Categories
ECONOMY

ตลาดโกโก้โลกโตแรง ไทยรุกหนักพัฒนาเพิ่มโอกาสส่งออก

โกโก้ทั่วโลกเติบโต ไทยเร่งพัฒนาส่งออกเสริมอุตสาหกรรมแปรรูป

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 มีรายงานข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ถึงสถานการณ์ตลาดโกโก้และช็อกโกแลตทั่วโลก พบว่าตลาดโกโก้ในปี 2566 มีมูลค่ากว่า 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดการณ์ว่าจะเติบโตเป็น 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2571 ขณะที่ตลาดช็อกโกแลตจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 4.4% ระหว่างปี 2565-2573 ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของราคาโกโก้ในตลาดโลกในช่วงปี 2566-2567 มีปัจจัยจากภัยแล้งที่เกิดจากเอลนีโญ ทำให้ผลผลิตลดลง ส่งผลให้ราคาตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น โดยในเดือนตุลาคม 2567 ราคาโกโก้เฉลี่ยอยู่ที่ 6.6 เหรียญสหรัฐต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นถึง 83.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ตลาดโลกและประเทศผู้ผลิตโกโก้รายใหญ่

ตลาดโกโก้ทั่วโลกมีผู้ผลิตสำคัญในแอฟริกาที่ครองสัดส่วน 75% ของผลผลิต โดย 5 ประเทศผู้ผลิตหลัก ได้แก่

  1. โกตดิวัวร์ (37.9%)
  2. กานา (18.8%)
  3. อินโดนีเซีย (11.3%)
  4. เอกวาดอร์ (5.7%)
  5. แคเมอรูน (5.1%)

การส่งออกโกโก้ระดับโลก

ในปี 2566 โกตดิวัวร์เป็นประเทศส่งออกเมล็ดโกโก้รายใหญ่ที่สุด ด้วยมูลค่า 3,329 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 33.7% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด รองลงมาคือ เอกวาดอร์ กานา แคเมอรูน และเบลเยียม ส่วนผู้บริโภคหรือประเทศนำเข้าหลัก ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ มาเลเซีย เยอรมนี เบลเยียม และสหรัฐอเมริกา

สถานการณ์โกโก้ในประเทศไทย

ไทยเริ่มพัฒนาอุตสาหกรรมโกโก้อย่างจริงจังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2566 ไทยมีผลผลิตเมล็ดโกโก้รวม 3,360 ตัน เพิ่มขึ้น 167.6% จากปี 2565 และในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 ไทยมีมูลค่าการส่งออกโกโก้และผลิตภัณฑ์แปรรูปกว่า 74 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.4% จากปีก่อนหน้า ตลาดส่งออกหลักของไทย ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน เมียนมา มาเลเซีย และอินเดีย

ความท้าทายและโอกาสในตลาดโกโก้ไทย

ถึงแม้ไทยยังอยู่ในอันดับที่ 68 ของผู้ส่งออกโกโก้โลก แต่แนวโน้มการเติบโตในตลาดนี้ยังมีโอกาสมหาศาล โดยเฉพาะการแปรรูปเพิ่มมูลค่า เช่น การผลิตช็อกโกแลต Single Origin ซึ่งเป็นตัวอย่างจากมาเลเซียที่ส่งเสริมให้ SME สร้างผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม

ข้อเสนอแนะ

เพื่อเสริมสร้างศักยภาพไทยในตลาดโกโก้ ภาครัฐควรสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งในด้านนโยบายและการลงทุน พร้อมผลักดันให้มีการแปรรูปสินค้าโกโก้ เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเพิ่มรายได้และยกระดับอุตสาหกรรมโกโก้ไทยให้ก้าวสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมวิชาการเกษตรและกระทรวงพาณิชย์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
ECONOMY

สมาคมนักวางแผนการเงินร่วมแบงก์ชาติแก้หนี้ครัวเรือน 91.4% GDP

สมาคมนักวางแผนการเงินไทยจับมือแบงก์ชาติ เสริมความรู้ทางการเงินแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 สมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กำลังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยมุ่งสร้างทักษะความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมหาวิทยาลัย พร้อมอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านการวางแผนการเงินที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาแก่ประชาชนที่มีปัญหาหนี้

ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงแตะ 91.4% ต่อ GDP

นายวิโรจน์ ตั้งเจริญ นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนไทยในปี 2567 มีแนวโน้มพุ่งสูงถึง 91.4% ต่อ GDP โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือวัยเริ่มต้นทำงาน (25-29 ปี) ที่กว่า 50% มีหนี้เร็ว และ 25% ในจำนวนนี้เป็นหนี้เสีย ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการออมและวางแผนการเกษียณ ทำให้เพียง 15.7% ของคนไทยมีการเตรียมตัววางแผนเกษียณอย่างเพียงพอ

เสริมสร้างความรู้ทางการเงินผ่านการศึกษา

ความร่วมมือครั้งนี้เน้นเสริมสร้างความรู้ทางการเงินตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนถึงมหาวิทยาลัย โดยจัดทำหลักสูตรที่ช่วยให้เยาวชนรู้เท่าทันการเงิน การลงทุนที่ถูกกฎหมาย และกลโกงต่างๆ พร้อมสร้างหมอหนี้ที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหาด้านหนี้สิน

โครงการอบรมหมอหนี้เพื่อประชาชน

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดโครงการอบรมหมอหนี้เพื่อประชาชน โดยรุ่นแรกจัดขึ้นวันที่ 16 และ 23 พฤศจิกายน 2567 มีผู้เข้าร่วมอบรมเต็มจำนวน 50 คน และยังมีผู้สนใจเพิ่มเติมอีกกว่า 300 คน เนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมการให้ความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อรายย่อย ข้อมูลเครดิตบูโร กฎหมายเกี่ยวกับหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ และมาตรการแก้หนี้ต่างๆ ผู้ผ่านการอบรมจะได้รับใบประกาศนียบัตรและสามารถให้คำปรึกษาแก่ประชาชนในโครงการแก้หนี้ของแบงก์ชาติต่อไป

สร้างหมอหนี้และเสริมความรู้เพื่ออนาคตที่มั่นคง

นายวิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน พร้อมส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้กับประชาชนในทุกระดับ สร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและพร้อมช่วยเหลือประชาชน เมื่อหลุดพ้นจากปัญหาหนี้สินแล้ว การวางแผนการเงินเพื่ออนาคต เช่น การเกษียณ การศึกษาของบุตร หรือการสร้างความมั่งคั่งในชีวิต จะสามารถบรรลุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสมาคมนักวางแผนการเงินไทยและธนาคารแห่งประเทศไทยในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน ด้วยการลดปัญหาหนี้และสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการเงินให้กับประชาชนอย่างครอบคลุมและยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

WORLD TEA & COFFEE EXPO 2024 เชียงราย ศูนย์กลางชา-กาแฟโลก

ทีเส็บจัดงาน WORLD TEA & COFFEE EXPO 2024 ดันเชียงรายเป็นศูนย์กลางชา-กาแฟระดับโลก

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ จัดงาน “WORLD TEA & COFFEE EXPO 2024” ภายใต้แนวคิด “เชียงรายมีดี ชาดี กาแฟดี” เพื่อผลักดันจังหวัดเชียงรายให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกของการจัดงานไมซ์ (MICE) ด้านชาและกาแฟ พร้อมสร้างการรับรู้ในฐานะศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2567

เชียงราย: จุดหมายใหม่ของงานไมซ์ด้านชา-กาแฟ

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า เชียงรายมีศักยภาพโดดเด่นในด้านชาและกาแฟ ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัด ทั้งนี้ ทีเส็บได้ร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อจัดงานที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ชา-กาแฟของเชียงรายผ่านนิทรรศการ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในพื้นที่กว่า 50 บูธ

