 3 ร้าน ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 13 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย
 
 
จากการตรวจสอบภายในร้านทั้ง 3 ร้านพบบุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์ น้ำยา และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมายซึ่งสินค้าที่ตรวจยึดได้ของทั้ง 3 ร้านจำแนกเป็น
1. เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า 635 เครื่อง
2. หัวพอตบุหรี่ไฟฟ้า 2,811 ชิ้น
3. บุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง 1,810 ชิ้น
4. น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 208 ชิ้น
5. คอร์ยบุหรี่ไฟฟ้า 353 ชิ้น
6. หัวคอร์ยบุหรี่ไฟฟ้า 25 ชิ้น
 
 
มูลค่ารวมประมาณ 1,802,650 บาทและจากการตรวจสอบการรับจ่ายเงินหรือเงินหมุนเวียนภายในร้าน พบแต่ละร้านมีรายได้ต่อวันตั้งแต่วันละ 10,000 – 40,000 บาทต่อวัน หรือเดือนละประมาณ 300,000 – 500,000 บาท ซึ่งจากการสอบถามผู้ดูแลพบ เจ้าของที่แท้จริงจะติดต่อผ่านไลน์และส่งของมาให้ขายจึงไม่ทราบราคาต้นทุนต่อชิ้น และจะขายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ตั้งแต่ราคาหลักสิบ ถึง หลักพันบาทเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ดูแลทั้ง 3 ร้าน รวม 4 ราย โดยแจ้งข้อหา
 
 
1) ได้มีการซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ตามมาตรา 246 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
 
2) ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ต้องระวางโทษ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
 
นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวในช่วงท้ายว่า ปัญหาการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสังคม ทั้งปัญหาสุขภาพร่างกาย และก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมอีกหลายประเด็น ซึ่งอำเภอเมืองเชียงรายได้ให้ความสำคัญในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่มาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนในความร่วมมือร่วมใจ และขอเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรม ในฐานะผู้ทำหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เป็นหน้าที่ที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชน รักษาความมั่นคง และความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ทุกคนในสังคมได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่านให้ช่วยเป็นหูเป็นตา ระแวดระวังบ้านเมืองของเรา หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดทุกรูปแบบ สามารถแจ้งข้อมูล และร้องเรียนร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สายด่วน 1567 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
 
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงมหาดไทย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
ENTERTAINMENT

ม.เชียงใหม่ ออกแถลงหลังนักศึกษา เอี่ยวโกงบัตรคอนเสิร์ต ‘เทย์เลอร์ สวิฟต์’

 

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 เพจคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่อนจดหมายแถลงการณ์ว่า คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ความว่า ตามที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ประเด็นการรับจองบัตรคอนเสิร์ต มีผู้ได้รับความเสียหายและมีการกล่าวถึงนักศึกษาคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น

 

คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างสูงสุด โดยถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง จึงได้มอบหมายให้งานพัฒนาคุณภาพนักศึกษาของคณะ ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อไป

 

ทั้งนี้ หากผู้เกี่ยวข้อง ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ประสงค์ให้ข้อมูลแก่คณะเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีนี้ สามารถส่งข้อมูลมาได้ที่ Email: masscomm@cmu.ac.th โทรศัพท์: 053 942 705 ต่อ 134

 

หลังจากมีกระแสชาวเน็ตแชร์อินฟลูเอนเซอร์สายแฟชั่น “โจวปลื้ม” ณัฐรดา ธรรมปัญญา ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวถูกโกงบัตรคอนเสิร์ตของเทย์เลอร์ สวิฟต์ ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ที่บินมาจัดคอนเสิร์ต Taylor Swift | The Eras Tour ที่ประเทศสิงคโปร์ โจว์ปลื้มเล่าว่า จองบัตรคอนเสิร์ตจากร้านดังในโซเชียลที่รับจ้างกดบัตร ซึ่งหลังจากจองบัตรเรียบร้อย เธอก็ทำการจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก พร้อมกับตัดชุดเพื่อจะนำมาใส่ที่คอนเสิร์ตโดยเฉพาะ และร้อย Friendship Bracelets เพื่อมาแลกกับสวิฟตี้คนอื่นๆ แต่เมื่อมาถึงวันคอนเสิร์ต ปรากฏว่าบัตรของเธอไม่สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเข้าไปดูคอนเสิร์ตได้ เนื่องจากมีคนก่อนหน้านี้สแกนใช้ไปแล้ว และมีคนมาสแกนที่นั่งเดียวกับโจวปลื้มอีกหลายคน ทำให้เจ้าหน้าที่เชิญคนสแกนเข้าไปคนแรกออกจากคอนเสิร์ตด้วย

