Categories
EDITORIAL

“นักฉุกเฉินการแพทย์” ขาดแคลน! ม.พะเยา เป็นที่เดียวของภาคเหนือที่เปิดสอน

นักฉุกเฉินการแพทย์ฮีโร่! 10 สถาบันร่วมมือ ผลิต 15,000 คน

พะเยา, 8 มีนาคม 2568 – ช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่ต้องใช้การช่วยชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้เราได้ตระหนักถึงความสำคัญของ “นักฉุกเฉินการแพทย์” ซึ่งเป็นอาชีพที่ขาดแคลนและมีบทบาทสำคัญในการช่วยชีวิตคนในยามวิกฤต]

อาชีพนักฉุกเฉินการแพทย์: เสาหลักของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน

ข้อมูลเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 นักฉุกเฉินการแพทย์เป็นอาชีพที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคยมากนัก แต่เป็นอาชีพที่ขาดแคลนและจำเป็นอย่างยิ่งต่อสังคม โดยเฉพาะในภาคเหนือซึ่งมีสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนในระดับปริญญาเพียงแห่งเดียว คือ มหาวิทยาลัยพะเยา ประเทศไทยได้เริ่มมีการจัดการศึกษาด้านฉุกเฉินการแพทย์ในระดับปริญญามาแล้วประมาณ 13 ปี ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาสาขาฉุกเฉินการแพทย์เพียง 674 คน โดยสามารถผลิตบัณฑิตใหม่ได้เพียงปีละ 180-200 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ

ความร่วมมือเพื่อพัฒนาอาชีพฉุกเฉินการแพทย์

มหาวิทยาลัยพะเยา โดยอธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ ร่วมเป็นหนึ่งใน 10 สถาบันที่ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายเพื่อผลิตบัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์ โดยมีเป้าหมายผลิตบุคลากรให้ได้ 15,000 คนในระยะเวลา 10 ปี จากที่เคยผลิตได้เพียงปีละ 200 คน งานลงนามดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และศาสตราจารย์ นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสักขีพยาน ร่วมกับตัวแทนสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศ

10 สถาบันที่เข้าร่วมประกอบด้วย:

  1. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
  2. มหาวิทยาลัยมหิดล
  3. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  4. มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
  5. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  6. มหาวิทยาลัยพะเยา
  7. มหาวิทยาลัยบูรพา
  8. มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
  9. สถาบันพระบรมราชชนก
  10. วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

บทบาทและความสำคัญของนักฉุกเฉินการแพทย์

นักฉุกเฉินการแพทย์ หรือ Paramedic เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานนอกโรงพยาบาล โดยมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินตั้งแต่จุดเกิดเหตุจนถึงโรงพยาบาล พวกเขาจะต้องสามารถให้การช่วยชีวิตขั้นสูง เช่น การช่วยหายใจ การกู้ชีพ การจัดการภาวะฉุกเฉินด้านหัวใจ และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น กู้ภัย หน่วยดับเพลิง และตำรวจ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

โอกาสทางอาชีพของนักฉุกเฉินการแพทย์

เมื่อสำเร็จการศึกษาด้านฉุกเฉินการแพทย์ นักศึกษาจะมีโอกาสทำงานในหลากหลายสถานที่ ได้แก่:

  • หน่วยแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาล
  • ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการฉุกเฉิน (EMS Dispatch Center)
  • หน่วยกู้ชีพและกู้ภัย
  • หน่วยสนับสนุนทางการแพทย์ในองค์กรต่างๆ เช่น ท่าอากาศยาน และสถานประกอบการขนาดใหญ่

โครงสร้างการศึกษาและการฝึกอบรม

การศึกษาด้านฉุกเฉินการแพทย์ใช้ระยะเวลา 4 ปี โดยนักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ:

  • กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา
  • การกู้ชีพและช่วยชีวิตขั้นสูง (Advanced Life Support – ALS)
  • การใช้เครื่องมือแพทย์ฉุกเฉิน เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ และอุปกรณ์ช่วยหายใจ
  • การปฏิบัติการภาคสนามและการฝึกภาคปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง

ความท้าทายและแนวทางพัฒนาอาชีพนักฉุกเฉินการแพทย์ในอนาคต

แม้ว่าประเทศไทยจะมีการพัฒนาด้านการแพทย์ฉุกเฉินมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีอุปสรรคหลายประการที่ต้องแก้ไข เช่น:

  • การขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากอัตราการผลิตบัณฑิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
  • การกระจายตัวของบุคลากร โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ยังขาดแคลนหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉิน
  • ความจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อให้บุคลากรมีความสามารถในการปฏิบัติงานในระดับสากลได้

สถิติและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

จากข้อมูลของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนักฉุกเฉินการแพทย์ที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพเพียง 674 คน ขณะที่มีหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ ทำให้มีอัตราบุคลากรไม่เพียงพออย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล

นอกจากนี้ จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าในปี 2567 มีการเรียกใช้บริการฉุกเฉินทางการแพทย์กว่า 2 ล้านครั้งต่อปี โดยอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสาเหตุหลักที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินสูงสุด

ข้อสรุป

อาชีพนักฉุกเฉินการแพทย์เป็นอาชีพที่มีความสำคัญอย่างมากในระบบสาธารณสุขของประเทศไทย เนื่องจากเป็นแนวหน้าในการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินในสถานการณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังคงมีอัตราการขาดแคลนบุคลากรสูง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาด้านฉุกเฉินการแพทย์ให้มากขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถมีระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่มีคุณภาพและครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง”

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มหาวิทยาลัยพะเยา / admissionpremium 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News