Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชื่อมใจเหนือ–ใต้! อส. เชียงรายสมทบ ฟื้นฟูหาดใหญ่ หลัง อุทกภัยสงขลา คลี่คลาย

เชียงราย–หาดใหญ่ เชื่อมใจเหนือ–ใต้ผู้ว่าฯ เชียงรายปล่อยแถว “อส. 36 นาย” ลุยอุทกภัยสงขลา ควบคู่คำสั่ง มท. ระดม 2,000 อส. ฟื้นเมืองหาดใหญ่ ซ่อมประปา จัด Big Cleaning Day หลังน้ำลด

เชียงราย, 27 พฤศจิกายน 2568 – ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเหนือที่เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว จังหวัดเชียงรายได้กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของ “ภารกิจช่วยน้ำท่วมภาคใต้” เมื่อกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จังหวัดเชียงราย จำนวน 36 นาย เคลื่อนขบวนออกจากเมืองดอยสู่ปลายแหลมภาคใต้ เพื่อสมทบกำลังบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยได้เดินหน้าปฏิบัติการฟื้นฟูเชิงรุกในอำเภอหาดใหญ่ ทั้งด้านการดำรงชีพของประชาชน การซ่อมระบบประปา และเตรียมปฏิบัติการ “Big Cleaning Day” โดยระดม อส. จากทั่วประเทศกว่า 2,000 นายลงพื้นที่

ภาพของรถขบวน อส. จากจังหวัดเหนือสุดของประเทศ มุ่งหน้าไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา จึงไม่ใช่เพียงภาพของกำลังพลในเครื่องแบบ แต่เป็นสัญลักษณ์ของ “พลังไทยช่วยใต้” ที่เชื่อมโยงความห่วงใยข้ามภูมิภาค ในขณะที่รัฐบาลกลาง ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การฟื้นฟูเมืองใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ

พิธีปล่อยแถวที่เชียงราย จากลานกองร้อย สู่ภารกิจระยะไกล

เช้าวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 บริเวณกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงราย เต็มไปด้วยบรรยากาศทั้งจริงจังและอบอุ่น เมื่อ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เดินทางมาเป็นประธานในพิธีปล่อยแถวกำลังพลอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) เพื่อออกปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้

ในพิธีมี นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมให้กำลังใจแก่ อส. ทั้ง 36 นาย ซึ่งผ่านการเตรียมความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เครื่องมือปฏิบัติงาน และเสบียงสำหรับการเดินทางไกลอย่างรอบคอบ

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวกับกำลังพลในโอกาสนี้ว่า การส่งกำลัง อส. ลงพื้นที่ไม่ใช่เพียงการตอบสนองต่อคำสั่งราชการ แต่คือ “การส่งหัวใจของคนเชียงราย” ไปยืนอยู่เคียงข้างพี่น้องชาวภาคใต้ที่กำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบากจากน้ำท่วมรุนแรง พร้อมย้ำว่าภารกิจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนของภาครัฐในการบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย

บรรยากาศในพิธีเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของกำลังพล และแรงใจจากครอบครัวหน่วยงานที่มาร่วมส่ง ก่อนที่ขบวนรถ อส. เชียงราย จะเคลื่อนตัวออกจากจังหวัด มุ่งหน้าไปยัง “กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ส่วนหน้า)” ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา เพื่อสมทบกับหน่วยงานส่วนกลางในปฏิบัติการฟื้นฟูหาดใหญ่

ศูนย์บัญชาการที่หาดใหญ่ มหาดไทยใช้ข้อมูล ภาคี กำลังคน ขับเคลื่อนฟื้นฟู

เวลา 19.00 น. ของวันเดียวกันที่จังหวัดสงขลา บรรยากาศ ณ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ส่วนหน้า) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ในอำเภอหาดใหญ่ เต็มไปด้วยการประชุมหารืออย่างเข้มข้น

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง นำ “ข้อเน้นย้ำ” ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาประชุมร่วมกับ

  • นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
  • นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
  • นายอำเภอในพื้นที่จังหวัดสงขลา
  • ผู้แทนส่วนราชการต่าง ๆ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

สารหลักจากรัฐบาลกลางชัดเจนว่า “จะต้องเร่งดูแลทั้งด้านการดำรงชีพของประชาชน และการฟื้นฟูพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายให้เร็วที่สุด” โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยและภาคีที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันในทุกระดับ

 

ดูแลปากท้องก่อน โรงครัวเคลื่อนที่ ที่พักชั่วคราวในโรงแรม

จากรายงานของ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สะท้อนให้เห็นว่า แม้ระดับน้ำในบางพื้นที่ของอำเภอหาดใหญ่จะเริ่มลดลง แต่ยังมีหลายชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการดูแลด้านการดำรงชีพในเชิงรุก

มาตรการสำคัญด้านการครองชีพ ได้แก่

  1. ปรับแผนโรงครัวเคลื่อนที่
    ปภ. ได้รับมอบหมายให้ “ย้ายจุดศูนย์กลาง” ของการจัดตั้งโรงครัวประกอบอาหารจากพื้นที่ส่วนกลาง ไปประจำในชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้อาหารปรุงสุกเข้าถึงประชาชนผู้ประสบภัยได้สะดวกและครอบคลุมมากขึ้น ลดระยะทางการขนส่ง เพิ่มความรวดเร็วในการแจกจ่าย
  2. ใช้โรงแรมเป็นที่พักชั่วคราว
    กรมการปกครอง ได้รับภารกิจในการประสานงานกับผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่ ที่ยังมีระบบประปาใช้งานได้ตามปกติ เพื่อรองรับผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม โดยจัดให้เข้าพักในโรงแรม “เป็นการชั่วคราว” ในช่วงวิกฤต เพื่อให้ประชาชนมีที่พักอาศัยที่ปลอดภัย สะอาด และเข้าถึงบริการพื้นฐานได้

การใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม มาเป็นส่วนหนึ่งของระบบรองรับภาวะวิกฤต สะท้อนแนวคิดการบริหารจัดการสาธารณภัยแบบใหม่ ที่เน้นใช้ศักยภาพทุกภาคส่วนในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ฟื้นฟูประปาหาดใหญ่น้ำสะอาดคือหัวใจของการกลับสู่ภาวะปกติ

หนึ่งในภารกิจฟื้นฟูเชิงโครงสร้างที่ได้รับการเน้นย้ำอย่างมากจากปลัดกระทรวงมหาดไทย คือ การเร่งซ่อมแซมระบบประปาในอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก การขาดแคลนน้ำสะอาดไม่เพียงกระทบต่อการอุปโภค บริโภคเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขอนามัยของประชาชนและการฟื้นฟูเมืองโดยรวม

ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ การประปาส่วนภูมิภาค สาขาหาดใหญ่

  • เร่งซ่อมระบบจำหน่ายน้ำประปาให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด
  • ทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานตำรวจในพื้นที่ เพื่อเคลื่อนย้ายรถและสิ่งกีดขวางบนเส้นทาง จัดการเปิดทางให้รถปฏิบัติการขนาดใหญ่ของการประปาฯ สามารถเข้าถึงจุดซ่อมแซมได้รวดเร็ว

การจัดการระบบประปาถือเป็น “ด่านแรกของการฟื้นตัว” เพราะแม้น้ำท่วมจะลดลงแล้ว แต่หากประชาชนยังขาดแคลนน้ำสะอาดและระบบสาธารณูปโภคยังไม่กลับมา ความรู้สึกปลอดภัยและความเชื่อมั่นก็ยากจะฟื้นคืนได้เต็มที่

Big Cleaning Day เมื่อเมืองทั้งเมืองกลายเป็นพื้นที่ร่วมแรงฟื้นฟู

ในพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลง ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ “เร่งยกเครื่องฟื้นฟูพื้นที่อยู่อาศัย ชุมชน และพื้นที่สาธารณะทันที” เพื่อไม่ให้ร่องรอยความเสียหายจากน้ำท่วมกลายเป็นบาดแผลยืดเยื้อของเมือง

เทศบาลนครหาดใหญ่ จึงได้กำหนดจัดกิจกรรม “Big Cleaning Day” ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เพื่อระดมทุกภาคส่วนมาร่วมกันทำความสะอาดเมืองหลังน้ำลด ทั้งการเก็บขยะตะกอนโคลน ล้างทำความสะอาดถนน ทางเท้า สาธารณสถานต่าง ๆ

ในปฏิบัติการครั้งนี้ ปภ. จะนำ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ขณะที่ กรมการปกครอง จะระดมกำลัง อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จากทั่วประเทศกว่า 2,000 นาย มาร่วมภารกิจฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงกำลัง อส. จากจังหวัดเชียงรายที่เพิ่งออกเดินทางจากกองร้อยในภาคเหนือไม่นานก่อนหน้า

ในอีกมิติหนึ่ง กรมโยธาธิการและผังเมือง จะจัดทีมสำรวจความเสียหายของอาคารทั้งในส่วนบ้านเรือนประชาชนและอาคารราชการ เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงวิศวกรรมในการออกแบบมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูในระยะกลาง ยาวต่อไป

การบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงานสะท้อนให้เห็นว่า การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้เมือง “น่าอยู่เหมือนเดิม” แต่ต้องทำให้โครงสร้างพื้นฐานกลับมาปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นว่า เมืองสามารถรับมือเหตุการณ์ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

บทบาท “อส.” ในสมรภูมิน้ำท่วม: จากด่านหน้าความมั่นคง สู่ด่านหน้าฟื้นฟูชุมชน

อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ถูกมองมายาวนานในฐานะกำลังพลด่านหน้าด้านความมั่นคงภายใน แต่ในสถานการณ์วิกฤตสาธารณภัย เช่น อุทกภัยครั้งนี้ บทบาทของ อส. กำลังถูกขยายให้เป็น “ด่านหน้าฟื้นฟูชุมชน” อย่างชัดเจน

การที่กรมการปกครองระดม อส. กว่า 2,000 นาย จากทั่วประเทศ เข้าสนับสนุนภารกิจ Big Cleaning Day และการฟื้นฟูพื้นที่ต่าง ๆ ในหาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของกำลังพลกลุ่มนี้ ที่สามารถทำงานได้ทั้งในเชิงระเบียบวินัยเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่รัฐ และในเชิงใกล้ชิดชุมชนเช่นเดียวกับอาสาสมัครท้องถิ่น

กรณีของจังหวัดเชียงรายซึ่งส่ง อส. จำนวน 36 นาย ลงพื้นที่ภาคใต้ จึงสะท้อนทั้ง “พลังของระบบ” และ “พลังของคน” ในเวลาเดียวกัน   ระบบในแง่ของการจัดสรรกำลังจากจังหวัดหนึ่งไปช่วยอีกจังหวัดหนึ่งอย่างเป็นทางการ และคนในแง่ของจิตอาสาและความพร้อมในการช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ โดยไม่จำกัดว่าพื้นที่นั้นจะอยู่ห่างจากบ้านตนเองกี่ร้อยกิโลเมตร

ฟื้นหาดใหญ่ หนุนทั้งภาคใต้ เป้าหมายคือฟื้นความเชื่อมั่นและคุณภาพชีวิต

ท่ามกลางการประชุมวางแผนและปฏิบัติการที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายของกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ชัดเจน คือ

  • ให้ประชาชนทุกกลุ่มในพื้นที่ประสบภัย “ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง”
  • ให้การฟื้นฟูเมือง “ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง”
  • ให้การทำงานของรัฐ “สร้างความเชื่อมั่นใหม่” ว่าประชาชนไม่ได้ถูกทิ้งไว้ลำพังในยามวิกฤต

การจัดตั้งโรงครัวเคลื่อนที่ประจำชุมชน การใช้โรงแรมที่ยังมีระบบประปาเป็นที่พักชั่วคราว การซ่อมแซมระบบประปาหาดใหญ่แบบเร่งด่วน การจัด Big Cleaning Day ขนาดใหญ่ และการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของอาคารอย่างเป็นระบบ ล้วนเป็นชิ้นส่วนของภาพใหญ่ที่มุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ “ทำให้เมืองและผู้คนกลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง”

เมื่อผสานเข้ากับภาพของขบวน อส. จากเชียงรายและจังหวัดอื่น ๆ ที่เดินทางลงมาสมทบกำลังในสงขลา ภาพของ “ความสามัคคีระดับชาติ” ยิ่งชัดเจนขึ้น   ไม่ใช่เพียงในเชิงคำขวัญ แต่ในรูปของการลงมือปฏิบัติจริงบนพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม

น้ำอาจท่วมเมือง แต่ความร่วมมือไม่เคยลดระดับ

สถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ในครั้งนี้ แม้สร้างความเสียหายต่อพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ทำให้เห็นศักยภาพของระบบบริหารจัดการภาครัฐและพลังของประชาชนในรูปแบบที่จับต้องได้

จากลานกองร้อย อส. จังหวัดเชียงราย ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดยืนส่งกำลังพล 36 นาย พร้อมคำย้ำถึงหน้าที่ต่อเพื่อนร่วมชาติ ไปจนถึงห้องประชุมที่ศูนย์ ปภ. เขต 12 สงขลา ที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับอธิบดีนั่งประชุมวางแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ จากโรงครัวเคลื่อนที่ในชุมชน ไปจนถึง Big Cleaning Day ที่คนทั้งเมืองร่วมกันลุกขึ้นทำความสะอาดบ้านของตนเอง

ภาพเหล่านี้คือชิ้นส่วนของเรื่องเดียวกัน   เรื่องของ “ประเทศหนึ่งที่ยังเชื่อในพลังของการช่วยเหลือกัน”

เมื่อภารกิจฟื้นฟูคืบหน้าไปทีละขั้น ทั้งการดูแลด้านการดำรงชีพ การซ่อมระบบประปา การฟื้นฟูอาคารและพื้นที่สาธารณะ และการเยียวยาทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป เมืองหาดใหญ่และจังหวัดสงขลาย่อมมีโอกาสกลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง

และเมื่อถึงวันนั้น ขบวน อส. จากจังหวัดเชียงรายและอีกหลายจังหวัดจะไม่ได้ถูกจดจำเพียงในฐานะ “กำลังเสริม” แต่จะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ความร่วมมือระหว่างเหนือ ใต้ ที่ยืนยันว่า ในยามวิกฤต “น้ำอาจท่วมเมือง แต่ความร่วมมือและกำลังใจของคนไทยไม่เคยลดระดับลงไปด้วย”

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • กระทรวงมหาดไทย
  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
  • กรมการปกครอง
  • การประปาส่วนภูมิภาค สาขาหาดใหญ่
  • กรมโยธาธิการและผังเมือง
  • เทศบาลนครหาดใหญ่
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME