Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ทหารเชียงรายจิตอาสา บริจาคโลหิต 70 ล้านซีซี

มณฑลทหารบกที่ 37 นำกำลังพลจิตอาสาร่วมบริจาคโลหิต ในโครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซี” เฉลิมพระเกียรติฯ

เชียงราย, 27 กุมภาพันธ์ 2568 – มณฑลทหารบกที่ 37 นำกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในโครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 โดยมีประชาชนและเจ้าหน้าที่ร่วมบริจาคโลหิตเป็นจำนวนมาก ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

จิตอาสาทหารบก ร่วมบรรเทาวิกฤตขาดแคลนโลหิต

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของมณฑลทหารบกที่ 37 นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดประสานงานสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง พร้อมกำลังพลจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ซึ่งได้ร่วมมือกับ กิ่งกาชาดอำเภอเชียงแสน จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อส่งเสริมการบริจาคโลหิต และสนับสนุนคลังโลหิตให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เช่น อุบัติเหตุ การผ่าตัด และผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องใช้โลหิตอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลของ สภากาชาดไทย ปัจจุบันประเทศไทยยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนโลหิต โดยเฉพาะกลุ่ม หมู่เลือดหายาก ซึ่งมีความจำเป็นต่อการรักษาผู้ป่วยหนัก การบริจาคโลหิตในโครงการนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมโลหิตให้ได้ 70 ล้านซีซี ทั่วประเทศ ตลอดปี 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ฯ และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง

ความสำคัญของการบริจาคโลหิต

โลหิตถือเป็น ของขวัญแห่งชีวิต” ที่ไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ และจำเป็นต้องรับบริจาคจากประชาชนเท่านั้น โดยเฉลี่ยร่างกายมนุษย์มีโลหิตประมาณ 4.5-6 ลิตร และสามารถบริจาคได้ทุก 3 เดือน โดยที่ร่างกายสามารถสร้างโลหิตใหม่มาทดแทนได้ภายในเวลาไม่กี่วัน

การบริจาคโลหิตช่วยให้ร่างกายได้สร้างเซลล์โลหิตใหม่ ส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้บริจาค และยังเป็นการช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นอีกด้วย ทั้งนี้ การบริจาคโลหิตในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยสร้างคลังโลหิตสำรองให้กับ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โรงพยาบาลอำเภอเชียงแสน และโรงพยาบาลอื่นๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีความต้องการใช้โลหิตอย่างต่อเนื่อง

ประชาชนตอบรับเข้าร่วมบริจาคอย่างคับคั่ง

บรรยากาศการบริจาคโลหิตเป็นไปอย่างคึกคัก มีเจ้าหน้าที่จาก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และทีมแพทย์จากสภากาชาดไทยให้คำแนะนำและดูแลประชาชนที่มาร่วมบริจาคอย่างใกล้ชิด โดยมีประชาชนเข้าร่วมบริจาคโลหิต กว่า 250 คน ซึ่งสามารถรวบรวมโลหิตได้มากกว่า 120,000 ซีซี ในวันเดียว

หนึ่งในผู้บริจาคโลหิต นางสาววิภาดา ชุ่มเย็น อายุ 32 ปี ชาวเชียงแสน กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้ว่า
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้บริจาคโลหิต และรู้สึกภูมิใจมากที่ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการเลือด ฉันหวังว่าโลหิตที่ฉันบริจาคไปจะสามารถช่วยต่อชีวิตให้ใครสักคนได้”

ขณะที่ พันตรีสุชาติ นามวงศ์ หนึ่งในกำลังพลจิตอาสาที่เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า
ในฐานะทหาร เรามีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน การบริจาคโลหิตก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่เราสามารถทำเพื่อสังคมได้ ผมขอเชิญชวนทุกคนให้มาร่วมบริจาคโลหิต เพราะแค่ 1 ถุงเลือด ก็อาจช่วยชีวิตคนได้ถึง 3 คน”

แนวทางขยายโครงการบริจาคโลหิตต่อเนื่อง

หลังจากกิจกรรมในครั้งนี้ มณฑลทหารบกที่ 37 มีแผนที่จะร่วมมือกับ สภากาชาดไทย และ โรงพยาบาลในเครือข่าย เพื่อจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตในพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรณรงค์ให้ประชาชนบริจาคโลหิตเป็นประจำ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนโลหิตในโรงพยาบาล โดยมีเป้าหมายให้สามารถจัดหาปริมาณโลหิตให้เพียงพอสำหรับการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ

สถิติที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต

  • ประเทศไทย ต้องการโลหิตประมาณ 2.1 ล้านยูนิตต่อปี แต่มีปริมาณโลหิตที่ได้รับบริจาคเพียง 1.6 ล้านยูนิตต่อปี ทำให้ขาดแคลนอยู่ประมาณ 500,000 ยูนิตต่อปี
  • สภากาชาดไทยระบุว่า ประชาชนที่บริจาคโลหิตประจำมีเพียง 1.5% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่องค์การอนามัยโลกแนะนำที่ 3-5%
  • ในปี 2567 การบริจาคโลหิตทั่วประเทศลดลง ประมาณ 10% เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนและสถานการณ์โรคระบาด
  • ผู้ที่สามารถบริจาคโลหิตได้ต้องมีอายุระหว่าง 17-70 ปี น้ำหนักตัวมากกว่า 45 กิโลกรัม และมีสุขภาพแข็งแรง

สรุป

กิจกรรมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่ช่วยเพิ่มปริมาณโลหิตสำรองให้กับโรงพยาบาลและช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการเลือดฉุกเฉิน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งกำลังพลจิตอาสา หน่วยงานราชการ ประชาชน และภาคเอกชน เป็นตัวอย่างของการทำความดีเพื่อสังคมอย่างแท้จริง

มณฑลทหารบกที่ 37 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตเพื่อเป็น ผู้ให้แห่งชีวิต” และสร้างบุญกุศลร่วมกัน โดยสามารถบริจาคโลหิตได้ที่ โรงพยาบาลสภากาชาดไทย หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร. 1664 หรือเว็บไซต์ www.redcross.or.th

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

12 สิงหาคม ชาวเชียงรายร่วมใจ บริจาคโลหิต อวัยวะ และดวงตา

 

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2567 ที่มูลนิธิสาธารณะกุศลสงเคราะห์เชียงราย (หน้าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม) อ.เมืองเชียงราย เหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย ร่วมกับ สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567 เพื่อถวายความจงรักภักดี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 

ที่ทรงมีต่อประชาชนและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ซึ่งเปิดรับบริจาคตั้งแต่เวลา 9.00 – 14.00 น. โดยภายในกิจกรรมวันนี้ ชาวเชียงรายต่างรวมใจสวมเสื้อสีฟ้า สีสัญลักษณ์ของวันแม่ มีทั้งประชาชนจิตอาสา นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะเป็นจำนวนมาก อีกทั้งผู้ที่มาบริจาคโลหิตจะได้รับของที่ระลึก ใบประกาศเกียรติคุณ และได้ลุ้นรับรางวัลพิเศษ จากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย รวมถึงลุ้นรับแก้วน้ำเก็บอุณหภูมิ แก้วน้ำมินิมอล ร่ม และอื่นๆอีกมาย จาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงราย และไทย ฮอนด้า เชียงราย เพื่อเป็นการตอบแทนที่มีจิตอาสา ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ซึ่งการบริจาคโลหิตถือเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ และยังเป็นการต่อชีวิตให้กับผู้อื่น โดยการบริจาคเลือดปกติ 1 ครั้งสามารถช่วยต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยได้ 3 คน ทำให้มีเลือดเพียงพอในการรักษาชีวิตของผู้ป่วยตลอดไป

ทั้งนี้ “โลหิต” หรือ “เลือด” เป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญในการใช้รักษาผู้ป่วย ในปัจจุบันยังไม่มีผู้ที่สามารถคิดค้นสิ่งใดมาใช้ทดแทนโลหิตได้ จึงจำเป็นต้องมีการรับบริจาคโลหิต เพื่อให้ได้มาซึ่งโลหิตสำหรับใช้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วย โดยการบริจาคโลหิตแต่ละครั้ง สามารถปั่นแยกเป็นส่วนประกอบโลหิตได้มากกว่า 3 ส่วน ช่วยชีวิตได้มากกว่า 3 ชีวิต และผลิตเป็นผลิตภัณฑ์โลหิตได้อีกมากมาย เพื่อนำไปรักษาผู้ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ อาทิ เกล็ดเลือด นำไปรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ โรคไข้เลือดออก มะเร็งเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง นำไปรักษาผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ ผู้ป่วยที่สูญเสียเลือดจากการ ผ่าตัดหัวใจ อุบัติเหตุ ตกเลือดจากการคลอดบุตร พลาสมา นำไปรักษาผู้ที่มีอาการช็อกจากการขาดน้ำ ผลิตเซรุ่มป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี และเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัข 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News