Categories
WORLD PULSE

สปป.ลาว ส่งคนตรวจคุณภาพน้ำโขงปกติ แม้พึ่งเกิด”กรดซัลฟิวริก” ที่พลิกคว่ำ

 
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 สื่อจาก สปป. ลาว ໂທລະໂຄ່ງ THOLAKHONG ราย3านการตรวจสอบออก! แม่น้ำยังคงไม่ได้รับผลกระทบจาก #ChemicalCase พลิกคว่ำและทำให้สารไหลลงสู่หุบเขาและแม่น้ำ
 
จากกรณีขนส่งสารเคมีในหมู่บ้านภูสังขาม จังหวัดหลวงพระบาง เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 มีสารเคมีบางชนิดไหลลงสู่ลำธารและไหลลงสู่ลำธารน้ำ และมีการแจ้งเตือนจากสำนักงานหลวงพระบางว่า ห้ามใช้น้ำดังกล่าว 
 
 
ล่าสุด วันนี้ 8 เมษายน 2567 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงออกแถลงการณ์ว่า หลังจากตรวจสอบตั้งแต่วันที่เกิดเหตุและสำรวจอย่างละเอียดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2567 น้ำบริเวณลำห้วยยังคงปกติไม่ได้รับผลกระทบ มีเพียงน้ำในลำธารในที่เกิดเหตุเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แสดงให้เห็นว่าแม่น้ำโขงและแม่น้ำโขงที่ลำธารไหลผ่านยังปกติ (ปลอดภัย)
นอกจากนี้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะยังคงติดตามและประเมินคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
 
 

ทางด้านนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า อุบัติเหตุรถบรรทุกสารเคมีพลิกคว่ำที่เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว เมื่อ 5 วันก่อน สร้างความกังวลใจให้กับชาวบ้านโดยเฉพาะ อ.เชียงคาน ที่จะเป็นจุดรับน้ำจากประเทศลาวจุดแรก และคาดว่าน้ำจะมาถึงอำเภอเชียงคานในวันที่ 8 เม.ย.นี้

จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ด้านสาธาณสุข และเจ้าหน้าที่ประมง เก็บตัวอย่างน้ำบริเวณแก่งคุดคู้ ไปตรวจคุณภาพความเป็นกรดด่างทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 5 -12 เม.ย.นี้ ซึ่งผลการตรวจคุณภาพน้ำ ที่ผ่านมาเป็นปกติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า ขณะนี้คุณภาพแม่น้ำโขงในอ.เชียงคานอยู่ในเกณฑ์ปกติ สัตว์น้ำและคนสามารถใช้น้ำได้โดยปลอดภัย เนื่องจากกรดซัลฟิวริก 1 ลิตร ต่อน้ำ 100,000 ลิตรจะเจือจางไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและคน

 

แม้ขณะนี้สถานการณ์น้ำยังเป็นปกติแต่เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว ได้ประสานไปยังสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 9 เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อให้ผลแม่นยำและสร้างความมั่นใจ

 

ขณะที่วันนี้ บริเวณแก่งคุดคู้ ยังมีนักท่องเที่ยวยังพาครอบครัวมาเล่นน้ำคลายร้อน ส่วนใหญ่บอกว่าไม่กังวลว่าน้ำโขงบริเวณแก่งคุดคู้ จะมีสารเคมีปนเปื้อน เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างน้ำโขงไปตรวจสอบคุณภาพทุกวัน คือช่วงเช้าและช่วงเย็น และจากการติดตามข่าวก็พบว่าน้ำโขงที่ไหลผ่านอ.เชียงคาน ยังปกติและยังไม่พบสารเคมีปนเปื้อนแต่อย่างใด

 

ซึ่งทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เคยได้ออกประกาศเรื่อง เฝ้าระวังผลกระทบจากคุณภาพน้ำในแม่น้ำโขง ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า ตามที่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้มีหนังสือแจ้งเตือนประชาชน เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 แจ้งการเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกสารเคมีพลิกคว่ำ ทำให้กรดซัลฟิวริกไหลลงสู่แม่น้ำคาน บริเวณแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ໂທລະໂຄ່ງ THOLAKHONG

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
WORLD PULSE

ถวายเพลิงสรีระครูบาแสงหล้า ศรัทธามหาชน ชาวพุทธร่วมส่ง

 

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2567 ที่วัดพระธาตุสายเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา คณะศิษยานุศิษย์ของครูบาแสงหล้า ธัมมสิริ หรือ หลวงปู่เจ้าคุณพระรัตนรังษี ได้เคลื่อนสรีระของครูบาแสงหล้าไปยังสถานที่ชั่วคราวใน จ.ท่าขี้เหล็ก เพื่อประกอบถวายเพลิงสรีระ หลังจากครูบาแสงหล้าได้มรณภาพลงเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2567 ด้วยอายุ 96 ปี 76 พรรษา ณ วัดพระธาตุสายเมือง

 

โดยในพิธีมีครูบาบุญชุ่ม ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ พระภิกษุพร้อมคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธี ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยขั้นเข้มงวดล่วงหน้าอย่างน้อย 4 วัน โดยมีการปิดถนนสายหลักในท่าขี้เหล็ก ห้ามจำหน่ายอาหารข้างทาง ปิดตลาด สนามบินท่าขี้เหล็ก ฯลฯ รวมทั้งสืบข่าว ตรวจสอบบุคคลและวางกำลังตามจุดต่างๆ อย่างเข้มงวด ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมพิธีหลายพันคน ทั้งนี้มีรายงานว่าหลังเสร็จพิธี พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย จะเดินทางต่อไปยัง จ.เชียงตุง ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการของกองทัพภาคสามเหลี่ยมต่อแต่ยังไม่มีความแน่นอนโดยอาจจะเปลี่ยนแปลงด้วยการเดินาทางกลับกรุงเนปิดอว์เลยก็ได้
 
 
ทั้งนี้ บริเวณด่านพรมแดนทางการเมียน มา ได้การประสานมายังฝั่งไทยให้งดการเดินทางเข้าออกของผู้คนและยานพาหนะทุกชนิดเป็นการชั่วคราวตั้งแต่เวลาประมาณเที่ยงวันเป็นต้นไปจนกว่าจะเสร็จพิธี ทั้งตรงจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 และ 2 ส่งผลทำให้บนสะพานไม่มีการสัญจรและผู้คนและรถต่างรออยู่เต็มหน้าด่านพรมแดนในช่วงบ่ายถึงเย็น
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS WORLD PULSE

มฟล. ร่วมการประชุม 2024 ASEAN-Australia CEO Forum ออสเตรเลีย

 
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณัฐพรพรรณ อุตตมา รองอธิการบดี เข้าร่วมงาน 2024 ASEAN-Australia CEO Forum ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม 2024 ASEAN-Australia Special Summit ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 มีนาคม 2567 ณ Melbourne Convention and Exhibition Centre (MCEC) ประเทศออสเตรเลีย


การประชุม 2024 ASEAN-Australia CEO Forum จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีให้ผู้นำของภาครัฐและเอกชนจากประเทศต่างๆ ในอาเซียนและออสเตรเลียร่วมกันแบ่งปันวิสัยทัศน์ และหารือถึงแนวทางในการกระชับความร่วมมือเชิงปฏิบัติการระหว่างอาเซียนและออสเตรเลีย ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือในด้านการศึกษาและด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้การประชุมนี้ยังเป็นการรำลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอาเซียนและออสเตรเลียที่มีต่อกันมายาวนานถึง 50 ปี 


ในการประชุม 2024 ASEAN-Australia CEO Forum นี้มีผู้เข้าร่วมการประชุมจากภาครัฐและเอกชนจากประเทศต่างๆ ในอาเซียนและออสเตรเลีย จำนวนกว่า 100 คน การประชุมได้จัดในรูปแบบ CEO Roundtables แบ่งออกเป็น  6 ด้าน ประกอบด้วย 1. Agriculture and food supply chains 2. Digital economy 3. Education and skills 4. Green energy transition 5. Financial services และ 6. Infrastructure, connectivity, and resources โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดี ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็น Co-chair ในการหารือด้าน Education and skills ร่วมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัย The Royal Melbourne Institute of Technology (RMIT) 


ทั้งนี้จากเวทีการหารือ พบว่า ภาคเอกชนยังมีความต้องการให้ภาคการศึกษาผลิตกำลังคนที่มีความรู้ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ พยาบาลศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งถือว่าเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนทางธุรกิจและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะกำลังคนที่พร้อมทำงาน โดยให้ความสำคัญกับทักษะการปรับตัวและเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมได้กล่าวถึงการดำเนินงานด้านการให้ทุนวิจัยของออสเตรเลียกับประเทศในอาเซียนเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียและประเทศในอาเซียนมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันออสเตรเลียให้ความสำคัญอย่างมากกับการพัฒนาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม


มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ส่งเสริมกิจกรรมและความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาของออสเตรเลียมาโดยตลอด ตลอดจนการได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากรัฐบาลออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญต่อการสร้างความร่วมมือกับนานาประเทศในการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสากล และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของภูมิภาค
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI WORLD PULSE

สปป.ลาว พบ พระพุทธรูป 4 องค์ โผล่ลำน้ำโขง แขวงบ่อแก้ว ตรงข้าม อ.เชียงแสน

 

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสื่อท้องถิ่นใน สปป.ลาว หลายราย เช่น ລວມຂ່າວລາວ-Lao News update,ແຂວງບໍ່ແກ້ວ Bokeo Province,ໜັງສືພິມລາວພັດທະນາ Laophattana News ได้รายงานข้อมูลและภาพจากพระอาจารย์ ຂັດຕິຍະບາຣະມີ ว่าได้มีการพบพระพุทธรูปและวัตถุโบราณหลายชิ้น ภายในหาดทรายกลางแม่น้ำโขงฝั่งเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ตรงกันข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย คาดว่าเป็นบริเวณวัดเก่าแก่และเมืองเก่าสมัยอาณาจักรสุวรรณโคมคำในยุคนับพันปีก่อน โดยการค้นพบมีขึ้นเมื่อวันที่ 16 มี.ค.หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดลงจนกลายเป็นหาดทรายกว้าง และชาวบ้านได้พบเห็นส่วนบนของพระพุทธรูปโผล่ขึ้นมาจึงพากันไปขุนค้นต่อ

ปรากฎว่าเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่องค์ใหญ่จำนวน 2 องค์ คาดว่ามีหน้าตักกว้างกว่า 29 นิ้ว โดยองค์แรกมีสภาพสมบูรณ์ไม่เสียหายมากนักแต่องค์ที่ 2 พระเศียรหักออกไปแต่ยังคงพบในบริเวณเดียวกัน นอกจากนี้ พบพระพุทธรูปขนาดเล็กอีก 2 องค์ คาดว่ามหน้าตักกว้างประมาณ 9 นิ้ว โดยมีสภาพเช่นเดียวกับองค์ใหญ่คือมีองค์สมบูรณ์ 1 องค์และพระเศียรหักออกไปอีก 1 องค์และพบส่วนที่ขาดไปด้วยคาดว่าทั้งหมดสร้างด้วยสัมฤทธิ์ที่มีความคงทน รวมทั้งยังพบวัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวลักษณะคล้ายอิฐทังขนาดเล็กและใหญ่อีกไม่ต่ำกว่า 10-15 อัน คาดว่าสร้างด้วยปูน

หลังการค้นพบทางเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ทั้งระดับหมู่บ้าน เมืองและแขวง ได้มีการจัดสถานที่เก็บรักษาบริเวณที่ค้นพบแล้วโดยมีการวางกำลังดูแลรักษาตลอด 24 ชั่วโมงด้วย ขณะที่มีประชาชนชาวลาวรวมไปถึงพระภิกษุและสามเณรต่างพากันไปกราบนมัสการและชมพระพุทธเจ้าและวัตถุโบราณต่างๆ ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ລວມຂ່າວລາວ-Lao News update, ແຂວງບໍ່ແກ້ວ Bokeo Province, ໜັງສືພິມລາວພັດທະນາ Laophattana News

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI WORLD PULSE

ทูตเกาหลีใต้ หารือผู้ว่าฯ เชียงราย ความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

 

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 67  ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย คณะเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย นำโดยนายปาร์ค ยงมิน (Mr. Park Yongmin) พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ รวมถึงทางด้านการนำเข้าและส่งออกสินค้าการเกษตร และจังหวัดเชียงรายได้นำเสนอข้อมูลการพัฒนาเชียงรายให้เป็นเมืองสุขภาวะ (Wellness City) ตามที่รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพนานาชาติฯ โดยในด้านการท่องเที่ยวจะมุ่งเน้นยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรม การพัฒนาเมืองเชียงรายสู่เมืองแห่งศิลปะ โดยจังหวัดเชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ครั้งที่ 3 Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 ซึ่งจังหวัดเชียงรายเป็นเมืองชายแดนที่เชื่อมต่อพรมแดนของ 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว เมียนมา มีความหลากหลายของผู้คนมากถึง 30 ชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกัน
 
 
ทั้งนี้คณะเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยได้กล่าวชื่นชมและรู้สึกประทับใจที่ได้มาเยือนจังหวัดเชียงราย และได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต โคก หนอง นา พัฒนาชุมชนดอยอินทรีย์ พระตำหนักดอยตุง ไร่แม่ฟ้าหลวง และได้เข้าเยี่ยมชมหอศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย รวมถึงสถานที่ต่างๆในจังหวัดเชียงราย และได้แสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลไทยที่ได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการได้เป็นอย่างดี ในฐานะของผู้แทนรัฐบาลของประเทศมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกับประเทศไทยและจังหวัดเชียงราย ต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI WORLD PULSE

เชียงรายพร้อมต้อนรับผู้สำเร็จราชการ แห่งเครือรัฐออสเตรเลีย 16 – 17 ก.พ.

 

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 67 ที่ห้องประชุมธรรมลังกา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมเตรียมการต้อนรับ พลเอก เดวิด จอร์น เฮอร์ลีย์ ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย และภริยา ในการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ณ จังหวัดเชียงราย โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ ว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

 

ด้วยจังหวัดเชียงรายได้รับแจ้งจากกระทรวงต่างประเทศว่า พลเอกเดวิด จอห์น เฮอร์ลีย์ ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย และภริยา มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลระหว่างวันที่ 13 – 17 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งการเยือนประเทศไทยครั้งนี้เป็นการเยือนของผู้นำระดับสูงของออสเตรเลียในรอบ 7 ปี และเป็นครั้งแรกของพลเอกเดวิดฯ ในฐานะผู้สำเร็จราชการ กระชับความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคีและต่อยอด ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ของทั้งสองประเทศ โดยมีกำหนดเดินทางมาเยือนยังจังหวัดเชียงรายวันที่ 16 – 17 กุมภาพันธ์ 2567 
 
 
เพื่อเยี่ยมชมโครงการ การเสริมสร้างความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศกรณีศึกษา พื้นที่ลุ่มน้ำอิง ที่ประเทศออสเตรเลียให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการฯ โดยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับชุมชนในพื้นที่บ้านป่าข่า ตำบลป่าตาล อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย รวมถึงเยี่ยมชมโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งการเดินทางมาเยือนของผู้สำเร็จราชการแห่งเครือออสเตรเลียดังกล่าว จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการกระชับ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับออสเตรเลียให้ใกล้ชิดมากขึ้น 
 
 
โดยเฉพาะในวาระครบรอบ 72 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับออสเตรเลียในปี 2567 และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบฯ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาที่ราชวิทยาลัยนายร้อยทหารบกดันทรูน ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งพลเอก เดวิดฯ ยังเป็นพระสหายที่สำคัญ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับออสเตรเลียให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
 
 
ทั้งนี้จังหวัดเชียงรายโดยนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเชียงราย เตรียมความพร้อม รวมถึงซักซ้อมก่อนพลเอก เดวิดฯ และภริยา จะมาเยือนยังจังหวัดเชียงราย ทั้งด้านการอำนวยความสะดวกให้แก่คณะฯ ในการสนับสนุนการประสานงานร่วมกับกรมพิธีการทูต และจังหวัดเชียงราย ความปลอดภัยทางท้องถนน สถานที่ พร้อมทั้งจัดเตรียมรถไฟฟ้าสำรอง สำหรับพื้นที่ทุกจุดหมายตามเส้นทางให้เพียงพอ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จัดเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องความสะอาดเรียบร้อยในพื้นที่จุดหมาย รวมถึงจัดเตรียมรถพยาบาล พร้อมแพทย์และพยาบาล อุปกรณ์ทางการแพทย์ ติดตามขบวน จัดเตรียมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองเชื้อโรคสำหรับแจกจ่ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนประสานสื่อมวลชนทุกแขนงในการจัดทำข่าวให้เป็นไปด้วยความเหมาะสมเรียบร้อย
 
 
การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ของผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลียสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด และมิตรภาพระหว่างราชอาณาจักรไทยและเครือรัฐออสเตรเลีย ตั้งแต่ระดับราชวงศ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จนมาถึงรัฐบาล และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยการเยือนครั้งนี้ยังเป็นโอกาสให้ ไทยและออสเตรเลีย กระชับความร่วมมือในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
 
 
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
WORLD PULSE

เปิดแล้วสนามบินสามเหลี่ยมทองคำ รับได้ถึงโบอิ้ง 737-900

 

เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมาที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงกันข้ามกับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดสนามบินสากลแขวงบ่อแก้วอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้เข้าร่วมคือ ดร.บัวคง นามมะวง เจ้าแขวงบ่อแก้ว นายจ้าวเหว่ย ประธานกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ นายหวางเคอหาน ผู้แทนบริษัท Greater Bay Area Investment and Development (HK) Limited จากฮ่องกง และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมครบครัน

 

โดยทางแขวงบ่อแก้วระบุว่าสนามบินดังกล่าวเป็นสนามบินรหัส 4 C มูลค่าการลงทุน 225,358,700 ดอลลาร์สหรัฐ โดยถือเป็นหนึ่งในข้อตกลงในการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำที่มีความกว้าง 314 เฮกตาร์ 5,478 ตารางเมตร มีทางวิ่งหรือรันเวย์ยาว 2,500 เมตร รวมทั้งยังสามารถขยายไปได้ถึง 3,000 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินขนาด A-321 และโบอิ้ง 737-900 อาคารผู้โดยสารสามารถรองรับผู้โดยสารทั้งขาเข้าและออกได้ถึง 600 คน
 
 
สำหรับสนามบินมีการลงทุนเป็นมูลค่า 225,358,700 เหรียญสหรัฐ เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.2563 เป็นต้น ระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี สามารถขยายออกไปได้ตามข้อตกลงของรัฐบาล ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาสัมปทานแล้วโครงการจะส่งมอบคืนให้กับรัฐบาล สปป.ลาว ต่อไป อยางไรก็ตามในช่วงต้นนี้สนามบินจะเปิดให้บริการภายในประเทศก่อนโดยรองรับเครื่องบิน ATR-72 หรือเทียบเทา เพื่อเป็นการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ส่งเสริมด้านการคมนาคมขนส่งเชื่อมต่อกับสากล เอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนและการท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศ รวมไปถึงการเดินทางของประชาชน ที่สำคัญคือเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาคเหนือโดยเฉพาะแขวงบ่อแก้ว
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
WORLD PULSE

“ดีอี” ร่วมลงนาม ‘อาเซียน-จีน’ ยกระดับความร่วมมือด้านดิจิทัล

 

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยความร่วมมือด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล (Memorandum of Understanding between the Association of Southeast Asian Nations and the People’s Republic of China on Co – operation in Communications and Digital Technology) ในช่วงระหว่างการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัลและสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยบันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะมีระยะเวลา 5 ปี มีเนื้อหาและขอบเขตความร่วมมือ อาทิ
 
1) การแลกเปลี่ยนนโยบายและกฎระเบียบด้านดิจิทัลและ ICT (Policies and Regulations) เพื่อยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐประชาชนจีน
 
2) ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure) เพื่อที่จะร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาทางตรงและทางอ้อม
 
3) ด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่ (Emerging Technologies) ซึ่งประกอบด้วย 5G Use Cases, Artificial Intelligence, Cloud Computing, Big Data, Digital Governance, Smart Cities, และ Future Networks
 
4) ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัล (Digital Security) เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูล
 
5) ด้านทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy)
 
6) ด้านคลื่นความถี่และการบริหารจัดการคลื่นความถี่ (Radio Frequency Spectrum and Management) เพื่อยกระดับความร่วมมือในการประชุมการสื่อสารโทรคมนาคมวิทยุระดับโลกภายใต้กรอบการทำงานของสหภาพโทรคมนาคม หรือ International Telecommunication Union (ITU)
 
7) ด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลและข้อมูล (Other Fields)
 
นอกจากนี้ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศแห่งอินโดนีเซีย ว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล (Memorandum of Understanding between the Ministry of Digital Economy and Society of the Kingdom of Thailand and The Ministry of Communications and Informatics of Indonesia on Information and Communication Technology and Digitalization Cooperation) โดยมีนายประเสริฐ รัฐมนตรีดีอี เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน สำหรับความร่วมมือสำคัญ ประกอบด้วย บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital platform services) การกำกับดูแลบริการดิจิทัล (Digital service governance) การป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ (Anti-online scamming) การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital transformation) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลส่งเสริมโอกาสและศักยภาพของประชาชนอย่างครอบคลุม (Digital inclusion) กำลังคนทางดิจิทัล (Digital manpower) และเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital economy)

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE WORLD PULSE

นับถอยหลัง Thailand Biennale 2023 พร้อมโชว์ผลงานสร้างสรรค์ ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก

 

 

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดตัว 20 ศิลปิน ชุดสุดท้ายของ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย นายประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ และภัณฑารักษ์ พร้อมด้วยศิลปินและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมแสน จังหวัดเชียงราย

 

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผย การจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 ได้คัดเลือกศิลปินจากทุกทวีปทั่วโลก 21 ประเทศ จำนวน 60 คน เข้าร่วมสร้างสรรค์ผลงาน ในวันนี้เป็นการเปิดตัวศิลปิน 20 คนสุดท้าย ซึ่งจากการติดตามความก้าวหน้าของการเตรียมงาน และการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าการจัดงานมีความพร้อมอย่างมาก ทั้งในด้านสถานที่การจัดงาน และการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินที่เริ่มสร้างผลงานไปตามแผนงาน พร้อมที่จะอวดผลงานแก่ทุกคนตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2566 ถึง 30 เมษายน 2567 นี้ 

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า จากแนวคิดหลักของ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 ซึ่งเกิดมาจากการลงพื้นที่ศึกษา และค้นหาบริบทของเชียงรายมีข้อมูลเกี่ยวกับพระพุทธรูปปางเปิดโลก ที่ประดิษฐาน ณ วัดป่าสัก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพหุวัฒนธรรม ที่แสดงถึงอิทธิพลจากวัฒนธรรมหลากหลายในเอเชียจนเป็นที่มาของแนวคิด The Open World หรือ เปิดโลก ในครั้งนี้ เป็นจุดสำคัญที่เราจะนำเรื่องราวทางศิลปวัฒนธรรมของไทย สอดแทรกไปกับการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปิน ส่งเสริมให้จังหวัดเชียงรายกลายเป็น‘เมืองศิลปะระดับโลก’และเป็นจุดหมายที่นักเดินทางทั่วโลกอยากมาเยี่ยมชมสร้างการบูรณาการ  ระหว่างศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ในการพัฒนาสินค้าและท่องเที่ยวให้ชุมชนเกิดรายได้ผ่านการจัดกิจกรรมในรูปแบบของเทศกาลศิลปะนานาชาติ เป็นการตอบสนองนโยบายประเทศไทย ๔.๐ ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของวธ. และการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย Soft power ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก ดังนั้นตลอดระยะเวลา 5 เดือนของการจัดงาน จังหวัดเชียงรายจะเต็มไปด้วยผลงานศิลปะจากผลงานหลักของ 60 ศิลปิน กิจกรรมคู่ขนาน อาทิ การแสดงดนตรีชาติพันธุ์ ศิลปะการแสดง การฉายภาพยนตร์ กิจกรรมการศึกษา พาวิลเลี่ยน 13 พาวิลเลี่ยน และการเปิดบ้านของศิลปินเชียงรายอีกกว่า 80 หลัง วันนี้จึงเป็นการนับถอยหลังเข้าสู่การจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023  ขอเชิญชวนชาวไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดโลกแห่งการรับรู้ทางศิลปะ เปิดประเทศ และเปิดเมืองเชียงราย เชื่อมโยงศิลปะสู่วิถีชีวิต ร่วมกันบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งนี้ และร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีไปพร้อม ๆ กับพี่น้องชาวเชียงราย 

 

 

ด้าน นายพุฒิพงศ์  ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ในฐานะเจ้าบ้าน จังหวัดเชียงราย  ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงานในครั้งนี้ทุก ๆ กิจกรรม โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อาทิ ศิลปินเชียงราย ขัวศิลปะ องค์การบริหารส่วนตำบล หอการค้า ห้างร้าน มูลนิธิ สมาคมต่าง ๆ จนทำให้ขณะนี้พร้อมต้อนรับคณะศิลปิน และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาชมงานในครั้งนี้ ในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านสถานที่จัดงานความพร้อมของผู้คนชุมชนโดยมั่นใจว่าหากได้มาเยือนจะหลงรักเชียงราย เพราะนอกจากความสวยงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น น้ำตก ป่าไม้ วัดวาอาราม แหล่งประวัติศาสตร์ รวมถึงวิถีชีวิต จังหวัดเชียงราย  เป็นเมืองสำคัญที่มีความอุดมสมบูรณ์มีศักยภาพด้านทุนทางวัฒนธรรม ที่มีประวัติศาสตร์ อันยาวนาน งดงามด้วยศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนา มีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และเป็นเอกลักษณ์ มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และที่น่าภูมิใจยิ่ง คือเป็นถิ่นของปราชญ์ของแผ่นดิน และศิลปินหลากสาขา เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ล้วนได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีคุณค่าให้ปรากฏอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เชียงรายได้รับการยอมรับในฐานะ “เมืองศิลปะ” เมืองศิลปิน ถิ่นทองของศิลปะร่วมสมัยอย่างแท้จริง

 

 

ด้านผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ (Artistic Director) คุณกฤติยา กาวีวงศ์ และภัณฑารักษ์ (Curators)  คุณอังกฤษ อัจฉริยโสภณ และคุณมนุพร เหลืองอร่าม เน้นย้ำถึงที่มาของแนวคิด The Open World หรือ เปิดโลก ว่า เกิดขึ้นจากการลงพื้นที่และศึกษาข้อมูลของจังหวัดเชียงรายได้พบข้อมูลเกี่ยวกับพระพุทธรูปปางเปิดโลก   ซึ่งประดิษฐาน ณ วัดป่าสัก สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๑๘๓๘ ในสมัยพญาแสนภู ผู้สร้างเมืองเชียงแสนซึ่งเป็นหลานของพญามังราย โดยพุทธลักษณะสำคัญของพระพุทธรูปปางเปิดโลก ประทับยืนอยู่บนดอกบัว พระหัตถ์ทั้งสองข้างห้อยลงข้างพระวรกาย แบฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองไปข้างหน้า เป็นกิริยาทรงเปิดโลกทั้ง 3 ได้แก่ เทวโลก ยมโลก และมนุษยโลก ให้มองเห็นถึงกันหมดด้วยพุทธานุภาพ แสดงให้เห็นถึงปัญญาและการตื่นรู้ จึงกล่าวได้ว่า “เปิดโลก” หรือ The Open world  มีความหมายที่ตรงไปตรงมา แต่สามารถตีความได้แบบปลายเปิด ที่สื่อถึงการเปิดโลกการรับรู้ทางศิลปะที่เชื่อมโยงความจริงในสังคมและนำไปสู่การตั้งคำถามด้วยผลงานศิลปะร่วมสมัยว่าเราจะสามารถจินตนาการถึงความเป็นไปได้ในอนาคตที่ดีกว่าอีกครั้งได้หรือไม่

 

นอกจากนี้“เปิดโลก” หรือ The Open World ยังหมายถึง ความสำคัญของการเรียนรู้จากอดีต ทั้งในแง่มุมทางประวัติศาสตร์อันซับซ้อนของจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของประเพณีและมรดกทางวัฒนธรรมของล้านนา ด้านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรมและศิลปหัตถกรรมต่าง ๆ ตลอดจนเรื่องเล่าความเชื่อและมิติอันหลากหลายทางวัฒนธรรม ตลอดจนระบบนิเวศของเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะชุมชนศิลปินเชียงรายซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี โดยมีอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี และอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติผู้มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจที่สำคัญในการกลับมาสร้างสรรค์บ้านเกิดเมืองนอนให้เข้มแข็งและมีศักยภาพความพร้อมในมิติของการเป็นพื้นที่จัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 อีกด้วย

 

ส่วนพาวิลเลี่ยน ซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญที่พัฒนาเพิ่มเติมจากการจัดงาน 2 ครั้งที่ผ่านมาThailand Biennale, Chiang Rai 2023 มีการแสดงผลงานของพาวิลเลี่ยนที่เข้าร่วม 13 พาวิลเลี่ยน 

1.กลุ่มศิลปินแม่ลาว 

2.กลุ่มศิลปินสีน้ำนานาชาติ (ขัวศิลปะ) 

3.กลุ่มสล่าเมืองพาน 

4.เดอะคาโนปี้ โปรเจกต์  

5.โปรดักชัน โซเมีย 

6.พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม 

7.พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่วอร์ซอร์ 

8.พุทธศิลปกรรม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 

9.แม่ญิงอาร์ตติสคอลเลคทีฟ 

10.รูบาน่า 

11.ศาลาสล่าขิ่น 

12.Korean pavilion 

และ13.PLUVIOPHILE  

 

สำหรับ 20 ศิลปินชุดสุดท้ายใน Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 ได้แก่ 1. อัลมากุล เมนลิบาเยวา (อัลมาตี/เบอร์ลิน) 2. อริญชย์ รุ่งแจ้ง (กรุงเทพฯ) 3. อัททา ความิ (อักกรา/ลัฟบะระ) 4. ชาไคอา บุคเคอร์ (นิวยอร์ก) 5. เฉิง ซินห้าว (คุนหมิง) 6. กรกฤต อรุณานนท์ชัย (กรุงเทพฯ/นิวยอร์ก) 7. วุธ ลีโน (พนมเปญ) 8. มาเรีย เทเรซา อัลเวซ (เบอร์ลิน/เนเปิลส์) 9. พาโบล บาร์โธโลมิว (นิวเดลี) 10. ปิแอร์ ฮุยจ์ (นิวยอร์ก/ซันดิเอโก) 11. ซาราห์ ซี (นิวยอร์ก) 12. ชิมาบุกุ (นาฮะ) 13. สมลักษณ์ ปันติบุญ (เชียงราย) 4 ทรงเดช ทิพย์ทอง (เชียงราย) 15. ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ (เชียงใหม่) 16. โทมัส ซาราเซโน (เบอร์ลิน) 17. เซอริน เชอร์ปา (แคลิฟอร์เนีย/กาฐมาณฑุ) 18. อุบัติสัตย์ (เชียงใหม่) 19. หวัง เหวิน จื้อ (เจียอี้) 20. ซิน หลิว (ลอนดอน)

 

ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandbiennale.org Facebook https://www.facebook.com/thailandbiennale/ และสายด่วนวัฒนธรรม 1765

 

Countdown to the Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 and reveal the final 20 artists who will showcase their creative works aiming to gain global recognition. The exhibition will be held on December 9, 2023 until April 30, 2024.

On November 19, 2023, H.E. Mr. Sermsak Pongpanit, Minister of Culture, presided over the press conference on the final 20 artists of the Thailand Biennale, Chiang Rai 2023. This event was attended by Mrs. Yupha Taweewattanakitborvon, Permanent Secretary for Culture, Mr. Puttipong Sirimart, the Governor of Chiang Rai Province, Mrs. Khunying Patama Leeswadtraku, the Chairperson of the Contemporary Art Promotion Fund, Mr. Prasop
Riang-ngoen, the Director-General of the Office of Contemporary Art and Culture, as well as executives from the Ministry of Culture, artistic directors, curators, artists and representatives from relevant agencies at Sann Hotel, Chiang Rai.

The Minister of Culture said that the 60 artists from 21countries were selected from around the world in order to create their own artworks. Following the on-site visits last week, the festival is making good progress and the venue is well-prepared.  The artists have been actively working on their creations according to the schedule. They are ready to showcase their works to the public from December 9, 2023, to April 30, 2024.

The Minister of Culture stated that the core concept of Thailand Biennale, Chiang Rai 2023, originated from on-site studies and exploration of Chiang Rai’s context, which reveals an information specifically about the Open World Posture Buddha image, located at Wat Pa Sak, which symbolizes the multicultural influence from various Asian cultures and serves as the inspiration for “The Open World” theme. In this edition, it is a crucial point to integrate the cultural narrative of Thailand with the artistic creations of the participating artists, promoting Chiang Rai Province to become a ‘world-class art city’ and a destination that global travelers would want to visit, fostering integration between art and local culture with innovative creativity. This initiative aims to develop products and tourism, generating income for the community through the organization of international art festivals, aligning with Thailand 4.0 policy to promote the creative industry of the Ministry and drive Thailand forward with soft power, making it a global focal point. Therefore, during the 5-month event period, Chiang Rai Province will be filled with artworks from the primary creations of 60 artists, along with collateral events and activities such as traditional music performances, performing arts, film screenings, educational activities, as well as 13 Pavilions, and more than 80 local artists’ open houses. Today marks the countdown to the international contemporary art festival, Thailand Biennale, Chiang Rai 2023. We would like to invite Thai citizens to be part of this event, opening the world to artistic perception, showcasing the country, and connecting Chiang Rai, while linking art to lifestyle. Together, let’s make this a historical event and be good hosts alongside the people of Chiang Rai.

Mr. Puttipong Sirimart, the Governor of Chiang Rai Province states that as the host province, Chiang Rai has prepared thoroughly for the event with the collaboration of various sectors. This includes local artists, cultural organizations, sub-district administrative organizations, chambers of commerce, foundations, and various associations. The community made all-round preparations and is currently ready to welcome artists and tourists in every aspect. The governor is confident that visitors will fall in love with Chiang Rai, which, aside from its nature’s beauty, historical sites and the local way of life, is a city with cultural richness and potential. Chiang Rai has a long history with a diverse Lanna cultural heritage unique architecture, various ethnic groups, and a reputation as a hub for wisdom and a diverse range of artists. Chiang Rai has actively contributed to the continuous creation of valuable artworks, gaining recognition worldwide. Chiang Rai has been recognized as the “City of Art,” a genuine city of contemporary artists, and a true artistic hub.

Miss Gridthiya Gaweewong, Artistic Director, Mr. Angkrit Ajchariyasophon, Curators and Miss Manuporn Luengaram emphasize the origin of the concept of “The Open World”, stating that it emerged from on-site exploration and the study of information about in Chiang Rai. It was discovered that the idea was inspired by the iconic Buddha statue at Wat Pa Sak, known as the Open World Posture Buddha image, which was established in the year 1838 during the reign of Phya Saen Phu, the founder of Chiang Saen city and the grandson of Phaya Mengrai. The Buddha Image stands on a lotus flower, with both hands hanging gracefully on both sides of the body, forming the gesture of opening the world. This symbolic gesture represents the three worlds: the divine world, the celestial world, and the human world. It serves as a visual representation of Buddhist wisdom and awareness, suggesting the opening of the world in all three aspects. The term “The Open World” is considered quite literal, but it can also be interpreted metaphorically to convey the idea of opening up perceptions through art that connects reality in society and leads to questioning through contemporary art. It raises the question of whether, through contemporary art, we can imagine a better future. 

In addition, “The Open World” also signifies the importance of learning from the past, particularly in the intricate historical aspects of Chiang Rai which serves as the birthplace of traditions and cultural heritage in the Lanna region. This encompasses various aspects, including architecture, cultural practices, and diverse art forms, as well as a multitude of cultural beliefs and perspectives. This rich cultural tapestry extends to the present-day urban systems, notably within the artistic communities of Chiang Rai. The artistic community in Chiang Rai, with a solid foundational structure led by renowned artists such as Ajarn Thawan Duchanee and Ajarn Chalermchai Kositpipat, who are globally acclaimed national artists, serves as a crucial model and inspiration. They play a significant role in revitalizing their hometown, making it robust and ready to participate in the multifaceted dimensions of hosting the international contemporary art festival, Thailand Biennale, Chiang Rai 2023.

The pavilions, considered pivotal developments from the past two editions. This edition Thailand Biennale, Chiang Rai 2023  plays a crucial role in the upcoming event. There will be exhibitions from 13 pavilions, featuring diverse and influential artistic groups: 1. **Laos Artists Group** 2. **International Watercolor Artists Group (Art Bridge) ** 3. **Sala Mueang Phan Group** 4. **The Khon Phej Project** 5. **Production S.O.M.A.** 6. **New Energetic Contemporary Art Museum** 7. **New Walsh Gallery Contemporary Art Museum** 8. **Buddhist Arts, Mae Fah Luang University** 9. **Mae Ying Artist Collective** 10. **Rubana** 11. **Sala Salla Kin** 12. **Korean Pavilion** 13. **PLUVIOPHILE**. Each pavilion represents a unique perspective and artistic contribution, making Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 a diverse and enriching cultural experience.

For the final 20 artists in Thailand Biennale, Chiang Rai 2023, namely: 1. Almagul Menlibayeva (Almaty/Berlin) 2. Arin Rungjang (Bangkok) 3. Atta Kwami (Accra/ Loughborough) 4. Chakaia Booker (New York) 5. Cheng Xinhao (Kunming) 6. Korakrit Arunanondchai (Bangkok/ New York) 7. Vuth Lyno (Phnom Penh) 8. Maria Theresa Alves (Berlin/ Naples) 9. Pablo Bartholomew (New Delhi) 10. Pierre Huyghe (New York / San Diego) 11. Sarah Sze (New York) 12. Shimabuku (Naha) 13. Somluk Pantiboon (Chiang Rai) 14. Songdej Thipthong (Chiang Rai) 15. Tawatchai Puntusawasdi (Chiang Mai) 16. Tomás Saraceno (Berlin) 17. Tsherin Sherpa (California/Kathmandu) 18. Ubatsat (Chiang Mai) 19. Wang Wen-Chih (Chiayi) 20. Xin Liu (London)

For more additional details and information at www.thailandbiennale.org Facebook https://www.facebook.com/thailandbiennale/  and  M-Culture Hotline 1765

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
WORLD PULSE

จับตา 3 แนวทางในเวทีผู้นำเอเปค ความยั่งยืน-การค้าที่เปิดกว้าง-ความเชื่อมโยง

 

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 เวลา 11.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครซานฟรานซิสโก ซึ่งช้ากว่าเวลาที่กรุงเทพฯ 15 ชั่วโมง) ณ ศูนย์ประชุม Moscone Center นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในรูปแบบ Retreat (APEC Economic Leaders’ Retreat (Session II)) ในหัวข้อ “Interconnectedness and Building Inclusive and Resilient Economies” พร้อมร่วมรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 30 โดยก่อนการกล่าวถ้อยแถลงของ นายกฯ (ลำดับที่ 18 ต่อจากจีนไทเป ก่อน ปธน. เวียดนาม) นาง Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) นำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจโลกใน ค.ศ. 2023 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

 
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อระบบการค้าพหุภาคีและเอเปค เพื่อมุ่งสู่ประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และสงบสุข โดยวานนี้ ได้มีการหารือและสนทนาเกี่ยวกับวิธีการต่อสู้กับปัญหาสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนายกฯ เห็นพ้องกับผู้นำทุกคนว่า ถึงเวลาที่ต้องลงมือแล้ว โดยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว นายกฯ ได้เสนอ 3 มุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อเอเปค
 
1. ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสานต่อพัฒนาการเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเอเปคมีความก้าวหน้าอย่างมากในปีนี้ จากโครงการมากกว่า 280 โครงการที่ตอบสนองต่อเป้าหมายฯ นี้ ในขณะที่ ABAC เดินหน้าผลักดันการจัดทำ BCG Pledge รวมถึงการจัดการประชุม Sustainable Future Forum ครั้งแรก เพื่อกระตุ้นธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ
 
2. เปิดการค้าและการลงทุนอย่างเติบโตและรุ่งเรือง เอเปคสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่ยึดกฎเกณฑ์ โดยมี WTO เป็นแกนกลางนั้น ถือเป็นกุญแจสำคัญ ซึ่งรวมถึงการมีส่วนร่วมไปสู่ผลลัพธ์ที่มีความหมายในการประชุมรัฐมนตรีครั้งต่อไป (the Thirteenth Ministerial Conference (MC13))
ซึ่ง ไทย ผลักดันความพยายามอย่างต่อเนื่องในเรื่องเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) เพื่อความก้าวหน้าในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค และ ไทยจะเร่งเจรจา FTA อื่นๆ ในเชิงรุก รวมทั้งยกระดับการเจรจาที่มีอยู่เพื่อรับมือกับความท้าทายทางการค้าที่จะเกิดขึ้นใหม่ 
 
3. เสริมสร้างความเชื่อมโยง เพื่อเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น โดย ไทยกำลังเดินหน้าโครงการ Landbridge เชื่อมมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก รวมทั้งยังได้อนุมัติวีซ่าฟรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และสนับสนุนความต่อเนื่องของบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค (APEC Business Travel Card) ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสนับสนุน MSMEs และสตาร์ทอัพอีกด้วย
 
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียินดีกับสหรัฐฯ ในการเป็นเจ้าภาพการประชุมที่เป็นประโยชน์ครั้งนี้ โดยไทยพร้อมร่วมประสานความร่วมมือกับเปรูเพื่อสานต่อความสำเร็จนี้ต่อไป  

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักนายกรัฐมนตรี

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News