 

หลังจากนั้นโจวปลื้มพบว่าไม่ใช่แค่ตัวเองที่เจอปัญหานี้ แต่ยังมีผู้เสียหายคนอื่นๆ อีก 8 คนที่ซื้อบัตรจากร้านเดียวกัน ทำให้เธอมั่นใจว่าร้านตั้งใจขายบัตรซ้ำ

 

ต่อมา ร้านค้าดังกล่าวได้ออกมาโพสต์ชี้แจง โดยระบุว่า  “สวัสดีค่ะ ร้าน Babybuybybei นะคะ

 

จากประเด็นที่เกิดขึ้น ร้านไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใดค่ะ ตอนนี้กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อทำการแจ้งความ ชี้แจ้งประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด และดำเนินการรับผิดชอบให้ถึงที่สุดค่ะ โดยจะรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่หนีไม่หาย

 

และด้าน น.ส…. ที่เป็นเจ้าของบัญชี ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทางร้านขอยืนยันว่า น.ส…. ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงแค่เป็นเจ้าของบัญชีที่ใช้รับเงินของทางร้านเท่านั้นค่ะ ไม่ใช่บัญชีม้าค่ะ

 

 

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

สธ. จัดระบบดูแลพี่น้องชาวไทยมุสลิม7,781 คน ก่อนเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์

 
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 ที่ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ กรุงเทพมหานคร นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีเปิดโครงการป้องกันโรคติดต่อแก่ชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ปี 2567 โดยมี นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค Mr. Mohammed Alkhudhayri ผู้แทนเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย และผู้เดินทางแสวงบุญร่วมพิธี
          
 
นายแพทย์ชลน่านกล่าวว่า ประเทศไทยและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย มีความสัมพันธ์กันมายาวนานซึ่งไทยให้ความสำคัญในการยกระดับความร่วมมือทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี ส่งเสริมการขยายความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และด้านการสาธารณสุขโดยกระทรวงสาธารณสุขได้ให้การดูแลสุขภาพของพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปแสวงบุญอย่างต่อเนื่อง โดยจัดโครงการป้องกันโรคติดต่อแก่ชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์เป็นประจำทุกปี ซึ่งแต่ละปีจะมีคนไทยมุสลิมได้รับโควตาเข้าร่วมการประกอบพิธีฮัจย์ประมาณ 13,000 คน สำหรับปีนี้ ดำเนินการภายใต้กรอบแนวคิด HEALTH FOR HAJJ เป็นการจัดระบบดูแลเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพตั้งแต่ก่อนการเดินทาง ด้วยการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามที่ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียกำหนดให้กับผู้แสวงบุญทุกคน พร้อมออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 จัดส่งทีมแพทย์พยาบาลไปดูแลระหว่างการประกอบพิธี และติดตามเฝ้าระวังสุขภาพหลังเดินทางกลับอีก 14 วัน
 

          ด้านนายแพทย์โอภาส กล่าวว่า การประกอบพิธีฮัจย์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ประจำปี 2567 หรือฮิจเราะห์ศักราช (ฮ.ศ.) 1445 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 19 มิถุนายน 2567 ในปีนี้มีชาวไทยมุสลิมที่ลงทะเบียนพร้อมเดินทางไปประกอบพิธี จำนวน 7,781 คน ซึ่งผู้แสวงบุญทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น และแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วัน โดยวันนี้มีผู้มารับบริการฉีดวัคซีนที่ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 1,494 คน สำหรับพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ และอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ สามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพก่อนการเดินทาง และฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น และวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ได้ที่สถานบริการของกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 31 พฤษภาคม 2567
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :  กระทรวงสาธารณสุข 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