นายภูริพันธ์ บุนนาค รองผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมชาและกาแฟให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือในทุกมิติ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้แปรรูป จนถึงผู้จำหน่าย โดยเน้นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ในการดึงดูดนักเดินทางไมซ์จากทั้งในและต่างประเทศ

กิจกรรมหลากหลาย สัมผัสประสบการณ์ชา-กาแฟระดับพรีเมียม

กิจกรรมในงานประกอบด้วย:

  1. เวิร์คช็อปการชงชา-กาแฟ จากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมสอนการเทลาเต้อาร์ต (Latte Art)
  2. นิทรรศการแสดงสินค้า จากแบรนด์ชั้นนำ เช่น ผลิตภัณฑ์ดอยตุง, ร้านสวรรค์บนดิน และโรงงานชาสุวิรุฬห์
  3. กิจกรรมพูดคุยสร้างแรงบันดาลใจ โดยแขกรับเชิญพิเศษ ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร และนุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา

เส้นทางท่องเที่ยวสายชา-กาแฟ

งานนี้ยังเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เช่น:

  • เส้นทางสายชา: ชิมชาสมุนไพรที่ร้านสวรรค์บนดิน หรือสัมผัสประสบการณ์ไร่ชาออร์แกนิกที่สุวิรุฬห์ชาไทย
  • เส้นทางสายกาแฟ: ผลิตภัณฑ์จากโครงการดอยตุงที่ปลูกและแปรรูปโดยชาวไทยภูเขา
  • แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม: วัดร่องขุ่น วัดพระแก้ว และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอื่น ๆ

เป้าหมายของงาน

การจัดงานครั้งนี้มุ่งสร้างการรับรู้ให้เชียงรายเป็นศูนย์กลางของงานไมซ์ด้านชาและกาแฟ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมความยั่งยืนในทุกมิติ

ติดตามงานได้ที่

งาน “WORLD TEA & COFFEE EXPO 2024” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00-17.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook: World Tea & Coffee Expo 2024

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

มหัศจรรย์ 10+ ชาติพันธุ์แม่สาย เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี

เทศบาลตำบลแม่สายจัดงานมหัศจรรย์ 10+ ชาติพันธุ์แม่สาย ครั้งที่ 10 เฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งทศวรรษ

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. เทศบาลตำบลแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้จัดงานแถลงข่าวประชาสัมพันธ์การจัดงาน “มหัศจรรย์ 10+ ชาติพันธุ์แม่สาย ครั้งที่ 10” ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดคามีเลียและน้ำมันพืชอื่น ในมูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์จากประเทศอาเซียน อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ก้าวไกลสู่ตลาดระดับอาเซียน

เฉลิมฉลองหนึ่งทศวรรษของมหัศจรรย์ 10 ชาติพันธุ์แม่สาย


งานมหัศจรรย์ 10 ชาติพันธุ์แม่สายในปีนี้เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของการจัดงาน ภายใต้แนวคิด “1 ทศวรรษ มหัศจรรย์ 10 ชาติพันธุ์แม่สาย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 11 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดคามีเลียและน้ำมันพืชอื่น อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยปีนี้จัดขึ้นเพื่อตอบสนองนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น

กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน


งานในครั้งนี้มีการจัดแสดงที่หลากหลายและน่าสนใจ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้สัมผัสถึงความเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในอำเภอแม่สาย โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย

  1. ขบวนพาเหรด Carnival ที่สะท้อนวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์
  2. การจำลองวิถีชีวิต ของกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงการแสดงศิลปะพื้นบ้านและวัฒนธรรมที่หลากหลาย
  3. โซนอาหารและสินค้าพื้นบ้าน ที่นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP จากทั่วประเทศ
  4. การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการแสดงของเยาวชนในชุมชน
  5. นิทรรศการส่งเสริมวัฒนธรรม และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ

มหัศจรรย์ 10 ชาติพันธุ์ กับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น


การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมและวิถีชีวิต แต่ยังเน้นย้ำถึงการสนับสนุนเศรษฐกิจของอำเภอแม่สาย และจังหวัดเชียงรายโดยรวม ด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาร่วมงาน สร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้าและบริการให้กับชุมชน รวมถึงการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในท้องถิ่นกับตลาดอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เทศบาลตำบลแม่สาย ขอเชิญชวนชาวเชียงรายและนักท่องเที่ยวทุกท่าน มาร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในงาน “มหัศจรรย์ 10+ ชาติพันธุ์แม่สาย ครั้งที่ 10” ระหว่างวันที่ 6 – 11 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดคามีเลียและน้ำมันพืชอื่น อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งทศวรรษ พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และเสริมสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมที่หลากหลายของเมืองแม่สาย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : งานมหัศจรรย์ 10 ชาติพันธุ์แม่สาย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายมอบทุนช่วยเยาวชน สร้างโอกาสการศึกษาอย่างยั่งยืน

อบจ.เชียงราย มอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ สนับสนุนเยาวชนยากจนและด้อยโอกาส ปีงบประมาณ 2567

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.30 น. ณ โรงเรียนอนุบาลจอมสวรรค์ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) จัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือตามโครงการทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือสำหรับนักศึกษาและนักเรียนที่ยากจนหรือด้อยโอกาส ในพื้นที่อำเภอเชียงแสน แม่จัน แม่ฟ้าหลวง แม่สาย และดอยหลวง

พิธีดังกล่าวมี นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายญาณาฤทธิ์ หนสมสุข รองปลัด อบจ.เชียงราย และนายฐิติวัชร ไลศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบจ.เชียงราย

ส่งเสริมการศึกษาตามนโยบายกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

อบจ.เชียงราย ดำเนินงานโครงการดังกล่าวภายใต้นโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยรายจ่ายเกี่ยวกับทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาและการให้ความช่วยเหลือนักเรียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2561

งบประมาณที่จัดสรรในปีงบประมาณ 2567 นี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 5,000,000 บาท โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนนักเรียนและนักศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงรายที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับการศึกษาและการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน

รายละเอียดการมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ

ในพิธีครั้งนี้ มีผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ

  • นายโยธิน สิทธิประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3
  • นายบุญส่ง สุรีนันท์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจอมสวรรค์
  • นายอัครพล กันทะดง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลจอมสวรรค์
  • นายกฤชฐา พลตรี ผู้อำนวยการโรงเรียนจันจว้าวิทยาคม
  • นายสมนึก ยาวิลาศ กำนันตำบลจอมสวรรค์

ผู้แทนทั้งหมดได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือและทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาจำนวนมากในพื้นที่อำเภอเชียงแสน แม่จัน แม่ฟ้าหลวง แม่สาย และดอยหลวง

อบจ.เชียงรายกับเป้าหมายเพื่อการศึกษาที่ยั่งยืน

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ อบจ.เชียงราย ที่จะส่งเสริมการศึกษาในทุกมิติ ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนอย่างเต็มที่

อบจ.เชียงราย ได้พิจารณาและคัดเลือกนักเรียนที่เหมาะสมเพื่อรับทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่ โดยยังมีกำหนดการมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง

สรุป

การมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ อบจ.เชียงราย ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและช่วยเหลือเยาวชนในพื้นที่ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว แต่ยังเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดเชียงรายในอนาคต

อบจ.เชียงรายขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนโครงการนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเยาวชนทุกคนจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้ พร้อมก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิตการศึกษาและการทำงานในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ทหารช่วยชาวนาตากข้าว สร้างรอยยิ้ม ช่วยเกษตรกรเชียงแสน

ทหารมณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยเกษตรกรตากข้าว สร้างรอยยิ้มให้ชุมชน

เมื่อวัน 19 พฤศจิกายน 2567 มณฑลทหารบกที่ 37 ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “ช่วยด้วยใจ ลดรายจ่าย สร้างรายได้” โดยร่วมกับประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ในการช่วยกันตากข้าว เพื่อบรรเทาภาระของเกษตรกรและส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน

กิจกรรมช่วยเหลือเกษตรกร

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ ศาลาเอนกประสงค์บ้านไร่ โดยมีกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดประสานงานสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา ร่วมกันช่วยเหลือเกษตรกรในการตากข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับพระราชดำริ ในการช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

วัตถุประสงค์ของกิจกรรม

  • บรรเทาภาระของเกษตรกร: การตากข้าวเป็นกระบวนการที่ต้องใช้แรงงานและเวลามาก การมีกำลังพลจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ จึงเป็นการแบ่งเบาภาระของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี
  • ส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน: การช่วยกันตากข้าวเป็นการอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นเมือง และส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาหารบริโภคเพียงพอตลอดทั้งปี
  • สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารและประชาชน: กิจกรรมนี้เป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนในพื้นที่
  • ปลูกฝังจิตสำนึกในการช่วยเหลือผู้อื่น: การทำกิจกรรมจิตอาสา ทำให้กำลังพลได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการช่วยเหลือผู้อื่น และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน

สร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกร

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากชาวบ้าน โดยต่างกล่าวขอบคุณกำลังพลทหารที่เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระในการตากข้าวแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรในการประกอบอาชีพ นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานทหารและชุมชน ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของกองทัพ

เสียงสะท้อนจากชุมชน

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกขอบคุณกำลังพลทหารที่เข้ามาช่วยเหลือเป็นอย่างมาก โดยกล่าวว่า การมีกำลังพลมาช่วยตากข้าว ทำให้พวกเขาสามารถนำเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้มากขึ้น และยังรู้สึกปลอดภัยที่ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่รัฐ

ข้อสรุป

กิจกรรม “ช่วยด้วยใจ ลดรายจ่าย สร้างรายได้” ของมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชดำริ ในการช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาประเทศชาติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ทหารมณฑลทหารบกที่ 37 จัดกิจกรรม “พบน้อง ฝึกวินัย สู่อนาคตของชาติ”

ทหารมณฑลทหารบกที่ 37 จัดกิจกรรม “พบน้อง ฝึกวินัย สู่อนาคตของชาติ” ปลูกฝังวินัยให้นักเรียน

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 มณฑลทหารบกที่ 37 ได้จัดกิจกรรม “พบน้อง ฝึกวินัย สู่อนาคตของชาติ” เพื่อปลูกฝังวินัยและความมีระเบียบให้แก่นักเรียน โดยมีกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับครูและนักเรียน ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน

กิจกรรม “พบน้อง ฝึกวินัย สู่อนาคตของชาติ”

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปลูกฝังให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเอง มีระเบียบวินัย และมีความพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต โดยกิจกรรมประกอบด้วยการฝึกท่าทางการเคารพ การยืนตรง การเดิน การจัดแถว และการทำความเข้าใจถึงความสำคัญของวินัยในชีวิตประจำวัน

ประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรม

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการปลูกฝังวินัยให้แก่นักเรียนแล้ว ยังส่งผลดีในด้านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น

  • เสริมสร้างความสามัคคี: กิจกรรมกลุ่มต่างๆ ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนๆ
  • พัฒนาทักษะทางกาย: การฝึกท่าทางต่างๆ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้นักเรียนแข็งแรง
  • ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี: การทำกิจกรรมร่วมกับทหาร ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการทำความดี และการมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น
  • สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงาน: กิจกรรมนี้เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานทหารและโรงเรียน

เสียงตอบรับจากผู้เกี่ยวข้อง

ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูต่างรู้สึกขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารที่สละเวลาอันมีค่ามาจัดกิจกรรมให้กับนักเรียน โดยเห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานักเรียนอย่างมาก นักเรียนเองก็รู้สึกสนุกสนานและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. ทำไมต้องจัดกิจกรรม “พบน้อง ฝึกวินัย สู่อนาคตของชาติ”? เพื่อปลูกฝังวินัยและความรับผิดชอบให้แก่นักเรียน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ
  2. กิจกรรมนี้มีอะไรบ้าง? กิจกรรมประกอบด้วยการฝึกท่าทางการเคารพ การยืนตรง การเดิน การจัดแถว และการทำความเข้าใจถึงความสำคัญของวินัยในชีวิตประจำวัน
  3. ใครเป็นผู้จัดกิจกรรมนี้? กิจกรรมนี้จัดโดยมณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมกับโรงเรียน
  4. กิจกรรมนี้มีประโยชน์อย่างไรบ้าง? กิจกรรมนี้ช่วยเสริมสร้างวินัย พัฒนาทักษะทางกาย ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงาน
  5. นักเรียนได้รับประโยชน์อะไรจากกิจกรรมนี้? นักเรียนได้รับความรู้เกี่ยวกับวินัย มีระเบียบวินัยมากขึ้น และมีความพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
FEATURED NEWS

“สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์” เชิญร่วมงานประกาศผล “รางวัลข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม ประจำปี 2567”

 

 “สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์” จัดโครงการประกวด “รางวัลข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม ประจำปี 2567” (Digital News Excellence Awards 2024) เพื่อส่งเสริมสื่อมวลชนออนไลน์ ที่มีความทุ่มเทในการทำงาน สร้างสรรค์และพัฒนาวงการข่าวออนไลน์ โดยการผลิต “ข่าวดิจิทัลคุณภาพ” ตรงกับมาตรฐานวิชาวารสารศาสตร์ จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งจะจัดให้มีงานประกาศผลรางวัลพร้อมด้วยโล่เกียรติยศ ทั้งนี้ จำนวนผลงานประกวด “รางวัลข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม ประจำปี 2567” โดยในปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดจำนวนทั้งสิ้น  176 ผลงาน 

โดยแบ่งออกเป็น 6 ประเภทข่าว ประกอบด้วย

1. ข่าวหรือสารคดีออนไลน์เชิงข่าวสืบสวนยอดเยี่ยม (Investigative News & News Feature) (จำนวน 22 ผลงาน)
2. ข่าวออนไลน์จากประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์ยอดเยี่ยม (News Development from Social Media Agenda) ซึ่งเป็นการพัฒนาข่าวจากวาระข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ (จำนวน 28 ผลงาน)
3. ข่าวออนไลน์ส่งเสริมสังคมยอดเยี่ยม (Social Development News) (จำนวน 31 ผลงาน)
4. ข่าวออนไลน์ที่นำเสนอในรูปแบบคลิปวิดีโอยอดเยี่ยม (Video Clip News) (จำนวน 27 ผลงาน)
5. ข่าวออนไลน์ที่นำเสนอในรูปแบบอินโฟกราฟิกยอดเยี่ยม (Infographic News) (จำนวน 37 ผลงาน)
6. ภาพข่าวออนไลน์ยอดเยี่ยม (Photojournalist) (จำนวน 31 ผลงาน)

โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการตัดสิน

  1. อาจารย์ ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
  2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม รองคณบดี ด้านวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. อาจารย์ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
  4. คุณ น.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
  5. คุณระวี ตะวันธรงค์ ที่ปรึกษา สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
  6. คุณอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ Chief Product Officer, Pantip.com
  7. คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด
  8. คุณวสันต์ วณิชชากร ช่างภาพ สำนักข่าวต่างประเทศ

และในปีนี้จัดให้มี รางวัลพิเศษ รางวัล “ผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์ยอดเยี่ยม” (Young Digital News Providers Award) เป็นการต่อยอดจากโครงการประกวดและอบรมเชิงปฏิบัติการผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาร่วมโครงการได้นำความรู้ ประสบการณ์ กลับไปพัฒนาสร้างสรรค์ผลงานสกู๊ปข่าวออนไลน์ ส่งเข้าร่วมประกวดรางวัลดังกล่าวเป็นปีแรก

 

รวมทั้งเวทีเสวนา หัวข้อ Thailand Digital Newsroom 2025 การปรับตัว อนาคตห้องข่าวดิจิทัล ความท้าทาย ก้าวต่อไปของวงการสื่อไทย โดยมีผู้ร่วมเสวนา คุณฤทธิกร มหาคชาภรณ์ บรรณาธิการบริหาร ไทยรัฐออนไลน์, คุณคณิศ บุณยพานิช บรรณาธิการบริหารด้านข่าวสืบสวน ThaiPBS, รองศาสตราจารย์ พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล นักวิจัย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofact (ประเทศไทย), คุณณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว THE STANDARD ดำเนินรายการโดย คุณรังสิมา ศฤงคารนฤมิตร ผู้ประกาศข่าว อมรินทร์ ทีวี

 โดยงานจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องมรกต ชั้น 3 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ

สำหรับงานประกาศผลรางวัลในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนชั้นนำ ที่ร่วมสนับสนุนอุตสาหกรรมสื่อออนไลน์ ยกระดับคุณภาพ ให้คุณค่าข่าวดิจิทัล ส่งเสริมสื่อมวลชนออนไลน์ ที่มีความทุ่มเทในการทำงาน

โดยได้ให้การสนับสนุนรางวัล รวมทั้งการจัดงาน ได้แก่  กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, โคแฟค ประเทศไทย (Cofact Thailand), บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารออมสิน, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัท ที.เอช.นิค จำกัด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กรมปศุสัตว์เร่งฟื้นฟูสุขภาพกระบือเวียงหนองหล่ม

กรมปศุสัตว์เร่งฟื้นฟูสุขภาพกระบือเวียงหนองหล่ม สร้างความมั่นคงให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจของกรมปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ปางควายเวียงหนองหล่ม อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการฟื้นฟูสุขภาพกระบือ ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์กระบือไทย

นายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอธิบดีกรมปศุสัตว์ ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพสัตว์และส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์อย่างยั่งยืน โดยทีมปฏิบัติการได้ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ ทีม DART ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ต่างๆ สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย

การปฏิบัติงานฟื้นฟูสุขภาพกระบือ

ทีมปฏิบัติการได้ดำเนินการตรวจสุขภาพกระบืออย่างละเอียด ให้วัคซีนป้องกันโรค ทำหมัน และให้ยาตามอาการ รวมถึงการทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ เพื่อติดตามและบันทึกข้อมูลสุขภาพของกระบือแต่ละตัวอย่างต่อเนื่อง โดยการปฏิบัติการครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ปางป่าสักหลวง ปางห้วยน้ำราก และปางต้นยาง สามารถให้บริการฟื้นฟูสุขภาพกระบือได้ทั้งหมด 330 ตัว และทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ได้ 316 ตัว

การดำเนินงาน

การดำเนินงานฟื้นฟูสุขภาพกระบือของกรมปศุสัตว์ครั้งนี้ มีผลดีต่อเกษตรกรและชุมชนในหลายด้าน ดังนี้

  • ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร: การมีกระบือที่แข็งแรงสมบูรณ์จะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร
  • อนุรักษ์พันธุ์กระบือไทย: การดูแลสุขภาพกระบืออย่างต่อเนื่องจะช่วยรักษาพันธุ์กระบือไทยให้คงอยู่
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร: การมีกระบือที่แข็งแรงและสวยงาม จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมและสัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค: ผลิตภัณฑ์จากกระบือที่ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างดี จะได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคมากขึ้น

คำขวัญ “ครอบครัวปศุสัตว์ ทำด้วยใจ ทำให้ไว ทำได้จริง” สรุปได้ถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ทุกคนในการทำงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและดูแลสุขภาพสัตว์

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. ทำไมต้องฟื้นฟูสุขภาพกระบือ? เพราะกระบือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของเกษตรกร ช่วยในการไถนาพรวนดิน และเป็นแหล่งอาหารโปรตีน การดูแลสุขภาพกระบือจึงเป็นการรักษาอาชีพของเกษตรกรและส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน
  2. หน่วยงานใดบ้างที่ร่วมในการปฏิบัติการครั้งนี้? หน่วยงานที่ร่วมในการปฏิบัติการ ได้แก่ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ ทีม DART ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ต่างๆ สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย
  3. การทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์มีประโยชน์อย่างไร? การทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ช่วยให้สามารถติดตามและบันทึกข้อมูลสุขภาพของกระบือแต่ละตัวได้อย่างต่อเนื่อง
  4. การฟื้นฟูสุขภาพกระบือจะส่งผลดีต่อชุมชนอย่างไร? การฟื้นฟูสุขภาพกระบือจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
  5. ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์กระบือไทยได้อย่างไร? ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากกระบือไทย เลือกซื้อเนื้อวัวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และร่วมกันรณรงค์ให้คนในชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุ์กระบือไทย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

FAM Trip เชียงราย สร้างสรรค์ศิลปะจากธรรมชาติ

ศิลปินเชียงราย ร่วมสรรค์สร้างสรรค์งานศิลปะตามรอยเส้นทางชา-กาแฟ

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ร่วมกับสมาคมขัวศิลปะ จัดกิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟ จากสวนสู่แก้วครั้งที่ 1 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงราย โดยมีศิลปินจากทั่วภาคเหนือเข้าร่วมกิจกรรม

ตามรอยเส้นทางชา กาแฟ สู่แรงบันดาลใจศิลปะ

นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า กิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟ จากสวนสู่แก้วครั้งนี้ เป็นการนำศิลปินจากหลากหลายสาขา ทั้งจิตรกร นักแกะสลัก และช่างภาพ เดินทางไปยังแหล่งปลูกชาและกาแฟชั้นนำของจังหวัดเชียงราย เพื่อสัมผัสบรรยากาศและวัฒนธรรมการปลูกชาและกาแฟอย่างใกล้ชิด และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่สะท้อนถึงความงดงามและเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ และภูมิทัศน์ของจังหวัดเชียงราย

ศิลปินร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อประชาสัมพันธ์

อาจารย์สุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ศิลปินจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่สะท้อนถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชาวเชียงราย ผลงานศิลปะที่เกิดจากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ จะถูกนำไปจัดแสดงในงานเชียงรายดอกไม้งาม เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ของจังหวัดเชียงรายให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

เส้นทางชา กาแฟ สู่ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

ตลอดระยะเวลาของกิจกรรม ศิลปินจะได้สัมผัสกับกระบวนการผลิตชาและกาแฟตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพันธุ์ชาและกาแฟที่ปลูกในจังหวัดเชียงราย รวมถึงได้ชิมกาแฟและชาหลากหลายชนิด นอกจากนี้ ศิลปินยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กับเกษตรกรผู้ปลูกชาและกาแฟ

กิจกรรม

กิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟ จากสวนสู่แก้วครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายในหลายด้าน ได้แก่

  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์: กิจกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมให้จังหวัดเชียงรายเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่มีศิลปะและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ
  • สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟ: ผลงานศิลปะที่เกิดจากกิจกรรมนี้ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟของจังหวัดเชียงราย
  • สร้างรายได้ให้กับชุมชน: กิจกรรมนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการท่องเที่ยว
  • ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม: กิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงราย

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. กิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟ จัดขึ้นเมื่อไหร่? กิจกรรมจัดขึ้นในวันที่ 11-12 ธันวาคม 2567
  2. มีศิลปินเข้าร่วมกิจกรรมกี่คน? มีศิลปินจากเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน และพะเยา เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 35 คน
  3. ผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นจะนำไปจัดแสดงที่ไหน? ผลงานศิลปะจะถูกนำไปจัดแสดงในงานเชียงรายดอกไม้งาม
  4. กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์หลักอะไร? วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงราย
  5. กิจกรรมนี้มีประโยชน์ต่อชุมชนอย่างไร? กิจกรรมนี้จะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE