Categories
NEWS UPDATE

ผลสำรวจนิด้าโพลเผยคนไทยเหนื่อยหน่ายเศรษฐกิจและปัญหาสังคมในปี 2567

ผลสำรวจ “นิด้าโพล” เผยคนไทยเหนื่อยหน่ายเศรษฐกิจและปัญหาสังคมในปี 2567

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2567 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในหัวข้อ “เหนื่อยหน่ายกับอะไรบ้าง ในปี 2567 ที่ผ่านมา” โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคม 2567 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,310 รายทั่วประเทศ

ระดับความสุขของประชาชนในปี 2567

ผลการสำรวจระบุว่า ความสุขในปี 2567 ของประชาชนแบ่งเป็น 4 ระดับหลัก ได้แก่

  • ค่อนข้างมีความสุข (39.92%) โดยเหตุผลหลักคือชีวิตครอบครัวราบรื่น และไม่มีอุปสรรคในการทำงาน
  • ไม่ค่อยมีความสุข (32.52%) เหตุผลสำคัญคือปัญหาทางการเงินจากค่าครองชีพสูงและความวุ่นวายทางการเมือง
  • มีความสุขมาก (18.17%) เนื่องจากสุขภาพแข็งแรงและชีวิตไม่มีเรื่องกังวล
  • ไม่มีความสุขเลย (9.39%) เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่นำไปสู่หนี้สินและชีวิตที่ยากลำบาก

สิ่งที่ประชาชนเหนื่อยหน่ายในปี 2567

ปัญหาเศรษฐกิจ ครองอันดับแรกที่ประชาชนระบุว่าเหนื่อยหน่าย (52.14%) โดยมีปัจจัยสำคัญคือรายได้และค่าครองชีพ รองลงมาเป็น

  • ปัญหาภัยไซเบอร์ (28.09%) เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการแฮกข้อมูล
  • ปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง (27.86%)
  • ปัญหายาเสพติด (21.60%)
  • ปัญหาราคาพลังงาน (14.89%)

ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ก็เป็นหนึ่งในข้อกังวล โดยประชาชนร้อยละ 13.59 เห็นว่าภัยธรรมชาติและปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข

คุณลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง

ประชากรกลุ่มตัวอย่างมีความหลากหลาย ได้แก่

  • ภูมิลำเนา: ร้อยละ 33.35 อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 17.86 ในภาคเหนือ
  • เพศ: ร้อยละ 48.09 เป็นชาย และร้อยละ 51.91 เป็นหญิง
  • อายุ: กลุ่มอายุ 46-59 ปีมีสัดส่วนสูงสุด (26.64%)
  • รายได้: ร้อยละ 30.53 มีรายได้เฉลี่ย 10,001-20,000 บาทต่อเดือน

แนวทางแก้ไขปัญหา

นิด้าโพลชี้ให้เห็นว่า ความเหนื่อยหน่ายของประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมสะท้อนถึงความจำเป็นที่รัฐต้องให้ความสำคัญกับการลดค่าครองชีพ เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และจัดการปัญหาสังคมอย่างจริงจัง

การสำรวจนี้สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในปีถัดไป ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดนโยบายที่ตอบสนองต่อปัญหาอย่างแท้จริง

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

วิกฤตอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หดตัวต่อเนื่อง 14 เดือน

ข่าวยานยนต์ในไทยวิกฤต ผลผลิตหดตัว 14 เดือนต่อเนื่อง เศรษฐกิจซบเซา หนี้ครัวเรือนกดดันการตลาด

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยนายภาสกร ชัยรัตน์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกันยายน 2567 ที่ระดับ 92.44 หดตัวลง 3.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากปัญหาในภาคการผลิตยานยนต์ที่ยังคงลดลงเป็นเดือนที่ 14 ติดต่อกัน โดยมีการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเพียง 57.47%

นอกจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาแล้ว หนี้ครัวเรือนสูงยังส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศอ่อนแอ และยังคงพบว่าสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและอัตราการปฏิเสธสินเชื่ออยู่ในระดับสูง ต้นทุนพลังงานยังคงเพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่ราคาถูกกว่า โดยเฉพาะสินค้าออนไลน์ที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยประสบปัญหาในการแข่งขัน

การส่งออกและอุตสาหกรรมหลัก

แม้ว่าการส่งออกในบางกลุ่มจะยังคงขยายตัวได้บ้าง แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงหดตัวถึง 23.48% ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก การลดลงของดัชนี MPI ส่งสัญญาณให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวอย่างเร่งด่วน

แนวทางการปรับตัวเพื่อความยั่งยืน

สศอ.ได้เสนอแนวทางให้ผู้ประกอบการปรับกระบวนการผลิต เช่น การใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิลและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ นอกจากนี้ยังแนะนำให้พัฒนาแรงงานเพื่อสร้างทักษะใหม่ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News