พัฒนานวัตกรรมอาหารปลอดภัยชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวป่าตึงริมกก

 

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 ณ ชุมชนป่าตึงริมกก เทศบาลนครเชียงรายโดย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย คณะผู้บริหารข้เทศบาลนครเชียงราย สมาชิกสภาเทศบาลฯ กองการแพทย์ คุณดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้ทรงวุฒิด้านการเสริมสร้างชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง อดีตผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. และที่ปรึกษาโครงการพัฒนานครเชียงรายสู่เมืองแห่งความสุข 3 มิติ ผศ.ดร.ปวีณา ลี้ตระกูล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายชุมพล สนิทวงศ์ ประธานชุมชนป่าตึง และพี่น้องชุมชนป่าตึง

 

ตามโครงการ “พัฒนานครเชียงราย สู่เมืองแห่งความสุข 3 มิติ” ในการพัฒนา-นวัตกรรมอาหารปลอดภัย เพื่อยกระดับเป็น“วิสาหกิจชุมชนด้านการท่องเที่ยว ป่าตึงริมกก” ให้เกิดการจัดการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจชุมชน อาทิ ผักปลอดสารพิษ, อาหารและผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ถังขยะรีไชเคิลสำหรับใช้คัดแยกขยะในครัวเรือน เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมต่อยอดในชุมชน 65 ชุมชนในเขตเทศบาลนครเชียงราย ตลอดจนพัฒนาเชื่อมโยงสู่เส้นทางการท่องเที่ยววิสาหกิจชุมชน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

AOC 1441 เผย 5 เคสรายสัปดาห์หลอกเทรดหุ้น เคสเดียวกว่า 20 ล้านบาท

 

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอี) กล่าวว่า จากการรายงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ระหว่าง วันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงผ่านเครือข่ายออนไลน์ในหลายรูปแบบจำนวน 5 คดี ประกอบด้วย

 

คดีที่ 1 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,546,602 บาทรายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายรู้จักกับมิจฉาชีพผ่านทางแอปพลิเคชัน Line อ้างชื่อว่า อานัท นภาพรรณ ชักชวนหารายได้พิเศษ เปิดร้านค้าออนไลน์อ้างว่าเป็นตัวแทนของแอปพลิเคชัน TikTok Shop เมื่อมีผู้สั่งสินค้าเข้ามาในระบบ ให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปในระบบก่อน แล้วจะได้รับผลตอบแทนเปอร์เซ็นต์จากยอดขายสินค้า ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป พอต้องการจะถอนเงินออกมาใช้ระบบล็อกไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และไม่สามารถติดต่อมิจฉาชีพได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

 คดีที่ 2 หลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 21,603,597 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายรู้จักมิจฉาชีพผ่านทางแอปพลิเคชัน Facebook แล้วได้มีการติดต่อพูดคุย ผ่านทางแอปพลิเคชัน Line จนเกิดความเชื่อใจ จากนั้นมิจฉาชีพได้ชักชวนให้ลงทุนเทรดหุ้นโดยอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงมีการโอนเงินลงทุนไปหลายครั้ง แต่เมื่อต้องการถอนเงินออกมาใช้ ก็ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้จริง ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอก
 
 คดีที่ 3 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 4,139,353.77 บาทรายละเอียดคดี พบว่า มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์มายังผู้เสียหาย แจ้งว่าได้จับกุมผู้ต้องหา ในคดียาเสพติดและมีการซัดทอดผู้เสียหายว่า ได้มีการรับโอนเงินจากขบวนการค้ายาเสพติดจากนั้นมิจฉาชีพให้ผู้เสียหายแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยโอนเงินในบัญชีไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และจะโอนกลับคืนให้ภายหลัง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปแต่ก็ไม่ได้รับเงินโอนคืนกลับมา ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก
 
 คดีที่ 4 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ มูลค่าความเสียหาย 1,300,000 บาท รายละเอียดคดี พบว่า มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดินโทรศัพท์มายังผู้เสียหาย แจ้งว่าได้รับเงินคืน ค่าชำระภาษีที่ดิน โดยให้ผู้เสียหายตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากลิงก์ที่ส่งมาให้ ผู้เสียหายจึงได้ทำการติดตั้งลิงก์ดังกล่าวลงในโทรศัพท์ ภายหลังผู้เสียหายเช็คยอดเงินในบัญชีธนาคารของตนเองพบว่าได้ถูกโอนออกไปจากบัญชี จึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก
 
คดีที่ 5 หลอกลวงให้กู้เงินอันมีลักษณะฉ้อโกง กรรโชก หรือรีดเอาทรัพย์ มูลค่าความเสียหาย 1,086,240.45 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายทำการกู้ยืมเงินผ่านโฆษณาแอปพลิเคชันทาง Line มิจฉาชีพแสดงภาพโลโก้ แอบอ้างเป็นธนาคาร UOB ผู้เสียหายนึกว่าเป็นธนาคารจริง จึงสอบถามรายละเอียด การกู้ยืมเงินและได้กรอกข้อมูลสำคัญต่าง ๆ จนเสร็จ มิจฉาชีพแจ้งผู้เสียหายว่า ได้รับการอนุมัติวงเงินกู้แต่ให้โอนเงินเพื่อยืนยันตัวตนก่อน จึงจะสามารถรับเงินกู้ได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินไป มิจฉาชีพแจ้งว่าทำรายการโอนเงินผิดเงื่อนไข ทำให้ต้องโอนเงินใหม่อยู่หลายครั้ง จนสุดท้ายได้รับข้อความรหัสในการกดถอนเงินมา แต่ก็ไม่สามารถกดถอนเงินออกมาได้จริง ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก

รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี 29,675,793 บาท

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีความเป็นกังวล และขอให้ประชาชนระวังการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาผ่านโทรศัพท์ และสื่อสังคมออนไลน์ หากมั่นใจว่าปลายสายเป็นมิจฉาชีพ ให้วางสายทันที และแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแล

“ดีอี ขอเตือนภัยให้ประชาชนระวังการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาในหลากหลายรูปแบบ ให้สังเกต และงดรับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย รวมทั้งไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่รู้จักที่เข้ามาทักทายและขอเป็นเพื่อนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ขอให้ท่านอย่าไว้ใจหรือตระหนักเสมอถึงความปลอดภัยของตัวท่านเอง อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เพื่อป้องกันการถูกกลอกลวงจากมิจฉาชีพ ซึ่งอาจจะทำให้ท่านโอนเงินให้กับมิจฉาชีพจนหมดตัวได้ รวมทั้งช่วยกันแจ้งเตือน และกดรายงานเพจปลอม หรือแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว

ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 หรือหากประชาชนมีข้อสงสัยโดนหลอกออนไลน์สามารถโทรปรึกษา  สายด่วน AOC 1441 และ GCC 1111 โทรฟรีตลอด 24 ชม.

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สายด่วน AOC 1441

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“วันชัย” ร่วมครู นักเรียนดูดาวศูนย์การเรียนรู้ดอยสะเก็น ดันแข่งโอลิมปิก

 
เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2567 เวลา 19.00 น. ดร.วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย นายประชวน เขื่อนเพชร ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะครูและนักเรียน เปิดกิจกรรมค่ายดาราศาสตร์ เพื่อศึกษาการใช้งานแผนที่ดวงดาว การส่องกล้องโทรทรรศน์ และการศึกษากลุ่มดาว ณ ศูนย์การเรียนรู้ดอยสะเก็น
 
 
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ คุณครูและน้องนักเรียน จำนวน 80 คน ได้มาร่วม กางเต็นท์ ดูดาวที่ดอยสะเก็น เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ให้คุณครูและน้องนักเรียนได้มาศึกษาเส้นทางธรรมชาติป่าใจกลางเมืองนครเชียงราย เพื่อศึกษาการใช้งานแผนที่ดวงดาว การส่องกล้องโทรทรรศน์ และการศึกษากลุ่มดาว สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้ครูและนักเรียนรักกัน กิจกรรมดังกล่าวลูกหลานของชาวเชียงราย ได้ก้าวไปสู่การแข่งขันโอลิมปิกระดับสอง คาดว่าในเร็วๆนี้ น้องนักเรียนสังกัดเทศบาลนครเชียงรายจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งในต่างประเทศ
 
 
ปัจจุบัน ดร.วันชัย นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เริ่มก่อสร้างหอพักภายใต้ชื่อว่า “โครงการเพชรพัฒนา” ที่จะรองรับนักเรียนทั้ง ม.ต้น และม.ปลาย มากกว่า 200 คน หอพักเหล่านี้จะบริการฟรีให้กับน้องๆ นักเรียนที่มีผลการเรียนดี ประพฤติดี เป็นความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะได้ดูแลน้องๆ ให้เป็นคนเก่ง คนดี เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม ภายใต้การดูแลที่ใกล้ชิดของอาจารย์ของโรงเรียนเทศบาล 6 ด้วย ให้พวกเราลูกหลานชาวเชียงราย มีความพร้อม ได้รับโอกาสที่ดี ประสบความสำเร็จสู่ความยิ่งใหญ่ต่อไปในภายภาคหน้า ภายใต้ชายคาฟ้าขาวแห่งนี้
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุอินเดีย ประดิษฐาน จ.เชียงใหม่

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567 (อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจาก สาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย)   

 

 

จังหวัดเชียงใหม่ จัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดียมาประดิษฐาน โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดีย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อธิบดีกรมการศาสนา หัวหน้าส่วนราชทุกภาคส่วน ข้าราชการ ประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอง 28 กรกฎาคม 2567

 

 

ในการนี้จังหวัดเชียงราย โดยนายพุฒิพงศ์  ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายพิสันต์  จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และข้าราชการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

พิพัฒน์ สุ่มมาตย์, ยุทธนา สุทธสม : รายงาน

พร้อมพงษ์ ทาสิทธิ์ : ภาพ

อภิชาต กันธิยะเขียว : บรรณาธิการข่าว 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย จัดอบรมเพิ่มความรู้ยุคดิจิทัลให้ผู้สูงอายุ อ.เทิง และ อ.ขุนตาล

 
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 เวลา 09.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย กิจกรรม เติมความรู้ เตรียมความพร้อม รุ่น 6 โดยมี นายบุญตัน เสนคำ ส.อบจ.เชียงราย อ.เทิง เขต 1 นายฑราวุธ กันทะเขียว ส.อบจ.เชียงราย อ.ขุนตาล นายสิงห์ทอง หนุนนำสิริสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงเทิง นางสาวนิโลบล ชาติเงิน ผู้อำนวยการกองสวัสดิการ นางสายสมร ทิพย์โพธิ์ หัวหน้าฝ่านส่งเสริมสวัสดิการสังคม และเครือข่ายผู้สูงอายุในพื้นที่ ร่วมด้วย ในการนี้ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ อ.เทิง และ รพ.สต.ศรีถ้อย เป็นผู้บรรยายให้ความรู้ ณ ศูนย์สุขภาวะ อ.เทิง จ.เชียงราย
 
 
โครงการและกิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจ เข้าถึงสิทธิสวัสดิการของผู้สูงอายุ อีกทั้งเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้อุปกรณ์ดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนี้ได้กำหนดจัดขึ้นทั้งหมด 9 ครั้ง โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการอบรมคือ ผู้สูงอายุใน อ.เทิง และ อ.ขุนตาล รวมจำนวนทั้งสิ้น 100 คน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News