Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เรือนจำกลางเชียงราย เปิดมุมกาแฟ “หับเผย BY กลางเชียงราย”

 

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ที่เรือนจำกลางเชียงราย ต.ดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงราย ได้จัดพื้นที่ส่วนหน้าของเรือนจำกลางเชียงราย ซึ่งเป็นบริเวณประตูทางเข้าเรือนจำกลางเชียงราย ให้เป็นร้านกาแฟแห่งใหม่ ชื่อว่า “หับเผยคาเฟ่ BY กลางเชียงราย” และ คาร์แคร์ล้างรถ ที่ชื่อ “หับเผย คาร์แคร์ BY กลางเชียงราย” โดยสถานที่ทั้ง 2 อยู่ติดกัน มีร่มเงาจากต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เย็นสบาย

 

โดย นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงราย กล่าวถึงที่มาของชื่อร้านกาแฟ “หับเผย” ว่า คำว่า “หับเผย” เป็นภาษาโบราณ ที่อดีตเจ้าหน้าที่จะเข้าออกเรือนจำ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “คุก” มาตอนเช้าก็จะมาเปิดประตูเราจะเรียกว่า “เผย” และเมื่อถึงเวลาเลิกงานก็จะปิดประตูเรือนจำ ซึ่งจะเรียกว่า “หับ” จึงเป็นที่มาของคำว่า “หับเผย” นั้นเอง
สำหรับที่มาของการเปิดร้านบริการทั้ง 2 แห่ง คือร้านกาแฟ “หับเผย” และ คาร์แคร์ “หับเผย” เพื่อเป็นการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังก่อนปล่อย โดยการจำแนกผู้ต้องที่มาฝึกวิชาชีพในสถานที่แห่งนี้ จะเป็นผู้ต้องขังชั้นกลางขึ้นไป คือเหลือโทษสูงไม่เกิน 3-5 ปี โดยทางเรือนจำจะคัดผู้ต้องขังหญิงมาทำการฝึกประสบการณ์การทำกาแฟ การบริการ
 
 
ทั้งนี้ เรือนจำฯ ก็ทำการฝึกฝีมืออยู่เป็นประจำในเรือนจำ แต่เราได้เปิดโอกาสให้ได้ปฏิบัติจริง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับสนับสนุนวิทยากรจากสถาบันการศึกษา มาทำการฝึกอาชีพให้กับผู้ต้องขังอยู่เป็นประจำ ทำให้กาแฟที่ “หับเผยคาเฟ่ BY กลางเชียงราย” มีราคาไม่สูงมากนัก เพราะถือว่าเป็นการฝึกวิชาชีพ ส่วนกาแฟที่นำมาบริการ มาจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน เป็นวิสาหกิจชุมชนอำเภอแม่สรวย คือ “ดอยช้าง”
 
 
นอกจากนี้ยังมี “หับเผย คาร์แคร์ BY กลางเชียงราย” ที่คอยให้บริการทุกๆ คน ในราคาที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งผู้ที่มาฝึกวิชาชีพจะเป็นผู้ต้องขังชาย โดยเปิดบริการตั้งแต่ 08.30-16.30 น. จึงอยากขอให้ทุกๆ ท่าน ที่ผ่านไปมาบริเวณเรือนจำกลางเชียงราย ได้แวะเข้ามาใช้บริการล้างรถ ชิมกาแฟ ขนมที่หลากหลาย เพื่อเป็นการให้กำลังใจผู้ต้องขังทุก ๆ คน ที่พวกเขาต้องการโอกาสจากทางสังคมเมื่อพ้นโทษออกไป”
 
 
ในการนี้ ทางเรือนจำกลางเชียงราย ยังได้จัดตั้งวงดนตรีขึ้นมา ที่มีชื่อวง “หับเผย แบนด์” ซึ่งจัดแสดงดนตรีสดให้กับนักท่องเที่ยวได้รับฟังเพลงเพราะๆ ในช่วงงานสำคัญต่าง ๆ รวมทั้ง การนำผลิตภัณฑ์งานทำมือ การปักผ้า การทำกระเป๋า จากฝีมือผู้ต้องขังชาย และหญิง ออกมาจำหน่ายด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

คณะทูต เยือนศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ โคก หนอง นา ชุมชนดอยอินทรีย์

 
เมื่อวันที่ 19ก.พ. 67 ที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบคนทุกช่วงวัย โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน พุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ต.ดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย นำหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ คณะทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยพร้อมคู่สมรสที่ลงพื้นที่ศึกษาดูงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเรียนรู้เกี่ยวกับศักยภาพและความสำเร็จของประเทศไทยด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประจำปี 2567
 
 
ศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบคนทุกช่วงวัย โคก หนองนา พัฒนาชุมชน พุทธอุทยานดอยอินทรีย์ บ้านห้วยกีด ตำบลดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย(พื้นที่ดอยอินทรีย์ขนาด 8,025 ไร่) เป็นพื้นที่ป่าไม้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งแต่เดิมประชาชนในพื้นที่ได้รุกล้ำพื้นที่ป่าไม้โดยการแผ้วถางเผาป่า ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำเข้าไปทำเกษตรเชิงเดียว ได้แก่ การปลูกข้าวโพด การปลูกสับปะรด การปลูกถั่วเหลือง อีกทั้งยังมีการใช้สารเคมีแหล่งพื้นที่สร้างอาหารถูกทำลาย สัตว์ป่าเสียชีวิต
 
 
พระอาจารย์วิบูลย์ ธัมเมเตโช ที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดพุทธดอยอินทรีย์ จึงได้หาวิธีการแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ประชาชนจิตศรัทธา เพื่อรักษาแหล่งต้นน้ำทำนุบำรุงรักษาผืนป่า จึงขอรับการสนับสนุนจากสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินองค์การมหาชน ในการจัดสรรที่ดินให้ครอบครัวที่ไม่มีที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยครอบครัวละ 1 ไร่ แล้วเปลี่ยนแนวคิดของคนในชุมชน ให้เกิดการรักษาทรัพยากรที่ก่อเกิดแหล่งอาหารก่อเกิดสิ่งมีชีวิตโดยน้อมนำแนวทางศาสตร์พระราชา เกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สู่แนวคิด“เขียนตำราลงดิน”มาเป็นแนวทางปฏิบัติให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
 
 
ผลการดำเนินงานในหลักทฤษฎีขั้นพื้นฐานโดยรูปแบบการพัฒนาพื้นที่แต่ละครัวเรือนได้นำรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ตามพระราชดำริ เกษตรทฤษฎีใหม่ โดยจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 30-30-30-10 ให้มีการกักเก็บน้ำปลูกผักสวนครัวปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง สร้างความสมดุลย์ของระบบนิเวศหลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2563 มีการขยายผลสู่การดำเนินงานตามหลักทฤษฎีขั้นกลางโดยการพัฒนาพื้นที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นาพัฒนาชุมชนจำนวน 15 ไร่ ได้รับงบประมาณจากงบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านกระทรวงมหาดไทยมาต่อ ยอดการพัฒนาขั้นพื้นฐานโดยมีการพัฒนาบุคลากรประสานภาคีการพัฒนามาร่วมบูรณาการพัฒนาพื้นที่พัฒนาฐานการเรียนรู้ต่างๆให้มีความพร้อมสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย ซึ่งใช้ระยะเวลาดำเนินการเพียง 6 เดือน พื้นที่แห่งนี้สามารถกักเก็บน้ำฝนได้ 9,078 ลูกบาศก์เมตร ปลูกป่าปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 5,000 ต้น มีพืชผักสวนครัวพืชสมุนไพร และมีรายได้จากการศึกษาเรียนรู้ดูงาน และฝึกปฏิบัติ มีรายได้กว่า 3,600 บาทถึง 25,000 บาทต่อเดือน
 
 
ซึ่งส่งผลสำเร็จที่สำคัญต่อสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูดิน น้ำ ป่า และพื้นที่แห่งนี้กำลังจะได้รับการขยายผลไปในระดับจังหวัด คือ เป็นพื้นที่ขยายผลเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ตามนโยบายรัฐบาลซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมใน 3 มิติ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียวภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ซึ่งถือเป็นการพัฒนาตามหลักที่ใหม่ ขั้นก้าวหน้า จึงมั่นใจว่าการดำเนินงานในระยะต่อไปจะสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ไม่น้อยกว่า 3 เท่า ภายใน 3 ปีซึ่งเพิ่มพื้นที่สีเขียวจากโครงการอื่นๆ เช่น ปลูกป่าในใจคน ป่านี้มีผลผู้คนรักกัน ดินโลกคนอยู่ร่วมกับป่า สร้างแหล่งน้ำได้อย่างยั่งยืนทั้งน้ำกิน น้ำใช้ และน้ำเพื่อการเกษตร
 
 
อีกทั้งยังสามารถสร้างความสามัคคีปรองดองให้แก่คนและชุมชนผ่านกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและช่วยให้ชุมชนตระหนักและเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันสาธารณภัยผ่านกิจกรรมจิตอาสาภัยพิบัติผ่านการรวมกลุ่มชาวบ้านและภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคีโดยมีภาครัฐสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานอีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เรือนจำกลางเชียงราย เปิดมุมกาแฟ “หับเผย BY กลางเชียงราย”

 

เมื่อ 9 มกราคม 2567 ที่ห้องมรกต โรงแรมวังคำ อำเภอเมืองเชียงราย ว่าที่ร้อยโท ณัฐรัชต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ พร้อมด้วยนายเสริมชัย กิตติรัตน์ไพบูลย์ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา นางปราณีอินทชัย นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ นางวราพร ใจกล้า นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ และนางผ่องศรี จิริศานต์ ประธานจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล “ก้าวหนึ่งเพื่อน้อง” ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล ภายใต้ชื่อว่า “ก้าวหนึ่งเพื่อน้อง” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ 

 

โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ ภายในโงเรียนดำรงราษฎร์สงเคาระห์ เพื่อหารายได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศในห้องเรียน พัฒนาห้องเรียนทุกห้องของโรงเรียนให้มีคุณภาพมาตรฐาน เอื้อต่อการเรียนรู้และมีบรรยากาศที่เหมาะสมในการจัดการเรียนรู้ ทำให้ครูและนักเรียนจัดกิจกรรมเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้มากยิ่งขึ้น

 

สำหรับการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล “ก้าวหนึ่งเพื่อน้อง” ภายในงานจะได้พบกับศิลปิน “เจี๊ยบ” นนทิยา จิวบางป่า และ “เท่ห์” อุเทน พรหมมินท์ ศิลปินชาวเหนือ ที่จะมาขับกล่อมบรรเลงเพลงเพราะๆ ทั้งอดีตและปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการแสดงของศิษย์ปัจจุบัน และศิษย์เก่า Back Up ศิลปินโดย MFU Band. โดยจัดจำหน่ายบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้ในราคา 1,000 บาท 2,000 บาท และ 5,000 บาท และจะได้รับความสุขความเพลิดเพลินจากคอนเสิร์ตการกุศลครั้งยิ่งใหญ่แล้ว ผู้ซื้อบัตรทุกท่านยังจะได้มีโอกาสร่วมส่งต่อความสุขให้แก่นักเรียน ของโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคาระห์ อีกด้วย
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News