Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

‘สมพงศ์’ ย้ำคุมเข้มริมเขื่อนแม่สรวย ออกกฎเหล็ก รับนักท่องเที่ยว

เทศบาลตำบลเวียงสรวยออกระเบียบเข้มคุมซุ้มริมน้ำแม่สรวย รับนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์

เชียงราย, 26 มีนาคม 2568 – จากกระแสการใช้บริการซุ้มริมน้ำบริเวณเหนือสะพานหน้าอ่างเก็บน้ำแม่สรวย ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ที่มีการเก็บค่าบริการต่าง ๆ และเกิดประเด็นเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ของประชาชน ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์ได้สัมภาษณ์นายสมพงศ์ เจาะเส็น นายกเทศมนตรีตำบลเวียงสรวย ผู้รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว เพื่อสอบถามถึงแนวทางการจัดการและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

นายสมพงศ์ เจาะเส็น เปิดเผยว่า ทางเทศบาลตำบลเวียงสรวยได้จัดการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการในพื้นที่ และออกระเบียบข้อบังคับเพื่อควบคุมการดำเนินงานของร้านค้าและซุ้มริมน้ำบริเวณลำน้ำท้ายเขื่อนแม่สรวย โดยระเบียบดังกล่าวครอบคลุมถึงการเก็บค่าบำรุงรักษาขยะ การกำหนดจุดต่าง ๆ ให้ชัดเจน และการบังคับให้ผู้ประกอบการทุกซุ้มต้องจัดให้มีเสื้อชูชีพสำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการล่องแพ เพื่อความปลอดภัย ส่วนการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น จะยึดตามกฎหมายทั่วไป โดยไม่มีข้อยกเว้นให้เป็นพื้นที่พิเศษ และกำหนดให้ทุกร้านค้าปิดให้บริการในเวลา 18:00 น. พร้อมกันทั้งหมด

ดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยว

สำหรับกรณีที่ประชาชนรู้สึกว่าได้รับการเอาเปรียบจากร้านค้าหรือการให้บริการที่ไม่เป็นธรรม นายกเทศมนตรีตำบลเวียงสรวยยืนยันว่า ได้จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดบริเวณเขื่อนแม่สรวยเพื่อรับเรื่องร้องเรียน และประสานงานกับโรงพยาบาลแม่สรวย รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สรวย เพื่อดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังได้เตรียมแผนรับมือการจราจรในช่วงวันหยุดและเทศกาล โดยขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความสะดวกในการเดินทาง

ในประเด็นเรื่องภัยแล้ง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเคยแสดงความกังวลนั้น นายสมพงศ์ระบุว่า ได้ประสานงานกับกรมเจ้าท่าและกรมชลประทานในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเบื้องต้นยังคงยึดกำหนดการเดิม แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบทันที โดยคำนึงถึงปริมาณน้ำเป็นหลัก เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนที่ต้องการน้ำสำหรับการเกษตร

 

ปรับร้าน 5,000 บาท ถ้าผิดข้อปฏิบัติ

ผู้ประกอบการร้านค้า ผู้ประกอบการซุ้มริมน้ำ ลำ ลำแม่สรวยทุกร้าน ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่ทางกลุ่มและส่วน

ราชการกำหนดไว้เท่านั้น ตามข้อปฏิบัติทั้งหมดที่ได้ตกลง และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทำขึ้นมา รวมถึงการ

กำหนดราคาอาหารและเครื่องดื่ม ถ้าผู้ประกอบการเจ้าไหนไม่ปฏิบัติดามนี้ เมื่อมีลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวมา

ร้องเรียน โดยสืบทราบแล้วว่าผู้ประกอบการผิดจากข้อปฏิบัตินี้จริงครั้งแรกให้ปรับเข้ากลุ่ม 5,000 บาท แต่ถ้า

ผิดเป็นครั้งที่สอง ให้ทางคณะกรรมการดำเนินารปิดร้านนั่นทันทีไม่ให้ประกอบกิจการในฤดูการนี้อีก

รายละเอียดระเบียบข้อบังคับสำหรับผู้ประกอบการเบื้องต้น

จากการประชุมเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเวียงสรวย มีมติร่วมกันกำหนดระเบียบข้อบังคับสำหรับผู้ประกอบการร้านค้าและซุ้มริมน้ำบริเวณลำน้ำแม่สรวย ดังนี้:

