Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

สืบสานงานประเพณี เดือน ๘ เข้า เดือน ๙ ออก ใส่ขันดอกเมืองเชียงราย

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2567 ณ วัดกลางเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์ฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย กิจกรรมสืบสานงานประเพณี เดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก ใส่ขันดอกเมืองเชียงราย ประจำปี 2567

 

พระเดชพระคุณพระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ (บุญมา มานิโต) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ พระอารามหลวง เป็นประธานพิธีใน กิจกรรมสืบสานงานประเพณี เดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก ใส่ขันดอกเมืองเชียงราย ประจำปี 2567 โดยมีกิจกรรมสำคัญ ดังนี้

  1. พิธีอัญเชิญขันหลวงบนดอยจอมทองมายังสะดือเมือง วัดกลางเวียง
  2. พิธีสังเวยสะดือเมืองเชียงราย
  3. พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานอุทิศถวายบูรพาจารย์ อดีตบรรพกษัตริย์ในรัชวงศ์มังราย และเจ้าผู้ครองเมืองทิพย์จักราธิวงศ์และบุพการีชนคณะศรัทธาวัดกลางเวียง
  4. พิธีสรงน้ำเสาสะดือเมืองเชียงราย
  5. พิธีเจริญพระพุทธมนต์
  6. การทำบุญไหว้พระสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และใส่ขันดอก
  7. มรหสพสมโภชถวาย
  8. การแสดงซอล้านนา
  9. การแสดงศิลปวัฒนธรรม
  10. การออกโรงทาน

 

วัดกลางเวียง ร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย สมาคมปี่ซอล้านนาจังหวัดเชียงราย และเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์ฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย กิจกรรมสืบสานงานประเพณี เดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก ใส่ขันดอกเมืองเชียงราย ประจำปี 2567 ในระหว่างวันที่ 3 – 9 มิถุนายน 2567 ณ วัดกลางเวียง ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นการฟื้นฟูประเพณีท้องถิ่น และรักษาวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม เป็นการสร้างความสามัคคี และสร้างขวัญกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชนชาวเชียงราย ก่อให้เกิดความตระหนักสำนึกรักถิ่นกำเนิด ตลอดจนส่งเสริมย่านสร้างสรรค์เมืองเก่าเชียงราย โดยมี คณะสงฆ์ พระเถรานุเถระ ผู้บริหาร คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ข้าราชการ ผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชน คณะศรัทธา ศิษย์ยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วม งาน

 

ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายสุพจน์ ทนทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นายวิชชากรณ์ กาศโอสถ นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ นายอภิชาต กันธิยะเขียว นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ นางสาวสุทธิดา ตราชื่นต้อง นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กลุ่มพิธีฯ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมกิจกรรม และปฏิบัติงานพิธีฯ อำนวยความสะดวกแด่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่เข้ามาร่วมงาน

 

 

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ม่วนคัก ม่วนหลายไทยอีสาน ล้านนา เทศกาลงานบั้งไฟ ปี 67 อ.เทิง

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลา 13.30 น.นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงานประเพณีงานบุญบั้งไฟ ไทยอีสาน-ล้านนา พร้อมด้วยนายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายบุญตัน เสนคำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเทิง เขต 1 ร่วมเปิดงานในครั้งนี้ โดยมีนายเทวฤทธิ์ กองจา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีดอนไชย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมคณะกรรมการจัดงาน

 

การจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นงานประเพณีของท้องถิ่นดั้งเดิมที่จัดขึ้นในภาคอีสานซึ่งในเขตตำบลศรีดอนไชย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มีประชากรบางส่วนที่พื้นเพดั้งเดิมเป็นคนอีสาน และได้โยกย้ายมาตั้งรากฐานที่บ้านป่าตึงงาม หมู่ที่ 6 และบ้านทุ่งสง่า หมู่ที่ 9 โดยได้สืบสานประเพณีไทยอีสานนั้น คือประเพณีบุญบั้งไฟ และชาวตำบลศรีดอนไชย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ได้ถือปฏิบัติเป็นประจำทุกปีสำหรับปีนี้ 
 
 
ได้กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายน 2567 เป็นการจัดขบวนแห่บั้งไฟ และวันที่ 2 มิถุนายน 2567 เป็นวันจุดบั้งไฟขึ้น ซึ่งคนไทยอีสานเชื่อกันว่าการจุดบั้งไฟตาม ตำนาน เล่าขานเป็นการเสี่ยงทาย และบนบานขอให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล เป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่พี่น้องผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประการสำคัญการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟในวันนี้ ชาวตำบลศรีดอนไชย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ได้กำหนดจัดขึ้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีของประชาชนในตำบลศรีดอนไชย และบริเวณใกล้เคียงในเขตอำเภอเทิง เพื่อเป็นการ สืบสานวัฒนธรรมไทยอีสาน ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนอีสานอย่างแท้จริง โดยเน้นการดำเนินงานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นสำคัญ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายอีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ประเพณีเดือน 8 เข้าเดือน 9 ออกใส่ขันดอกสะดือเมืองเชียงราย

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2567 เทศบาลนครเชียงรายโดย นายวันชัย  จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้บริหารสถานศึกษาเทศบาลนครเชียงราย ร่วมงานประเพณีเดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก ใส่ขันดอกสะดือเมืองเชียงราย เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของล้านนา ณ วัดกลางเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

 

วัดกลางเวียง เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 1975 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงราย เดิมมีชื่อว่า วัดจั๋นตะโลก หรือ วัดจันทน์โลก เนื่องจากสมัยก่อนมี ต้นจันทน์แดง ไม้มงคลที่เอาไว้ใช้บูชาพระตามธรรมเนียมโบราณขึ้นอยู่ตามธรรมชาติรอบๆ วัด จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ หลังจากที่เชียงรายตกอยู่ในภาวะสงครามในเวลาต่อ วัดจันทน์โลกก็ถูกทิ้งร้าง และชำรุดทรุดโทรม ก่อนจะมีการบูรณะวัด และรังวัดใหม่จาก 4 มุมเมืองเมื่อปี พ.ศ. 2417 แล้วพบว่าวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเชียงรายพอดี จึงมีการสถาปนา สะดือเวียง หรือ เสาหลักเมืองขึ้น และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดกลางเวียง ที่แปลว่า “วัดกลางเมือง” นับแต่นั้นมา  

 

จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมประเพณีเดือนแปดเข้าเดือนเก้าออก ใส่ขันดอกวัดกลางเวียง ระหว่างวันที่ 3-9  มิถุนายน 2567

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

อบจ.เชียงราย เตรียมทีมดูแลอาคาร ที่ขึ้นเป็นโบราณสถานให้ทรงคุณค่า

เมื่อวันที่  30 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.00 น.นายกฤศ โพธสุธน รองนายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานการประชุมพิจารณาแนวทางการหาแนวทางการประคองโครงสร้างอาคารไม่ให้เกิดความเสียหาย ณ อาคารศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน อบจ.เชียงราย โดยมี นายพรรษพล ขันแก้ว นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักศิลปากรที่ 7 ผศ.ดร.รัฐพล เกติยศ รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา เชียงราย นายศุภกฤต แสนอินเมือง ผอ.ส่วนวิศวกรรมการก่อสร้าง นายสันติชาติ ชัยภมรฤทธิ์ สถาปนิกชำนาญการพิเศษ และนางปัทมา สมประสงค์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ร่วมการประชุมฯ ในครั้งนี้ด้วย

 

ตามที่กรมศิลปากรแจ้งผลพิจารณาการขออนุญาตปรับปรุงช่อมแชมอาคารศาลากลางจังหวัดเชียงราย และอนุญาตให้อบจ.เชียงราย ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารจังหวัดเชียงราย(หลังเดิม) ตามรูปแบบที่เสนอได้ โดยให้อยู่ในการกำกับดูแลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ และต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ตลอดเวลา รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด อบจ.เชียงรายได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประจำปีงบประมาณ 2568 โครงการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรมเชิงนิเวศเชิงสุขภาพและบริเวณโดยรอบ กิจกรรมหลัก พัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว เชิงศิลป์วัฒนธรรม กิจกรรมย่อยปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก ซึ่งอยู่ในกระบวนการพิจารณา

