Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

‘อทิตาธร’ ชี้แจงภาพกับ ‘อนุทิน’ ยันไปแจกการ์ดเชิญแต่งงานให้ลูกสาว

อทิตาธร วันไชยธนวงค์ ปฏิบัติธรรม 10 วัน หลังเลือกตั้ง อบจ. เชียงราย พร้อมชี้แจงภาพร่วมเฟรมกับอนุทิน

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 18.00 น. ณ วัดห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์ได้ทำการติดตามกิจวัตรประจำวันส่วนตัวของ ว่าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงค์ ซึ่งทราบมาว่าจะเข้ามาสวดสวดมนต์และทำสมาธิที่วัดห้วยปลากั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจในอนาคต 

อย่างไรก็ตาม ทางทีมข่าวจึงขอสัมภาษณ์หลังมีประเด็นที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนี้คือ ภาพถ่ายที่ปรากฏตัวร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียของนายอนุทิน พร้อมข้อความว่า
ให้การต้อนรับและแสดงความยินดีเบื้องต้นกับทีมงานผู้ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ. เชียงราย ที่แวะมาสวัสดีปีใหม่และตรุษจีนที่กระทรวงมหาดไทย”

ภาพดังกล่าวนำไปสู่การตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับจุดยืนทางการเมืองของ นางอทิตาธร วันไชยธนวงค์ หลังเสร็จศึกเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางหารได้รับการเลือกตั้ง 261,301 คะแนน ในการชิงแบบพรรคอิสระ ทให้เกิดคำถามจากประชาชนในชาวเชียงราย

อทิตาธร เปิดใจถึงภาพถ่ายกับอนุทิน และเหตุผลของการเดินทางไปกระทรวงมหาดไทย

ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์ได้สัมภาษณ์อทิตาธรถึงประเด็นดังกล่าว โดยเธอชี้แจงว่า การเดินทางไปกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพาลูกสาว (น้องป่าน)ไปแจกการ์ดงานแต่งงาน ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 8 มีนาคม 2568

ที่จริงตามมารยาทต้องเชิญผู้ใหญ่อย่างน้อยสองเดือนล่วงหน้า แต่เพราะติดช่วงเลือกตั้ง ทำให้ไม่มีเวลาทำหน้าที่แม่เลย หลังเลือกตั้งเสร็จ จึงรีบไปเชิญผู้ใหญ่ที่กระทรวง”

นอกจากนี้ อทิตาธรยังเปิดเผยว่า ได้ใช้โอกาสดังกล่าวหารือกับนายอนุทินเกี่ยวกับปัญหาสำคัญของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะเรื่องเงินเยียวยาน้ำท่วมและถนนการเกษตร ซึ่งได้รับคำมั่นจากรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการช่วยเหลือ

หารือปัญหาเยียวยาน้ำท่วมและโครงสร้างพื้นฐาน

ในโอกาสเดียวกัน อทิตาธรได้ใช้โอกาสนี้ นำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเชียงราย โดยเฉพาะเรื่องเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ยังมีประชาชนจำนวนมาก ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ 10,000 บาท จากทางรัฐบาล

“พี่ได้แจ้งกับท่านรัฐมนตรีถึงปัญหาที่ค้างคาอยู่ เช่น ถนนบ้านฟาร์มเมืองงิมที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม และสะพานที่พังในอำเภอเวียงแก่นและอำเภอเทิงซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าเกษตร”

อทิตาธรเปิดเผยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านเมตตาจะเดินทางมา ตรวจ ราชการ รับฟังข้อมูลที่เชียงราย ใน อาทิตย์หน้า และจะหาแนวทางช่วยเหลือ ชาวเชียงราย และจะหาแนวทางแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แผนงานหลังเลือกตั้ง เตรียมพบกระทรวงอื่นๆ

อทิตาธรระบุว่า หลังจากเข้าพบกระทรวงมหาดไทยแล้ว ก็มีวางแผนที่จะ เดินทางไปพบกระทรวงอื่นๆ เพื่อผลักดันโครงการที่เกี่ยวข้องกับเชียงราย เช่น

  • กระทรวงเกษตรฯ: หารือเรื่องการแก้ปัญหาวัชพืชและการเผาไหม้
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ: พูดคุยเรื่องไฟป่าและ PM 2.5
  • กรมโยธาธิการฯ: วางแผนแก้ไขโครงสร้างพื้นฐานและระบบน้ำ

“พี่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเชียงราย ก็จะเดินหน้าทำงานต่อทันที”

เหตุผลที่เลือกไปกระทรวงมหาดไทยหลังวันเลือกตั้ง

เมื่อถูกถามว่าทำไมจึงเลือกเดินทางไปกระทรวงมหาดไทยในวันถัดจากการเลือกตั้ง อทิตาธรตอบว่า เป็นเรื่องของเวลาที่จำกัด เพราะต้องเตรียมงานแต่งของลูกสาว และลูกสาวเองก็สอบถามตลอดว่าจะเชิญผู้ใหญ่ตอนไหน

ลูกสาวยังพูดติดตลกเลยว่า รอหลังเลือกตั้งแล้วผลออกก่อนก็ดีเหมือนกัน เผื่อว่าแพ้เลือกตั้งจะได้ไม่ต้องพิมพ์การ์ดเยอะ”

ยืนยันจุดยืน “อิสระ” ไม่สังกัดพรรคการเมือง

สำหรับคำถามที่ว่าการปรากฏตัวร่วมกับนายอนุทินจะสะท้อนถึงการสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ อทิตาธรได้ย้ำชัดว่า

ยังเป็นอิสระ ไม่สังกัดพรรคใด นอกจากฟังเสียงของประชาชน และมีอิสระทางความคิด”

ทางด้านอทิตาธรยังอธิบายเพิ่มเติมว่า การเป็นอิสระทำให้สามารถเข้าถึงและทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้ง่ายขึ้น เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเชียงราย

รัฐบาลเป็นรัฐบาลผสม มีรัฐมนตรีจากหลายพรรค ถ้าจำกัดตัวเองอยู่กับพรรคใดพรรคหนึ่ง จะทำให้การประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนยากขึ้น”

อทิตาธรได้ฝากข้อความถึงประชาชนเชียงรายว่า

“พี่นกอยากให้ทุกคนมั่นใจว่า เราจะทำงานเพื่อพัฒนาเชียงรายต่อไป และไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งหรือความแตกแยกทางการเมือง เราทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตของจังหวัด” ย้ำอีกครั้งว่า การเลือกตั้งจบแล้ว และสิ่งสำคัญในตอนนี้คือ การพัฒนาจังหวัดเชียงรายให้ก้าวไปข้างหน้า

สร้างความเข้าใจกับประชาชนเชียงราย

อทิตาธรฝากข้อความถึงประชาชนเชียงรายว่า ความตั้งใจในการพัฒนาจังหวัดยังเหมือนเดิม และขอให้ทุกคนมั่นใจว่าจะทำงานเพื่อผลประโยชน์ของเชียงรายอย่างเต็มที่

พี่นกไปทุกกระทรวงและพูดคุยกับทุกพรรค ที่สามารถช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้เชียงรายได้ ขอให้ทุกคนมั่นใจในตัวพี่ค่ะ”

สรุปข่าว

  • อทิตาธร วันไชยธนวงค์ เริ่มปฏิบัติธรรม 10 วัน หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง อบจ.เชียงราย
  • ชี้แจงว่า ภาพถ่ายกับอนุทิน เป็นเพียงการเข้าพบเพื่อเชิญร่วมงานแต่งของลูกสาว และหารือปัญหาน้ำท่วม
  • ยืนยันว่า ยังคงเป็นนักการเมืองอิสระ ไม่สังกัดพรรคใด
  • เตรียมเข้าพบ กระทรวงอื่นๆ เพื่อผลักดันโครงการพัฒนาเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง อบจ.เชียงราย อทิตาธร – สลักจฤฎดิ์ เดินหน้าขอคะแนน

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง อบจ. เชียงราย “ทักษิณ” อู้กำเมืองปลุกใจ ปราศรัยคึกคักก่อนเลือกตั้ง ส่วนอีกฝาก “อทิตาธร” ลงพื้นที่หาเสียงเข้มข้น 

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568 บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย โดยมีไฮไลต์สำคัญที่สนาม สิงห์ เชียงราย สเตเดียม ซึ่ง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาช่วยหาเสียงให้กับ นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย พรรคเพื่อไทย โดยมีประชาชนมารอต้อนรับอย่างคึกคัก

อย่างไรก็ตาม กำหนดการปราศรัยของ นายทักษิณ มีการเลื่อนออกไปจากเดิมที่กำหนดไว้ 09.30 น. เป็น 12.00 น. เมื่อขึ้นเวที นายทักษิณ ได้เริ่มต้นปราศรัยด้วย ภาษาเหนือ (อู้กำเมือง) กล่าวคำขอโทษชาวเชียงรายที่รอท่ามกลางแดดร้อน พร้อมขอบคุณที่อดทนรอ

เชียงรายเปลี่ยนแปลงน้อย ท้องถิ่นต้องร่วมพัฒนา”

นายทักษิณ กล่าวว่า หลังจาก หายไป 17 ปี คิดว่าเชียงรายจะมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่เมื่อกลับมา พบว่ายังไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก จึงขอให้ประชาชนร่วมมือกันผลักดันให้เชียงรายเติบโต พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะสร้างโอกาสให้เต็มที่ และท้องถิ่นต้องเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา

ฐานรากของประเทศกำลังสึกหรอนายทักษิณ อธิบายว่า การที่ตนให้ความสำคัญกับ การเมืองท้องถิ่น มากขึ้น เป็นเพราะท้องถิ่นคือ หัวใจสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจฐานราก โดยเปรียบเทียบว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจขณะนี้ไม่เหมือน วิกฤตต้มยำกุ้ง 2540 ที่เป็นปัญหาเฉพาะกลุ่มธุรกิจระดับบน แต่ครั้งนี้ โครงสร้างเศรษฐกิจที่เปรียบเหมือนเสาเข็มบ้านกำลังพังลง จึงต้องอาศัยพลังจากท้องถิ่นและรัฐบาลทำงานเป็นทีม

ตรุษจีนนี้ “ใส่เสื้อแดง กินส้ม”

เนื่องจากวันปราศรัยตรงกับช่วงเทศกาลตรุษจีน นายทักษิณ ได้พูดถึงประเพณีจีน โดยถามประชาชนว่า “ตรุษจีนนี้ชอบใส่เสื้อสีอะไร?” ซึ่งชาวเชียงรายตอบว่า “สีแดง” และถามต่อว่า “คนจีนชอบกินอะไร?” ทุกคนตอบว่า “ส้ม” ก่อนจะกล่าวติดตลกว่า

ตรุษจีนนี้ ขอให้พี่น้องใส่เสื้อแดงแล้วกินส้ม จะได้เจริญรุ่งเรือง

ซึ่งประชาชนบางส่วนตะโกนกลับว่า “คายขว้างแล้วเจ้า” หมายถึง ทิ้งไปแล้ว” ซึ่งนายทักษิณตอบกลับว่า “โอ้! ดีจัง

อยากใช้งานผมหรือไม่ ใช้ให้เต็มที่”

ในช่วงท้ายของการปราศรัย นายทักษิณ กล่าวอ้อนขอคะแนนเสียงให้กับ นางสลักจฤฎดิ์ และทีมผู้สมัคร ส.จ. พรรคเพื่อไทย โดยกล่าวว่า

อยากจะใช้งานผมหรือไม่? ใช้ให้เต็มที่เลย ตราบใดที่ผมยังแข็งแรง ยังไม่เป็นอัลไซเมอร์ ผมจะทำงานให้ประเทศและประชาชนเต็มที่

พร้อมย้ำให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยแบบจัดเต็ม และอวยพรให้ทุกคนโชคดีในวันปีใหม่จีน

กำหนดการเดินสายหาเสียงต่อเนื่อง

หลังจากปราศรัยที่เชียงราย นายทักษิณ เดินทางต่อไปยัง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร หาเสียงเลือกตั้ง นายก อบจ.เชียงใหม่ และเข้าพักค้างคืน ก่อนเดินทางไป จังหวัดลำพูน ในวันถัดไป

อีกฟากผู้สมัครจัดแผนปราศรัยใหญ่ 30 มกราคม ก่อนศึกเลือกตั้ง

จากข้อมูลที่ได้รับ วันที่ 30 มกราคม 2568 จะเป็นวันสำคัญของการหาเสียงครั้งสุดท้าย โดยอทิตาธร วันไชยธนวงศ์มีกำหนดการจัด เวทีปราศรัยใหญ่ ก่อนเลือกตั้งที่ สนามกีฬากลาง อบจ.เชียงราย

โดยช่วงเช้า ทีมงานของนางอทิตาธร จะเดินสายหาเสียงที่ อำเภอเทิง และมีการนัดรวมตัวกันของผู้สนับสนุนจำนวนมากก่อนเข้าสู่เวทีใหญ่ในช่วงค่ำ

ปัจจัยที่มีผลต่อจำนวนผู้เข้าร่วมปราศรัย นั้นขึ้นอยู่กับหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น กระแสการตอบรับของประชาชน นโยบายของแต่ละผู้สมัคร รวมถึงทิศทางทางการเมืองระดับประเทศที่ส่งผลต่อท้องถิ่น

อทิตาธร” ลั่น! เชียงรายต้องไปต่อ ไม่เป็นเบี้ยทางการเมือง

นางอทิตาธร กล่าวย้ำว่า เชียงรายต้องการผู้นำที่มาจากประชาชนจริงๆ ไม่ใช่เพียง ตัวแทนของพรรคการเมืองระดับประเทศ พร้อมแสดงจุดยืนว่าหากได้รับเลือกตั้ง จะทำงานเพื่อท้องถิ่นเชียงรายโดยไม่อยู่ภายใต้อำนาจทางการเมืองระดับชาติ

เธอยังระบุว่า เชียงรายต้องไปต่อ ไม่ใช่แค่สนามเล่นของพรรคการเมืองใหญ่ แต่ต้องเป็นของประชาชนทุกคน”

แนวโน้มและกระแสตอบรับของประชาชน

ศึกเลือกตั้ง อบจ. เชียงราย ในปีนี้ถือเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดครั้งหนึ่ง เนื่องจากเป็นสนามที่พรรคการเมืองใหญ่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันอย่างเต็มตัว และมีนายทักษิณ ชินวัตร ลงมาช่วยหาเสียงด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม กระแสของกลุ่มผู้สนับสนุนที่เปลี่ยนแปลงท่าที และการที่มีผู้สมัครอิสระที่ได้รับแรงสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่มากขึ้น อาจส่งผลให้ผลการเลือกตั้งมีความไม่แน่นอนสูง

การเลือกตั้งครั้งนี้ ภายใต้กฎหมายและความเป็นธรรม

ในระหว่างการหาเสียง ทุกพรรคการเมืองและผู้สมัครต้องปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด โดย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกประกาศเตือนว่า หากพบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสียง ใช้อิทธิพล หรือกระทำผิดกติกาใดๆ อาจถูกพิจารณาให้ “ใบแดง” หรือ “ใบเหลือง” ได้

ผู้สมัครทั้งหมด รวมถึงผู้ช่วยหาเสียง จะต้องดำเนินกิจกรรมภายใต้กฎหมายเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อบจ. เชียงราย

  1. การเลือกตั้ง อบจ. เชียงราย มีความสำคัญอย่างไร?
    เลือกตั้ง อบจ. เป็นการเลือกผู้นำท้องถิ่นที่มีอำนาจจัดสรรงบประมาณพัฒนาจังหวัด
  2. ทักษิณให้ความสำคัญกับท้องถิ่นมากขึ้นเพราะอะไร?
    เขามองว่าท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจฐานราก
  3. พรรคเพื่อไทยมีโอกาสชนะการเลือกตั้งหรือไม่?
    การแข่งขันยังคงดุเดือด ต้องรอดูผลโหวตของประชาชน
  4. นโยบายของนางสลักจฤฎดิ์มีอะไรเด่น?
    เน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยวเชียงราย
  5. การเลือกตั้งครั้งนี้มีผลต่อการเมืองระดับประเทศอย่างไร?
    เป็นการวัดกระแสความนิยมของพรรคเพื่อไทยก่อนการเลือกตั้งทั่วไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI EDITORIAL

ค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง อบจ.เชียงราย พุ่งสูงถึง 71 ล้านบาท

ค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง อบจ. ปี 2568 สูงถึง 3.5 พันล้านบาท ประชาชนควรออกมาใช้สิทธิ

จากรายงานของ Rocket Media Lab ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในข้อบัญญัติงบประมาณประจำปี 2568 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั่วประเทศ ซึ่งไม่รวมงบประมาณของ อบจ. แม่ฮ่องสอน และอีก 4 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร บึงกาฬ เลย และสมุทรสาคร ที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณสำหรับการเลือกตั้งไว้ พบว่า ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง อบจ. ครั้งนี้ รวมทั้งค่าจัดการเลือกตั้งและค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ มีมูลค่ารวมสูงถึง 3,563,810,232 บาท

รายละเอียดค่าใช้จ่าย

  • ค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งในจังหวัดเชียงราย
    จังหวัดเชียงรายใช้งบประมาณรวมทั้งหมด 71 ล้านบาท แบ่งเป็นงบการจัดการเลือกตั้ง 34,948,553 บาท และค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ 36,051,447 บาท เมื่อนำมาคำนวณเทียบกับประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงรายที่มีจำนวน 176,685 คน พบว่าต้นทุนเฉลี่ยต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ที่ 401.85 บาทต่อคน
  • งบประมาณเลือกตั้งระดับประเทศ
    ค่าใช้จ่ายการจัดการเลือกตั้งในปีนี้สูงถึง 3.5 พันล้านบาท ครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลายด้าน เช่น การจัดตั้งหน่วยเลือกตั้ง ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ การพิมพ์บัตรเลือกตั้ง และการประชาสัมพันธ์

ผลกระทบจากการลาออกก่อนครบวาระ

ในปี 2568 มีเพียง 17 จังหวัดที่ต้องจัดการเลือกตั้งนายก อบจ. เนื่องจากบางพื้นที่ได้เลือกตั้งไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะกรณีที่นายก อบจ. ลาออกก่อนครบวาระ เช่น จังหวัดปทุมธานี ที่ใช้งบประมาณในการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 2567 จาก 79 ล้านบาท เป็น 89 ล้านบาท สะท้อนถึงภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอันเป็นผลจากการลาออกดังกล่าว

อัตราการใช้สิทธิเลือกตั้งและเป้าหมายในปี 2568

ในการเลือกตั้ง อบจ. ปี 2563 พบว่า อัตราการใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศอยู่ที่ 62.25% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 65% ปีนี้ กกต. ย้ำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้เงินภาษีที่ใช้ไปในกระบวนการเลือกตั้งเกิดประโยชน์สูงสุด

จังหวัดงบการจัดการเลือกตั้ง 68 (บาท)ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้ง (บาท)งบจัดการเลือกตั้ง68+ค่าตอบแทน (บาท)ประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (คน)งบต่อหัวรวมหมายเหตุ
นครราชสีมา78,098,000110,000,000188,098,000365,192515.07 
เชียงราย34,948,55336,051,44771,000,000176,685401.85 
นครศรีธรรมราช42,150,00034,028,00076,178,000212,271358.87 
บุรีรัมย์50,800,00047,980,00098,780,000432,622228.33 
ร้อยเอ็ด17,938,60040,912,20058,850,800262,516224.18 
สมุทรปราการ120,000,00033,000,000153,000,000752,019203.45 
กำแพงเพชร60,000,000 60,000,000303,089197.96ไม่ตั้งงบค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งไว้
สงขลา34,000,00040,500,00074,500,000407,945182.62 
ระยอง50,000,00020,000,00070,000,000385,091181.78 
น่าน18,000,00020,000,00038,000,000209,669181.24 
กระบี่10,000,00015,000,00025,000,000142,114175.92 
นครนายก15,160,00010,000,00025,160,000157,102160.15 
ชลบุรี40,000,00050,000,00090,000,000570,120157.86 
ชุมพร12,320,00015,300,00027,620,000183,361150.63 
สกลนคร24,563,10224,220,35048,783,452331,807147.02 
สุรินทร์46,370,00015,000,00061,370,000433,837141.46 
ขอนแก่น40,000,00052,000,00092,000,000654,181140.63 
นราธิวาส31,700,00036,569,40068,269,400506,704134.73 
นครสวรรค์20,000,00035,000,00055,000,000411,154133.77 
เชียงใหม่50,000,00050,000,000100,000,000791,945126.27 
ศรีสะเกษ26,000,00044,000,00070,000,000588,876118.87 
นครพนม20,484,41022,015,59042,500,000401,623105.82 
ลพบุรี15,000,00025,000,00040,000,000389,684102.65 
ตาก12,550,00015,750,00028,300,000279,832101.13 
ตรัง28,000,00022,000,00050,000,000517,53096.61 
ปทุมธานี49,000,00040,000,00089,000,000948,93593.79 
ฉะเชิงเทรา29,374,30025,279,50054,653,800587,34293.05 
อุดรธานี41,200,00040,600,00081,800,000906,43790.24 
พิจิตร19,047,00018,953,00038,000,000428,97488.58 
กาฬสินธุ์15,300,00023,000,00038,300,000435,26187.99 
มหาสารคาม17,418,00032,582,00050,000,000572,94487.27 
มุกดาหาร17,000,0002,500,00019,500,000225,05286.65 
สุโขทัย11,000,00016,920,00027,920,000324,79585.96 
ตราด6,700,0007,300,00014,000,000168,30483.18 
พิษณุโลก11,800,00017,000,00028,800,000362,86079.37 
อุตรดิตถ์13,500,00013,000,00026,500,000335,29279.04 
ภูเก็ต8,000,00011,200,00019,200,000243,73378.77 
กาญจนบุรี15,000,00015,000,00030,000,000389,78676.97 
สระบุรี34,000,00018,000,00052,000,000690,99475.25 
แพร่12,500,00017,200,00029,700,000394,80675.23 
ปราจีนบุรี30,000,0008,000,00038,000,000517,46273.44 
หนองคาย30,145,00014,589,40044,734,400611,65173.14 
จันทบุรี10,000,00019,000,00029,000,000420,69468.93 
ชัยภูมิ43,269,62430,595,32673,864,9501,225,77960.26 
สุราษฎร์ธานี57,090,00012,910,00070,000,0001,168,95559.88 
ราชบุรี19,000,00021,000,00040,000,000675,46059.22 
พระนครศรีอยุธยา40,000,00039,500,00079,500,0001,347,31059.01 
ปัตตานี19,102,40030,472,60049,575,000840,26359.00 
เพชรบูรณ์30,188,00043,000,00073,188,0001,277,45857.29 
อำนาจเจริญ20,000,00013,271,48033,271,480598,45155.60 
ประจวบคีรีขันธ์18,500,00013,000,00031,500,000606,83751.91 
พะเยา13,000,00013,000,00026,000,000509,85750.99 
ลำปาง50,000,0005,000,00055,000,0001,096,74450.15 
นครปฐม25,000,00027,000,00052,000,0001,085,48547.90 
เพชรบุรี18,000,00017,000,00035,000,000785,37544.56 
อุบลราชธานี15,701,00048,000,00063,701,0001,459,56243.64 
สุพรรณบุรี20,000,00023,000,00043,000,000999,75443.01 
สมุทรสาคร15,000,000 15,000,000367,83440.78ไม่ตั้งงบค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งไว้
ชัยนาท8,000,00010,000,00018,000,000459,36239.18 
สระแก้ว13,247,65013,452,35026,700,000690,27038.68 
นนทบุรี50,500,00032,000,00082,500,0002,142,23538.51 
ยะลา25,000,00023,000,00048,000,0001,260,36538.08 
สตูล8,650,0008,100,00016,750,000442,90237.82 
ยโสธร12,231,35016,260,72028,492,070772,26536.89 
บึงกาฬ7,639,880 7,639,880261,95529.16ไม่ตั้งงบค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งไว้
อ่างทอง6,900,0005,000,00011,900,000409,31029.07 
สมุทรสงคราม7,000,0005,000,00012,000,000413,72829.00 
หนองบัวลำภู15,000,00015,000,00030,000,0001,057,06028.38 
ลำพูน8,500,00012,700,00021,200,000918,76123.07 
อุทัยธานี13,000,00011,710,00024,710,0001,114,80122.17 
พังงา2,500,0007,000,0009,500,000479,10719.83 
พัทลุง10,000,00011,000,00021,000,0001,116,32018.81 
เลย21,000,000 21,000,0001,259,95516.67ไม่ตั้งงบค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งไว้
สิงห์บุรี4,000,0006,000,00010,000,000678,73214.73 
ระนอง4,700,0005,600,00010,300,000840,62912.25 
แม่ฮ่องสอน   1,493,0420.00ไม่มีการตั้งงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณ อบจ. ปี 2568

ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ

จากข้อมูลของ Rocket Media Lab พบว่าการจัดการเลือกตั้งที่มีค่าใช้จ่ายสูงสะท้อนถึงความสำคัญของการใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้เงินภาษีที่ถูกใช้นั้นเกิดความคุ้มค่า และแสดงออกถึงความรับผิดชอบของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ การเลือกตั้งที่โปร่งใสและมีส่วนร่วมจากประชาชนในทุกระดับจะช่วยสร้างความมั่นใจในกระบวนการประชาธิปไตย

สรุป

การเลือกตั้ง อบจ. ครั้งนี้มีงบประมาณรวมกว่า 3.5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นภาษีของประชาชน การมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งไม่เพียงแค่ช่วยสร้างความโปร่งใส แต่ยังสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศชาติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์ / Rocket Media Lab 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย “ทักษิณ” เตรียมลุยโค้งสุดท้ายเข้มข้น!

การหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย 2568 เข้มข้นในโค้งสุดท้าย

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.) ระหว่างนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายก อบจ.เชียงราย ภรรยาของนายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำพรรคเพื่อไทย และนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ อดีตนายก อบจ.เชียงราย กำลังเข้มข้นในโค้งสุดท้าย โดยนางสลักจฤฎดิ์และทีมงานได้ลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนัก จัดเวทีปราศรัยใหญ่และย่อยทุกอำเภอในจังหวัด บางวันเปิดเวทีปราศรัยมากถึง 3-4 จุด

นายทักษิณ ชินวัตร เตรียมช่วยหาเสียง

ในวันที่ 29 มกราคม 2568 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเชียงรายเพื่อช่วยหาเสียงให้นางสลักจฤฎดิ์ โดยจะขึ้นเวทีปราศรัย 3 จุดสำคัญ ได้แก่ อำเภอแม่สรวย อำเภอพาน และสนามฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสนามกีฬาประจำจังหวัด ทั้งนี้ นายทักษิณเคยเดินทางมาช่วยหาเสียงในพื้นที่เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา

นโยบายเชียงรายโมเดล เน้นช่วยเหลือประชาชน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง กล่าวว่า การหาเสียงครั้งนี้แตกต่างจากรูปแบบเดิม โดยเน้นนำเสนอนโยบายที่จับต้องได้ เช่น เชียงรายโมเดลที่เชื่อมโยงการพัฒนาจังหวัดกับส่วนกลางและรัฐบาล เน้นการช่วยเหลือด้านเกษตรกรรมและการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร อาทิ การสร้างตลาดกลาง (Marketplace) สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น น้ำตกและภูเขา โดยเกษตรกรสามารถขายสินค้าเกษตรได้โดยไม่คิดค่าพื้นที่ และส่งเสริมการขายแบบ Farm to Table เชื่อมโยงผลิตผลจากเกษตรกรถึงผู้บริโภคโดยตรง พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนการผลิต

อบจ.เชียงรายต้องปรับตัวสู่ยุคใหม่

นายยงยุทธระบุว่า อบจ. ต้องไม่เพียงคิดถึงการสร้างถนน แต่ควรสนับสนุนการพัฒนาสาธารณสุข การศึกษา และส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาแก่ประชาชนและนักศึกษาในจังหวัด นอกจากนี้ยังต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง

เวทีปราศรัยในโค้งสุดท้าย

นอกจากนโยบายที่เน้นจับต้องได้ การหาเสียงยังมีการดึงบุคคลสำคัญมาช่วยเสริม เช่น นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาช่วยหาเสียงและขึ้นเวทีปราศรัยในวันนี้

การเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงรายในครั้งนี้ถือเป็นการวัดพลังทางการเมืองระหว่างฝ่ายต่าง ๆ โดยจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 08.00-17.00 น. ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิ์และเตรียมพร้อมใช้สิทธิ์ได้ที่หน่วยเลือกตั้งใกล้บ้าน.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายเปิดระบบ Telemedicine ลดเวลาเดินทาง เข้าถึงหมอทุกพื้นที่

อบจ.เชียงรายเปิดตัว Telemedicine ลดเวลาการเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่ายผู้ป่วยในชนบท

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุมธรรมรับอรุณ ชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดตัวระบบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญเพื่อยกระดับบริการสาธารณสุขในพื้นที่ชนบท โดยมีตัวแทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย (สสจ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

เป้าหมายหลักของ Telemedicine

ระบบแพทย์ทางไกลนี้จะช่วยลดการเดินทางของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่สูง โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทและผู้ป่วยที่เดินทางลำบาก เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ระบบนี้มีการติดตั้งเครื่องตรวจร่างกายปฐมภูมิแบบดิจิทัลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน 75 แห่ง ซึ่งสามารถตรวจวัดอาการเบื้องต้นและเชื่อมต่อกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลกลางผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

สาธิตการใช้งานจริง

ในงานเปิดตัวได้มีการสาธิตการใช้งานเครื่องตรวจร่างกายปฐมภูมิแบบดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยมีการตรวจผู้ป่วยชายอายุ 59 ปี ซึ่งเพิ่งผ่านการผ่าตัดมะเร็งตับอ่อนเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา การสาธิตครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลเพื่อมารับการรักษา แต่สามารถใช้บริการตรวจรักษาและรับคำปรึกษาจากแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine ที่ รพ.สต. ใกล้บ้านได้

คุณสมบัติของเครื่องตรวจ Telemedicine

นางอทิตาธร อธิบายว่าเครื่องนี้สามารถตรวจวัดได้ทั้งการเต้นของหัวใจ การตรวจช่องอก หู และตา พร้อมส่งข้อมูลมายังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางของผู้ป่วย บริการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย “โฮงยาใกล้บ้าน อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ”

การพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ในอนาคต

นายก อบจ.เชียงราย ระบุว่าหากการทดลองใช้ในระยะแรกสำเร็จและได้รับการตอบรับดี อบจ.เชียงรายอาจพิจารณาขยายโครงการให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น พร้อมทั้งมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และ อสม. ในพื้นที่เพื่อให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่นและทั่วถึง

Telemedicine กับการพัฒนาระบบสุขภาพในระดับโลก

การใช้บริการแพทย์ทางไกล หรือ Telemedicine ได้รับความนิยมในหลายประเทศ โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโควิด-19 เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรับบริการสุขภาพผ่านการสื่อสารแบบเรียลไทม์ ลดข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลา ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า Telemedicine เป็นหนึ่งในวิธีการที่หลายประเทศนำมาใช้เพื่อให้บริการสาธารณสุขในช่วงที่เกิดการระบาดครั้งใหญ่

ข้อดีของ Telemedicine

  • ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • ลดความแออัดในโรงพยาบาล
  • เพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล
  • สนับสนุนการดูแลผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง

ความสำคัญต่อประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
ระบบ Telemedicine ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สรุป

โครงการ Telemedicine ที่ริเริ่มโดย อบจ.เชียงราย เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชนบท ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพและสนับสนุนการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่เท่าเทียม นับเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดเชียงรายในการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย / เชียงรายทูเดย์ แม็กกาซีนข่าว

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายส่งมอบบ่อบาดาลแรกแก้ปัญหาน้ำ ต.วาวี สำเร็จ

อบจ.เชียงรายทำสำเร็จ! เจาะบ่อบาดาลแห่งแรก ต.วาวี อ.แม่สรวย พร้อมใช้จริง

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 เวลา 16.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน เลขานุการนายก อบจ.เชียงราย นายสรายุธ ฟูวงศ์ สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย อำเภอแม่สรวย เขต 1 และนายสมัคร กันจีนะ สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย อำเภอแม่สรวย เขต 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดอยช้าง ดำเนินการส่งมอบบ่อบาดาลแห่งแรกในพื้นที่ดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

บ่อบาดาลดังกล่าวมีความลึก 100 เมตร ใช้เครื่องจักรกลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและองค์การบริหารส่วนตำบลวาวี เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่ หลังจากที่ชาวบ้านดอยช้างประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมาอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จที่ไม่ง่าย

การขุดเจาะบ่อบาดาลในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าหน้าที่พบอุปสรรคระหว่างการดำเนินการ เช่น ความลึกของชั้นหินและลักษณะดินในพื้นที่ แต่ด้วยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจาก อบจ.เชียงราย และ อบต.วาวี ปัญหาทั้งหมดได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสามารถขุดเจาะบ่อบาดาลสำเร็จ ชาวบ้านในพื้นที่จะสามารถใช้น้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอ

ชาวบ้านวาวีขอบคุณด้วยความยินดี

ในพิธีส่งมอบบ่อบาดาล นายศรชัย โฆษิตรัตนากร รองประธานสภา อบต.วาวี และนายทวีศักดิ์ อภิเดชกุล ผู้ใหญ่บ้านดอยช้างลีซู เป็นตัวแทนประชาชนรับมอบบ่อบาดาล พร้อมแสดงความยินดีและขอบคุณทีมงานจาก อบจ.เชียงรายที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค จนสามารถแก้ปัญหาใหญ่ที่ประชาชนเผชิญมายาวนาน

อนาคตของระบบน้ำในดอยช้าง

หลังจากการส่งมอบบ่อบาดาลนี้แล้ว จะมีการดำเนินการจัดทำระบบน้ำเพิ่มเติมเพื่อกระจายน้ำไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของตำบลวาวีให้ครอบคลุมมากที่สุด โดยจะมีการวางแผนเชื่อมโยงระบบน้ำประปาเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างยั่งยืน

นายก อบจ.เชียงรายชื่นชมความร่วมมือทุกฝ่าย

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันจนบรรลุผลสำเร็จ พร้อมย้ำว่า อบจ.เชียงรายจะยังคงมุ่งมั่นดำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

บ่อบาดาลแห่งแรกของตำบลวาวีนี้ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จเชิงโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือและความตั้งใจของทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหาเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ชาวดอยช้างและพื้นที่โดยรอบจะได้รับประโยชน์จากน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภคที่รอคอยมานานในที่สุด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายมอบทุน ช่วยเด็กขาดทุนทรัพย์ 210 ราย

อบจ.เชียงรายจัดมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือให้เยาวชนในพื้นที่ ปีงบประมาณ 2567

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมคณะผู้บริหารได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือสำหรับนักศึกษาและนักเรียนที่ยากจนหรือด้อยโอกาสในพื้นที่เขต อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่ลาว และอำเภอเวียงชัย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและส่งเสริมโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม

วัตถุประสงค์ของโครงการ

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในปีงบประมาณ 2567 นี้ เป็นไปตามนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาและนักเรียนที่ยากจนและด้อยโอกาสในจังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยรายจ่ายเกี่ยวกับทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือด้านการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2561

นอกจากการช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวแล้ว โครงการนี้ยังมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนที่ขาดแคลน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างสรรค์สังคมที่เท่าเทียมในระยะยาว

รายละเอียดการมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ

ในปีงบประมาณ 2567 อบจ.เชียงราย ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท เพื่อดำเนินโครงการทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ โดยในพิธีมอบทุนครั้งนี้ มีตัวแทนจากสถานศึกษาในพื้นที่เข้าร่วมรับทุนสำหรับนักศึกษาและนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 210 ราย แบ่งเป็น

  • ทุนการศึกษา จำนวน 97 ราย
  • เงินช่วยเหลือ จำนวน 113 ราย

ผู้แทนที่ร่วมมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในพิธีครั้งนี้ ประกอบด้วยนายญาณาฤทธิ์ หนสมสุข รองปลัด อบจ.เชียงราย นางนภาภัณฑ์ ต่วนชะเอม เลขานุการ อบจ. นายณรงศักดิ์ ขันทะ หัวหน้าฝ่ายกีฬา กองการท่องเที่ยวและกีฬา และนายประพันธ์ คมสาคร หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม พร้อมทั้งผู้แทนสถานศึกษาในเขต อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่ลาว และอำเภอเวียงชัย

ความสำคัญของการศึกษากับการพัฒนาเยาวชน

โครงการทุนการศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนและส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนให้เติบโตขึ้นเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในอนาคต ทั้งนี้ นางอทิตาธร ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาที่เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชนในภาพรวม

“การสนับสนุนการศึกษาไม่ได้เป็นเพียงการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับเยาวชนที่อาจไม่มีทรัพยากรเพียงพอในการศึกษา ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของจังหวัดเชียงรายและประเทศชาติ” นางอทิตาธร กล่าว

แผนดำเนินงานในอนาคต

นอกจากการมอบทุนการศึกษาในเขตอำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่ลาว และอำเภอเวียงชัยแล้ว อบจ.เชียงราย ยังมีแผนดำเนินโครงการมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในพื้นที่อำเภออื่น ๆ ต่อไป เพื่อให้เยาวชนในจังหวัดเชียงรายได้รับการสนับสนุนอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือในระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนในระยะยาว และเป็นการสนับสนุนเป้าหมายของจังหวัดเชียงรายในการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน

อบจ.เชียงรายยังมุ่งหวังว่า โครงการนี้จะเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ในการดำเนินโครงการที่สร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมอย่างแท้จริง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายมอบทุนช่วยเยาวชน สร้างโอกาสการศึกษาอย่างยั่งยืน

อบจ.เชียงราย มอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ สนับสนุนเยาวชนยากจนและด้อยโอกาส ปีงบประมาณ 2567

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.30 น. ณ โรงเรียนอนุบาลจอมสวรรค์ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) จัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือตามโครงการทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือสำหรับนักศึกษาและนักเรียนที่ยากจนหรือด้อยโอกาส ในพื้นที่อำเภอเชียงแสน แม่จัน แม่ฟ้าหลวง แม่สาย และดอยหลวง

พิธีดังกล่าวมี นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายญาณาฤทธิ์ หนสมสุข รองปลัด อบจ.เชียงราย และนายฐิติวัชร ไลศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบจ.เชียงราย

ส่งเสริมการศึกษาตามนโยบายกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

อบจ.เชียงราย ดำเนินงานโครงการดังกล่าวภายใต้นโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยรายจ่ายเกี่ยวกับทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาและการให้ความช่วยเหลือนักเรียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2561

งบประมาณที่จัดสรรในปีงบประมาณ 2567 นี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 5,000,000 บาท โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนนักเรียนและนักศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงรายที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับการศึกษาและการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน

รายละเอียดการมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ

ในพิธีครั้งนี้ มีผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ

  • นายโยธิน สิทธิประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3
  • นายบุญส่ง สุรีนันท์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจอมสวรรค์
  • นายอัครพล กันทะดง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลจอมสวรรค์
  • นายกฤชฐา พลตรี ผู้อำนวยการโรงเรียนจันจว้าวิทยาคม
  • นายสมนึก ยาวิลาศ กำนันตำบลจอมสวรรค์

ผู้แทนทั้งหมดได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือและทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาจำนวนมากในพื้นที่อำเภอเชียงแสน แม่จัน แม่ฟ้าหลวง แม่สาย และดอยหลวง

อบจ.เชียงรายกับเป้าหมายเพื่อการศึกษาที่ยั่งยืน

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ อบจ.เชียงราย ที่จะส่งเสริมการศึกษาในทุกมิติ ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนอย่างเต็มที่

อบจ.เชียงราย ได้พิจารณาและคัดเลือกนักเรียนที่เหมาะสมเพื่อรับทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่ โดยยังมีกำหนดการมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง

สรุป

การมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ อบจ.เชียงราย ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและช่วยเหลือเยาวชนในพื้นที่ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว แต่ยังเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดเชียงรายในอนาคต

อบจ.เชียงรายขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนโครงการนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเยาวชนทุกคนจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้ พร้อมก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิตการศึกษาและการทำงานในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดสะพานใหม่ อบจ.เชียงราย เพิ่มสะดวกปลอดภัยเพื่อชาวสันกลาง

อบจ.เชียงราย เปิดสะพานใหม่เพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้ทำพิธีเปิดสะพานสายทางหน้าวัดหัวฝาย ที่ตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายอลงกรณ์ ดีน้อย นายก อบต.สันกลาง และนายศรีวรรณ วงศ์จินา กำนันตำบลสันกลาง รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีเปิดสะพานในครั้งนี้

สะพานที่สร้างขึ้นใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัย

การก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กนี้ได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ประจำปี 2567 จำนวน 855,000 บาท เพื่อให้ประชาชนในตำบลสันกลาง หมู่ที่ 9 บ้านหัวฝาย และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะในเส้นทางที่เชื่อมต่อกับวัดหัวฝาย ซึ่งเป็นจุดสำคัญทางศาสนาและชุมชน

พิธีเปิดสะพานและกิจกรรมเสริมสร้างสิริมงคล

ในวันเปิดสะพานนี้ มีการจัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ประชาชนและผู้เข้าร่วมงาน พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย และประธานมูลนิธิปิยวรรณพิพัฒน์เพื่อสังคม ได้กล่าวถึงความสำคัญของสะพานเส้นนี้ว่าเป็นเส้นทางสัญจรที่ใช้ทั้งในชีวิตประจำวันของประชาชนและในการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาของผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา

สะพานใหม่ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้ชาวตำบลสันกลาง

การก่อสร้างสะพานนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สะพานที่ชำรุดหรือไม่ปลอดภัย เป็นการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย ร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพยุว อสม.ต้านภัยบุหรี่ไฟฟ้า

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2567 เวลา 10.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พบปะเด็กและเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพยุว อสม.ต้านภัยบุหรี่ไฟฟ้า (ANTI-ELECTRIC CIGARETTED) และโครงการส่งเสริมความรู้และพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย กิจกรรม “Safe Sex Safe Me” ณ โรงแรมลักษวรรณ รีสอร์ท อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทยและองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในโทษและพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีอิทธิพลต่อวัยรุ่นในปัจจุบันและเพื่อลดสถิติการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงรายที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต จากสถานการณ์การสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 สำรวจคนไทยอายุ 15 ปี ขึ้นไป จำนวน 57 ล้านคน พบว่ามีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 80,000 คน ในจำนวนนี้ มีมากกว่าครึ่งเป็นเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-24 ปี สอดคล้องกับข้อมูลผลการสำรวจภาวะสุขภาพนักเรียนในไทย ปี 2564 
 
โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ใช้บุหรี่ไฟฟ้า แล้ว 13.6% ซึ่งการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายในหลายด้าน เช่น ระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือดและสมอง ศูนย์เยาวชนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายภายใต้ อบจ.เชียงราย ได้เล็งเห็นปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงรายที่มีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ใกล้เคียงสถานศึกษา ศูนย์เยาวชนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย จึงได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพยุว อสม.ต้านภัยบุหรี่ไฟฟ้า (ANTI-ELECTRIC CIGARETTED) ขึ้น
 
และโครงการส่งเสริมความรู้และพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย กิจกรรม “Safe Sex Safe Me” จากข้อมูลผลสำรวจจากกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ในการเฝ้าระวัง พฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยของเด็กและเยาวชน ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 1– 31 ม.ค. 2567 จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 15,425 คน เป็น ชาย 6,685 คน หญิง 7,926 คน และผู้มีความหลากหลายทางเพศ 814 คน พบว่าเด็กและเยาวชนมีประสบการณ์เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเฉลี่ย 16.5 ปี และอายุต่ำสุดที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก อายุ 12 ปี พบกลุ่มตัวอย่างกว่าครึ่ง เคยมีเพศสัมพันธ์ 7,847 คน ในจำนวนนี้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ร้อยละ 43 ใช้บางครั้งและเกือบทุกครั้ง ร้อยละ 33 และไม่ใช้เลย ร้อยละ 24 จังหวัดเชียงรายตั้งเป้าหมายเป็นจังหวัดยุติเอดส์ในปี 2573 จังหวัดเชียงรายได้กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปัญหาเอดส์จังหวัดเชียงราย ดังนี้ 
 
1.ลดการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ รณรงค์ สร้างความเข้าใจให้ประชาชนทั่วไปในเรื่องเอชไอวี พร้อมจัดบริการที่เป็นมิตร ให้การปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี ส่งเสริมสถานศึกษาให้มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษา ทักษะชีวิตอนามัยการเจริญพันธุ์ 
 
2.ลดการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวี รักษาผู้ติดเชื้อทุกคนด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี โดยเริ่มยาให้เร็วและตรวจวินิจฉัยติดตามทารกที่คลอดจากแม่ติดเชื้อ สนับสนุนให้ผู้ติดเชื้อกินยาสม่ำเสมอตลอดชีวิต ลดการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวีและเพศสภาวะ 
 
โดยไม่มีการบังคับตรวจหาเชื้อเอชไอวี และต้องไม่เอามาเป็นเงื่อนไขในการรับสมัครหรือให้ออก เพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานหรือเข้าเรียน หรือประกอบการเลื่อนตำแหน่ง เพื่อให้บุคคลเข้ารับการอุปสมบทได้ โดยไม่ต้องใช้ผลตรวจเอชไอวี และส่งเสริมให้ลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีในชุมชน 
 
จึงได้จัดโครงการสร้างแกนนำเยาวชนนักรณรงค์บุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา ขึ้น เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการให้บริการถุงยางอนามัยของเด็กและเยาวชน สร้างความตระหนักรู้ความสำคัญของการใช้ถุงยางอนามัย ผลักดันให้เกิดนโยบายและแผนการดำเนินงานส่งเสริมการเข้าถึงถุงยางอนามัยในระดับจังหวัด ซึ่งนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เด็กและเยาวชนสามารถพก ใช้ และซื้อถุงยางอนามัยได้อย่างไร้ความกังวล
 
เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการให้บริการถุงยางอนามัยของเด็กและเยาวชน สร้างความตระหนักรู้ความสำคัญของการใช้ถุงยางอนามัย ผลักดันให้เกิดนโยบายและแผนการดำเนินงานส่งเสริมการเข้าถึงถุงยางอนามัยในระดับจังหวัดทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการให้บริการถุงยางอนามัยมากขึ้นเด็กและเยาวชนตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการใช้ถุงยางอนามัย เกิดนโยบายและแผนการดำเนินงานส่งเสริมการเข้าถึงถุงยางอนามัย
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News