  1. การลงทะเบียน: ผู้ประกอบการทุกรายต้องแจ้งความประสงค์และลงทะเบียนก่อนตั้งร้านค้า พร้อมรับฟังระเบียบข้อบังคับ
  2. การจัดการขยะ: ร้านค้าและซุ้มริมน้ำต้องแยกขยะ ห้ามทิ้งลงน้ำโดยเด็ดขาด และต้องรักษาความสะอาด หากพบการสะสมขยะหรือมีกลิ่นเหม็นจนไม่ผ่านการตรวจจากสาธารณสุข จะถูกสั่งปิดร้านทันทีจนกว่าจะแก้ไข
  3. การตั้งซุ้ม: เมื่อสร้างซุ้มเสร็จ ต้องลงทะเบียนจำนวนซุ้มทันที
  4. การประชุม: จัดประชุมผู้ประกอบการตามความเหมาะสมหรือตามสถานการณ์
  5. ค่าบำรุงร้านค้า: ร้านค้าหน้ากว้างไม่เกิน 3 เมตร เก็บ 100 บาท หากเกิน 3 เมตร เก็บ 200 บาท
  6. ค่าบริการซุ้มริมน้ำ: ซุ้มหน้ากว้าง 2 เมตร เก็บ 100 บาท อัตราค่าบริการซุ้มกำหนดที่ 20 บาทต่อคน โดยไม่จำกัดเวลา
  7. ลานจอดรถ: พื้นที่ไม่เกิน 2 ไร่ เก็บ 100 บาทต่อฤดูกาล หากเกิน 2 ไร่ เก็บ 300 บาท
  8. ห่วงยาง: ค่าบำรุง 500 บาทต่อฤดูกาล จำนวนไม่เกิน 20 ห่วงต่อผู้ประกอบการ
  9. ป้ายราคา: ต้องติดป้ายราคาอาหารและสินค้าอย่างชัดเจน หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกสั่งหยุดดำเนินการจนกว่าจะแก้ไข
  10. การทะเลาะวิวาท: ห้ามผู้ประกอบการหรือพนักงานทะเลาะกับลูกค้า หากฝ่าฝืนปรับ 2,000 บาทต่อคน และดำเนินคดีตามกฎหมาย
  11. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ร้านค้าต้องติดป้ายห้ามจำหน่ายให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี
  12. การบริการ: ต้องให้บริการด้วยความเสมอภาคและสุภาพ หากพบการเอาเปรียบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
  13. สิ่งผิดกฎหมาย: ห้ามจำหน่ายยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย หากพบจะถูกดำเนินคดีและห้ามประกอบการต่อ
  14. การวางโต๊ะ: ห้ามวางโต๊ะหรือเก้าอี้กลางลำน้ำ
  15. หน้าร้าน: ร้านค้าต้องตั้งในที่ดินเอกชน ห้ามรุกล้ำถนนหรือขวางการจราจร
  16. การเร่ขาย: ห้ามเร่ขายในลำน้ำ หากพบจะยึดของและให้ไปตั้งร้านตามระเบียบ
  17. ภาชนะ: ห้ามใช้โฟมหรือพลาสติก ใช้ภาชนะกระดาษหรือชานอ้อย ยกเว้นอาหารต้มหรือแกง
  18. เครื่องเสียง: ห้ามใช้รถติดเครื่องเสียงเปิดเพลงดังรบกวน
  19. การรดน้ำถนน: ผู้ประกอบการต้องรดน้ำถนนหน้าร้านเพื่อลดฝุ่น
  20. การส่งของ: รถส่งของต้องมาถึงก่อน 10:00 น. หากเกินเวลาให้รับเอง
  21. การปฏิบัติตามระเบียบ: ผู้ฝ่าฝืนครั้งแรกปรับ 5,000 บาท ครั้งที่สองปิดร้านทันที
  22. ราคาอาหารและเครื่องดื่ม: กำหนดราคาสูงสุด เช่น ปลาเผา 180 บาท, ส้มตำ 50-80 บาท, เบียร์ถาดละ 900-1,000 บาท

ความเป็นมาของการจัดระเบียบ

การจัดระเบียบนี้สืบเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีนายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ นายอำเภอแม่สรวย เป็นประธาน หลังจากเทศบาลตำบลเวียงสรวยได้รับคำร้องจากนายนิธิศ ชัยยา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ้านตีนดอย และนายสมหมาย สินเปียง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 บ้านริมทาง ขออนุญาตใช้พื้นที่เหนือสะพานหน้าอ่างเก็บน้ำแม่สรวย เพื่อจัดทำร้านค้าและซุ้มชั่วคราวสำหรับกิจกรรมล่องแพเปียก สร้างรายได้ให้ชุมชน โดยมีผู้ประกอบการจาก 2 หมู่บ้าน จำนวน 36 ราย ร่วมกับกลุ่มแพเปียกเดิม ซึ่งที่ประชุมมีมติอนุมัติ และมอบหมายให้เทศบาลตำบลเวียงสรวยจัดสรรล็อคให้เหมาะสม

นายอำเภอแม่สรวยฝากย้ำถึงการปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด รวมถึงการดูแลความปลอดภัย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวอำเภอแม่สรวย ซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการล่องแพและพักผ่อนคลายร้อน ด้วยลำน้ำที่ใสเย็นจากยอดดอย

ความสำคัญของการท่องเที่ยวแม่สรวย

การล่องแพเปียกบริเวณเขื่อนแม่สรวยเป็นกิจกรรมประจำปีที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัดเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทุกปีสะท้อนถึงความนิยมของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ซึ่งมีจุดเด่นคือน้ำใสเย็นจากต้นน้ำธรรมชาติ เหมาะสำหรับการพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนและเทศกาลสงกรานต์

ความเห็นจากทั้งสองฝ่าย

ฝ่ายผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการบางรายเห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว โดยมองว่าจะช่วยสร้างความปลอดภัยและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลเกี่ยวกับต้นทุนในการจัดเตรียมเสื้อชูชีพและการจัดการขยะ ซึ่งอาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย

ฝ่ายประชาชนและนักท่องเที่ยว

ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่มองว่ามาตรการนี้เป็นสิ่งที่ดีและจำเป็น โดยเฉพาะการบังคับใช้เสื้อชูชีพเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แต่บางส่วนยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอัตราค่าบริการที่อาจสูงเกินไป

สถิติที่เกี่ยวข้อง

  1. ปริมาณนักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย: จากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย ปี 2566 พบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงรายมีจำนวน 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มี 1.8 ล้านคน (ที่มา: ททท. สำนักงานเชียงราย)
  2. ผลกระทบจากน้ำท่วมในเชียงราย: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า ในปี 2567 จังหวัดเชียงรายเผชิญน้ำท่วมใน 12 อำเภอ ส่งผลกระทบต่อครัวเรือน 15,000 ครัวเรือน และพื้นที่เกษตร 50,000 ไร่ (ที่มา: ปภ. รายงานสถานการณ์น้ำท่วม 2567)
  3. การจัดการขยะจากการท่องเที่ยว: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่า ในปี 2566 แหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยผลิตขยะเฉลี่ย 1.2 กิโลกรัมต่อนักท่องเที่ยว 1 คนต่อวัน (ที่มา: กรมควบคุมมลพิษ)

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : 

  • ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์
  • เทศบาลตำบลเวียงสรวย
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
  • กรมควบคุมมลพิษ
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

ซ่อมใหม่ “สะพานฮาแหล่จะ” แลนด์มาร์คเชียงราย เริ่มมีนา 68

อบจ.เชียงราย ร่วมลงนาม MOU ดำเนินโครงการซ่อมสร้างสะพานแขวนฮาแหล่จะ เชื่อมบ้านแคววัวดำ – บ้านผาเสริฐ

เชียงราย, 28 กุมภาพันธ์ 2568 – ผู้าื่อข่าวรายงานว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อดำเนินโครงการซ่อมสร้างสะพานแขวนฮาแหล่จะ เชื่อมระหว่างบ้านแคววัวดำ หมู่ 12 ตำบลแม่ยาว และบ้านผาเสริฐ หมู่ 6 ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมีภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมี นายรามิล พัฒนมงคลเชฐ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย, นายปิยพันธุ์ ธนะโสภณ ประธานคณะกรรมการโครงการซ่อมสร้างสะพานแขวนฮาแหล่จะ, นายอภิรักษ์ อินต๊ะวัง นายกเทศมนตรีตำบลแม่ยาว, นายเอื้ออังกูร เทพสมรส นายกเทศมนตรีตำบลดอยฮาง และ นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นที่ปรึกษาโครงการ

วัตถุประสงค์ของโครงการ

การซ่อมสร้างสะพานแขวนฮาแหล่จะเป็นไปเพื่อฟื้นฟูการใช้งานให้สามารถใช้สัญจรได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน

ปัจจุบันทางคณะกรรมการโครงการได้คัดเลือก บริษัท บีเทคกรุ๊ป จำกัด เป็นผู้รับจ้างก่อสร้างภายใต้งบประมาณ 6,170,000 บาท ซึ่งได้รับเงินบริจาคจากเอกชน 2 แห่ง ได้แก่:

  1. สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 โครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจ” จำนวน 6,000,000 บาท
  2. โรงแรมโฆษะขอนแก่น และกลุ่ม Kosa Group จำนวน 170,000 บาท

รายละเอียดของการก่อสร้าง

โครงการนี้ประกอบด้วย:

  • การสร้างสะพานแขวนใหม่โดยใช้โครงสร้างลวดสลิงเดิม
  • การสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งเพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะ
  • การปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เอื้อต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว

โครงการคาดว่าจะเริ่มต้นก่อสร้างภายในเดือนมีนาคม 2568 และแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2568 หากไม่มีอุปสรรคใดๆ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม

เมื่อโครงการซ่อมสร้างสะพานฮาแหล่จะเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ต้องเดินทางไกลขึ้นเนื่องจากสะพานพัง รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของตำบลแม่ยาวและตำบลดอยฮาง โดยเฉพาะธุรกิจท้องถิ่น ร้านอาหาร และสินค้า OTOP ที่จะได้รับประโยชน์จากการที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น

ประโยชน์ของโครงการ

  • อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน: สะพานแขวนฮาแหล่จะเป็นเส้นทางหลักของชาวบ้านจากตำบลแม่ยาว, ตำบลดอยฮาง และตำบลห้วยชมภู ที่ต้องใช้ในการเดินทางไปทำงาน, ไปโรงเรียน และไปยังสถานพยาบาล
  • ลดระยะทางการเดินทาง: สะพานช่วยร่นระยะทางไปกลับได้ถึง 10 กิโลเมตร ทำให้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
  • ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว: คณะกรรมการโครงการตั้งเป้าหมายให้สะพานฮาแหล่จะเป็น แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดเชียงราย ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนและสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ความเป็นมาของสะพานแขวนฮาแหล่จะ

สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2541 ด้วยเงินทุนสนับสนุนจากสถานทูตญี่ปุ่น เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบทไทย โดยสะพานเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งพืชผลทางการเกษตรและการเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ของชุมชน

อย่างไรก็ตาม สะพานได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 ที่ระดับน้ำในแม่น้ำกกเพิ่มสูงขึ้นจนสะพานพังเสียหาย ไม่สามารถใช้สัญจรได้ ส่งผลให้ประชาชนต้องใช้เส้นทางอ้อมที่มีระยะทางไกลขึ้นและอาจมีอันตรายในการเดินทาง

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

การซ่อมสร้างสะพานฮาแหล่จะครั้งนี้เป็นความร่วมมือจากจิตอาสา 100% จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ โดยคณะกรรมการโครงการและผู้เกี่ยวข้องต่างมุ่งมั่นให้สะพานกลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

ทางคณะกรรมการโครงการซ่อมสร้างสะพานฮาแหล่จะขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ และมั่นใจว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จตามกำหนด และสะพานแขวนฮาแหล่จะจะกลับมาเป็นเส้นทางหลักที่ปลอดภัยและเป็นสัญลักษณ์แห่งการพัฒนาในจังหวัดเชียงรายต่อไป

ข้อมูลสถิติที่เกี่ยวข้อง:

  • สะพานแขวนฮาแหล่จะ ถูกสร้างขึ้นในปี 2541 และใช้สัญจรมากกว่า 1,000 คน/วัน ก่อนจะได้รับความเสียหายจากอุทกภัย
  • งบประมาณโครงการซ่อมสร้างสะพานแขวนฮาแหล่จะ 6,170,000 บาท ได้รับการสนับสนุนจาก 2 องค์กรเอกชน
  • สะพานแห่งนี้ช่วยร่นระยะทางเดินทางของประชาชนในพื้นที่ได้ถึง 10 กิโลเมตร
  • การซ่อมแซมคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน กรกฎาคม 2568 และคาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น 20-30% ในปีแรกหลังเปิดใช้งาน

อ้างอิง: ข้อมูลจากคณะกรรมการโครงการซ่อมสร้างสะพานฮาแหล่จะ, องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และเทศบาลตำบลแม่ยาว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เชียงรายจัดงานปีใหม่ลาหู่นานาชาติ ครั้งที่ 2 สร้างความสามัคคีระดับโลก

งานสืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีปีใหม่ลาหู่นานาชาติ ครั้งที่ 2 ส่งเสริมความสามัคคีชาติพันธุ์

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS จังหวัดเชียงราย นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน สืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีปีใหม่ลาหู่นานาชาติ ครั้งที่ 2″ ประจำปี 2568 โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อฟื้นฟู ส่งเสริม และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาติพันธุ์ลาหู่ให้คงอยู่ต่อไป อีกทั้งเป็นการสร้างความตระหนักในคุณค่าของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแก่ชาติพันธุ์ลาหู่รุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังช่วยเผยแพร่ แลกเปลี่ยน และเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างชาติพันธุ์ลาหู่ในประเทศไทยและนานาชาติ

ภายในงานมีบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ นางสาวพลอย ธนิกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม, นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์, นายกสมาคมและผู้บริหารสมาคมลาหู่นานาชาติ รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนพี่น้องชาติพันธุ์ลาหู่จาก 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย เมียนมาร์ เวียดนาม จีน ออสเตรเลีย อเมริกา สปป.ลาว และสิงคโปร์

กิจกรรมภายในงาน

งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00-22.30 น. โดยมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการสาธิตภูมิปัญญาพื้นบ้านจากชาติพันธุ์ลาหู่ เช่น การแสดงดนตรีพื้นบ้าน การเต้นรำประเพณี งานฝีมือ และนิทรรศการวัฒนธรรม พร้อมทั้งมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดเกี่ยวกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติพันธุ์ในแต่ละประเทศ

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรภาคีเครือข่าย รวมถึงพี่น้องลาหู่จากทั่วโลกที่ร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรม โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย รวมถึงสร้างความสามัคคีและปรองดองในหมู่ชาติพันธุ์

ลาหู่ในประเทศไทย

ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรชาติพันธุ์ลาหู่ราว 150,000 คน อาศัยกระจายอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาร์กว่า 800 หมู่บ้าน จังหวัดที่มีประชากรลาหู่อาศัยอยู่มาก ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง เชียงใหม่ และตาก โดยชาติพันธุ์ลาหู่เป็นกลุ่มที่มีวัฒนธรรมโดดเด่น เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่นและประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน

นางสาวจิราพร สินธุไพร กล่าวในพิธีเปิดว่า “งานนี้ไม่เพียงส่งเสริมวัฒนธรรมแต่ยังสะท้อนถึงความสามัคคีและการยอมรับในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับพี่น้องลาหู่รุ่นใหม่ที่จะตระหนักถึงคุณค่าของมรดกวัฒนธรรม เพื่อสืบสานและรักษาไว้ให้คงอยู่ต่อไป”

เป้าหมายการจัดงาน

  • อนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของชาติพันธุ์ลาหู่
  • เชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างชาติพันธุ์ลาหู่ในระดับนานาชาติ
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในจังหวัดเชียงราย
  • สร้างแรงบันดาลใจให้รุ่นใหม่เห็นคุณค่าในวัฒนธรรมดั้งเดิม

งาน สืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีปีใหม่ลาหู่นานาชาติ ครั้งที่ 2″ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยยกระดับเชียงรายให้เป็นศูนย์กลางด้านศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสความงดงามของวัฒนธรรมลาหู่ในรูปแบบที่หลากหลายและน่าประทับใจ.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FOOD

เที่ยวฐานทหาร ‘เชียงราย’ ดื่มด่ำกาแฟ ชมวิวทะเลหมอก ‘เชียงราย’

“วิวสวย กาแฟเลิศรส” กองกำลังผาเมือง เชิญเที่ยวฐานทหารชมทะเลหมอก เชียงราย

เชียงราย – ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาชุมชนท้องถิ่น กองทัพภาคที่ 3 โดยกองกำลังผาเมือง ได้เปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ในเขตชายแดนไทย-เมียนมา ณ ฐานปฏิบัติการในจังหวัดเชียงราย ที่มีทั้งจุดชมวิวทะเลหมอก ร้านกาแฟ และลานกางเต็นท์ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในฤดูหนาวนี้

จุดท่องเที่ยวใหม่ที่น่าสนใจ

กองกำลังผาเมืองได้พัฒนา 2 สถานที่สำคัญ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีทั้งความงดงามตามธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ชุมชนดังนี้:

  1. จุดชมวิวดอยช้างมูบ
    ตั้งอยู่ที่ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง 20 นาที ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมี Phamuang Coffee @DoichangMub ร้านกาแฟคุณภาพที่ใช้เมล็ดกาแฟจากชุมชนท้องถิ่น และพื้นที่ลานกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
  2. จุดชมวิวด่านป่าสัก
    ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สามารถมองเห็นวิวภูเขาของทั้งฝั่งไทยและเมียนมา ร้าน Phamuang Coffee Danpasak นำกาแฟคุณภาพสูง เช่น Phamuang Coffee และกาแฟม้าดอย มาบริการให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มลองรสชาติกาแฟแท้ในบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น

สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน

การเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่เพียงช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้มีรายได้เพิ่มขึ้นผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟและสินค้าชุมชน

เชิญชวนสัมผัสธรรมชาติในฤดูหนาว

แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ข้าราชการในสังกัดกองทัพ และประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ชมวิวทะเลหมอกที่งดงาม และลิ้มรสกาแฟคุณภาพในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความปลอดภัย

อย่าพลาดโอกาสที่จะสัมผัสธรรมชาติอันงดงามของเชียงรายในฤดูหนาวนี้ พร้อมสนับสนุนชุมชนในพื้นที่เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • เวลาเปิดให้บริการ: ทุกวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น
  • การเดินทาง: ใช้ถนนหมายเลข 1 และ 1149 เพื่อเข้าถึงสถานที่ทั้งสองแห่ง
  • หมายเหตุ: นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง

สอบถามเพิ่มเติม: Phamuang Coffee Doichangmub

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Phamuang Coffee Doichangmub

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเปิด FAM Trip ชา-กาแฟ ดึงนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ท้องถิ่น

กิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟจากสวนสู่แก้ว ครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดกิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟ จากสวนสู่แก้ว ครั้งที่ 2 ในโครงการ Coffee or Tea ฮับชาหรือกาแฟดีจ้าว ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟในจังหวัดเชียงราย อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชน ผู้ประกอบการร้านกาแฟ และร้านอาหารต่าง ๆ ในพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ สื่อมวลชน เอเจนทัวร์ ผู้แทนจากส่วนราชการ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

จุดประสงค์การจัดงาน

กิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและสถานประกอบการของผู้ประกอบการชาและกาแฟในเชียงราย เพื่อสร้างการรับรู้ถึงคุณภาพของชาและกาแฟในจังหวัด และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับชาและกาแฟ รวมถึงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในเส้นทางดอยแม่สลองสู่ตัวเมืองเชียงราย

เส้นทางกิจกรรม FAM Trip

กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 ธันวาคม 2567 โดยเส้นทางการเดินทางมีไฮไลต์ที่น่าสนใจดังนี้:

  1. ไร่ชาฉุยฟง อ.แม่ฟ้าหลวง
    คณะได้เยี่ยมชมไร่ชาที่มีชื่อเสียงของเชียงราย พร้อมชิมผลิตภัณฑ์จากชาอันเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้กระบวนการปลูก การดูแล และการแปรรูปชา เพื่อสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ของชุมชน

  2. ไร่กาแฟดอยผาหมี อ.แม่สาย
    คณะได้เยี่ยมชมไร่กาแฟบนดอยผาหมี ที่มีการผลิตกาแฟโดยใช้ภูมิปัญญาชุมชน เรียนรู้กระบวนการผลิตกาแฟตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว จนถึงการคั่ว และได้ลิ้มลองรสชาติกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่

  3. ร้านชาและกาแฟในอำเภอเมืองเชียงราย
    การเยี่ยมชมร้านค้าและชิมผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในตัวเมืองเชียงราย เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่

เชิญร่วมงาน Coffee or Tea ฮับชาหรือกาแฟดีจ้าว

ในโอกาสนี้ จังหวัดเชียงรายได้ประชาสัมพันธ์กิจกรรมใหญ่ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4-5 มกราคม 2568สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น:

  • ชิมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟจากหลากหลายแหล่ง
  • ชมภาพวาดศิลปะที่รังสรรค์โดยศิลปินในและนอกพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย
  • กิจกรรมเวิร์กชอปเกี่ยวกับการชงชาและกาแฟ รวมถึงเทคนิคการสร้างสรรค์เครื่องดื่มพิเศษ

การส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

กิจกรรม FAM Trip และงาน Coffee or Tea เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการท้องถิ่น พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนพัฒนาภาพลักษณ์ของเชียงรายในฐานะแหล่งผลิตชาและกาแฟคุณภาพระดับประเทศ

งานดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของจังหวัดเชียงรายในด้านการเป็นศูนย์กลางของชาและกาแฟที่มีคุณภาพสูง รวมถึงการเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เปิดงานมหัศจรรย์ 10 ชาติพันธุ์แม่สาย ปีที่ 10 สร้างสรรค์วัฒนธรรม

มหัศจรรย์ 10 ชาติพันธุ์แม่สาย ปีที่ 10 โชว์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาติพันธุ์

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดคามีเลียและน้ำมันพืชอื่นๆ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน มหัศจรรย์ 10 ชาติพันธุ์แม่สาย ครั้งที่ 10 ประจำปี 2567 งานนี้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการแสดงศิลปะ วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตอันดีงามของกลุ่มชาติพันธุ์ รวมทั้งฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในแม่สายหลังเหตุการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา

การรวมพลังชาติพันธุ์ 11 กลุ่ม และเพื่อนบ้านอาเซียน

ในโอกาสครบ 1 ทศวรรษ การจัดงานได้เชิญกลุ่มชาติพันธุ์ 11 กลุ่มในอำเภอแม่สาย ได้แก่

1. ไท-ยวน 2. ไทลื้อ 3. ไทเขิน 4. ไทใหญ่ 5. ไตหย่า 6. จีนยูนนาน 7. อาข่า 8. ลาหู่ 9. ดาราอั้ง 10. ลัวะ 11. คะฉิ่น

นอกจากนี้ ยังมีชาติพันธุ์เพื่อนบ้านจาก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาร่วมแสดงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น เช่น ชาติพันธุ์ลาวบ้านท่าขันทอง และกลุ่มชาติพันธุ์บ้านม้งจาก 8 อำเภอในแม่ฟ้าหลวง

กิจกรรมในงาน

งานแบ่งเป็นหลายโซนที่เน้นการจัดแสดงวิถีชีวิตและประเพณี ได้แก่

  • โซนหมู่บ้านจำลองชาติพันธุ์ จัดแสดงวิถีชีวิต การละเล่น วัฒนธรรม และสินค้าหัตถกรรม
  • โซนอาหารสี่ภาค และ สินค้า OTOP
  • โซนลานขันโตก มีการแสดงกลางแจ้งจากกลุ่มชาติพันธุ์
  • การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การแพทย์แผนโบราณ การทำอาหารประจำชาติพันธุ์

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-11 ธันวาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.

การส่งเสริมเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวในพิธีเปิดว่า การจัดงานมหัศจรรย์ 10 ชาติพันธุ์แม่สาย ครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการรวมพลังร่วมมือระหว่างหน่วยงานหลายภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้ชุมชน และกระตุ้นการท่องเที่ยว

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมให้ยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่แม่สายให้กลับมามีชีวิตชีวาหลังอุทกภัยที่ผ่านมา

งานมหัศจรรย์ 10 ชาติพันธุ์แม่สายครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแสดงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชาติพันธุ์ แต่ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจและการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชนและผู้มาเยือน เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาแม่สายให้เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่และเต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
FEATURED NEWS TRAVEL

อนันตรา เชียงราย เปิดตัวต้นคริสต์มาสน้องโต ผสานศิลปะรักษ์โลก

อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ เชียงราย ร่วมกับดอยตุง สร้างสรรค์ต้นคริสต์มาส “น้องโต” รักษ์โลก ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 โรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท เชียงราย ได้จับมือกับโครงการพัฒนาดอยตุง เปิดตัวต้นคริสต์มาสสุดสร้างสรรค์ในชื่อ “น้องโต” ประติมากรรมรักษ์โลกที่ผสานความเชื่อท้องถิ่นและวัฒนธรรมคริสต์มาส ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี โดยต้นคริสต์มาสดังกล่าวได้แรงบันดาลใจจาก “น้องโต” สัตว์มงคลในตำนานของชาวไทใหญ่ ที่มีศีรษะคล้ายกวางและลำตัวเหมือนสิงโต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและความเป็นสิริมงคล

ต้นคริสต์มาส “น้องโต” มีความสูงกว่า 6 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณโถงล็อบบี้ของโรงแรม ภายใต้แนวคิดรักษ์โลกที่เน้นการใช้วัสดุเหลือใช้จากโครงการพัฒนาดอยตุง เช่น เศษผ้าที่เหลือจากการทอผ้า และวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต โดยทีมออกแบบได้นำเศษผ้ามาผูกติดกับโครงสร้างทีละชิ้นด้วยมือทั้งหมด รวมถึงเย็บเป็นเครื่องประดับตกแต่ง เช่น ลูกบอลกลมและกล่องของขวัญ เพิ่มสีสันและความสวยงาม

เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการรีไซเคิล พื้นโดยรอบต้นคริสต์มาสได้ตกแต่งด้วยเศษกิ่งไม้และใบไม้แห้งที่เก็บรวบรวมจากป่าในบริเวณใกล้เคียง สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นธรรมชาติ ช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนโรงแรมในช่วงเทศกาล

นายสมชาย วัฒนธรรม ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม กล่าวว่า “น้องโต” ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของโรงแรมในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการสร้างสรรค์ผลงานที่ใช้วัสดุรีไซเคิล ตอกย้ำแนวคิดความยั่งยืนที่เรายึดมั่นเสมอมา”

นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ในสไตล์รักษ์โลก พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมและแพ็คเกจพิเศษที่อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท เชียงราย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่โทร. 053-784-084

นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่นและนานาชาติได้อย่างลงตัว พร้อมส่งต่อความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้มาเยือนในเทศกาลแห่งความสุขนี้.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : โรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เชียงรายจัดงานปีใหม่ไตย ครั้งที่ 28 สืบสานวัฒนธรรมไทยใหญ่

เชียงรายจัดยิ่งใหญ่ งานอนุรักษ์วัฒนธรรมปีใหม่ไตย ครั้งที่ 28 เสริมสร้างความสามัคคี-กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 เวลา 18.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมปีใหม่ไตย” ประจำปี 2567 ครั้งที่ 28 ณ ลานสนามกลางบ้านเทอดไทย หมู่ 1 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยมีนายเสน่ห์ ปัญญาดี ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ นายก อบจ.เชียงราย ร่วมในพิธี พร้อมด้วยนายเชิดชาย ชาลี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไทย ผู้กล่าวรายงานการจัดงาน นอกจากนี้ยังมีนายอานนท์ ขันคำ ปลัดอาวุโส อำเภอแม่ฟ้าหลวง นายปิติ อ่วยยื่อ กำนันตำบลเทอดไทย รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง

เผยแพร่วัฒนธรรมไตย-ส่งเสริมการท่องเที่ยว

งานอนุรักษ์วัฒนธรรมปีใหม่ไตยครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 28 เพื่อสืบสานและเผยแพร่ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตดั้งเดิมของพี่น้องชาวไทยใหญ่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งในกลุ่มประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน รวมถึงสานสัมพันธ์อันดีระหว่างชนเผ่าต่างๆ ในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง

เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โครงการนี้ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยใหญ่ให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญต่อไป

กิจกรรมภายในงาน

งานอนุรักษ์วัฒนธรรมปีใหม่ไตยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2567 โดยภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวไทยใหญ่ เช่น

  • การแสดงวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ 7 ชนเผ่า
  • การแสดงชุดชนเผ่าไทยใหญ่
  • นิทรรศการภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตชนเผ่าไทยใหญ่
  • การแข่งขันกีฬาพื้นเมือง
  • การแสดงดนตรีพื้นบ้านไทยใหญ่
  • การแสดงรำนก-รำโต
  • การแสดงจากนักร้องชนเผ่าไทยใหญ่

กิจกรรมทั้งหมดจัดขึ้น ณ ลานสนามกลางบ้านเทอดไทย หมู่ 1 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการจัดงานครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วง

เป้าหมายสำคัญ: อนุรักษ์วัฒนธรรมและสร้างรายได้ชุมชน

นางอทิตาธรกล่าวในพิธีเปิดว่า งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีไทยใหญ่ ให้คงอยู่คู่ชุมชนไทยใหญ่ และยังช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนจากการท่องเที่ยวและการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

งานอนุรักษ์วัฒนธรรมปีใหม่ไตยไม่เพียงเป็นโอกาสสำหรับชาวไทยใหญ่ในการเฉลิมฉลองปีใหม่ แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการรวมตัวของคนในชุมชนเพื่อแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในมรดกวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI ENTERTAINMENT VIDEO

เชียงรายชวนสัมผัสความงดงาม “เทศกาลสีสันกาสะลอง 2024”

เทศกาลสีสันกาสะลอง 2024 งานที่รวมความงดงามของศิลปวัฒนธรรมและความสร้างสรรค์ของชาวเชียงรายไว้ในที่เดียว!”

“จุดเด่นในปีนี้ คือ ต้นคริสต์มาสหมอกพันวา งานคราฟต์สุดพิเศษที่รังสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยดอกไม้เมืองหนาวกว่า 9 สายพันธุ์ เช่น ดอกรองเท้านารีดอยตุง ดอกกุหลาบพันปี และดอกนางพญาเสือโคร่ง ผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัว

สัมผัสการแสดงพิเศษ ‘The Legendary of Flower’ โชว์ดนตรีสดสไตล์ Lanna Music & Orchestra ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ

“อย่าพลาดกับ กาสะลองไนท์มาร์เก็ต ตลาดกลางคืนที่รวบรวมอาหารพื้นเมืองล้านนา เมนูพิเศษจากดอกไม้นานาชนิด และอาหารหาทานยากจากพี่น้องชาติพันธุ์ 6 ชนเผ่า

“นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม 5 Senses Experience ที่มอบประสบการณ์ครบทุกประสาทสัมผัส ทั้งสัมผัสดอกไม้เมืองหนาว ร่วม Workshop จัดดอกไม้ และเพลิดเพลินกับเสียงดนตรีพื้นบ้าน”

“เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและฟื้นฟูเศรษฐกิจเชียงรายในช่วงฤดูหนาว พร้อมยกระดับจังหวัดเชียงรายสู่การเป็น ‘ดินแดนแห่งศิลปะและดอกไม้’ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก”

“มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในเทศกาล ‘สีสันกาสะลอง 2024’ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2568 ที่ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เข้าร่วมงานฟรี!” “แล้วเจอกันในงานเทศกาลสีสันกาสะลอง 2024 มาแอ่วเหนือ ชมดอกไม้ สัมผัสศิลปะ และสร้างความทรงจำดี ๆ ไปด้วยกัน!

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

เทศกาลสีสันกาสะลอง 2024 สุดยิ่งใหญ่ ที่เซ็นทรัลเชียงราย

เปิดงานเทศกาลสีสันกาสะลอง 2024 ที่เชียงราย ต้นคริสต์มาสหมอกพันวาแห่งเดียวในไทย

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ที่ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย จังหวัดเชียงราย ได้เปิดตัวเทศกาลสีสันกาสะลอง 2024 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ “Chiang Rai The Sense of Art” ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยมีจุดเด่นที่ ต้นคริสต์มาสหมอกพันวา” ขนาดความสูง 15 เมตร สัญลักษณ์แห่งเทศกาลปีใหม่ที่รังสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสมผสานเสน่ห์วัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว ซึ่งเทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงฤดูหนาวของจังหวัดเชียงราย โดยเน้นการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมล้านนาและการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่

ไฮไลต์สำคัญในเทศกาล

  1. ต้นคริสต์มาสหมอกพันวา
    ต้นคริสต์มาสนี้เป็นงานคราฟต์มาสเตอร์พีซที่ออกแบบร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง โดยนำดอกไม้เมืองหนาวจากดอยตุงและพื้นที่ใกล้เคียงจำนวน 9 สายพันธุ์ เช่น ดอกรองเท้านารีดอยตุง ดอกกุหลาบพันปี ดอกนางพญาเสือโคร่ง ดอกกาแฟ และดอกวนิลา มาประดับตกแต่งต้นคริสต์มาสด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น ผ้าดิบย้อมสีธรรมชาติ และลูกสนที่ทำจากทางมะพร้าว สะท้อนถึงความงดงามของธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น
  2. การแสดง “The Legendary of Flower”
    โชว์พิเศษที่ผสมผสานดนตรี Lanna Music & Orchestra พร้อมบทเพลงที่แต่งขึ้นเฉพาะสำหรับเทศกาลนี้
  3. กิจกรรมพิเศษ 5 Senses Experience
    มอบประสบการณ์ครบทุกประสาทสัมผัส ทั้งการสัมผัสดอกไม้เมืองหนาว การชิมอาหารที่รังสรรค์จากดอกไม้ การฟังดนตรีพื้นบ้าน และการร่วมกิจกรรมสนุก ๆ เช่น Workshop จัดดอกไม้ และ Face Paint
  4. สีสันกาสะลองไนท์มาร์เก็ต
    ตลาดกลางคืนที่เต็มไปด้วยอาหารพื้นเมืองล้านนา เมนูดอกไม้จากพี่น้องชาติพันธุ์ และงานฝีมือจากชุมชน

ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ (โครงการพัฒนาดอยตุง), จังหวัดเชียงราย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย, การท่องเที่ยวและกีฬาเชียงราย, องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย, เทศบาลนครเชียงราย, กระทรวงวัฒนธรรม, วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย, ขัวศิลปะ และ สิงห์เลม่อนโซดา พร้อมพันธมิตรอีกมากมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของเชียงรายให้เป็น ดินแดนแห่งศิลปะและดอกไม้” ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

นอกจากนี้ จังหวัดเชียงรายยังได้รับการยกย่องจาก UNESCO ในปี 2566 ให้เป็น เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ” (Creative City of Design) ทำให้เทศกาลนี้เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สะท้อนพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัด

ตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก

เทศกาลสีสันกาสะลองไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น งานฝีมือดอกไม้เมืองหนาวที่ปลูกบนดอยตุงและดอยช้างมูบ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงของจังหวัดเชียงราย

นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีกิจกรรมเฉลิมฉลองอย่างหลากหลาย

ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและชุมชน

นอกจากการสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยว เทศกาลนี้ยังสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ผลิตงานฝีมือจากพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ การสนับสนุนจากนักท่องเที่ยวยังช่วยส่งเสริมให้ชาวเขาและกลุ่มชาติพันธุ์สามารถรักษาและพัฒนาวัฒนธรรมของตนได้อย่างยั่งยืน

งานคราฟต์มาสเตอร์พีซหนึ่งเดียวในไทยอย่าง “ต้นคริสต์มาสหมอกพันวา”

เป็นผลงาน “ต้นคริสต์มาสหมอกพันวา” ดเป็นการร่วมมือและได้รับการออกแบบโดย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ (โครงการพัฒนาดอยตุง) ภายใต้คอนเซปต์ ang Rai The Sense of Art” เชียงราย ดินแดนแห่งดอกไม้และศิลปะ โดยหยิบแรงบันดาลใจ มาจากอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดเชียงราย พร้อมคัดสรรดอกไม้เมืองหนาว 9 สายพันธุ์  ได้แก่ ดอกรองเท้านารีดอยตุง, ดอกรองเท้านารีพริ้นเชสสังวาลย์, ดอกกุหลาบพันปี, เสี้ยวดอกขาว หรือเสี้ยวป่า, ดอกกาแฟ, ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย, พวงแสด,ดอกวนิลา และดอกชาน้ำมัน มาเนรมิตตกแต่งในรูปแบบ Local Handicraft บนต้นคริสต์มาส ที่เต็มไปด้วยความหมาย

  • ดอกรองเท้านารีดอยตุง : ดอกไม้ท้องถิ่นใกล้สูญพันธุ์โดยสมสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี (สมเด็จย่า) ทรงมีพระราชดำริให้เพาะเลี้ยงและปลูกคืนปีเมื่อปี พ.ศ. 2537 โครปัจจุบัน ได้ขยายไปทั่วทั่งป่าดอยตุง
  • ดอกรองเท้านารีพริ้นเซสสังวาลย์ : ดอกไม้พันธุ์ผสมระหว่างดอกรองเท้านารีอ่างทอง เป็นพันพันธุ์ดอกไม้ที่สมเด็จย่าได้พระราชดำริให้นำมาผสมกัมกับดอกรองเท้านารีดอยตุง
  • ดอกกุหลาบพันปี: นางเอกประจำถิ่นบนดอยตุง ที่ออกดอกเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
  • เสี้ยวดอกขาวหรือเสี้ยวป่า: ดอกไม้ป่าที่ออกดอกเฉพาะบนพื้นที่ดอยสูงจากระดับน้ำทะเล 500-1,200 เมตร
  • ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย: ดอกไม้ที่ออกดอกเฉพาะบนพื้นที่ดอยสูงจากระดับน้ำทะเล 1,500-2,000 เมตร
  • ดอกกาแฟ: มีลักษณะเป็นพวงสีขาวและเป็นพืชเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้เกิดเศรษฐกิจที่ดี ชาวเขามีรายได้ และหันมาปลูกกาแฟมากขึ้น
  • พวงแสด: ดอกไม้ประจำจังหวัดเชียงราย ลักษณะเป็นเถาเลื้อยขนาดใหญ่ ออกดอกเป็นพวงสีส้มอมเหลือง
  • ดอกวนิลา: พืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงของดอยตุง สร้างงานและสร้างรายได้เป็นจำนวนมากให้กับชาวเขา
  • ดอกชาน้ำมัน: พืชที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำริให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงและมูลนิธิชัยพัฒนา ศึกษาวิจัยและนำมาปลูกเพื่อทำเป็นพืชเศรษฐกิจ ดำริให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงและมูลนิธิชัยพัฒนา ศึกษาวิจัยและนำมาปลูกเพื่อทำเป็นพืชเศรษฐกิจ

ข้อมูลการเข้าร่วมงาน

เทศกาลนี้จัดขึ้นที่ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย และเปิดให้เข้าชมฟรี สำหรับสมาชิก The1 ที่ช้อปสินค้าภายในศูนย์ครบ 10,000 บาทขึ้นไป จะได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์เซ็นทรัลพัฒนา

มาร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขในเทศกาลสีสันกาสะลอง 2024 แล้วสร้างความทรงจำพิเศษในหน้าหนาวนี้ไปด้วยกัน!

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News