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 อบจ.เชียงราย ได้ประสาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงราย ทำการสำรวจและวิเคราะห์โครงสร้างของอาคารในเบื้องต้น พบว่าส่วนของโครงสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก มีความชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก ไม่ปลอดภัยต่อการใช้งาน เนื่องจากพบการเคลื่อนตัวของโครงสร้างหลังคา มีรอยแยกพบการทรุดตัวของผนัง และบันได บริเวณ ชั้น 3 จำเป็นต้องมีการปรับปรุงซ่อมแชมประคองโครงสร้างอาคารอย่างเร่งด่วน ในระหว่างการรอการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อให้อาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย มีความมั่นคงแข็งแรง จึงได้จัดการประชุมเพื่อร่วมกันหาแนวทางการประคองโครงสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกระหว่างรอการอนุรักษ์ที่เหมาะสม เมื่อได้รูปแบบการประคองโครงสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก และจะได้นำเสนอกรมศิลปากรในการขออนุญาตการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารดังกล่าวต่อไป

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

โครงการพลังบวรในมิติศาสนา บ่มเพาะความรู้ การฝึกปฏิบัติ

 
เมื่อวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2567 เวลา 13.00 -17.30 น.ณ ห้องประชุมวิทยาลัยสงฆ์เชียงราย ดอยจำปี อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ข้าราชการ ประกอบด้วย นางสาวณพิชญา นันตาดี นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นางสุพรรณี เตชะตน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ และนายสุพจน์ ทนทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ร่วมประชุมคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย สมัยสามัญ ครั้งที่ 3/2567 

 

โดยได้ชี้แจงสร้างการรับรู้การดำเนินโครงการพลังบวรในมิติศาสนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดังนี้

  1. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จังหวัดเชียงรายมีวัดและศาสนสถานเข้าร่วมโครงการ จำนวน 54 แห่ง
  2. กรมการศาสนาได้กำหนดให้สำนักงานวัฒนธรรม ร่วมกับชุมชนคุณธรรมฯ ดำเนินการ

ส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม นวัตกรรมทางภูมิปัญญา เพื่อเสริมสร้างอาชีพ รายได้ให้แก่คนในชุมชน One Family One Soft Power (OFOS) ประกอบด้วยกิจกรรม การบ่มเพาะความรู้ การฝึกปฏิบัติ การยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์/ตราสัญลักษณ์สินค้า การจำหน่าย ตามนโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power ทางสำนักงานวัฒนธรรมได้ดำเนินการสำรวจการส่งเสริมอาชีพในชุมชนทั้ง 54 แห่ง มีชุมชนที่ส่งเสริมอาชีพโดดเด่น จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย

  • ชุมชนคุณธรรมวัดบ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย ผลิตภัณฑ์แกะสลักหินหยก
  • ชุมชนคุณธรรมวัดดงชัย ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง ผลิตภัณฑ์งานศิลปะแผ่นทองและการแกะสลักกระจก
  • ชุมชนคุณธรรมวัดปางไตรแก้ว ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย ผลิตภัณฑ์ผ้าไหม

ทั้งนี้ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายได้พิจารณาคัดเลือกผลิตภัณฑ์ ซึ่งไม่ซ้ำกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย CPOT ของกระทรวงวัฒนธรรม โดยได้คัดเลือกชุมชนคุณธรรมวัดบ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย ซึ่งกำหนดพัฒนาผลิตภัณฑ์หินหยกแกะสลัก ภายในเดือนมิถุนายน 2567

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

บทบาทของ อบจ.เชียงราย ส่งเสริมพระพุทธศาสนา

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00 น. พระพุทธญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญสมาชิกพุทธสมาคมแห่งจังหวัดเชียงราย ประจำปี 2566 มอบโล่เกียรติคุณแก่องค์กรต้นแบบ ประกาศนียบัตรแก่บุคคลต้นแบบในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา และประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีความโดดเด่นในการ ครองตน ครองคน ครองงาน ตามหลักพระพุทธศาสนา อาทิ นักเรียน ครูที่ปรึกษา และโรงเรียน ทั้งนี้ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ บุคคลต้นแบบในการทำคุณประโยชน์ ต่อพระพุทธศาสนาและต่อพุทธสมาคมแห่งจังหวัดเชียงราย ประจำปี 2566

 

โดยการประชุมในครั้งนี้มีการแสดงความสามารถของนักเรียนที่ได้รับรางวัล ได้แก่ การกล่าวสุนทรพจน์ หัวข้อ “พระมหากษัตริย์ไทยกับพระพุทธศาสนา” และ สวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยฯ (สาธิตการสวด) เวลาต่อมานางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย บรรยายในหัวข้อ “บทบาทของ อบจ.เชียงราย ในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา” ให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม กล่าวว่า นโยบายด้านการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม อบจ.เชียงรายได้ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างบูรณาการ
 
เพื่อให้เกิดความตระหนักในคุณค่าของศาสนา จารีต ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเชียงราย และชนเผ่าที่หลากหลาย ซึ่งนำไปสู่การสืบทอดมรดก ทางศิลปวัฒนธรรม และได้สนับสนุนองค์ความรู้ทางด้าน ศิลปวัฒนธรรม สู่ท้องถิ่นและศาสนสถานโดยร่วมกับ องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาเมืองเชียงรายสู่เมืองแห่งการสร้างสรรค์ทางศิลปะ และวัฒนธรรม (Creative city & Culture) ให้ดำรงและสืบทอดสู่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

อ.แม่สรวย จัดพิธีจำลองแห่ พระเจ้าทองทิพย์ขึ้นแม่น้ำลาว ปี 67

 
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ดร.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ ผู้นำชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ตำบลศรีถ้อย รวมถึงตำบลข้างเคียง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ร่วมกันจัดงานจำลองการเสด็จทางชลมารคของพระเจ้าไชยเชษฐา โดยมีการจำลองการเสด็จทางแม่น้ำลาวไปครองเมืองเชียงใหม่ และอัญเชิญพระเจ้าทองทิพย์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ของเมืองล้านนาขึ้นมาจากแม่น้ำลาว เพื่อให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้ขอพร ณ ลานหน้าวัดพระเจ้าทองทิพย์  ริมแม่น้ำลาว เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2567 บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก
 

 จากประวัติเหตุการณ์พระเจ้าไชยเชษฐา เสด็จทางชลมารคแม่น้ำลาวไปครองเมืองเชียงใหม่ และได้อัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย ครั้นเสด็จมาถึงตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย บริเวณหน้าวัดพระเจ้าทองทิพย์ในปัจจุบัน เรือพระที่นั่งไม่สามารถเคลื่อนต่อได้ จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูป ดังกล่าว ประทับ ณ ศาลาชั่วคราว ต่อมาได้มีการสร้างเป็นวัดพระเจ้าทองทิพย์ เดิมอยู่เมืองหลวงพระบางประเทศลาว มีอายุประมาณพันปีเศษ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก เมื่อ พ.ศ. 2063 พระเจ้าโพธิสารขึ้นครองนครเชียงทอง (หลวงพระบาง) 
 
 
ได้ไปขอราชธิดากษัตริย์เชียงใหม่มาเป็นมเหสี และได้ครองราชสมบัติร่วมกันเป็นเวลาหลายปีแด่ก็ไม่มีพระโอรส ดังนั้นในวันวิสาขบูชา พระเจ้าโพธิสารพร้อมด้วยมเหสี จึงได้ไปบนบานศาลกล่าวต่อพระเจ้าทองทิพย์เพื่อขอให้มีพระโอรส ซึ่งต่อมาไม่นานมเหสีก็ตั้งครรภ์ และประสูติเป็นพระโอรสนามว่า “ไชยเชษฐากุมาร” เมื่อพระไชยเชษฐาอายุ 14 พรรษาพระอัยกา (สมเด็จตา) ผู้ครองนครเชียงใหม่สวรรคต และไม่มีพระโอรสเหล่าอำมาตย์ของนครเชียงใหม่พร้อมกันมาทูลขอพระเจ้าไชยเชษฐา ไปครองนครเชียงใหม่ พระเจ้าโพธิสารทรงอนุญาต 
 
 
โดยก่อนที่จะไปนครเชียงใหม่ พระเจ้าโพธิสารให้นำพระเจ้าทองทิพย์ไปด้วยเพราะเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ ดังเมื่อตอนไปขอให้มเหสีมีพระโอรสก็ได้ดังประสงค์ พระเจ้าไชยเชษฐา จึงได้นำพระเจ้าทองทิพย์ลงเรือไปด้วย โดยเดินทางจากนครเชียงทอง (หลวงพระบาง) ผ่านแม่น้ำโขง แม่น้ำกก สู่แม่น้ำลาว เพื่อจะไปยังนครเชียงใหม่ ครั้นเรือล่องมาถึงหน้าวัดพระเจ้าทองทิพย์ในปัจจุบัน เรือพระที่นั่งไม่สามารถเคลื่อนต่อได้ ทั้งๆ ที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง พระเจ้าไชยเชษฐา ทรงเห็นว่าพระเจ้าทองทิพย์ คงประสงค์จะประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้ จึงให้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดพระเจ้าทองทิพย์ปัจจุบัน
 

 ต่อมาในปี พ.ศ. 2397 เจ้าหลวงผู้ครองเมืองเชียงราย และพระยาไชยวงศ์ ผู้รักษาเมืองหนองขวาง (อำเภอแม่สรวยปัจจุบัน) ได้เป็นประธานบูรณะวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าทองทิพย์ และเมื่อปี พ.ศ.2461 พระนางเจ้าดารารัศมี และเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้เสด็จมาทำการสักการบูชาพระเจ้าทองทิพย์ และพักแรมอยู่ที่สถานที่นี้หลายคืน  พระเจ้าทองทิพย์องค์จริงดั้งเดิมยังคงประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเจ้าทองทิพย์ จวบจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ของเมืองล้านนา ที่ผู้คนมักจะมาบนบานขอให้มีบุตรตามความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

‘อทิตาธร’ ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม สรงน้ำพระธาตุจอมจ้อ อำเภอเทิง

 

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ณ วัดพระธาตุจอมจ้อ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ประธานฝ่ายฆราวาส เปิดโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมสืบสานประเพณีสรงน้ำพระธาตุจอมจ้อ อำเภอเทิง ประจำปี 2567 พร้อมด้วย นายสิงห์ทอง หนุนนำสิริสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงเทิง นายบุญตัน เสนคำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเทิง เขต 1 นายเกษม หาญกล้า สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเทิง เขต 2 โดยมี พระครูอุดมคณาภิรักษ์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอ เทิง เป็นผู้กล่าวรายงาน

 

พระธาตุจอมจ้อ ประดิษฐาน ณ หมู่ 20 ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เป็นโบราณสถานที่สำคัญ เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไป และถือเป็นมรดกทางด้านศาสนาที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอเทิง มาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นพระธาตุที่สำคัญ “หนึ่งในเก้าจอม” ของจังหวัดเชียงราย ทุกปีจะมีการสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ และองค์พระธาตุ ในวันวิสาขบูชาวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งเป็นประเพณีความเชื่อดั้งเดิมมาแต่โบราณเปรียบเสมือนการได้สรงน้ำพระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์ทั้งหลาย โดยอำเภอเทิงร่วมกับ คณะสงฆ์อำเภอเทิง เทศบาลตำบลเวียงเทิง สภาวัฒนธรรมอำเภอเทิง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในเขตอำเภอเทิง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของประเพณีท้องถิ่นตลอดมา

 

โครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมสืบสานประเพณีสรงน้ำพระธาตุจอมจ้อ ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ประชาชนร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมอันดีงามและตระหนักถึงความสำคัญของพระธาตุจอมจ้อ หนึ่งในพระธาตุเก้าจอมของจังหวัดเชียงราย

 

เพื่อส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานตระหนักถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนและนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรและชุมชน สร้างจิตอาสาในการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอำเภอเทิง ทั้งนี้ การจัดงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมสีบสานประเพณีสรงน้ำพระธาตุจอมจ้อ ในครั้งนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 100,000 บาท

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

‘พิสันต์’ เตรียมส่ง ‘วัดห้วยปลากั้ง’ เป็นสุดยอดชุมชนต้นแบบเชียงราย ปี 67

 

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.67 ที่ห้องประชุมพวงแสด ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมจังหวัดเชียงราย ครั้งที่1/2567 โดยมีคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วมประชุม

 

โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้นำเสนอผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา ได้แก่การจัดพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 ที่ห้องนิทรรศการ 5 อาคารศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งจังหวัดเชียงรายมีผู้ไปรับโล่เชิดชูเกียรติฯ ได้แก่ ชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ได้แก่ ชุมชนคุณธรรมวัดหัวฝาย โดยพระครูปิยวรรณพิพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ได้แก่ โรงพยาบาลแม่จัน โดยนายรัฐกานต์ ปาระมี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่จัน อำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ได้แก่ อำเภอพาน โดยนายวุฒิกร คำมา นายอำเภอพาน สำหรับการดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นคนดีศรีจังหวัด ประจำปี 2566 ประเภทเด็ก/เยาวชน (อายุ 13-25 ปี) ได้แก่ นายอิทธิพล หลวงโปธา และประเภทประชาชน ได้แก่ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ 

 

นอกจากนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้แจ้งในที่ประชุมทราบถึงโครงการ สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2567 ซึ่งจังหวัดเชียงรายได้เสนอชุมชนคุณธรรมฯ วัดห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย เข้ารับการคัดเลือก ขณะนี้ได้ผ่านการคัดเลือกในรอบ 20 ชุมชน (จากชุมชนฯ ทั่วประเทศ จำนวน 76 ชุมชน) โดยจะมีคณะกรรมการลงพื้นที่ในปลายเดือนมิถุนายน เพื่อคัดเลือกวัดห้วยปลากั้งให้เป็น 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ต่อไป

 

โครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2564 – 2567 ซึ่งจังหวัดเชียงรายมีชุมชนที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ“ เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2566 จำนวน 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนวัดท่าข้ามศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ ชุมชนบ้านเมืองรวง อำเภอเมืองเชียงราย และชุมชนวัดพระธาตุผาเงา (บ้านสบคำ) อำเภอเชียงแสน ซึ่งเป็นจังหวัดที่ได้รับรางวัล 3 ปีซ้อน แห่งเดียวในประเทศไทย และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ชุมชนวัดห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย ได้ผ่านการคัดเลือกในรอบ 20 ชุมชน ซึ่งคณะกรมมการฯ จะมีลงพื้นที่พิจารณาชุมชนเชิงประจักษ์ประมาณเดือนกรกฎาคม 2567

 

ปิดท้ายสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้เชิญชวนชาวเชียงรายสมัครเข้ารับการคัดเลือกให้เป็น “คนดีศรีจังหวัด” โดยเปิดรับสมัครไปจนถึง วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 สามารถส่งรายละเอียดผลงานได้ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย หรือโทรสอบถามรายละเอียดที่ได้ 053 150 169 และสามารถดาวน์โหลดใบสมัคร พร้อมรายละเอียดการสมัครที่ได้ที่ https://me-qr.com/1maHKiUC

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE WORLD PULSE

การค้นพบโบราณวัตถุสำคัญ จากดอนเผิ้งคำ เมืองต้นผึ้ง ส.ป.ป.ลาว

 
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเพจภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โพสต์ข้อมมูลเกี่ยวกับการค้นพบกลุ่มโบราณวัตถุจากดอนเผิ้งคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ส.ป.ป.ลาว ได้รับความสนใจจากผู้ที่สนใจทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยขนาดใหญ่ที่สร้างกระแสในหมู่ผู้สนใจจำนวนมาก โดยศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ให้ความเห็นจากการพิจารณาหลักฐานดังกล่าวผ่านข้อมูลสื่อโซเชียลว่า เบื้องต้นในภาพรวมของกลุ่มพระพุทธรูปเป็นศิลปะล้านนาสกุลช่างเชียงแสน แบ่งเป็น 2 กลุ่มอย่างกว้างๆ คือ:
  1. กลุ่มที่มีพระพักตร์กลม พระวรกายอวบอ้วน กำหนดอายุได้ในต้นพุทธศตวรรษที่ 21
  2. กลุ่มที่พระพักตร์ออกเสี้ยมยาว พระวรกายเริ่มแข็งกระด้าง มีอายุในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 21 ซึ่งกลุ่มหลังนี้อาจมีอิทธิพลต่อศิลปะล้านช้างต่อไปด้วย

พระพุทธรูปสกุลช่างเชียงแสนพบแพร่หลายในเขตเชียงแสน เชียงของ และชุมชนในลุ่มแม่น้ำอิง สำหรับพระพุทธรูปที่ค้นพบเมื่อเดือนมีนาคม 2567 นั้น จากรูปแบบและบริบทร่วมแล้วเป็นหลักฐานชั้นต้น ซึ่งอาจเกิดจากการพังทลายของวัดด้วยการกัดเซาะของแม่น้ำโขงและถูกทับถมในชั้นทรายไว้

 

พระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่ที่พบเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 นั้น พุทธศิลป์ดูเป็นพระพุทธรูปล้านนาในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 21 แต่ส่วนฐานมีรูปแบบที่น่าสงสัยเพราะเป็นการประดับเสาอิงเรียงเป็นแถว ไม่เคยพบในระเบียบของพระพุทธรูปล้านนาหรือล้านช้างมาก่อน อาจเป็นไปได้ว่าถูกเคลื่อนย้ายมาจากแห่งอื่น รัศมีที่หล่อแยกชิ้นกับองค์พระดูเป็นโลหะที่ต่างสีกันชัดเจน

 

แหล่งที่พบนี้อาจเป็นวัดที่มีการใช้งานในพุทธศตวรรษที่ 21 เรื่อยมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 22-23 เนื่องจากพบหลักฐานที่มีรูปแบบศิลปกรรมหลายสมัย เช่น เสาวิหารที่มีปูนปั้นประดับลวดลายมีเค้าของศิลปะพม่า และจารึกที่พบล่าสุดซึ่งมีผู้ปริวรรตอ่านได้ศักราชตรงกับช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 24 แสดงว่าแม้เมืองเชียงแสนตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าหรือทิ้งร้างไปแล้ว ชุมชนทางฝั่งดินแดนประเทศลาวยังมีการอยู่อาศัยกันสืบมา โดยความสัมพันธ์นี้น่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับเมืองเชียงแสนและเมืองสุวรรณโคมคำ ซึ่งเป็นเมืองโบราณในวัฒนธรรมล้านนาที่ปัจจุบันอยู่ริมแม่น้ำโขงฝั่ง ส.ป.ป.ลาว ห่างลงไปราว 10 กิโลเมตร

 

น่าสังเกตว่าการค้นพบกลุ่มพระพุทธรูปสำคัญนี้ เป็นการดำเนินการขุดหาโดยไม่มีกระบวนการทางโบราณคดีมารองรับ ทำให้ขาดบริบทในการวิเคราะห์ตีความไปอย่างน่าเสียดาย

 

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ / Art and culture of Laos / ขัตติยะบารมี ขัตติยะบารมี

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News