Categories
TOP STORIES

สว. แถลงโต้! คดีฮั้วเลือกตั้ง สว. 67 เกมการเมืองหวังล้มรัฐธรรมนูญ

ประธานวุฒิสภา’ นำทีม ‘สว.’ แถลงด่วน โต้คดีฮั้วเลือก สว. 67 เชื่อเป็นเกมการเมือง หวังให้เกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญ

กรุงเทพฯ, 21 กุมภาพันธ์ 2568 – นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พร้อมคณะสมาชิกวุฒิสภา แถลงข่าวด่วนกรณีที่มีกลุ่ม ส.ว.สำรอง ยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้รับคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. ปี 2567 เป็นคดีพิเศษ โดยแถลงการณ์เกิดขึ้นระหว่างการสัมมนา ณ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยนายมงคล ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวของ DSI อาจไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ได้รับมอบหมายตามกฎหมาย

การที่ดีเอสไอเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ ดูจะเป็นการก้าวก่ายอำนาจของ กกต. ซึ่งดำเนินการตรวจสอบมาโดยตลอด และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่า การเลือกตั้ง ส.ว. ปี 2567 มีความผิดปกติที่ถึงขั้นเป็นคดีพิเศษ” นายมงคลกล่าว พร้อมย้ำว่าสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่โดยชอบธรรม และเป็นไปตามกระบวนการรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้อง

ส.ว.’ ป้องเกียรติคุณ – จวกข้อกล่าวหาว่า “อั้งยี่ ซ่องโจร” เกินเลยข้อเท็จจริง

พลตำรวจตรีฉัตรวรรษ แสงเพชร ส.ว. และประธานกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฯ วุฒิสภา กล่าวเสริมว่า การกล่าวหาวุฒิสภาในลักษณะที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่น เช่น การเปรียบเทียบกับอาชญากรรมข้ามชาติ หรือ “อั้งยี่ ซ่องโจร” เป็นการกล่าวเกินเลยจากข้อเท็จจริงและสร้างความเสียหายแก่สถาบันนิติบัญญัติของประเทศ การกล่าวหาเช่นนี้ มีผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของวุฒิสภา และอาจเข้าข่ายการให้ร้ายโดยไม่มีมูลความจริง” เขากล่าว

พันตำรวจเอกกอบ อัจนากิตติ ส.ว. ในฐานะโฆษกกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรม วุฒิสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า การกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง ส.ว. โดยไม่มีหลักฐานแน่ชัด อาจเข้าข่ายการหมิ่นประมาทและทำให้เกิดความสับสนในสังคม หากมีหลักฐานแน่ชัดขอให้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง ไม่ใช่ใช้วิธีการกล่าวหาโดยไม่มีมูล”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมโต้ ยัน DSI มีอำนาจรับเรื่อง – เผยหลักฐาน “โพยฮั้ว” มีจริง

ด้านพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยหลังการแถลงข่าวของวุฒิสภาว่า ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ว. ปี 2567 และกำลังอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวน เราไม่มีเจตนาจะกลั่นแกล้ง หรือมีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง แต่ในเมื่อมีผู้ร้องเรียน และมีหลักฐานบางอย่างที่ต้องตรวจสอบ เราจึงต้องดำเนินการตามกฎหมาย”

พันตำรวจเอกทวี กล่าวอีกว่า DSI ไม่จำเป็นต้องรอ กกต. เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายในการพิจารณาว่ากรณีใดเข้าข่ายคดีพิเศษ ขณะนี้มีการรวบรวมหลักฐานหลายส่วน รวมถึงโพยตัวเลขที่ปรากฏชื่อ ส.ว. จำนวน 138 คน ซึ่งต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด” เขากล่าว พร้อมเปิดเผยว่า อาจต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์และการเลือกตั้งมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อคลายข้อสงสัยว่าทำไมตัวเลขผลการเลือกตั้งจึงเป็นไปตามโพยดังกล่าว

เปิดเอกสารลับ “คดีฮั้วเลือก ส.ว.” – พบขบวนการจัดตั้งผู้สมัครล่วงหน้า

จากเอกสารที่ได้รับการเปิดเผยโดย DSI รายงานว่า มีการวางแผนจัดตั้งขบวนการเลือกตั้ง ส.ว. โดยแบ่งเป็นเครือข่ายที่มีการสมัครเป็นกลุ่มในระดับอำเภอและจังหวัด เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งระดับประเทศ มีการกำหนดค่าตอบแทนให้ผู้สมัครที่เข้าร่วมเครือข่าย ตั้งแต่ 5,000 บาท ในระดับอำเภอ จนถึง 100,000 บาท ในระดับประเทศ” เอกสารระบุ

หลักฐานจากการสืบสวนพบว่า ขบวนการนี้มีการจัดทำ “โพยเลือกตั้ง” ที่กำหนดล่วงหน้าว่าผู้ใดจะต้องเลือกใคร เพื่อให้ผลการลงคะแนนออกมาตามที่ต้องการ ผลการเลือกตั้งในรอบเช้าและรอบไขว้ พบว่าผลคะแนนออกมาตรงกับโพยทุกประการ” DSI รายงาน

เกมการเมือง” หรือ “การตรวจสอบที่จำเป็น”? – อนาคตของวุฒิสภาอยู่บนเส้นทางขั้วตรงข้าม

สถานการณ์ปัจจุบันทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างหนักระหว่างวุฒิสภาและกระทรวงยุติธรรม โดยฝ่าย ส.ว. มองว่าเป็นเกมการเมืองที่มุ่งเป้าหมายไปสู่การสร้างวิกฤติรัฐธรรมนูญ เพื่อรื้อโครงสร้างใหม่ของวุฒิสภา ในขณะที่ฝ่ายกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่าการสอบสวนครั้งนี้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของ DSI ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหาย

นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา กล่าวในช่วงท้ายของการแถลงข่าวว่า หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง พวกเราไม่ขัดขวางการดำเนินการตามกฎหมาย แต่เราขอความเป็นธรรม และขอให้การตรวจสอบนี้เป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง”

ทั้งนี้ คดีฮั้วเลือก ส.ว. ปี 2567 กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ซึ่งหาก DSI รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่การเลือกตั้งวุฒิสภาถูกตรวจสอบในระดับสูงสุด และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโครงสร้างการเมืองของไทยในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
NEWS UPDATE

อบจ. 68 ‘โหวตโน’ มาแรง กกต. ชี้เลือกตั้งใหม่ 4 จังหวัด คะแนนไม่ถึงเกณฑ์

เลือกตั้ง อบจ. 68 คนใช้สิทธิ์ น้อย ‘โหวตโน’ เพิ่ม กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 4 จังหวัด

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แถลงสรุปผลการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลการใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชนในระดับชาติและในจังหวัดเชียงราย

การเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิก อบจ.

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายก อบจ. จำนวน 27,991,587 คน ได้มีผู้มาใช้สิทธิ 16,362,185 คน หรือคิดเป็น 58.45% ซึ่งลดลงจากการเลือกตั้งในปี 2563 ที่มีผู้มาใช้สิทธิ 62.44% โดยมีบัตรดีจำนวน 14,272,694 ใบ (87.23%) และบัตรเสียจำนวน 931,290 ใบ (5.69%) สำหรับผู้ที่ไม่เลือกผู้สมัครใดมีจำนวน 1,158,201 ใบ (7.08%)

ในส่วนของสมาชิก อบจ. มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 47,124,842 คน และมีผู้มาใช้สิทธิ 26,418,754 คน หรือคิดเป็น 56.06% โดยมีบัตรดีจำนวน 23,131,324 ใบ (87.56%) และบัตรเสีย 1,488,086 ใบ (5.63%) ขณะที่บัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครใดมีจำนวน 1,799,344 ใบ (6.81%)

จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด

โดยข้อมูลจาก กกต. เผยว่า จังหวัดที่มีอัตราผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิก อบจ. และนายก อบจ. สูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ลำพูน (73.43%), นครนายก (73%), พัทลุง (72.56%), นราธิวาส (68.42%) และมุกดาหาร (68.03%) ในขณะที่จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิก อบจ. มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ พะเยา (61.68%), เลย (58.04%), เพชรบุรี (57.44%), ยโสธร (56.72%) และชัยนาท (56.63%)

ปัญหาการใช้สิทธิเลือกตั้งในบางพื้นที่

นายแสวง กล่าวถึงเหตุผลที่มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งลดลงในบางพื้นที่ ว่ามีข้อจำกัดทางกฎหมายที่ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน และในบางจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารก็พบว่ามีการส่งผลคะแนนและหีบบัตรเกินเวลากำหนด 24 ชั่วโมง ซึ่งสะท้อนว่า การเลือกตั้งในวันเสาร์นั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะสามารถให้ความปลอดภัยแก่ผู้ปฏิบัติงานได้

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เสียชีวิตระหว่างส่งหีบบัตร ซึ่งทาง กกต. จะดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องตามสิทธิที่พวกเขาควรได้รับ

จำนวนบัตรเสียและไม่เลือกผู้สมัคร

เรื่องของบัตรเสียในการเลือกตั้ง นายแสวง ยืนยันว่าไม่มีความแตกต่างจากปี 2563 โดยบัตรเสียจากการเลือกนายก อบจ. มีจำนวนใกล้เคียงกับปี 2563 ขณะที่บัตรเสียจากการเลือกสมาชิก อบจ. ในปีนี้ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 7.63% เนื่องจากมีสาเหตุจากระบบการเลือกตั้งที่ทำให้บางจังหวัดมีการเลือกตั้งทั้งสองประเภทผู้สมัคร จึงทำให้ประชาชนบางส่วนสับสนในการลงคะแนน

สำหรับบัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครใดมีจำนวนมาก โดยแสดงให้เห็นถึงการแสดงความคิดเห็นของประชาชนต่อผู้สมัครในเขตต่างๆ

การเลือกตั้งใหม่ในบางพื้นที่

การเลือกตั้งในบางพื้นที่พบว่าไม่สามารถประกาศผลได้ตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากในบางเขตคะแนนเสียงไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยต้องมีการเลือกตั้งใหม่ใน 4 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี, ตรัง, ชุมพร และชัยนาท ซึ่งจะต้องมีการประกาศเลือกตั้งใหม่ภายใน 7 วัน นับจากวันเลือกตั้ง

การนับคะแนนใหม่และทุจริตในการเลือกตั้ง

ในส่วนของการร้องขอให้นับคะแนนใหม่จากบางพรรคการเมืองในพื้นที่เช่น เชียงใหม่และสมุทรปราการ นายแสวง ยืนยันว่า กกต. จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่ตั้งไว้ หากการนับคะแนนมีการทักท้วงและทำบันทึกไว้ การพิจารณาจึงจะเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด

ผลการเลือกตั้งในเชียงราย

สำหรับจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 936,351 คน โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ. 605,780 คน คิดเป็น 64.70% และสมาชิก อบจ. 604,365 คน คิดเป็น 65.07% โดยจำนวนบัตรดีจากการเลือกตั้งนายก อบจ. มี 525,928 ใบ (86.82%) และสมาชิก อบจ. มี 511,882 ใบ (84.70%) ทั้งนี้การเลือกตั้งยังพบจำนวนบัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครใดค่อนข้างมาก ซึ่งอาจสะท้อนถึงการแสดงความไม่พอใจหรือความคิดเห็นของประชาชนต่อผู้สมัครในเขตต่างๆ

บทสรุป

การเลือกตั้งครั้งนี้มีทั้งความสำเร็จและปัญหาที่ต้องดำเนินการต่อ โดยเฉพาะการดำเนินคดีในบางเขตเลือกตั้งที่มีปัญหาการทุจริต รวมทั้งการเลือกตั้งใหม่ในบางพื้นที่ที่คะแนนไม่ตรงตามเกณฑ์ แต่โดยรวมแล้ว การเลือกตั้งถือว่าจัดได้อย่างเป็นระเบียบและถูกต้องตามกฎหมาย

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

ภาพแรก ‘นายกนก’ หลังคว้าชัย อบจ.เชียงราย พร้อมขอบคุณชาวเชียงราย

ผลการเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงราย 2568: อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ คว้าชัยด้วยคะแนนเสียงที่มั่นคง

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (นายกอบจ.) ประจำปี 2568 ปรากฏว่า นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ผู้สมัครอิสระหมายเลข 1 คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างไม่เป็นทางการ โดยการเคลื่อนไหวแรกของนางอทิตาธรหลังจากได้รับชัยชนะคือการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยโพสต์ภาพขณะทำบุญในตอนเช้า พร้อมข้อความว่า “ตื่นเช้าใส่บาตรทำบุญตามปรกติของชีวิต อนุโมทนาบุญกับประชาชนชาวเชียงรายทุกท่านด้วยค่ะ ขอบคุณพี่น้องประชาชนเชียงรายทุกท่านที่ออกมาใช้สิทธิใช้เสียงในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ เพราะแสดงถึงพลังสำคัญที่ผลักดันให้เชียงรายก้าวไปข้างหน้าในระบอบประชาธิปไตย”

นอกจากนี้ นางอทิตาธรยังได้โพสต์ข้อความขอบคุณทุกกำลังใจและการสนับสนุนที่ได้รับระหว่างการหาเสียงครั้งนี้ โดยกล่าวว่า “ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกแรงสนับสนุนที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้มีความหมาย เส้นทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วยโอกาส และภารกิจสำคัญที่เราต้องมาร่วมกันสร้างเชียงรายให้เป็นเมืองแห่งความสุข สุขทั้งผู้อยู่ สุขทั้งผู้มาเยือน และเตรียมบ้านหลังนี้เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป ได้อยู่อย่างภาคภูมิใจ เชียงรายต้องไปต่อ และนกจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ให้ทุกนโยบายเกิดขึ้นจริงเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้เชียงราย”

จากผลการเลือกตั้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นางอทิตาธร ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในจังหวัดเชียงราย และแม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่สัญญาณแห่งความมั่นคงในการได้เป็นนายกอบจ.เชียงรายในครั้งนี้ก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างดี

การเคลื่อนไหวของผู้สมัครและบทบาทของทายาทการเมือง

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ในฐานะผู้สมัครอิสระ ได้รับการสนับสนุนจากทายาทการเมืองหลายคนในจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือและสนับสนุนการหาเสียงของเธออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะจากลูกๆ ของตระกูลวันไชยธนวงค์ที่ร่วมเดินสายหาเสียงและเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ การมีส่วนร่วมของทายาทการเมืองทำให้การหาเสียงครั้งนี้มีพลังและความเชื่อมโยงระหว่างผู้สมัครและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเข้ามามีบทบาทของลูกๆ ของตระกูลการเมืองไม่เพียงแต่ช่วยเหลือในด้านการหาเสียงเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างกำลังใจให้กับนางอทิตาธรในการต่อสู้ในศึกการเมืองท้องถิ่นครั้งนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่การหาเสียงเป็นไปอย่างหนักหน่วงและท้าทายที่สุด

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งท้องถิ่น

ผลการเลือกตั้งที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมที่สูงจากประชาชนในจังหวัดเชียงราย สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความสนใจในเรื่องของการเมืองท้องถิ่นที่มีผลต่อการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเลือกผู้นำท้องถิ่น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาของจังหวัดเชียงราย

ความเคลื่อนไหวในการเลือกตั้งครั้งนี้ยังทำให้เห็นถึงความสำคัญของการมีตัวแทนที่มาจากการสนับสนุนจากประชาชน โดยเฉพาะเมื่อผู้สมัครต้องเข้าใจปัญหาของชาวบ้านและสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

การเตรียมตัวเพื่อการพัฒนาเชียงรายในอนาคต

หลังจากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ กล่าวถึงแผนการทำงานของเธอในอนาคตว่า “เราจะมุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาเชียงรายให้เป็นเมืองที่มีความสุข สำหรับผู้อยู่และผู้มาเยือน การพัฒนาในทุกๆ ด้านจะต้องมุ่งไปสู่การสร้างสรรค์และเป็นเมืองที่ทุกคนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างภาคภูมิใจ เราจะทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกนโยบายเกิดขึ้นจริง”

นางอทิตาธรยังกล่าวเสริมว่า การพัฒนาเชียงรายจะต้องทำให้จังหวัดนี้เป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับประชาชนทุกคน และจะมีการส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาเศรษฐกิจ และการดูแลสังคมให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน

บทสรุป

การเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงราย 2568 ที่ผ่านมา นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างล้นหลามและสามารถคว้าชัยชนะได้อย่างไม่เป็นทางการ แม้ผลการเลือกตั้งยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ประชาชนเชียงรายแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความหวังในการพัฒนาท้องถิ่นที่ดีขึ้น ผ่านการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งและการสนับสนุนผู้สมัครที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาจังหวัด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI EDITORIAL

คุยกับเหล่าทายาทรุ่นใหม่ ‘อทิตาธร’ 4 ป. ตัวช่วยหาเสียงสนามเลือกตั้ง อบจ.

เบื้องหลังทายาทการเมืองในการเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงราย 2568

การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (นายกอบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ประจำปี 2568 ได้จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งนายกอบจ.เชียงรายจำนวน 3 คน ได้แก่ นางอทิตาธร วันไชยธนวงค์ อดีตนายกอบจ.เชียงรายสมัยที่ผ่านมา, นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ที่ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย และคนสุดท้าย นางสาวจิราพร หมื่นไชยวงศ์ ผู้สมัครอิสระ

ในระหว่างการหาเสียงของแต่ละผู้สมัครนั้น มีหนึ่งเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนในจังหวัดเชียงราย และได้รับการติดตามจากสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ตลอดการเลือกตั้ง นั่นคือการมีส่วนร่วมของทายาททางการเมืองที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ช่วยหาเสียง โดยเฉพาะในฝั่งของพรรคเพื่อไทยที่นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช มีผู้ช่วยหาเสียงที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากตระกูล ‘ติยะไพรัช’ ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการเมืองและกีฬาในจังหวัดเชียงราย

การเข้ามาของทายาททางการเมือง

การเลือกตั้งครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าได้มีการนำทายาทจากครอบครัวการเมืองเข้ามามีบทบาทในการหาเสียง โดยเฉพาะในฝ่ายของพรรคเพื่อไทยที่นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการการเมืองและกีฬา อย่าง ‘ฮั่น’ มิตติ ติยะไพรัช ผู้เป็นเจ้าของทีมฟุตบอลชื่อดังอย่างสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด , “สส.โฮม” ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย เขต 2 และ “ฮาย” ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช

การมีส่วนร่วมของลูกๆ ของทั้งสองตระกูลการเมืองนี้ไม่ใช่เพียงแค่การช่วยหาเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างกำลังใจให้กับผู้สมัคร

บทสัมภาษณ์: ป่าน ธัญชนก หนุนนำสิริสวัสดิ์

ป่าน ธัญชนก หนุนนำสิริสวัสดิ์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจในการช่วยเหลือสังคมและการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะในฐานะผู้ช่วยหาเสียงให้กับแม่ในครั้งนี้ เธอได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาและมุ่งมั่นที่จะทำให้การเมืองเป็นเรื่องของทุกคนที่สามารถมีส่วนร่วมได้ และเธอยังให้กำลังใจแม่ในการทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในประเทศที่ดีขึ้น ป่าน ธัญชนก หนุนนำสิริสวัสดิ์ พี่สาวคนโตจาก 4 ปอ ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือแม่ในการหาเสียงในครั้งนี้ ซึ่งบทสัมภาษณ์นี้จะทำให้เราได้รู้จักเธอมากขึ้นในมุมมองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว การเมือง หรือการช่วยหาเสียง

สัตว์เลี้ยง

ป่านเริ่มต้นด้วยการพูดถึงสัตว์เลี้ยงที่บ้านของเธอ โดยมีสุนัข 6 ตัวและแมว 2 ตัว ซึ่งทั้งหมดนอนอยู่ด้วยกันบนเตียงตลอดเวลา ป่านกล่าวว่า ทุกตัวเป็นเหมือนลูกๆ ของเตี่ยแม่ เตี่ยแม่รักยิ่งกว่าลูกอีกค่ะ” เธอเล่าถึงเหตุการณ์ที่สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนในครอบครัวเมื่อวันหนึ่งเธอกำลังจะตอบคำถามจากเตี่ยและแม่ แต่กลับพบว่าเตี่ยและแม่ไม่ได้ถามเธอ แต่กลับถามน้องหมาของเธอว่า เป็นยังไงบ้าง กินข้าวรึยังลูก” ป่านเล่าด้วยความขำว่า ตอนนั้นก็รู้เลยว่าใครลูกรักกันแน่”

การเมือง

เมื่อพูดถึงการเมือง ป่านเผยว่า จริงๆ ตอนเด็กๆ ก็ไม่ค่อยชอบเรื่องการเมืองเท่าไร เพราะเห็นมาตั้งแต่เล็กๆ แต่พอโตมาก็คิดว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ทุกคนสามารถทำให้มันดีขึ้นได้ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นนักการเมืองก็ตาม” ป่านพูดถึงความสำคัญของการเมืองในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ ป่านแค่อยากเห็นบ้านเราพัฒนามากขึ้น คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี facilities ที่ครบครัน มีความสุขที่เป็นความสุขจริงๆ” เธอเชื่อว่าการมีการเมืองที่ดีจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคน

ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง

ป่านได้เล่าถึงประสบการณ์ในการช่วยแม่หาเสียงในครั้งนี้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและเต็มไปด้วยความทุ่มเท รอบนี้เป็นการช่วยเหลือแม่ที่เจออะไรหลายอย่างแบบที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนค่ะ” เธอพูดถึงความยากลำบากของแม่ที่ไม่ได้พึ่งพาคนจากพรรคการเมืองอื่น ทำให้การหาเสียงครั้งนี้หนักกว่าที่เคย แม้จะเหนื่อยแต่ก็สนุกไปอีกแบบหนึ่ง จากตอนหาเสียงรอบแรก เราก็แค่ช่วยด้านออนไลน์ แต่รอบนี้เราเห็นการทำงานของแม่จริงๆ การทุ่มเทของแม่ในช่วงน้ำท่วมที่บ้านก็ท่วมเหมือนกัน เตี่ยแม่ยังไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งๆ ที่ตัวเองก็เป็นผู้ประสบภัย” ป่านเล่าถึงความตั้งใจของแม่ที่ช่วยเหลือชาวบ้านแม้ในช่วงที่บ้านตนเองกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม

ได้เจออะไรมาบ้างในการช่วยหาเสียง?

ป่านกล่าวว่า เราได้เจอทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดีมากมายเลยค่ะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำมากสำหรับครั้งนี้” เธอพูดถึงความแตกต่างในการหาเสียงในปัจจุบันและอดีต ซึ่งการหาเสียงในยุคนี้ต้องเผชิญกับปัจจัยต่างๆ ที่ไม่คาดคิด แต่โชคดีที่มีครอบครัวคอยให้กำลังใจและสนับสนุน เราคิดว่าเราจะต้องเริ่มทำการหาเสียงแบบยุคใหม่ที่ fair and free” ป่านกล่าวถึงความตั้งใจในการทำให้การเมืองเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้

สุดท้าย ป่านอยากพูดให้กำลังใจแม่ว่า

วันนี้มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด 100% แต่สิ่งที่แม่ทำอยู่ การไม่โจมตี ไม่หาเรื่องใคร ไม่ใส่สีใคร มันก็ทำให้เด็กๆ มีความหวังว่าประเทศนี้ มันจะต้องดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอนค่ะ”

บทสัมภาษณ์: ปองพล หนุนนำสิริสวัสดิ์

บทสัมภาษณ์ครั้งนี้ได้ให้เราเห็นอีกมุมหนึ่งของปองพล หนุนนำสิริสวัสดิ์ ที่นอกจากจะเป็นผู้ช่วยหาเสียงในครั้งนี้แล้ว เขายังเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการเมืองและการพัฒนาท้องถิ่น ด้วยความตั้งใจที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในจังหวัดเชียงราย ทั้งในฐานะผู้ช่วยหาเสียงและในฐานะคนในครอบครัวของผู้สมัคร ปองพลได้เรียนรู้และเข้าใจในกระบวนการการเมืองท้องถิ่นที่มีความซับซ้อนและต้องการความทุ่มเทอย่างแท้จริง

ประวัติส่วนตัว

วันนี้เรามีโอกาสพูดคุยกับ ปองพล หนุนนำสิริสวัสดิ์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ปริญญ์” หนุ่มที่มีความสนใจในด้านการเมืองและการช่วยเหลือสังคม เรามาเริ่มต้นกันที่เรื่องราวส่วนตัวของเขาก่อน

สิ่งที่ชอบ

เมื่อพูดถึงสิ่งที่ชอบ ปองพลเปิดเผยว่าเขามีสัตว์เลี้ยงอยู่หลายตัวในบ้าน โดยเฉพาะสุนัข 6 ตัว และแมว 2 ตัว แต่สิ่งที่เขาอยากเล่าให้เราฟังมากที่สุดคือเรื่องของแมวตัวแรกที่เขาเลี้ยง ชื่อว่า “มันเดย์” เป็นแมวที่พี่สาวของเขาเก็บมาเลี้ยงจากพุ่มไม้ข้างออฟฟิศ มันเดย์ตัวเล็กและผอมมากตอนแรก แต่หลังจากมาอยู่กับครอบครัวของเขาได้ไม่กี่ปีก็กลายเป็นแมวตัวใหญ่และอ้วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

มันเดย์เป็นแมวขี้อ้อนสุดๆ มันชอบให้กอดมากๆ โดยเฉพาะตอนที่นอนหลับ มันจะกอดตลอดเวลา ถ้าไม่ได้กอดมันจะโวยวายไม่หยุด” ปองพลเล่าอย่างยิ้มๆ พร้อมกล่าวต่อไปว่า ถึงแม้เขาจะมีอาการแพ้ขนแมว แต่เขาก็รักมันมากและไม่สามารถปฏิเสธความขี้อ้อนของมันได้ โดยทุกครั้งหลังจากเล่นกับมันเขาจะระมัดระวังไม่ให้มือไปสัมผัสตาแล้วล้างมือทุกครั้ง

การเมือง

เมื่อมาถึงเรื่องการเมือง ปองพลพูดถึงความสำคัญของการเมืองต่อชีวิตประจำวันว่า การเมืองมีผลกระทบต่อเราทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพ ภาษี ค่าแรงขั้นต่ำ หรือแม้แต่คุณภาพของบริการสาธารณะ เช่น การศึกษาและสาธารณสุข ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของนักการเมือง” เขายกตัวอย่างเช่น การที่รัฐบาลมีนโยบายที่ดีในการควบคุมราคาสินค้าหรือช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจะทำให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าการบริหารจัดการไม่ดีค่าครองชีพสูงขึ้นและรายได้ไม่เพิ่มตาม ก็จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้น

แม้ว่าบางคนอาจไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่การติดตามข่าวสารหรือออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะมันมีผลต่อชีวิตของทุกคน” เขากล่าวถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมในการเมือง

ครั้งนี้ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงเป็นอย่างไรบ้าง?

ปองพลบอกว่าการเป็นผู้ช่วยหาเสียงในครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและน่าประทับใจมาก นอกจากผมจะเป็นผู้ช่วยหาเสียงแล้ว ผมยังเป็นลูกชายของผู้สมัครด้วย มันทำให้ผมรู้สึกมีความรับผิดชอบมากขึ้น ไม่ใช่แค่ช่วยหาเสียงแบบทั่วไป แต่เป็นการทำงานเพื่อสนับสนุนคุณแม่ของผมด้วย” เขาบอกว่าในครั้งนี้เขาได้เรียนรู้ว่า การเมืองท้องถิ่นมีรายละเอียดเยอะมาก และการที่จะเข้าถึงประชาชนในพื้นที่จริงๆ นั้นจำเป็นต้องฟังปัญหาของพวกเขาโดยตรง

ได้เจออะไรมาบ้างในประสบการณ์การช่วยหาเสียงครั้งนี้?

ปองพลได้บอกว่าเขาได้เจอกับประชาชนหลากหลายกลุ่ม ได้ฟังเรื่องราวปัญหาของพวกเขา บางคนมีความหวังและอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่บางคนก็หมดหวังกับการเมือง เขากล่าวว่า สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้พวกเขาเห็นว่าการเมืองท้องถิ่นสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง”

เขายังได้เห็นความเหนื่อยและความตั้งใจของคุณแม่ในฐานะนักการเมือง ผมเข้าใจมากขึ้นว่าการเป็นนักการเมืองไม่ง่ายเลย ต้องอดทน เสียสละ และทำงานหนักเพื่อคนส่วนรวม” เขากล่าว

บทสัมภาษณ์: ป้อน พัทธ์ธีรา หนุนนำสิริสวัสดิ์

ป้อน พัทธ์ธีรา หนุนนำสิริสวัสดิ์ เป็นตัวอย่างของคนที่มีความตั้งใจและทุ่มเทในการช่วยเหลือสังคมและการเมืองท้องถิ่น โดยไม่เพียงแต่เป็นผู้ช่วยหาเสียงในครั้งนี้ แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญในการทำงานเพื่อคนส่วนรวม ทั้งในฐานะลูกและในฐานะผู้ที่มุ่งมั่นที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในจังหวัดของเขา

ประวัติส่วนตัว

ป้อน พัทธ์ธีรา หนุนนำสิริสวัสดิ์ เป็นหนึ่งในคนที่มีความรักและความตั้งใจในการทำงานเพื่อสังคม โดยเฉพาะในเรื่องการเมืองและการพัฒนาชุมชน ที่ทำให้เขาได้รับบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือครอบครัวและการหาเสียงในฐานะผู้ช่วยหาเสียงให้กับคุณแม่ที่ลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้

สัตว์เลี้ยง

เมื่อพูดถึงสิ่งที่ชอบ ป้อนได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของเขา ซึ่งในบ้านมีสุนัข 6 ตัวที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของครอบครัว เขาบอกว่า “ที่บ้านชอบหมามาก พวกมันเป็นสิ่งฮีลใจของพวกเราเลย” นอกจากนี้ ป้อนยังได้เล่าเรื่องน่ารักของสุนัขตัวหนึ่งในบ้าน ซึ่งเคยเดินไปขอน้ำจากแม่ของเขาแทนที่เขาจะไปให้น้ำเอง ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกแย่งตำแหน่งลูกรักจากสุนัข เพราะแม่กลับไปโอ๋สุนัขแทนที่จะดุเลยทำให้ป้อนหัวเราะและยอมรับว่าบางครั้งก็ต้องยอมแพ้ให้กับความขี้อ้อนของน้องหมา

การเมือง

ป้อนมองว่าการเมืองเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากในชีวิตประจำวัน “การเมืองอยู่ในทุกๆ อย่างในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพ ภาษี ค่าแรงขั้นต่ำ หรือคุณภาพของบริการสาธารณะ เช่น การศึกษาและสาธารณสุข ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของนักการเมือง” เขายกตัวอย่างเช่นการบริหารของรัฐบาลที่สามารถมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีความเหลื่อมล้ำสูง แม้จะจ่ายภาษีเท่ากัน แต่ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้ง
“ถ้าการเมืองดี ปัญหาพวกนี้ก็จะลดลงได้และคนเราจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามพื้นฐานที่ควรจะมีได้จริงๆ” เขากล่าวถึงความสำคัญของการเลือกผู้บริหารที่ดีที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้

ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง

ป้อนได้เล่าถึงการเป็นผู้ช่วยหาเสียงครั้งนี้ว่า “ครั้งนี้ก็เข้มข้นพอสมควรด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เราเห็นแม่ตั้งใจมาก สมัยที่ผ่านมาเรานับถือใจเค้ามากที่ทุ่มเทเพื่อชาวบ้านขนาดนี้”

บทสัมภาษณ์: พิชามญชุ์ หนุนนำสิริสวัสดิ์ (ปอ)

ปอ พิชามญชุ์ หนุนนำสิริสวัสดิ์ เป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจในการพัฒนาและช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะในเรื่องการเมืองท้องถิ่น การช่วยแม่หาเสียงในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เธอเข้าใจการเมืองท้องถิ่นมากขึ้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับครอบครัวของเธอด้วย ความทุ่มเทและความตั้งใจของปอทำให้เห็นว่าเธอเป็นคนที่ใส่ใจในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีในสังคม

ประวัติส่วนตัว

วันนี้เรามีโอกาสพูดคุยกับ พิชามญชุ์ หนุนนำสิริสวัสดิ์ หรือ ปอ หนึ่งในสมาชิกครอบครัวที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยแม่ในการหาเสียง ปอเป็นพี่คนหนึ่งในสี่พี่น้องที่มีความรักสัตว์และสนใจการเมืองอย่างลึกซึ้ง

สิ่งที่ชอบ

ปอเริ่มต้นการพูดถึงสิ่งที่ชอบ โดยเฉพาะเรื่องสัตว์เลี้ยงที่เป็นส่วนสำคัญในครอบครัวของเธอ ครอบครัวของเรารักสัตว์มากๆ ยิ่งกว่าอะไร” ปอกล่าว ด้วยความที่ครอบครัวของเธอมีสัตว์เลี้ยงรวมทั้งหมด 8 ตัว ได้แก่ สุนัข 6 ตัว และแมว 2 ตัว ซึ่งลูกๆ เป็นคนซื้อมาดูแลเอง ปอได้เล่าถึงการเลี้ยงสุนัขและแมวที่บ้านว่า ที่กรุงเทพฯ ปอเลี้ยงสุนัข 3 ตัว ส่วนที่เชียงรายเลี้ยง 4 ตัวค่ะ ทุกตัวเป็นเหมือนลูกๆ ของเราเลย ทุกครั้งที่กลับบ้านเราก็จะได้เล่นกับพวกมัน และมันก็มีความสำคัญกับครอบครัวเราไม่น้อย”

การเมือง

เมื่อพูดถึงการเมือง ปอเริ่มเล่าถึงมุมมองการเมืองของตัวเองที่ได้สัมผัสจากการอยู่ในกรุงเทพฯ และการทำงานที่นั่น การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยค่ะ มันส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเราในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาหรือสาธารณสุข และการตัดสินใจของนักการเมืองมีผลต่อเราทุกคน” เธอพูดถึงประสบการณ์ที่ได้เห็นจากการจัดการของพรรคการเมืองในปัจจุบัน ถ้าวันนี้การเมืองยังไม่ดีไม่พัฒนา เราก็ไม่มีวันพัฒนาไปได้มากกว่านี้” ปอเชื่อว่าการเมืองมีผลกระทบกับชีวิตทุกคน และทุกคนควรให้ความสำคัญกับมันอย่างมาก

ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง

การเป็นผู้ช่วยหาเสียงในครั้งนี้ ปอรู้สึกว่ามันท้าทายมากกว่าครั้งที่ผ่านมา รู้สึกว่าครั้งนี้ท้าทายมากกว่ารอบที่แล้ว แต่ก็รู้สึกว่าเรามือแข็งขึ้นเยอะ เพราะทีมเราใหญ่ขึ้นและมีแต่คนรุ่นใหม่ ทำให้การทำงานเข้าใจกันมากขึ้น” ปอพูดถึงความร่วมมือที่ดีในทีมและความภูมิใจในตัวคุณแม่ที่ทุ่มเทและสู้มากๆ ในการหาเสียง เราภูมิใจในตัวคุณแม่ทั้งเก่งและสู้มากค่ะ”

ได้เจออะไรมาบ้างในการช่วยหาเสียง?

เมื่อถามถึงประสบการณ์ในการช่วยหาเสียงในครั้งนี้ ปอกล่าวว่า เราได้เจอประสบการณ์หลากหลายรูปแบบค่ะ ทีมเราทำทุกอย่างกันเอง ทำให้เราได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างมากขึ้น” เธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเมืองท้องถิ่นและปัญหาของประชาชน สิ่งที่เราพบคือ ความเข้าใจด้านการเมืองท้องถิ่นของชาวบ้านยังไม่มากพอ ทำให้บางครั้งพวกเขายังไม่เข้าใจในเรื่องอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานท้องถิ่นหรือเรื่องภาษี งบประมาณจังหวัด” ปอได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน เราควรให้ข้อมูลกับประชาชนให้มากขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์มากที่สุดค่ะ”

ความหมายของการมีทายาทการเมือง

การที่ทายาทจากครอบครัวการเมืองเข้ามามีบทบาทในการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณของการสานต่อภารกิจเพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นซึ่งมีผลกระทบโดยตรงกับประชาชนท้องถิ่น การที่ลูกๆ ของนักการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความต่อเนื่องของนโยบายที่เคยดำเนินการไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงในการเมืองท้องถิ่นที่มีความเป็นส่วนตัวและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างใกล้ชิด

บทสรุป

การเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงรายในปี 2568 เป็นการเลือกตั้งที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของทายาทการเมืองในการพัฒนาจังหวัด ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่การส่งเสริมชื่อเสียงของครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและช่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่น การที่ทายาทจากทั้งสองตระกูลมีส่วนร่วมในครั้งนี้ถือเป็นการส่งเสริมความต่อเนื่องของการพัฒนาในจังหวัดเชียงราย และเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตการเมืองท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็งและมั่นคง

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

การเลือกตั้งอบจ.เชียงรายปี 2568 เริ่มต้นอย่างคึกคัก

บรรยากาศการเลือกตั้ง ส.อบจ. และนายก อบจ.เชียงราย ปี 2568

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (ส.อบจ.) และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ที่หน่วยเลือกตั้งโรงยิมเนเซียม 1 สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย เริ่มขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ โดยบรรยากาศการเลือกตั้งในช่วงก่อนเปิดหีบมีประชาชนทยอยมาเข้าแถวรอเลือกตั้งกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหน่วยเลือกตั้งที่ 24 ตั้งอยู่ในตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ก็เป็นหนึ่งในหน่วยที่มีการเข้าร่วมคึกคักจากประชาชนในท้องถิ่น

การเลือกตั้งในครั้งนี้มีกระแสการตื่นตัวจากประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ์อย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงานที่มากันตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อเข้าคูหาเลือกตั้งและเลือกผู้แทนของตนเอง สำหรับบรรยากาศโดยรวมการเลือกตั้งนั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย

การสังเกตการณ์ของผู้ว่าฯ เชียงราย

ในช่วงเช้า นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการเปิดหน่วยเลือกตั้งที่โรงยิมเนเซียม 1 สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อสังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกอบจ.เชียงราย โดยผู้ว่าฯ เชียงรายได้กล่าวเชิญชวนประชาชนชาวเชียงรายออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างคึกคักเพื่อส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและหน่วยเลือกตั้ง

จังหวัดเชียงรายมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดกว่า 9 แสนคน โดยมีหน่วยเลือกตั้งทั่วจังหวัดทั้งหมด 1,993 หน่วย และทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดเชียงรายได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีผู้มาลงคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 75% ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการคาดว่าจะทราบในเวลาประมาณ 22:00 น. ของวันเดียวกัน

การเปิดหีบและการควบคุมการเลือกตั้ง

จากการรายงานของ กกต. เชียงราย แจ้งว่า หน่วยเลือกตั้งทั้ง 1,993 หน่วยได้เปิดหีบเลือกตั้งตรงตามเวลา 08.00 น. และการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้ง และศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง ส.อบจ. และนายก อบจ.เชียงราย ณ อาคารคชสาร อบจ.เชียงราย เป็นไปอย่างเรียบร้อยทุกประการ โดยการเปิดหีบเลือกตั้งในช่วงเช้าสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีปัญหาหรืออุปสรรค

เหตุการณ์ฉีกบัตรเลือกตั้ง

ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้งที่เป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น โดยในหน่วยเลือกตั้งที่ 7 ป่าซาง บ้านแม่คี หมู่ที่ 7 ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน ได้มีเหตุการณ์ฉีกบัตรเลือกตั้งเกิดขึ้น ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเป็นชายอายุ 27 ปี เดินทางจะไปลงคะแนนเหมือนคนอื่นๆ ภายในศาลาเอนกประสงค์หมู่บ้านแม่คี ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนและลงชื่อจะลงคะแนนเสียงแล้ว แต่กลับถือบัตรเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ซึ่งมีสีเหลืองและทำการฉีกจนเสียหายภายในคูหาเลือกตั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้เข้าไปควบคุมตัวและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ให้เข้าไปดำเนินการ

เบื้องต้นพบมีบัตรเลือกตั้งได้รับความเสียหายจริงและเมื่อสอบถามชายคนดังกล่าวก็ให้การเบื้องต้นว่า ตัวเองไม่อยากจะเลือกบุคคลใดเป็นนายก อบจ. เชียงราย จึงไม่รู้จะกากบาทลงในช่องหมายเลขของผู้สมัครคนใด ดังนั้นจึงตัดสินใจฉีกทิ้ง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าการกระทำดังกล่าวถือว่าไม่ถูกต้องจึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางบัตรที่เสียหายนำส่ง สภ.แม่จัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย.

การส่งเสริมการใช้สิทธิเลือกตั้ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังกล่าวถึงความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่า “การเลือกตั้งเป็นโอกาสของประชาชนในการเลือกผู้นำท้องถิ่น ซึ่งเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยประชาชนมีสิทธิ์ในการตัดสินใจเลือกผู้นำที่พวกเขาต้องการ” เขากล่าวต่อไปว่า การใช้สิทธิเลือกตั้งไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบในฐานะพลเมือง แต่ยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาในระดับท้องถิ่นอีกด้วย

บทสรุป

การเลือกตั้ง ส.อบจ. และนายก อบจ.เชียงรายในปี 2568 เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญ โดยมีประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งตั้งแต่เช้า บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างเรียบร้อยและราบรื่น แม้จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในบางหน่วยเลือกตั้ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว การเลือกตั้งในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกผู้นำท้องถิ่นที่จะเป็นตัวแทนในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

ACT ชวนผู้สมัครนายก อบจ.แสดงจุดยืนต้านโกง สร้างท้องถิ่นโปร่งใส

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดจดหมายเชิญผู้สมัครนายก อบจ. ร่วมต้านโกง

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกเชิญชวนผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปี 2568 แสดงเจตนารมณ์ต่อต้านคอร์รัปชันในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ โดยในจดหมายดังกล่าวย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบและติดตามความโปร่งใสของงบประมาณท้องถิ่น

ความกังวลของประชาชนต่อปัญหาคอร์รัปชันใน อบจ.

นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ระบุว่าประชาชนกว่า 93.6% ต้องการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันใน อบจ. โดยกว่า 95% ของประชาชนรับรู้ว่ามีการโกงกินงบประมาณท้องถิ่นที่มหาศาล ทั้งที่งบประมาณรวมของ อบจ. ทั่วประเทศสูงถึง 80,000 ล้านบาทต่อปี

ปัญหาดังกล่าวสะท้อนออกมาผ่านความหน่ายการเมืองของประชาชน ซึ่งปรากฏชัดจากการเลือกตั้ง อบจ. ครั้งก่อนที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เพียง 48-53% เท่านั้น โดยหลายคนมองว่า นักการเมืองท้องถิ่นมักขาดความโปร่งใสและมุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าการพัฒนาท้องถิ่น

เชิญผู้สมัครร่วมแสดงเจตนารมณ์

องค์กรฯ ได้เชิญชวนผู้สมัครนายก อบจ. ผ่านแบบตอบรับออนไลน์ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านคอร์รัปชันในกระบวนการเลือกตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ โดยสามารถส่งกลับได้ภายในวันที่ 24 มกราคม 2568 ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบก่อนถึงวันเลือกตั้ง

นายมานะระบุว่า การเชิญผู้สมัครร่วมแสดงจุดยืนครั้งนี้เป็นการให้ประชาชนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกตั้งผู้ที่พร้อมดูแลผลประโยชน์ของท้องถิ่นอย่างโปร่งใสและซื่อสัตย์ พร้อมระบุว่า “การแสดงเจตนารมณ์ครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างการเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่น”

เสียงสะท้อนจากประชาชน

แคมเปญรณรงค์ “พลิกชีวิตมหาศาล” โดยองค์กรฯ และภาคีเครือข่ายได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะคลิปวิดีโอและโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียที่มีผู้ชมกว่า 4.5 ล้านวิว ความคิดเห็นที่สะท้อนออกมาแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่

  1. ความเหนื่อยหน่ายการเมือง: ประชาชนรู้สึกสิ้นหวังกับการเมืองท้องถิ่น เช่น “เห็นอยู่ว่าเลือกมาแล้วไม่ได้พัฒนาอะไรเลย แต่ยังเลือกคนเดิม”
  2. ความไม่เชื่อมั่นในระบบเลือกตั้ง: หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของ กกต. และนักการเมือง
  3. ความหวังในการเปลี่ยนแปลง: ประชาชนบางส่วนเสนอแนะแนวทางแก้ไข เช่น “ไม่ขายเสียง ไม่เลือกคนทุจริต”

ขับเคลื่อนความโปร่งใสเพื่ออนาคตท้องถิ่น

องค์กรฯ ได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เช่น สถาบันพระปกเกล้า, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช), และกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย เพื่อสนับสนุนประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใสของงบประมาณ อบจ. พร้อมทั้งผลักดันแคมเปญสร้างจิตสำนึกการเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ

“บทบาทของ อบจ. มีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนท้องถิ่น การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้ร่วมกำหนดอนาคตของพื้นที่ตนเอง” นายมานะกล่าว

นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า องค์กรและภาคีได้ร่วมกันออกจดหมายเปิดผนึก ลงวันที่ 21 มกราคม 2568 เรียนเชิญผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปี 2568 ร่วมแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านเครือข่ายและสื่อมวลชนโดยสามารถสื่อสารและส่งกลับมาผ่านแบบตอบรับออนไลน์ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScFYOtvPjszGqx09mcl7Hg-BitDnRBwRJuAAjPujhdzuzB42w/viewform ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 24 มกราคม หรือก่อนวันเลือกตั้ง 1 ก.พ.ศกนี้ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบในช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

สรุป

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เชิญชวนผู้สมัครนายก อบจ. ร่วมแสดงจุดยืนต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อสร้างความโปร่งใสในกระบวนการเลือกตั้งและการบริหารงบประมาณท้องถิ่น พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายจัด Big Day เชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.

กิจกรรมรณรงค์เชิญชวนใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิก อบจ. เชียงราย พร้อมกันทั่วจังหวัด

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 ณ ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย (ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก) ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายรุจติศักดิ์ รังสี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เชิญชวนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (Big Day) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยมีนายรามิล พัฒนมงคลเชฐ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มพลังมวลชนกว่า 800 คน เข้าร่วมงานเพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มุ่งหวังให้ผู้มีสิทธิออกมาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายการใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างน้อยร้อยละ 75 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงส่งเสริมความโปร่งใสในการเลือกตั้ง ด้วยการไม่ขายสิทธิ ไม่ซื้อเสียง และปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด

การจัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม

ในงานรณรงค์ครั้งนี้ ได้มีการจัดขบวนพาเหรดและกิจกรรมเพื่อกระตุ้นความสนใจของประชาชน ได้แก่

  1. ขบวนพาเหรดวงโยธวาทิต
    โดยวงโยธวาทิตจากโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ร่วมสร้างบรรยากาศด้วยเสียงเพลงปลุกเร้าความสนใจ
  2. ขบวนนักเรียนและนักศึกษา
    กลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดเชียงราย รวมถึงศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองเชียงราย ร่วมเดินขบวนประชาสัมพันธ์
  3. ขบวนผู้นำชุมชนและพลังมวลชน
    กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มผู้นำชุมชนในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก เพื่อแสดงพลังของประชาชนที่พร้อมออกมาใช้สิทธิ

วัตถุประสงค์ของกิจกรรม

นายรามิล พัฒนมงคลเชฐ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ ดังนี้:

  1. กระตุ้นการรับรู้
    เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
  2. ส่งเสริมความโปร่งใส
    รณรงค์ให้ประชาชนปฏิเสธการขายสิทธิ และปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างถูกต้อง
  3. สร้างการมีส่วนร่วมทางการเมือง
    กระตุ้นให้ประชาชนในทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น

กิจกรรมพร้อมกันใน 18 อำเภอ

กิจกรรม Big Day ครั้งนี้จัดขึ้นพร้อมกันใน 18 อำเภอทั่วจังหวัดเชียงราย โดยมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อสร้างการตระหนักรู้ในวงกว้าง และกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิในวันเลือกตั้ง 1 กุมภาพันธ์ 2568

นายรุจติศักดิ์ รังสี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวในพิธีเปิดว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญของประชาชนในการเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาบริหารจังหวัดเชียงราย และหวังว่าการรณรงค์ในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นให้กับจังหวัดเชียงราย

ข้อมูลเสริม:

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงราย สามารถตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย หรือผ่านช่องทางออนไลน์ของ กกต.

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งเสริมประชาธิปไตยและการพัฒนาท้องถิ่น ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนออกมาใช้สิทธิของตนเอง เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นสำหรับจังหวัดเชียงราย.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI EDITORIAL

ค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง อบจ.เชียงราย พุ่งสูงถึง 71 ล้านบาท

ค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง อบจ. ปี 2568 สูงถึง 3.5 พันล้านบาท ประชาชนควรออกมาใช้สิทธิ

จากรายงานของ Rocket Media Lab ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในข้อบัญญัติงบประมาณประจำปี 2568 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั่วประเทศ ซึ่งไม่รวมงบประมาณของ อบจ. แม่ฮ่องสอน และอีก 4 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร บึงกาฬ เลย และสมุทรสาคร ที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณสำหรับการเลือกตั้งไว้ พบว่า ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง อบจ. ครั้งนี้ รวมทั้งค่าจัดการเลือกตั้งและค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ มีมูลค่ารวมสูงถึง 3,563,810,232 บาท

รายละเอียดค่าใช้จ่าย

  • ค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งในจังหวัดเชียงราย
    จังหวัดเชียงรายใช้งบประมาณรวมทั้งหมด 71 ล้านบาท แบ่งเป็นงบการจัดการเลือกตั้ง 34,948,553 บาท และค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ 36,051,447 บาท เมื่อนำมาคำนวณเทียบกับประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงรายที่มีจำนวน 176,685 คน พบว่าต้นทุนเฉลี่ยต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ที่ 401.85 บาทต่อคน
  • งบประมาณเลือกตั้งระดับประเทศ
    ค่าใช้จ่ายการจัดการเลือกตั้งในปีนี้สูงถึง 3.5 พันล้านบาท ครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลายด้าน เช่น การจัดตั้งหน่วยเลือกตั้ง ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ การพิมพ์บัตรเลือกตั้ง และการประชาสัมพันธ์

ผลกระทบจากการลาออกก่อนครบวาระ

ในปี 2568 มีเพียง 17 จังหวัดที่ต้องจัดการเลือกตั้งนายก อบจ. เนื่องจากบางพื้นที่ได้เลือกตั้งไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะกรณีที่นายก อบจ. ลาออกก่อนครบวาระ เช่น จังหวัดปทุมธานี ที่ใช้งบประมาณในการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 2567 จาก 79 ล้านบาท เป็น 89 ล้านบาท สะท้อนถึงภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอันเป็นผลจากการลาออกดังกล่าว

อัตราการใช้สิทธิเลือกตั้งและเป้าหมายในปี 2568

ในการเลือกตั้ง อบจ. ปี 2563 พบว่า อัตราการใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศอยู่ที่ 62.25% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 65% ปีนี้ กกต. ย้ำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้เงินภาษีที่ใช้ไปในกระบวนการเลือกตั้งเกิดประโยชน์สูงสุด

จังหวัดงบการจัดการเลือกตั้ง 68 (บาท)ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้ง (บาท)งบจัดการเลือกตั้ง68+ค่าตอบแทน (บาท)ประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (คน)งบต่อหัวรวมหมายเหตุ
นครราชสีมา78,098,000110,000,000188,098,000365,192515.07 
เชียงราย34,948,55336,051,44771,000,000176,685401.85 
นครศรีธรรมราช42,150,00034,028,00076,178,000212,271358.87 
บุรีรัมย์50,800,00047,980,00098,780,000432,622228.33 
ร้อยเอ็ด17,938,60040,912,20058,850,800262,516224.18 
สมุทรปราการ120,000,00033,000,000153,000,000752,019203.45 
กำแพงเพชร60,000,000 60,000,000303,089197.96ไม่ตั้งงบค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งไว้
สงขลา34,000,00040,500,00074,500,000407,945182.62 
ระยอง50,000,00020,000,00070,000,000385,091181.78 
น่าน18,000,00020,000,00038,000,000209,669181.24 
กระบี่10,000,00015,000,00025,000,000142,114175.92 
นครนายก15,160,00010,000,00025,160,000157,102160.15 
ชลบุรี40,000,00050,000,00090,000,000570,120157.86 
ชุมพร12,320,00015,300,00027,620,000183,361150.63 
สกลนคร24,563,10224,220,35048,783,452331,807147.02 
สุรินทร์46,370,00015,000,00061,370,000433,837141.46 
ขอนแก่น40,000,00052,000,00092,000,000654,181140.63 
นราธิวาส31,700,00036,569,40068,269,400506,704134.73 
นครสวรรค์20,000,00035,000,00055,000,000411,154133.77 
เชียงใหม่50,000,00050,000,000100,000,000791,945126.27 
ศรีสะเกษ26,000,00044,000,00070,000,000588,876118.87 
นครพนม20,484,41022,015,59042,500,000401,623105.82 
ลพบุรี15,000,00025,000,00040,000,000389,684102.65 
ตาก12,550,00015,750,00028,300,000279,832101.13 
ตรัง28,000,00022,000,00050,000,000517,53096.61 
ปทุมธานี49,000,00040,000,00089,000,000948,93593.79 
ฉะเชิงเทรา29,374,30025,279,50054,653,800587,34293.05 
อุดรธานี41,200,00040,600,00081,800,000906,43790.24 
พิจิตร19,047,00018,953,00038,000,000428,97488.58 
กาฬสินธุ์15,300,00023,000,00038,300,000435,26187.99 
มหาสารคาม17,418,00032,582,00050,000,000572,94487.27 
มุกดาหาร17,000,0002,500,00019,500,000225,05286.65 
สุโขทัย11,000,00016,920,00027,920,000324,79585.96 
ตราด6,700,0007,300,00014,000,000168,30483.18 
พิษณุโลก11,800,00017,000,00028,800,000362,86079.37 
อุตรดิตถ์13,500,00013,000,00026,500,000335,29279.04 
ภูเก็ต8,000,00011,200,00019,200,000243,73378.77 
กาญจนบุรี15,000,00015,000,00030,000,000389,78676.97 
สระบุรี34,000,00018,000,00052,000,000690,99475.25 
แพร่12,500,00017,200,00029,700,000394,80675.23 
ปราจีนบุรี30,000,0008,000,00038,000,000517,46273.44 
หนองคาย30,145,00014,589,40044,734,400611,65173.14 
จันทบุรี10,000,00019,000,00029,000,000420,69468.93 
ชัยภูมิ43,269,62430,595,32673,864,9501,225,77960.26 
สุราษฎร์ธานี57,090,00012,910,00070,000,0001,168,95559.88 
ราชบุรี19,000,00021,000,00040,000,000675,46059.22 
พระนครศรีอยุธยา40,000,00039,500,00079,500,0001,347,31059.01 
ปัตตานี19,102,40030,472,60049,575,000840,26359.00 
เพชรบูรณ์30,188,00043,000,00073,188,0001,277,45857.29 
อำนาจเจริญ20,000,00013,271,48033,271,480598,45155.60 
ประจวบคีรีขันธ์18,500,00013,000,00031,500,000606,83751.91 
พะเยา13,000,00013,000,00026,000,000509,85750.99 
ลำปาง50,000,0005,000,00055,000,0001,096,74450.15 
นครปฐม25,000,00027,000,00052,000,0001,085,48547.90 
เพชรบุรี18,000,00017,000,00035,000,000785,37544.56 
อุบลราชธานี15,701,00048,000,00063,701,0001,459,56243.64 
สุพรรณบุรี20,000,00023,000,00043,000,000999,75443.01 
สมุทรสาคร15,000,000 15,000,000367,83440.78ไม่ตั้งงบค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งไว้
ชัยนาท8,000,00010,000,00018,000,000459,36239.18 
สระแก้ว13,247,65013,452,35026,700,000690,27038.68 
นนทบุรี50,500,00032,000,00082,500,0002,142,23538.51 
ยะลา25,000,00023,000,00048,000,0001,260,36538.08 
สตูล8,650,0008,100,00016,750,000442,90237.82 
ยโสธร12,231,35016,260,72028,492,070772,26536.89 
บึงกาฬ7,639,880 7,639,880261,95529.16ไม่ตั้งงบค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งไว้
อ่างทอง6,900,0005,000,00011,900,000409,31029.07 
สมุทรสงคราม7,000,0005,000,00012,000,000413,72829.00 
หนองบัวลำภู15,000,00015,000,00030,000,0001,057,06028.38 
ลำพูน8,500,00012,700,00021,200,000918,76123.07 
อุทัยธานี13,000,00011,710,00024,710,0001,114,80122.17 
พังงา2,500,0007,000,0009,500,000479,10719.83 
พัทลุง10,000,00011,000,00021,000,0001,116,32018.81 
เลย21,000,000 21,000,0001,259,95516.67ไม่ตั้งงบค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งไว้
สิงห์บุรี4,000,0006,000,00010,000,000678,73214.73 
ระนอง4,700,0005,600,00010,300,000840,62912.25 
แม่ฮ่องสอน   1,493,0420.00ไม่มีการตั้งงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณ อบจ. ปี 2568

ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ

จากข้อมูลของ Rocket Media Lab พบว่าการจัดการเลือกตั้งที่มีค่าใช้จ่ายสูงสะท้อนถึงความสำคัญของการใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้เงินภาษีที่ถูกใช้นั้นเกิดความคุ้มค่า และแสดงออกถึงความรับผิดชอบของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ การเลือกตั้งที่โปร่งใสและมีส่วนร่วมจากประชาชนในทุกระดับจะช่วยสร้างความมั่นใจในกระบวนการประชาธิปไตย

สรุป

การเลือกตั้ง อบจ. ครั้งนี้มีงบประมาณรวมกว่า 3.5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นภาษีของประชาชน การมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งไม่เพียงแค่ช่วยสร้างความโปร่งใส แต่ยังสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศชาติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์ / Rocket Media Lab 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News