
อำเภอเมืองเชียงรายออกหนังสือเร่งด่วนเตือนประชาชนริมแม่น้ำกก หลังพบสารหนูและตะกั่วปนเปื้อนเกินมาตรฐาน
เชียงราย, 5 เมษายน 2568 – นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย ได้ออกหนังสือเร่งด่วนระดับ “ด่วนที่สุด” ที่ ชร 0118.3/63 ลงวันที่ 5 เมษายน 2568 ถึงนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่ติดแม่น้ำกก เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังการใช้น้ำจากแม่น้ำกก หลังพบการปนเปื้อนของสารโลหะหนักจำพวกสารหนู (Arsenic) และสารตะกั่ว (Lead) เกินค่ามาตรฐานน้ำผิวดิน จากผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำกก
ที่มาของปัญหาและการตรวจสอบ
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากรายงานเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าแม่น้ำกกในพื้นที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ มีสีขุ่นผิดปกติและมีตะกอนดินปนเปื้อนจำนวนมาก ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายจึงสั่งการให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย ประสานงานกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) เพื่อลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำผิวดิน และดำเนินการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำตามมาตรฐานแหล่งน้ำผิวดิน รวมถึงการตรวจวัดโลหะหนักและสารพิษ เช่น สารไซยาไนด์
ตัวอย่างน้ำผิวดินที่เก็บได้ถูกส่งไปยังกรมควบคุมมลพิษเพื่อวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ซึ่งได้รับการแจ้งเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ระบุว่า น้ำในแม่น้ำกกบริเวณตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย มีการปนเปื้อนของสารหนูและสารตะกั่วในระดับที่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดสำหรับน้ำผิวดิน โดยค่ามาตรฐานของสารหนูอยู่ที่ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร (mg/L) และสารตะกั่วอยู่ที่ 0.05 mg/L แต่ผลการตรวจพบระดับที่สูงกว่านี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมหากมีการสัมผัสหรือบริโภคโดยตรง
หนังสือแจ้งเตือนและแนวทางปฏิบัติ
จากผลการตรวจสอบดังกล่าว นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย ได้ออกหนังสือเร่งด่วนถึงหน่วยงานท้องถิ่นในเขตอำเภอเมืองเชียงรายที่มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำกก เพื่อให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่โดยทันที ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เสียงตามสาย หอกระจายข่าว หรือสื่อออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงสถานการณ์และปฏิบัติตามแนวทางป้องกันภัยจากน้ำปนเปื้อน ดังนี้:
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำจากแม่น้ำกกโดยตรง
- ขอให้งดการสัมผัสน้ำหรือประกอบกิจกรรมทางน้ำในช่วงฤดูร้อน เช่น การเล่นน้ำหรือการจับสัตว์น้ำ
- หากจำเป็นต้องสัมผัสน้ำ ขอให้ล้างร่างกายด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังสัมผัส และระวังไม่ให้น้ำเข้าสู่ร่างกายผ่านทางอาหารหรือการดื่ม
- กลุ่มเสี่ยงให้หลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด
- ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการแพ้รุนแรง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำจากแม่น้ำกกโดยสิ้นเชิง เพื่อป้องกันอาการแพ้หรือผลกระทบต่อสุขภาพ
- น้ำประปายังปลอดภัยต่อการใช้งาน
- ผู้ใช้น้ำประปาในเขตอำเภอเมืองเชียงรายสามารถวางใจได้ เนื่องจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงรายได้ยืนยันว่า กระบวนการผลิตน้ำประปามีระบบบำบัดที่ได้มาตรฐานตามองค์การอนามัยโลก (WHO) และมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำประปายังคงปลอดภัยสำหรับการอุปโภคและบริโภค
- การเฝ้าระวังอาการผิดปกติ
- หากประชาชนมีการบริโภคหรือสัมผัสน้ำจากแม่น้ำกกโดยตรง และเกิดอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อาการทางประสาทและกล้ามเนื้อ (เช่น ชักหรือสั่น) นอนไม่หลับ หรือท้องเสีย ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
นายอำเภอเมืองเชียงรายเน้นย้ำว่า การแจ้งเตือนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน และขอให้หน่วยงานท้องถิ่นดำเนินการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง โดยระบุในหนังสือว่า “จึงเรียนมาเพื่อทราบและพิจารณาดำเนินการ”
ความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสารปนเปื้อน
สารหนูและสารตะกั่วเป็นโลหะหนักที่มีพิษรุนแรงต่อร่างกาย หากสัมผัสในระยะสั้นอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหนัง ผื่นคัน หรือท้องเสีย แต่หากสะสมในร่างกายเป็นเวลานานอาจนำไปสู่โรคร้ายแรง เช่น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปอด หรือมะเร็งตับ ในกรณีของสารหนู และอาจส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ หรือชัก ในกรณีของสารตะกั่ว ตามข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) การบริโภคสารหนูในปริมาณ 100 มิลลิกรัมอาจถึงแก่ชีวิตได้ ขณะที่ตะกั่วในระดับสูงอาจทำให้เสียชีวิตจากพิษเฉียบพลัน
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายได้ประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยที่เชื่อมโยงกับการสัมผัสน้ำจากแม่น้ำกกในเขตอำเภอเมืองเชียงราย แต่ได้ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
สาเหตุที่อาจเกี่ยวข้อง
การปนเปื้อนของสารหนูและตะกั่วในแม่น้ำกกอาจมีสาเหตุจากกิจกรรมเหมืองแร่ในเขตเมืองสาด รัฐฉานใต้ ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำกก สารหนูเป็น “เพื่อนแร่” (Associated Mineral) ที่มักพบร่วมกับแร่ทองคำตามธรรมชาติ และการทำเหมืองทองคำหากไม่มีการจัดการน้ำเสียอย่างเหมาะสม อาจปล่อยสารพิษลงสู่แหล่งน้ำได้ รายงานจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) สันนิษฐานว่า การขุดเหมืองและการปล่อยตะกอนดินจากฝั่งเมียนมาอาจเป็นต้นตอของปัญหานี้ ซึ่งสอดคล้องกับการที่น้ำในแม่น้ำกกมีสีขุ่นผิดปกติในช่วงฤดูแล้ง
การดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงรายได้ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำจากกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งคาดว่าจะได้รับภายใน 1-2 สัปดาห์ จะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดมาตรการแก้ไขเพิ่มเติม ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงรายได้เพิ่มการตรวจสอบคุณภาพน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปา เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสารพิษปนเปื้อนในระบบ
นอกจากนี้ อำเภอเมืองเชียงรายได้กำชับให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในชุมชน และรายงานหากพบปัญหาสุขภาพหรือสิ่งผิดปกติจากประชาชน เพื่อให้หน่วยงานสาธารณสุขสามารถเข้าไปดำเนินการได้ทันท่วงที
ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
แม่น้ำกกเป็นแหล่งน้ำสำคัญของประชาชนในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองเชียงรายที่มีชุมชนตั้งอยู่ริมน้ำจำนวนมาก ประชาชนใช้แม่น้ำนี้เพื่อการเกษตร การประมง และบางส่วนใช้อุปโภคในครัวเรือน การปนเปื้อนของสารพิษอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำกกในการชลประทาน หากน้ำไม่สามารถใช้งานได้ อาจเพิ่มต้นทุนในการหาแหล่งน้ำทดแทน
ด้านสิ่งแวดล้อม สารหนูและตะกั่วที่ปนเปื้อนในน้ำอาจสะสมในห่วงโซ่อาหาร เช่น ปลาและสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของชุมชน ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาวหากมีการบริโภคสัตว์น้ำจากแม่น้ำกกในช่วงนี้
แนวทางแก้ไขและความท้าทาย
การแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำกกมีความท้าทาย เนื่องจากต้นตออาจอยู่ในเขตประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจการควบคุมของหน่วยงานไทย การเจรจาระหว่างประเทศจึงเป็นแนวทางระยะยาวที่จำเป็น เพื่อให้มีการจัดการมลพิษจากเหมืองแร่ในฝั่งเมียนมาอย่างเหมาะสม ส่วนในระยะสั้น หน่วยงานไทยมุ่งเน้นการแจ้งเตือนและป้องกันผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงการตรวจสอบระบบน้ำประปาและแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่
นายบุญส่ง ตินารี กล่าวว่า “เรากำลังทำทุกอย่างเพื่อปกป้องประชาชน แต่การแก้ปัญหาที่ต้นตอต้องอาศัยความร่วมมือระดับนานาชาติ ซึ่งอาจใช้เวลา ระหว่างนี้เราจะดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด”
สถิติที่เกี่ยวข้อง
- การปนเปื้อนสารหนูในแหล่งน้ำไทย: กรมทรัพยากรน้ำบาดาลระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2563-2567) พบแหล่งน้ำบาดาลในภาคเหนือปนเปื้อนสารหนูเกินมาตรฐาน 12 แห่ง ส่วนใหญ่เกิดจากธรรมชาติและมลพิษจากมนุษย์ (ที่มา: รายงานคุณภาพน้ำบาดาล, 2567)
- มลพิษในแม่น้ำสายหลักของไทย: กรมควบคุมมลพิษรายงานว่า ในปี 2567 แม่น้ำสายหลักในประเทศไทย 22 สาย มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม 8 สาย โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการปนเปื้อนโลหะหนัก (ที่มา: รายงานสถานการณ์มลพิษน้ำ, 2567)
- ผลกระทบต่อสุขภาพจากสารหนู: องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ทั่วโลกมีผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำดื่มปนเปื้อนสารหนูมากกว่า 140 ล้านคน โดยในเอเชียพบมากที่สุด (ที่มา: WHO Arsenic Fact Sheet, 2023)
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
- อำเภอเมืองเชียงราย
- สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่)
- กรมควบคุมมลพิษ
- กรมทรัพยากรน้ำบาดาล
- องค์การอนามัยโลก