Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

น้ำท่วมเชียงราย กระทบพื้นที่เกษตรไปแล้ว 14,138 ไร่ และ โรงเรียนอีก 31 แห่ง

 

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2567 จากข้อมูลสะสมระหว่างวันที่ 9 -21 ก.ย. 2567 ทั้งสิ้น 10 อำเภอ 41 ตำบล 358 หมู่บ้าน 1 เทศบาลนคร (52 ชุมชน) โดยตลาดชุมชนเศรษฐกิจ ได้รับผลกระทบ 2 แห่ง ร้านค้า/สถานประกอบการ 92 แห่งราษฎรได้รับผลกระทบเบื้องต้น53,236 ครัวเรือน เสียชีวิต 12 ราย บาดเจ็บ 2 รายพื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบ 14,138 ไร่ ปศุสัตว์ได้รับผลกระทบ 48,180 ตัว (ได้แก่ โค 894 ตัว กระบือ 141 ตัว สุกร 5 ตัว แพะ/แกะ 25 ตัว สัตว์ปีก 47,115 ตัว) สัตว์เลี้ยง 299 ตัว (ได้แก่ สุนัข 145 ตัว และแมว 154 ตัว)ด้านสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับผลกระทบ ได้แก่ โรงเรียน จำนวน 31 แห่ง ถนน 7 จุด และคอสะพาน 4 จุด

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งได้เตรียมการมาเป็นอย่างดีทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์เครื่องจักรกล ยุทโธปกรณ์ พร้อมกำลังพลในการเข้าไปช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง หลายวัน ทำให้วันนี้ (21 กันยายน 2567) ได้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ ได้แก่ อ.เมืองเชียงราย, อ.เชียงแสน, อ.เชียงของ, อ.แม่จัน, อ.แม่ฟ้าหลวง, อ.แม่สาย, อ.ดอยหลวง, อ.เทิง อ.เวียงแก่นและ อ.เวียงป่าเป้า เกิดน้ำท่วมหนักในรอบหลายปี อย่างไรก็ตาม นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจ และเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน หากประชาชนต้องการขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุ แจ้งได้ตลอด 24 ช่วยโมง ที่สายด่วน 1784
 
 
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย รายงานสถานที่เกิดเหตุ/ความเสียหาย/การให้ความช่วยเหลือ (เหตุต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. 67 และสถานการณ์ในวันนี้ (21 ก.ย. 67) ดังนี้
 
อ.เมืองเชียงราย(ข้อมูลสะสม 8 ตำบล 59 หมู่บ้าน 52 ชุมชน)ปัจจุบัน ภาพรวมสถานการณ์คลี่คลาย ดำเนินการฉีดล้างทำความพื้นที่ที่น้ำลดลงแล้ว ยังคงมีสถานการณ์
 
เขตเทศบาลนครเชียงราย พื้นที่ได้รับผลกระทบสะสม 52 ชุมชน เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบัน (วันที่ 21 ก.ย. 67) สถานการณ์คลี่คลาย บางชุมชนมีน้ำผุดท่อเนื่องจากท่อระบายน้ำอุดตัน(ได้แก่ พื้นที่ชุมชนป่าแดง และชุมชนฝั่งหมิ่น) และยังมีน้ำท่วมขังส่งกลิ่นเน่าเหม็นในพื้นที่ชุมชนเกาะลอย และชุมชนบ้านใหม่)/ เทศบาลนครเชียงรายดำเนินการ Big Cleaning Day จุดที่น้ำลดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. 67 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
 
โรงเรียนในเขตเทศบาลนครเชียงรายประกาศหยุดเรียนจนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เบื้องต้น 11 โรงเรียน 1 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1- 8/ ร.ร.สามัคคีวิทยาคม/ ร.ร.อนุบาลเชียงราย (สันต้นเปา)/ ร.ร.อบจ.เชียงราย และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านใหม่ ความคืบหน้าสถานศึกษาที่เปิดเรียน ดังนี้
 
วันที่ 17 ก.ย. 67 สถานศึกษาที่เปิดเรียน จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ร.ร.สามัคคีวิทยาคม และร.ร.อนุบาลเชียงราย (สันต้นเปา) วันที่ 18 ก.ย. 67 สถานศึกษาที่เปิดเรียน จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ร.ร.เทศบาล 3 ศรีทรายมูล,ร.ร.เทศบาล 6 นครเชียงราย และร.ร.เทศบาล 4 สันป่าก่อ วันที่ 19 ก.ย. 67 สถานศึกษาที่เปิดเรียน จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ร.ร. เทศบาล 1 ศรีเกิด และ ร.ร.เทศบาล 5 เด่นห้า วันที่ 20 ก.ย. 67 สถานศึกษาที่เปิดเรียน จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านใหม่, ร.ร.เทศบาล 2 หนองบัว,และ ร.ร.เทศบาล 8 บ้านใหม่ วันที่ 23 ก.ย. 67 สถานศึกษาที่เปิดเรียน จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ ร.ร.เทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น
 
การประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงราย หยุดระบบการผลิตและระบบจ่ายน้ำ (ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 67 เวลา 15.59 น.) อำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอเวียงชัย ได้รับผล
วันที่ 20 ก.ย. 67 กปภ.สาขาเชียงราย มีประกาศไม่สามารถจ่ายน้ำได้ตามปกติ ในวันที่ 24 ก.ย. 67 เวลา 13.00 – 16.00 น. เนื่องจากซ่อมแซมตู้มอเตอร์เครื่องสูบน้ำแรงสูง
 
กปภ.สาขาเชียงราย จัดรถบริการน้ำแจกจ่ายควบคู่กับการกระจายน้ำ จำนวน 5 จุดบริการ ดังนี้
(1) รถน้ำสาขาพะเยา ให้บริการ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ อ.เมืองเชียงราย 
(2) รถน้ำสาขาเชียงรายให้บริการ ชุมชนกกโท้ง (ทน.เชียงราย) อ.เมืองเชียงราย 
(3) รถน้ำสาขาลำปาง ให้บริการ รพ.โรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร อ.เวียงชัย
(4) รถน้ำเขต 10 คันที่ 1 ให้บริการจุดจ่ายน้ำ โครงการ A-star ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย 
(5) รถน้ำเขต 10 คันที่ 2 ให้บริการจุดจ่ายน้ำตลาดผลไสว ต.ท่าสาย อ.เมืองเชียงราย
 
วันที่ 21 ก.ย. 67 กปภ. ได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ดังนี้ สนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวดและน้ำประปา เพื่ออุปโภคบริโภคให้เพียงพอ ช่วยเหลือน้ำประปาฟรี เพื่อทำความสะอาดบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ยกเว้นการเก็บค่าน้ำประปาและค่าบริการทั่วไป ในเดือนที่ประสบอุทกภัย ซึ่งหน่วยงานราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย ให้แก่ผู้ใช้น้ำประเภทที่ 1 ที่อยู่อาศัยและอื่น ๆ (รหัส 11 12 13 และ 16) เช่น บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ สถานที่พักอาศัยของรัฐ สถานที่พักอาศัยที่มีการค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดำเนินการเอง หอพัก แฟลต คอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์ อาคารชุด ห้องแถว เป็นต้น และผู้ใช้น้ำประเภทที่ 2 ธุรกิจขนาดเล็ก (รหัส 29) เช่น สถานที่ที่อาจมีการอยู่อาศัยและมีการค้าขาย ประกอบการหรือรับจ้าง ที่มีขนาดใหญ่กว่าผู้ใช้น้ำประเภทที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว (โฮมสเตย์) เป็นต้น
 
ต.รอบเวียง หมู่ที่ 1 – 5 ลำน้ำกก ลำน้ำกรณ์ และลำน้ำลาว ระดับน้ำได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และในพื้นที่ของหาดเชียงราย/ สถานการณ์คลี่คลาย ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง
 
ต.ดอยฮาง หมู่ที่ 2,3,4,5,6 ลำน้ำกกล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตร บางหมู่บ้าน ถูกตัดขาด ใช้การลำเลียงน้ำและอาหารโดยรถยกสูง และอากาศยาน (หมู่ที่ 6 บ้านเรือนราษฎรถูกน้ำป่าไหลหลาก
 
พัดหายไป จำนวน 9 หลัง)/ สำนักงานเทศบาลตำบลดอยฮาง ได้รับความเสียหาย ตั้งสำนักงานชั่วคราว ณ ศาลาเอนกประสงค์หน้าวัดดอยฮางใหม่หมู่ที่ 3 ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย วันที่ 19 ก.ย. 67 เปิดใช้เส้นทางได้บางส่วน
 
ต.ริมกก หมู่ที่ 1-7วันที่ 11 ก.ย. 67 น้ำกกล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎร/ บ้านเมืองงิม ม.4
พนังกั้นน้ำถูกกัดเซาะ อบต.ริมกก ดำเนินการจัดทำแนวตลิ่งเพื่อกันน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎร พร้อมทั้งอพยพคนออกจากพื้นที่ที่น้ำท่วมสูง วันที่ 14 ก.ย. 67 สถานการณ์คลี่คลาย ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ถนนสามารถสัญจรผ่านได้
 
ต.บ้านดู่ ม. 1,10,12,15,16,17,20 น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่เกษตร สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ต.แม่ข้าวต้ม ม. 3,4 น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่เกษตร สถานการณ์คลี่คลายบางส่วน
ต.นางแล ม. 1,4,5,6,11,16 น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่เกษตร สถานการณ์คลี่คลาย
 
อ.เชียงแสน จำนวน 6 ตำบล 38 หมู่บ้าน โรงเรียน 1 แห่ง พื้นที่เกษตร 14,138 ไร่ ถนน 2 สาย สะพาน 1 จุด คอสะพาน 1 จุด น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่เกษตร และเกิดดินสไลด์ ในพื้นที่ ดังนี้ ต.เวียง ม.1, 2, 3 ,4 ,5 ,6 ,7 ,8น้ำล้นตลิ่งและเกิดดินสไลด์บ้านสบรวก ร้านค้า จำนวน 16 ร้าน ต.โยนก ม.1 ,2 ,4 ,6 ,7 ต.บ้านแซว ม.7 ,8 ,10 ,14 ต.ป่าสัก ม.1 ,2, 3, 5, 6 ,7 ,11 ,12, 13 ต.ศรีดอนมูล ม.1, 2 ,3 ,5 ,9 ,10 ,12, 13 ต.แม่เงิน ม.1, 5, 10 ปิดเส้นทางสัญจร ปิดเส้นทางสะพานโยนกนาคนคร ม.1 และ ม.4 ต.โยนก เส้นบายพาส ปัจจถบะน สามารถสัญจรผ่านได้ ปิดเส้นทางหมายเลข 1290 ตอนแม่สาย – กิ่วกาญจน์ ระหว่าง กม.20+000 – กม.20+500 บ้านเวียงแก้วม.5 ต.ศรีดอนมูล – บ้านวังลาว ม.4 ต.เวียง เนื่องจากแม่น้ำรวกล้นตลิ่งท่วมถนน รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ อยู่ระหว่างดำเนินการซ่อมแซม
 
อ.เชียงของ (ข้อมูลสะสมจำนวน 4 ตำบล 34 หมู่บ้าน)/ ปัจจุบันสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ต.เวียง หมู่ที่ 1 -14 แม่น้ำโขงล้นตลิ่งหลากเข้าท่วมพื้นที่บริเวณท่าเรือบั๊ค บริเวณสวนสาธารณะปลาบึก 7 สี และบ้านเรือนราษฎรติดริมฝั่งโขง / ทต.เวียง อพยพประชาชนและขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง เรียบร้อยแล้ว ต.ริมโขง หมู่ที่ 1,2,3,4,5,7, 8 ต.สถาน หมู่ที่ 2,4,5,6,8,13,15 และต.ศรีดอนไชย หมู่ที่ 4,7,8,12,14,16
 
อ.แม่จัน (ข้อมูลสะสมจำนวน 11 ตำบล 125 หมู่บ้านโรงเรียนได้รับผลกระทบ 3 โรงเรียน/ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลาย ยังคงค้างในพื้นที่ลุ่มต่ำของตำบลแม่คำ ต.ป่าตึงหมู่ที่ 1-20 ต.แม่คำ หมู่ที่ 1,4,7-14 ต.ท่าข้าวเปลือก หมู่ที่ 1-14 ต.ศรีค้ำ หมู่ที่ 1-5,7,10 ต.ป่าซาง หมู่ที่ 4,7,11,15 ต.จันจว้า หมู่ที่ 1-11 ต.จันจว้าใต้ หมู่ที่ 1-12 ต.จอมสวรรค์ หมู่ที่ 1,2,4,6,8-10 ต.แม่จัน หมู่ที่ 1-3, 6,8-14 ต.แม่ไร่ หมู่ที่ 1-9 และ ต.สันทราย หมู่ที่ 1-9
 
อ.แม่ฟ้าหลวง ข้อมูลสะสมจำนวน 4 ตำบล 58 หมู่บ้าน (เสียชีวิตจากสะสม 5 ราย) ถนนเสียหาย 4 จุด คอสะพาน 3 จุด โรงเรียนได้รับผลกระทบ 8 โรงเรียน (ดินสไลด์ปิดเส้นทางเข้า-ออก)/บ้านจะตี ต.เทอดไทย ดินปิดสไลด์เส้นทาง ใช้อากาศยานในการขนส่ง/ วันที่ 16 ก.ย. 67 ผช. ผรส. บ้านปูนะ ต.เทอดไทย ร่วมกับชาวบ้านตัดต้นไม้และเคลียร์พื้นที่ดินสไลด์ ใช้แบคโฮเปิดเส้นทาง สามารถใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ผ่านได้ ยังต้องใช้ความระมัดระวังบางจุด เนื่องจากยังมีดินสไลด์ลงมาเป็นระยะ ยังดำเนินการกู้ระบบไฟฟ้า ใช้ได้เพียงบางจุด/ วันที่ 17 ก.ย. 67 กองพันสัตว์ต่าง กรมการสัตว์ทหารบก ตั้ง บก.ช่วยเหลือ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2567
 
ณ อบต.แม่ฟ้าหลวง กำลังพล ทหาร 15 นาย อุปกรณ์ ล่อ 3 ตัว ช่วยขนย้ายสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ประสบภัย/ วันที่ 21 ก.ย. 67 ขยายเขตจ่ายกระแสไฟฟ้า 95% ของพื้นที่ประสบภัย ต.แม่ฟ้าหลวง หมู่ที่ 1-19 ต.แม่สลองนอก หมู่ที่ 1,2,6,7,9,10,11 ต.แม่สลองใน หมู่ที่ 1,3,4,5,6,7,9,10,11,12,14,15,18,20,21,22 และ ต.เทอดไทย หมู่ที่ 1-10, 13-17,19
 
อ.แม่สาย น้ำท่วมพื้นที่ตลาดสายลมจอย และพื้นที่เศรษฐกิจ ข้อมูลสะสมจำนวน 8 ตำบล 74 หมู่บ้าน (ชุมชนได้รับผลกระทบรุนแรง ได้แก่ ชุมชนแม่สาย ชุมชนเหมืองแดง ชุมชนเกาะทราย ชุมชนไม้ลุงขน)โรงเรียนได้รับผลกระทบ 8 โรงเรียน ปศุสัตว์ได้รับผลกระทบ ได้แก่ สุกร 4 ตัว สัตว์ปีก 27,615 ตัว ต.แม่สาย หมู่ที่ ม.1-13ต.เวียงพางคำ หมู่ที่ 1-10 ต.เกาะช้างหมู่ที่ 1-13 ต.ศรีเมืองชุม หมู่ที่ 1-9 ต.บ้านด้าย หมู่ที่ 1-8 ต.โป่งผาหมู่ที่ 1,2,3,4,5,9,10,11 ต.โป่งงาม หมู่ที่ 1,2,3,6,8,9,11,12 และ ต.ห้วยไคร้ หมู่ที่ 2,3,4,8,9
 
วันที่ 21 ก.ย. 67 กปภ. สาขาแม่สาย ขยายขอบเขตการจ่ายน้ำประปา ประชาชนได้รับบริการ จำนวน 11,698 ราย ยังไม่ได้รับบริการ จำนวน 723 ราย ติดตั้งจุดให้บริการประปาสนาม จำนวน 5 จุดภารกิจปิดจุดรอยรั่ววางแนวพนังกั้นน้ำโดยใช้บิ๊กแบ็ค จำนวน 5 จุด โดย ฉก.ทัพเจ้าตาก สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) และมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 5 จุด งานกู้คืนบ้านกลุ่มเปราะบาง (โซน A สีแดง)จำนวน 47 หลัง เข้าดำเนินการ 7 หลัง คงเหลือ 40 หลัง แผนงานกู้คืนบ้านพักอาศัยที่เจ้าของสามารถดำเนินการได้(เทกองหน้าบ้านมีบริการจัดเก็บให้) จำนวน 6,980 หลัง / อำเภอป่าแดด ฝ่ายปกครอง/อปท. ประชาชนจิตอาสา ร่วมทำความสะอาดถนนสาธารณะ กำจัดาดินโคลนออกจากบ้านเรือนของประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ณ บ้านเหมืองแดง ตำบลแม่สายอำเภอแม่สาย/ ศบภ.ทภ.3 จัดกำลัง 245 นายสนับสนุน ศภบ.ทบ. ส่วนหน้า ปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่และทำความสะอาดพื้นที่แม่สาย (ร.17/ ร.17 พัน.2/ร.17 พัน.3/ ร.17 พัน4/ ป.4 พัน.17)
 
อ.ดอยหลวง จำนวน 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ต.หนองป่าก่อ หมู่ที่ 8 น้ำกัดเซาะถนนชำรุด ไม่สามารถสัญจรได้ อยู่ระหว่างซ่อมแซม/ 16 ก.ย.67 บ้านที่อยู่ติดถนนถูกน้ำพัดพาได้รับความเสียหาย
 
อ.เทิง จำนวน 3 ตำบล 4 หมู่บ้าน ต.งิ้ว ม.7,18 น้ำล้นออกจากอ่างเก็บน้ำขอนซุง เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่เกษตร ต.ปล้อง ม.2 น้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่เกษตร และต.ตับเต่า ม.8 เสาค้ำสะพานสะพานเบลีย์ชำรุด/ เวลาประมาณ 14.00 น. หมวดทางหลวงเทิงแขวงทางหลวงเชียงรายที่2 และศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 (พิจิตร) เข้ามาดำเนินการซ่อมแซม หากไม่มีมีฝนตกคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 วัน (วันที่ 16 ก.ย. 67)/ วันที่ 21 ก.ย. 67 สามารถสัญจรผ่านได้
 
อ.เวียงแก่น จำนวน 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ต.ปอ ม.2 น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย
 
อ.เวียงป่าเป้า จำนวน 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน วันที่ 19 ก.ย. 67 เกิดสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่ บ้านขุนลาว หมู่ที่ 7 ต.แม่เจดีย์ใหม่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ต้นไม้หักทับบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหายบางส่วน จำนวน 2 หลัง วันที่ 21 ก.ย. 67เกิดเหตุอุทกภัยบ้านโป่งป่าตอง หมู่ที่ 14 ต.แม่เจดีย์ใหม่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย
น้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ได้รับผลกระทบ
 
การให้ความช่วยเหลือ
– จังหวัดเชียงราย ได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ปี พ.ศ. 2567 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และจัดหาปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีพ ผ่านทางธนาคาร กรุงไทย สาขาเชียงราย เลขที่บัญชี 504-3-23-732-5 ชื่อบัญชี กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ปี พ.ศ. 2567 โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่ายอดเงินบริจาค ณ วันที่ 20 ก.ย. 67 เวลา 16.30 น. จำนวน 7,368,788.57 บาท
 
– กองทัพเรือสนับสนุนเรือและยุทโธปกรณ์ เครื่องมือเร่งดำเนินการติดตั้งเคลื่อนย้ายเรือผลักดันน้ำ JET จำนวน 10 ลำ ยกจากเครนวางตามแนวลำน้ำอิง ประสิทธิภาพการไหลได้ วันละ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร เริ่มดันน้ำได้วันที่11 ก.ย.67 เวลา15.00 น. ณ สะพานข้ามแม่น้ำอิง อ.เทิง จ.เชียงราย
 
– มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
วันที่ 19 ก.ย. 67 ดำเนินโครงการ “ฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน ” โดยมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีบริการสุขภาพกาย สุขภาพจิต จ่ายยาพื้นฐานเบื้องต้น, ให้คำปรึกษาเอกสิทธิ์ของกลุ่มเปราะบาง, Fix it จิตอาสา ซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, แจกจ่ายอุปกรณ์ทำความสะอาด และประกอบอาหาร โรงครัวพระราชทาน
 
วันที่ 20 ก.ย. 67 รถประกอบอาหารเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายพร้อมด้วยหน่วยงานราชการ และจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกันประกอบอาหาร ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จำนวน 2 มื้อ จำนวน 1,800 กล่อง เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
 
วันที่ 21 ก.ย. 67 รถประกอบอาหารเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย มีกำหนดดำเนินการต่อเนื่องถึงวันเสาร์ที่ 28 ก.ย. 67
 
– กองทัพเรือ/หน่วยซีล สนับสนุน เรือ 9 ลำ รถบรรทุก 4 คัน ถุงยังชีพ 1,000 ชุด (ของ 918 150 ชุด) กำลังพล 50 นาย
– ฮ.ปภ.32/ฮ.กรมฝนหลวงและการบินเกษตร/ฮ.ทอ./ ฮ.ตชด. 327/ ฮ.ทส. เตรียมความพร้อมรอคำสั่ง/ไม่มีภารกิจบิน
– ศูนย์ ปภ.เขต 15 เชียงราย /เขต 1 ปทุมธานี/ เขต 2 สุพรรณบุรี /เขต 3 ปราจีนบุรี/ เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์/ เขต 8 กำแพงเพชร /เขต 9 พิษณุโลก /เขต 11 สุราษฎร์ธานี และเขต 16 ชัยนาท สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยด้านปฏิบัติการ (อุทกภัย) และกำลังพล
 
วันที่ 21 ก.ย. 67สนับสนุนรถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถล้อยางยกสูง รถขุดตักไฮดรอลิก รถแบคโฮ และรถบรรทุกเทท้าย ปฏิบัติภารกิจตักดินโคลนและปรับเกลี่ยถนน แจกจ่ายอุปกรณ์ทำความสะอาดและน้ำดื่มบรรจุขวดพื้นที่อำเภอแม่สาย /รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย ลำเลียงอาหารแห้ง น้ำดื่ม เสื้อผ้า และอื่นๆ ที่จำเป็น ส่งให้ผู้ประสบภัย ณ ศาลาอเนกประสงค์บ้านน้ำลัดและโบสถ์คริสต์บ้านใหม่น้ำลัด ต.ริมกก ต.เมืองชร. และเทศบาลตำบลแม่ยาว ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงรายบรรทุกสิ่งของที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากที่ทำการไปรษณีย์บ้านดู่ มาเก็บไว้ที่ศูนย์รับบริจาค ศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย เพื่อนำจ่ายให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป/ สนับสนุนรถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิง 10,000 ลิตรรถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ขนาด 12,000 ลิตร พร้อมด้วยชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ ERT สูบน้ำจากหนองปึ๋ง แจกจ่ายให้หน่วยงานและบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงรายและโรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร อ.เวียงชัย/ รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย สูบน้ำท่วมขังพื้นที่ของ มณฑลทหารบกที่ 37 อ.เมืองชร. จ.เชียงราย
– ศูนย์พักพิงที่ยังเปิดศูนย์ฯ ให้บริการที่พักพิงชั่วคราวอยู่ ณ วันที่ 21 ก.ย. 67 รวมทั้งสิ้น 10 แห่ง
แบ่งตามขอบเขตการปกครอง ได้แก่ อ.เมืองเชียงราย 4 แห่ง/ อ.แม่สาย 6 แห่ง
 
ศูนย์พักพิงฯ ที่มีทีมแพทย์และสาธารณสุขให้บริการด้านการแพทย์ เยียวยาจิตใจ แจกจ่ายยาและเวชภัณฑ์ จำนวน 4 แห่ง
ศูนย์พักพิงฯ ในความดูแลของกระทรวง พม. จำนวน 1 แห่ง (ได้แก่ ศูนย์พักพิงบ้านเอื้ออาทรแม่สาย 1 คงค้างพักพิงอยู่ จำนวน 17 คน)
 
รายละเอียดดังนี้
อำเภอเมืองเชียงรายที่ยังเปิดศูนย์ฯ ให้บริการที่พักพิงชั่วคราวจำนวน 4 แห่ง
ในเขตเทศบาลนครเชียงราย ทน.เชียงราย จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่ยังเปิดศูนย์ฯ ให้บริการที่พักพิงชั่วคราวอยู่ ณ ปัจจุบัน จำนวน2 แห่ง ได้แก่
 
จุดโรงเรียนเทศบาล 8 บ้านใหม่ มีทีมแพทย์และสาธารณสุขให้บริการด้านการแพทย์ เยียวยาจิตใจ แจกจ่ายยาและเวชภัณฑ์
จุดโรงเรียน อบจ. เชียงราย*มีทีมแพทย์และสาธารณสุขให้บริการด้านการแพทย์ เยียวยาจิตใจ แจกจ่ายยาและเวชภัณฑ์
ตำบลแม่ยาว ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลแม่ยาว กำกับดูแลโดย ทต.แม่ยาว/ วันที่ 20 ส.ค. 67 ย้ายศูนย์พักพิงไปที่สำนักงานเทศบาลตำบลแม่ยาว
 
ตำบลดอยฮาง วันที่ 16 ก.ย. 67 เวลา 17.00 น. จัดตั้งศูนย์พักพิง ณ บ้านโป่งนาคำ มีผู้พักพิงประมาณ 50 คน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้นำเต็นท์นอนพระราชทาน ขนาด 2 คน จำนวน 50 หลัง มอบให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยฯ (**เปิดใหม่**)
 
อำเภอแม่สายที่ยังเปิดศูนย์ฯ ให้บริการที่พักพิงชั่วคราวอยู่ ณ ปัจจุบัน 6 แห่ง รวมทั้งสิ้น 501 คน(โดยเป็นศูนย์พักพิงฯ ที่มีทีมแพทย์และสาธารณสุขให้บริการ จำนวน 4แห่ง, ศูนย์พักพิงในความดูแลของกระทรวง พม. 1 แห่ง และศูนย์พักพิงชั่วคราว จำนวน 1 แห่ง)
 
ศูนย์พักพิงเทศบาลตำบลแม่สาย คงค้างจำนวน 49 ราย(ทีมแพทย์และสาธารณสุขให้บริการด้านการแพทย์ในการดูแลได้แก่ รพ.ป่าแดด/ รพ.สต.ฮ่องแฮ่/ รพ.สต.บ้านด้าย)
 
ศูนย์พักพิงวัดพรหมวิหาร คงค้างจำนวน 119 ราย(ทีมแพทย์และสาธารณสุขให้บริการด้านการแพทย์ในการดูแล ได้แก่ รพ.สมเด็จพระญาณสังวร, ร.พ.แม่สาย, ทีม MCATT, รพ.สวนปรุง)
 
ศูนย์พักพิงวัดเหมืองแดง คงค้างจำนวน 162 ราย (ทีมแพทย์และสาธารณสุขให้บริการด้านการแพทย์ในการดูแล ได้แก่ รพ.พญาเม็งราย, ทีม MCATT จาก รพ.สวนปรุง, รพ.สต.แม่สาย)
 
ศูนย์พักพิงวัดถ้ำผาจม คงค้างจำนวน 117 ราย(ทีมแพทย์และสาธารณสุขให้บริการด้านการแพทย์ในการดูแล ได้แก่ รพ.แม่ลาว, ทีม MCATT, รพ.เชียงแสน, รพ.ดอยหลวง)
 
ศูนย์พักพิงโบสถ์คริสต์บ้านผาฮี้ คงค้างจำนวน 37 ราย
ศูนย์พักพิงบ้านเอื้ออาทรแม่สาย 1 คงค้างจำนวน 17 คน(ในความดูแลของกระทรวง พม.)
อำเภอเวียงชัย ที่ยังเปิดศูนย์ฯ ให้บริการที่พักพิงชั่วคราวอยู่ ณ ปัจจุบัน จำนวน 1 แห่ง
ศูนย์ศุภนิมิตรเพื่อการพัฒนา ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย ปรับสภาพเป็นศูนย์พักคอยเนื่องจากประชาชนเริ่มกลับไปทำความสะอาดบ้านเรือนและมานอนที่ศูนย์ฯ ในตอนกลางคืน คงค้างจำนวน 21 ราย/ วันที่ 20 ก.ย. 67
 
ปิดศูนย์ฯ
– นพค.31 /นพค.32/นพค.34 สนับสนุนกำลังพล รถครัวสนาม และรถสุขาเคลื่อนที่
– มูลนิธิสมาคมกู้ชีพกู้ภัย อาสาสมัคร จิตอาสาภาคประชาชน ร้านค้า/ผู้ประกอบการ สนับสนุนปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย ให้ที่พักพิงชั่วคราว มอบอาหารปรุงสำเร็จ และถุงยังชีพ
 
– วิทยาลัยอาชีวศึกษาและโรงเรียนในเครือ ดำเนินโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน Fix It Center
ตั้งจุดบริการและจัดชุดเคลื่อนที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยจะช่วยซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ รวมถึงยานพาหนะที่เสียหาย เริ่มดำเนินกา
 
– สถานศึกษา สอศ. ที่ร่วมปฏิบัติงานจากทั่วประเทศ ประจำวันที่ 21 ก.ย. 67 จำนวน 43 แห่ง ตั้งจุดบริการ Fix It Center7 แห่ง ดังนี้ จุดบริการ โรงเรียนสันติวิทยา ดำเนินการโดย วท.อุทัยธานี จุดบริการ โรงเรียนบ้านน้ำลัด ดำเนินการโดย วก.เชียงราย, วก.ลอง จุดบริการ วอศ.เชียงราย ดำเนินการโดย วก.เวียงสา จุดบริการ ฮ่องลี่-ป่างิ้ว ดำเนินการโดย วท.ตาก จุดบริการ วท.เชียงราย ดำเนินการโดย วท.เชียงราย จุดบริการ หมู่บ้านธนารักษ์ ดำเนินการโดย วท.เทิง และจุดบริการ ชุมชนเวียงกือนา ดำเนินการโดย วก.เวียงเชียงรุ้ง
 
แผนกำหนดจุดบริการ Fix It Center ที่จะออกบริการวันที่ 22 ก.ย. 67จำนวน 8 แห่ง จุดบริการ โรงเรียนสันติวิทยา ดำเนินการโดย วท.อุทัยธานี (ระหว่างวันที่ 21- 22 ก.ย. 67) จุดบริการ วัดพรหมวิหาร อ. แม่สาย ดำเนินการโดย วท. สุโขทัย และ วก.ศรีสัชนาลัย (ระหว่างวันที่ 21- 22 ก.ย. 67) จุดบริการ วอศ.เชียงราย ดำเนินการโดย วก.เวียงสา (ระหว่างวันที่ 21- 22 ก.ย. 67) จุดบริการ ฮ่องลี่-ป่างิ้ว ดำเนินการโดย วท.ตาก (ระหว่างวันที่ 21- 22 ก.ย. 67) จุดบริการ วท.เชียงราย ดำเนินการโดย วท.เชียงราย จุดบริการ โรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่นดำเนินการโดย สอน. 1 (ระหว่างวันที่ 22- 25 ก.ย. 67) จุดบริการ โรงเรียนเทศบาล8 บ้านใหม่ดำเนินการโดย สอน. 1 (ระหว่างวันที่ 22- 25 ก.ย. 67) และจุดบริการ ชุมชนเกาะทอง ดำเนินการโดย สอน.3 (ระหว่างวันที่ 22- 25 ก.ย. 67)
 
วันที่ 17 ก.ย. 67 ทภ.3 จัดตั้ง ศบภ.ทภ.3 ส่วนหน้า ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย เพื่ออำนวยการประสานงานการให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยทหารทุกหน่วย ในพื้นที่ อ.แม่สาย
 
– อบจ.เชียงราย ดำเนินการดังนี้ เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อบจ. เชียงราย ณ อาคารคชสาร (สนามกีฬากลาง อบจ.เชียงราย) ระหว่างวันที่ 18 – 22 กันยายน 2567 เวลา 08.00 – 16.00 น. โดยเป็นจุดให้บริการ ดังนี้ จุดรับน้ำดื่ม จุดโรงครัว (มื้อเช้า กลางวัน เย็น) จุดรับและมอบของบริจาค จุดปฐมพยาบาล (ทำแผล ฉีดบาดทะยัก คอตีบ และจ่ายยาสามัญ/เวชภัณฑ์)
 
ให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้านดำรงชีพ ดังนี้ ค่าใช้จ่ายด้านดำรงชีพ ได้แก่ ค่าเครื่องนุ่งห่ม รายละไม่เกิน 1,100 บาท ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 11,400 บาท ค่าเครื่องครัวและอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 3,500 บาท ค่าเครื่องนอน รายละไม่เกิน 1,000 บาท หลักฐานที่ต้องเตรียม ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของเจ้าของบ้านที่ประสบภัย รูปภาพความเสียหาย
 
การขอรับความช่วยเหลือ ผ่าน อบต. หรือ ทต. ที่ประสบภัย ในวันและเวลาราชการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.เชียงราย ฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย โทร. 053175329 หรือ 053175333 ต่อ 1402 ในวันและเวลาราชการ
 
– กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการระบายน้ำและกองโรงงานช่างกล สำนักการคลังสนับสนุนรถดูดโคลนขนาดความจุถัง 14 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 2 คัน รถตรวจการณ์ จำนวน 1 คัน รถหน่วยซ่อมเคลื่อนที่เร็ว (BEST) จำนวน 1 คัน รถบรรทุกติดตั้งเครนขนาด 65 ตัน จำนวน 1 คัน รถไฟส่องสว่าง จำนวน 1 คัน และรถตู้ 12 ที่นั่ง จำนวน 1 คันพร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญ/บุคลากร 28 คน ปฏิบัติการดูดโคลนเลนที่อุดตันบริเวณท่อระบายน้ำ ตามตรอก ถนน และจุดต่าง ๆ ที่กีดขวางทางระบายน้ำพื้นที่ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ในเขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงราย เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 67 เป็นต้นไป
 
วันที่ 20 ก.ย. 67 (วันแรกของการปฏิบัติงาน) ดำเนินการดูดโคลนเลนจากท่อระบายน้ำ (ใช้วิธีเปิดฝาท่อระบายน้ำ) ถนนเจ้าฟ้า ฝั่งตรงข้ามศาลจังหวัดเชียงราย ริมแม่น้ำกก โดยดำเนินการทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ขนาด 1.20 เมตร ดำเนินการได้ความยาว 100 เมตร ดูดเลนได้จำนวน 84 ลูกบาศก์เมตร / พบอุปสรรค ดินเลนเป็นดินเหนียวและมีขยะในท่อระบายน้ำ
วันที่ 21 ก.ย. 67 ดำเนินการดูดโคลนเลนจากท่อระบายน้ำ (ใช้วิธีเปิดฝาท่อระบายน้ำ) ถนนเจ้าฟ้า ฝั่งตรงข้ามศาลจังหวัดเชียงราย (บริเวณสถานีผลิตน้ำวังคำ ของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงราย) ท่อขนาด 1.20 เมตร ดำเนินการได้ความยาว 200 เมตร และทำความสะอาดรางระบายน้ำ(ตัววี) ขนาด 0.30 เมตรดำเนินการได้ความยาว 100 เมตรดูดเลนได้จำนวน 56 ลูกบาศก์เมตร/ แผนดูดโคลนเลนวันที่ 22 ก.ย. 67 ดำเนินการต่อจากจุดเดิมถึงบริเวณ 3 แยก สห. (วัดพระธาตุดอยจอมทอง)
– กรมโยธาธิการและผังเมือง สนับสนุนบุคลากร สำรวจ/วางแผน บริหารจัดการให้เป็นไปตามระบบหลักเพื่อบรรเทาน้ำท่วมชุมชนเมือง
 
– บริษัท วอชแอนด์โก Code Clean ให้บริการ ซัก อบ ผ้า น้ำยา ฟรี แก่ผู้ได้รับผลกระทบน้ำท่วมตลอด24 ชั่วโมง ณ ลานธรรมลานศิลป์ถิ่นพญามังรายหรือลานรัชกาลที่ 5 (ศาลากลางจังหวัดหลังแรก) ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. 67 เป็นต้นไป
– เทศบาลตำบลแม่สายจัดชุดเคลื่อนที่ลงพื้นที่รับคำร้องช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและลงทะเบียนขอลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอันเนื่องมาจากเหตุอันพ้นวิสัยที่จะป้องกันได้โดยทั่วไป (กรณีอุทกภัย) ในเขตเทศบาลตำบลแม่สายระหว่างวันที่ 21-27 ก.ย. 67 ในพื้นที่ชุมชนแม่สาย-ดอยเวา, ชุมชนไม้ลุงขน, ชุมชนเหมืองแดง,ชุมชนป่ายาง และชุมชุมชนเกาะทราย
 
– งานบริการถ่ายบัตรประชาชน กรมการปกครอง สนับสนุนหน่วยบริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ให้บริการตั้งแต่วันที่ 20 – 27 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 21.00 น. ณ วัดเวียงหอม (สามารถถ่ายได้เพียงบัตรประชาชนเท่านั้น) ยกเว้นค่าธรรมเนียม 100 บาท
 
– สำนักทะเบียนอำเภอแม่สาย ให้บริการงานถ่ายบัตรประชาชนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่วันที่ 19 – 30 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. ณ ห้องทะเบียนที่ว่าการอำเภอแม่สาย
 
– กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มอบเงินอุดหนุนช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอุทกภัย กลุ่มครัวเรือนเปราะบาง ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ห้วงอุทกภัยเดือนสิงหาคม-กันยายน 2567 จำนวน 234 ราย เป็นเงิน 700,000 บาท ดังนี้
 
– มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง เพื่อช่วยเหลือ ครัวเรือนเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จำนวน 167 ราย เป็นเงิน 500,000 บาท
 
มอบเงินปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ครัวเรือนเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบ จากอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จำนวน 216 หลังเป็นเงิน 3,888,000 บาท
 
– มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาขาดไทย เชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบแก่ประชาชน
ผู้ประสบอุทกภัย ณ พื้นที่จังหวัดเชียงราย/ วันที่ 21 ก.ย. 2567 ณ ศาลาการเปรียญ วัดร่องเสือเต้น บ้านร่องเสือเต้น ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 3,500 ถุง และถุงยังชีพพระราชทานแด่พระสงฆ์ จำนวน 105 ถุง และมอบเงินให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย รายนายอุดมศักดิ์ เชื้อเมืองพาน บ้านเลขที่ 97 หมู่ 7 ชุมชนบำงิ้ว ต.รอบเวียง อเมืองเชียงราย จำนวน 20,000 บาท มอบให้แก่นางกนกวรรณ เชื้อเมืองพาน มารดาของผู้เสียชีวิต โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นผู้แทนมอบ
 
– นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มท.(มท.4) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครองนายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดินและประธานกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค และนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตรวจติดตามและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบอุทกภัย/เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่วัดเหมืองแดงเทศบาลตำบลแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย และชุมชนป่าแดง ต.ริมกก อ.เมืองชร. จ.เชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมการกู้คืนระบบประปา ไฟฟ้า และระบบการระบายน้ำในเขตเทศบาลนครเชียงราย
 
แนวโน้มสถานการณ์ สถานการณ์อยู่ในระดับคลี่คลายมีฝนอ่อน- หนักในพื้นที่อำเภอเวียงป่าเป้า และอำเภอพานระดับน้ำสาย/น้ำกกลดลง/น้ำโขง ทรงตัว(ไม่เกินระดับวิกฤติ)
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI EDITORIAL

‘ช่างเบน’ กับการให้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด จิตอาสาฟิ้นฟูล้างโคลนในบ้านไม่คิดค่าแรง

 

หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 ซึ่งถือเป็นอุทกภัยที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก โดยมีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัตินี้ นอกจากนั้น มวลน้ำยังไหลทะลักเข้าสู่ตัวเมืองเชียงราย แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่การฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วมยังคงต้องใช้เวลาอีกเป็นเดือน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีดินโคลนสะสมอยู่ในบ้านเรือนและบริเวณโดยรอบ ทำให้ชาวบ้านต้องลงแรงทำความสะอาดเองด้วยความลำบาก

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ ได้สัมภาษณ์ครอบครัวจิตอาสาที่เข้ามาช่วยเหลือในพื้นที่ พี่เบน คุณสุวิชา ไชยเลิศ วัย 39 ปี พร้อมภรรยา คุณสิทธิชยา สุกฤติยานันท์ (เอ๋) วัย 40 ปี และลูกชายสองคน ด.ช.ตปัสวิน ไชยเลิศ (โมโน) วัย 7 ปี และ ด.ช.ฌานิน ไชยเลิศ (โมนิน) วัย 6 เดือน บ้านของ พี่เบน คุณสุวิชา อยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมไม่ถึง แต่ชุมชนรอบข้างได้รับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากน้ำท่วมและดินโคลนที่เข้าท่วมบ้านเรือนของผู้ประสบภัย

 พี่เบน คุณสุวิชา เล่าว่า เขาและภรรยาได้คุยกันว่าจะช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอย่างไร โดยเริ่มต้นจากการนำเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงที่มีอยู่มาใช้ในการทำความสะอาดบ้านของชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมหนัก ในวันแรกมีเพียงเขาและภรรยาเข้าร่วมทำความสะอาด แต่หลังจากนั้นก็ได้มีอาสาสมัครเข้าร่วมเพิ่มเติม จนมีสมาชิกกลุ่มมากถึง 8 คนในบางวัน ซึ่งทุกคนที่เข้ามาร่วมทำงานก็ทำด้วยใจ โดยไม่ขอรับเงินหรือสิ่งของตอบแทน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มจิตอาสาที่มีอุดมคติที่ชัดเจนว่าจะไม่รับเงินจากการช่วยเหลือ แต่หากมีผู้ใจบุญที่ต้องการสนับสนุน พวกเขาขอเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดแทน เช่น เครื่องฉีดน้ำ แปรงขัดพื้น ผงซักฟอก และไม้กวาด เพื่อให้สามารถใช้ในการช่วยเหลือคนอื่นได้ต่อไป
 

พี่เบน คุณสุวิชา กล่าวต่อว่า ตอนนี้พวกเขาได้เน้นช่วยเหลือ ‘เฉพาะในตัวอำเภอเมืองเชียงราย’ โดยช่วยกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือก่อน เช่น ผู้สูงอายุและครอบครัวที่ไม่สามารถทำความสะอาดบ้านเองได้ พวกเขาใช้เครื่องฉีดน้ำในการล้างดินโคลนออกจากบ้าน และถอดเฟอร์นิเจอร์ที่ผุพังออก ทั้งนี้ การดำเนินงานขึ้นอยู่กับขนาดและสภาพของพื้นที่เป็นหลัก หากชาวบ้านต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม หรือคนไหนที่อยากจ้างช่างต่อเติมที่มีจิตอาสาสามารถติดต่อผ่านไลน์ไอดี Suvicha.cr ได้โดยตรง

 

วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นถึงน้ำใจของจิตอาสาจากทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แม้ว่าหลายคนจะประสบกับความลำบากเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนร่วมชุมชน เจ้าของบ้านหลายคนที่ได้รับการช่วยเหลือต่างแสดงความขอบคุณด้วยรอยยิ้ม ซึ่งเป็นสิ่งตอบแทนที่มีค่าสำหรับจิตอาสาเหล่านี้

การช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดเชียงรายยังคงดำเนินต่อไป ทั้งในตัวเมืองและชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI

ร้านลาบป้าไหล่พร้อมฟื้นฟูหลังน้ำท่วมหนัก คาดเปิดใหม่ตุลาคมนี้

 

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2567 ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์ได้ลงสำรวจพื้นที่ “ร้านลาบป้าไหล่ – อาหารพื้นเมือง เชียงราย” ซึ่งเป็นร้านอาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงและเปิดบริการมายาวนานหลายสิบปี แม้ว่าจะเป็นร้านริมทางที่มีความเรียบง่าย แต่ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง จุดเด่นของร้านคือการให้บริการที่อบอุ่น มีบริการผักสดและน้ำเปล่าให้รับประทานฟรี ที่ร้านมีเมนูขึ้นชื่ออย่างลาบหมู ลาบควาย และลาบเนื้อ เรียกได้ว่ารสชาติลาบของที่นี่ต้องยกให้เป็นอันดับหนึ่ง

ช่วงเวลาที่ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่ 09:00 น. ถึง 20:00 น. ร้านตั้งอยู่ในบริเวณบ้านฟาร์ม ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย ไม่ไกลจากสนามบินเชียงราย ปัจจุบันร้านได้ทำการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การขยายพื้นที่จอดรถที่สามารถรองรับได้มากกว่า 20 คัน และการปรับโฉมร้านให้โล่ง โปร่งสบาย มีที่นั่งรองรับลูกค้าได้กว่า 100-200 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะกับการมาตั้งหมู่คณะ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดเชียงรายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2567 ได้ส่งผลกระทบต่อร้านลาบป้าไหล่อย่างมาก ระดับน้ำสูงถึง 1.5 เมตร ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในร้านเสียหายอย่างมาก ตั้งแต่ตู้เย็น 3 ตู้ ตู้แช่ 2 ตู้ แอร์ 4 ตัว และพัดลมกว่า 20 ตัว เจ้าของร้านเล่าว่า ในช่วงที่น้ำมาได้พยายามย้ายของบางส่วนขึ้นที่สูง แต่ก็ไม่คิดว่าน้ำจะขึ้นสูงขนาดนี้ จนทำให้หลายสิ่งของถูกน้ำท่วมไปอย่างสิ้นเชิง

หลังจากน้ำเริ่มลดลงในวันที่ 15 กันยายน 2567 เจ้าของร้านและพนักงานจึงเริ่มกลับเข้ามาทำความสะอาด โดยใช้เวลาหลายวันในการกวาดโคลนและสูบน้ำออกจากพื้นที่เพื่อให้ร้านกลับมาอยู่ในสภาพที่พร้อมเปิดบริการอีกครั้ง ในวันนี้พนักงานที่เคยหยุดงานก็ได้กลับมาช่วยกันทำความสะอาดอย่างขะมักเขม้น พร้อมกับได้รับค่าแรงแทนการเสิร์ฟอาหาร

สถานการณ์ในตอนนี้แม้จะเริ่มดีขึ้น แต่ยังคงมีน้ำขังอยู่บริเวณข้าง ๆ ร้าน และคาดว่าทางร้านจะกลับมาเปิดให้บริการได้ในวันที่ 2 หรือ 3 ตุลาคม 2567 เจ้าของร้านกล่าวว่าพวกเขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ร้านสามารถกลับมาเปิดได้โดยเร็ว เพราะต้องการฟื้นฟูร้านให้กลับมาเป็นแหล่งอาหารพื้นเมืองที่ผู้คนในเชียงรายและนักท่องเที่ยวจะมาเยือนอีกครั้ง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

‘แพทองธาร’ ล้อมวงเปิดอก รับฟังข้อเสนอจิตอาสา หลังวิกฤตน้ำท่วมเชียงราย

 

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 เวลา 11.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงาน “ประสานพลัง ประสานใจ” โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตัวแทนจิตอาสา ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยนายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐ เพราะทราบตั้งแต่ต้น ทุกคนที่อยู่หน้างานโดยตรงได้เข้าช่วยเหลือทันที นี่คือสิ่งที่คนหน้างานตรงนั้นเข้าไปก่อนถือว่าช่วยพี่น้องประชาชนได้อย่างมากมายรวมถึงจิตอาสาวันนี้ที่ได้มาคุยกันอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายจริงๆ ทั้งภาคเอกชน รัฐบาล จิตอาสา ประชาชน หน่วยงานต่างๆในพื้นที่ ต้องขอบพระคุณมากๆ และของช่วยเหลือที่หลั่งไหลเข้าไปในพื้นที่ผู้ประสบภัยเยอะ ฝ่ายหน้างานบอกว่า เรื่องของอาหารการกินค่อนข้างพอ แต่เราก็มาย้อนดูว่าเราจะทำอะไรเพิ่มเติมได้อีก ซึ่งตอนนี้ทราบอยู่แล้วน้ำมาจากทางภาคเหนือ และค่อยๆย้ายจากภาคเหนือไปภาคอีสาน ฉะนั้นวันนี้ขอให้ทุกคนมีข้อมูลอะไรที่อยากจะบอกทางรัฐบาลให้ซัพพอร์ตอย่างไร ทุกคนพร้อมและยินดีที่จะช่วยเหลือกัน มีอะไรที่อยากให้รัฐบาลปรับปรุงตรงไหนขอให้แชร์กันในวันนี้เลย เดินเข้ามาบอกได้เลยว่าทำอะไรให้พี่น้องประชาชนบ้าง ประชาชนต้องการอะไรบ้าง ขอให้แชร์กันแบบเปิดพื้นที่

จากนั้นนายกฯพูดคุยหารือร่วมกับคณะจิตอาสา 12 องค์กร และภาคเอกชน โดยตัวแทนสมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณนายกฯ พร้อมมีข้อเสนอจากที่ได้ลงพื้นที่และคุยกับชาวบ้านในระยะต่อไปเฟสที่ 3 คือการป้องกันปัญหาในระยะยาวไม่ให้น้ำเข้าแม่สายอีก อยากเสนอให้มีการทำเขื่อนริมแม่น้ำแม่สาย โดยใช้เข็มตอกสองฝั่ง ทำเป็นเขื่อนด้านบนเพื่อให้รถวิ่งริมแม่น้ำได้ เป็นการใส่เกาะชั้นที่ 1 มีแนวประมาณ 2 กิโลเมตรจากด่านศุลกากรแม่สายที่ 1 ยาวจนถึงด่านศุลกากรแม่สายด่านที่ 2 อาจใช้งบประมาณไม่เยอะสามารถทำได้รวดเร็วเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในครั้งหน้า

ด้านนายกฯ กล่าวว่า ทราบว่าเจ็ตสกีสำคัญมากจึงได้คุยกับรองนายกรัฐมนตรีว่าเราจำเป็นต้องจัดซื้ออะไรเพิ่มหรือไม่ เพราะบางทีเครื่องมือใหญ่ๆเรือใหญ่ๆเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านไม่ได้ แต่เจ็ตสกีสามารถเข้าไปได้ คนอายุมาก หรือคนป่วยติดเตียงก็จะได้รับตัวออกมาได้

ด้านทีมตอบโต้ภัยพิบัติ RDAT มูลนิธิสยามนนทบุรี กล่าวว่า ขอสะท้อนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นปัญหาคือเราไม่มีการรายงานตัวแบบออนไลน์เป็นกู้ภัยแห่งชาติ โดยมีหน่วยงานต่างๆอยู่ในแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ให้รัฐบาลเป็นแกนกลางสั่งการ ซึ่งจะทำงานได้ง่ายไม่ต้องเสียเวลาไปรายงานตัวกับอำเภอ จังหวัด แล้วนั่งรองาน เพราะการรายงานใช้เวลาครึ่งวันกว่าจะได้เข้าพื้นที่ทำงาน ดังนั้นควรจะมีแอพพลิเคชั่นกลางในการจ่ายงานและการขอความช่วยเหลือผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งวันนี้เทคโนโลยีสามารถทำทุกอย่างได้แล้วควรจะพัฒนาในเรื่องนี้ และหากมีแล้วก็ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ

ขณะที่ประธานมูลนิธิเพชรเกษม กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนกลุ่มอาสาสมัคร เนื่องจากพวกเราเป็นแขนขาของรัฐบาลอย่างแท้จริง และสิ่งหนึ่งที่อยากได้โดยเป็นการขอความอนุเคราะห์จากรัฐบาล คือให้ยกเว้นภาษีองค์กรการกุศล เนื่องจากเป็นองค์กรที่ทำเพื่อประเทศชาติ โดยให้รัฐบาลพิจารณาว่าองค์กรไหนเข้าเกณฑ์ และขอให้ช่วยประสานงานแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในการที่ทีมอาสาสมัครเข้าไปช่วยเหลือประชาชน จึงขอให้บูรณาการอาจจะทำเป็นเลนให้เจ้าหน้าที่ 1 เลน และขอให้ดูแลอาสาสมัครที่ลงไปปฎิบัติหน้าที่และเกิดอุบัติเหตุ

ด้านนายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งที่นายกฯเน้นย้ำคือการช่วยเหลือชีวิตคนเป็นเรื่องสำคัญ และได้รับรายงานเรื่องโคลน จึงได้ประสานงานกองทัพไทย และ 3 เหล่าทัพ ให้เข้าไปดำเนินการหน้างาน ซึ่งบ้านเรือนที่โดนโคลนจำนวน 500-1,000 หลังคาเรือน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องรีบทำเป็นเรื่องของสุขภาพของผู้ประสบอุทกภัย นอกจากเรื่องอาหารแล้วต้องมีเรื่องยาป้องกันโรคต่างๆตนยินดีและเต็มที่ และตนก็ทราบการติดขัดเรื่องการสื่อสาร เราจะเข้าไปช่วยอย่างเต็มที่ เชื่อว่าทั้งเครือข่ายทรูและ AIS จะรีบเข้าไปศึกษาจุดยุทธศาสตร์และนำสัญญาณเข้าไป

ด้านกู้ภัยคนแม่สาย กล่าวว่า การแจ้งเตือนของทางผู้ใหญ่บ้านไม่ทั่วถึง บางครั้งแจ้งเตือนบ่อยจนชาวบ้านไม่แน่ใจว่าน้ำจะขึ้นจริงหรือไม่ จนไม่มีความน่าเชื่อถือ พอน้ำมาจริงๆเราตั้งตัวไม่ทัน ขณะเดียวกันทีมงานกู้ภัยในอำเภอแม่สาย เครื่องมือไม่ครบ ในวันที่น้ำมาเราเข้าหน้างานอย่างเต็มกำลัง แต่ช่วยเหลือได้แค่ 40% ไม่มีเจ็ตสกี ไม่มีอุปกรณ์ที่จะอพยพคนออกมาทันที ต้องรออีก 1 วัน

นายกฯ กล่าวสรุปในช่วงท้ายว่า ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามา เชื่อว่าทุกคนทุกหน่วย ได้ทำแต่ละส่วนต่างกันไป แต่ทุกส่วนคือสิ่งสำคัญ สิ่งที่รัฐบาลตั้งใจคืออยากให้ความทุกข์ของพี่น้องประชาชนสั้นที่สุด อย่างตอนเยียวยา ดินโคลนถล่ม เราอยากให้ฟื้นฟูกลับมาอยู่ในสภาพเดิมให้เร็วที่สุด และคนที่หน้าหน้างานที่ดูแลขาดไม่ได้ทั้งหมด เป็นศูนย์รวมน้ำใจของคนไทย เพื่อช่วยคนไทยด้วยกันเอง อันนี้คือสิ่งสำคัญต้องขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง วันนี้เรามาร่วมกันด้วยความที่เรามีจิตใจตรงกันนั่นคือจิตใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนคนไทยด้วยกัน ฉะนั้นไม่มีใครมากไปกว่ากันหรือน้อยไปกว่ากัน ทุกคนตั้งใจที่จะช่วยจริงๆ แน่นอนทุกคนที่ส่งกำลังใจอย่างน้อยๆเป็นสิ่งดี เป็นเรื่องดีที่ทำให้ทุกคนมีกำลังใจทำงานต่อไป

“ขอให้กำลังใจหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ผ่านมาต้องเหนื่อยกันมากและขอให้มีกำลังใจสู้ต่อ และแน่นอนภาคเอกชนทั้งหมดที่ช่วยส่งของยังไม่ขาดสาย ทั้งเรื่องสุขาและอีกหลายบริษัทที่มาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ น้ำใจของคนไทยยังอยู่ทั่วทั้งแผ่นดินไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี พระราชทานกระแสความห่วงใยมาตั้งแต่วันแรกๆ ถือว่าอย่างน้อยๆภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น แต่คนไทยยังรักกันและยังโชคดี”

จากนั้น นายกฯได้ออกมายังบริเวณ เสาธงหน้าตึกสันติไมตรี เพื่อรับมอบสิ่งของอุปโภค บริโภค อาหารแห้ง จากภาคเอกชน อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) มูลนิธิเอสซีจี SC ASSET กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน), ก่อนเดินเยี่ยมชมรถลำเลียงอุปกรณ์ของเหล่าทัพ พร้อมให้กำลังใจกำลังพลของเหล่าทัพที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน จากนั้นนายกฯได้เดินมายังสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และกล่าวขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอีกครั้งว่า ขอขอบคุณทุกความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและจิตอาสา ที่ทำให้เห็นว่าประเทศเราแม้มีภัยภิบัติแต่ยังโชคดีที่คนไทยมีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รัฐบาลจะทำหน้าที่ประสานพลังให้ประชาชนทั้งประเทศ วันนี้ที่เรามาร่วมกันเป็นภารกิจที่ทุกคนร่วมใจและอยากเยียวยาให้พี่น้องที่ประสบภัยตอนนี้มีความทุกข์ให้น้อยที่สุด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักนายกรัฐมนตรี

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ทัพฟ้าจัดบิ๊กคลีนนิ่งฟื้นฟูโรงเรียน หลังน้ำท่วมเชียงรายรุนแรง

 

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 ที่โรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว สังกัดเทศบาลนครเชียงราย นาวาอากาศโท ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 ได้จัดกิจกรรม “บิ๊กคลีนนิ่งเดย์” ภายใต้โครงการ “ทัพฟ้า พาน้องเข้าเรียน” โดยมีการนำกำลังพล พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้าช่วยเหลือในการทำความสะอาดอาคารเรียนและบริเวณโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

กิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรของโรงเรียน โดยมี นางสาวอโณทัย จิระดา ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 2 นำคณะครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนทั้งหมดเข้าร่วมอย่างเต็มที่ เพื่อให้โรงเรียนกลับมาเปิดเรียนได้โดยเร็วที่สุด หลังจากที่ต้องหยุดเรียนไปหลายวันเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่กระทบหลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย

นาวาอากาศโท ปราโมทย์ กุยแก้ว เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย ทางกองทัพอากาศ โดย พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้แสดงความห่วงใยต่อประชาชนและข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ท่านได้มอบหมายให้ พลอากาศเอก วรกฤต มุขศรี ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานด้านบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชน รวมทั้งเร่งดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูโรงเรียนและสถานที่ราชการที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

สำหรับโรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว ถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งเป็นสาเหตุให้ต้องปิดทำการเรียนการสอนไปหลายวัน ด้วยเหตุนี้ โครงการ “ทัพฟ้า พาน้องเข้าเรียน” จึงได้ถูกจัดขึ้นเพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาเปิดเรียนได้ตามปกติในวันที่ 23 กันยายน 2567 การดำเนินการครั้งนี้เป็นความร่วมมือจากหลายภาคส่วน รวมถึงการใช้ทั้งแรงงานคนและเครื่องจักร เพื่อทำความสะอาดและฟื้นฟูโรงเรียนให้พร้อมสำหรับการเปิดเรียน

หน่วยงานที่เข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากฝูงบิน 416 ของกองทัพอากาศแล้ว ยังมีความร่วมมือจากเทศบาลนครเชียงราย อำเภอเวียงเชียงรุ้ง สำนักงานเจ้าท่าเชียงราย สำนักงานชลประทานเชียงราย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มูลนิธิสยามรวมใจ รวมไปถึงเครือข่ายกลุ่มชุมชนต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและองค์กรต่าง ๆ ที่ร่วมมือกันจนทำให้งานบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

นาวาอากาศโท ปราโมทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของกิจกรรมในครั้งนี้มาจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้กลับมาเป็นปกติ การสนับสนุนจากภาคเอกชน หน่วยงานราชการ และชุมชน ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้งานเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้โรงเรียนกลับมาเปิดทำการเรียนการสอนได้ทันเวลา แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครูและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอีกด้วย

โครงการ “ทัพฟ้า พาน้องเข้าเรียน” เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจบรรเทาสาธารณภัยของกองทัพอากาศ ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือฟื้นฟูสถานศึกษาและสถานที่สำคัญให้กลับมาดำเนินการได้อย่างปกติหลังเกิดภัยพิบัติ ซึ่งนับเป็นโครงการที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและช่วยลดผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้อย่างเป็นรูปธรรม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE

เปิดงาน “ไทยฟุ้ง ปรุงไทย” สร้างสรรค์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

 

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 มีการเปิดงาน “ไทยฟุ้ง ปรุงไทย” (Thai Taste Thai Fest 2024) โดย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนายประสพ เรียงเงิน อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม งานนี้จัดขึ้นที่ Royal Park Plaza ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค กรุงเทพฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและยกระดับอาหารไทยท้องถิ่นและมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของประเทศ

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่จังหวัดที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจำนวน 18 รายการจาก 15 จังหวัด นอกจากนี้ยังมีการมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ในการรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจำนวน 23 ราย และมอบเกียรติบัตรให้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” ประจำปี 2567 จำนวน 76 จังหวัดรวมถึงกรุงเทพมหานคร

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวถึงความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมว่าเป็นอัตลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนของชาติ โดยมีมิติที่ครอบคลุมทั้งด้านวรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา ศิลปะการแสดง พิธีกรรม ประเพณี ทักษะงานช่างฝีมือดั้งเดิม และอื่นๆ ที่ถูกส่งต่อกันมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ

งานนี้ยังมีการนำเสนอเมนูอาหารท้องถิ่นที่หายากจากแต่ละจังหวัด และการสาธิตทางวัฒนธรรม เช่น การปักชุดไทย การแกะสลัก การทอผ้า และการเขียนเทียนบนผ้าม้ง นอกจากนี้ยังมีการแสดงพื้นบ้านจาก 4 ภูมิภาค ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20-22 กันยายน 2567 เพื่อสร้างบรรยากาศและความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมงาน

ภายในงานยังมีการสาธิตคอสเพลย์เยอร์ภายใต้ธีม “4 COS คอสเพลย์ 4 ภาค ไทยแลนด์” ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งเสวนาเกี่ยวกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยการนำเสนอแนวคิด Soft Power ที่ใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอเมนูอาหารท้องถิ่นจาก 77 จังหวัด เช่น แกงส้มใบสันดานจากจันทบุรี แกงอีเหี่ยวจากเพชรบูรณ์ ยำไก่ผีปู่ย่าจากสุโขทัย และเมนูแกงแคกุ้ง ถือเป็นเมนูที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของชาวภาคเหนือ โดย พิสันต์ จันทรศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้ให้ข้อมูลว่า แกงแคเป็นอาหารที่ประกอบไปด้วยผักหลากหลายชนิด ผสมกับเนื้อสัตว์ตามที่หาได้ เช่น กุ้งฝอย ไก่ กบ หรือปลาแห้ง ผักที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นผักพื้นบ้าน เช่น ผักตำลึง ชะอม ใบชะพลู ผักชีฝรั่ง และเห็ดลม การทำแกงแคกุ้งในอดีตนั้นเกิดจากการเก็บกุ้ง ปลาเล็ก และผักพื้นบ้านตามท้องไร่ท้องนา เพื่อปรับสมดุลของร่างกายและตอบสนองตามฤดูกาล

งาน “ไทยฟุ้ง ปรุงไทย” ครั้งนี้ถือเป็นงานที่มีความสำคัญในการส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ และยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

สสจ.เชียงราย เตือนระวังโรคหลังน้ำลด เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินอาหาร

 

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย (สสจ.เชียงราย) ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมาตรการรับมือและการให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดเชียงราย โดยกล่าวว่าทีมเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมให้คำแนะนำแก่ประชาชนในเรื่องของการป้องกันตนเองหลังน้ำลด โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM10 ที่มักเกิดขึ้นหลังจากน้ำลด โดยแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่โล่งแจ้งควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่น และสามารถใช้หน้ากากอนามัยธรรมดาได้

อีกหนึ่งปัญหาที่ต้องเฝ้าระวังคือขยะเน่าเหม็น ซึ่งอาจเป็นแหล่งเชื้อโรค โดยขอให้ประชาชนที่ต้องเข้าไปในพื้นที่ที่มีขยะใส่รองเท้าบูทหรือรองเท้ายางเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ทั้งนี้ การจัดการขยะจะต้องประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเร่งจัดเก็บ โดยมีการแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบถึงประเภทของขยะในแต่ละพื้นที่ เพราะขยะเน่าเหม็นนั้นมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินอาหาร หากมีการหยิบจับหรือสัมผัสสิ่งของที่เริ่มเน่าเสียแล้วไม่สวมถุงมือหรือไม่ล้างมือให้สะอาด

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับบาดแผลที่อาจสัมผัสน้ำเน่าเสีย นพ.วัชรพงษ์ได้กล่าวว่า บาดแผลที่สัมผัสกับน้ำเน่าเสียมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคฉี่หนู ซึ่งควรทำความสะอาดและทายาทันทีหลังจากสัมผัสน้ำ หรือไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยปฐมพยาบาลที่ลงพื้นที่ เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพบาดแผลและให้คำแนะนำอย่างถูกต้อง โดยสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายได้พบว่า ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มมีอาการเท้าเปื่อย ระบบทางเดินหายใจ และตาแดง ส่วนโรคฉี่หนูยังไม่มีการแพร่ระบาด แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของภาวะทางจิตใจ นพ.วัชรพงษ์ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า มีการส่งทีมสุขภาพจิตเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภาวะเครียดจากเหตุการณ์น้ำท่วม โดยร่วมกับทีมจากโรงพยาบาลสวนปรุงของกรมสุขภาพจิต ซึ่งได้คัดกรองประชาชนไปแล้วประมาณ 3,000 คน พบว่ามีผู้ที่มีความเครียดในระดับปานกลางที่ยังสามารถดูแลตัวเองได้ บางรายมีการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการ แต่ยังไม่พบผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าหรือมีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย

ความเครียดที่พบส่วนใหญ่เกิดจากความกังวลเรื่องบ้านเรือนที่ถูกดินโคลนถล่มและไม่สามารถเข้าไปฟื้นฟูได้ ประชาชนบางส่วนยังคงวิตกเกี่ยวกับการเกิดพายุหรืออุทกภัยซ้ำในอนาคต กรมสุขภาพจิตได้จัดทำข้อมูลเพื่อช่วยแจ้งเตือนประชาชนอยู่ตลอด และมีการเตรียมพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต นอกจากนี้ยังได้ทำคู่มือแนะนำประชาชนเกี่ยวกับการรับมือภัยพิบัติ โดยแนะนำให้ประชาชนมองสถานการณ์ในแง่บวก เชื่อมั่นในความสามารถของตนเองในการผ่านพ้นวิกฤตนี้ และอย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเมื่อมีความจำเป็น

สุดท้าย นพ.วัชรพงษ์กล่าวย้ำว่า เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนกำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ และประชาชนควรป้องกันตนเองให้ดีในช่วงหลังน้ำลด เพราะอาจมีโรคภัยต่างๆ ตามมาได้ เช่น โรคทางเดินอาหาร เท้าเปื่อย โรคฉี่หนู และโรคตาแดง ซึ่งหากมีอาการควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการรุนแรง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักข่าวชายขอบ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FOOD

‘ร้านชีวิตธรรมดา’ เชียงราย กับวันที่ต้องรับมือแบบ ‘ไม่ธรรมดา’

 

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าว “สำนักข่าว นครเชียงรายนิวส์” ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอแม่สาย ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 13 กันยายน 2567 น้ำท่วมครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายต่อธุรกิจหลายแห่ง รวมถึงร้านอาหารและร้านกาแฟชื่อดังในพื้นที่ หนึ่งในร้านที่ได้รับผลกระทบหนักคือ “ชีวิตธรรมดา คอฟฟี่เฮาส์ บิสโทร บาร์” ร้านอาหารและร้านกาแฟยอดนิยมที่ตั้งอยู่ริมน้ำกก จังหวัดเชียงราย

ร้านชีวิตธรรมดาเป็นที่รู้จักในฐานะร้านอาหารและร้านกาแฟที่มีบรรยากาศไม่ธรรมดาเหมือนชื่อร้าน ด้วยการตกแต่งสไตล์วินเทจแบบบ้านไม้สีขาว ร่มรื่นด้วยต้นไม้เขียวขจีและสวนอังกฤษ พื้นที่ภายในร้านกว้างขวางและหลากหลายโซน ทั้งห้องแอร์ โอเพ่นแอร์ โซนสวน ห้องกระจก ห้องสมุด และระเบียงริมน้ำ ร้านนี้กลายเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเชียงราย

 อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ทำให้ร้านชีวิตธรรมดาเสียหายอย่างหนัก โดยมีน้ำท่วมสูงถึงเมตรครึ่ง พื้นที่ภายในร้านส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยดินโคลน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในร้านเสียหายไปหลายรายการ แม้ว่าทางร้านจะพยายามย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง แต่ระดับน้ำที่ไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้ไม่สามารถป้องกันความเสียหายได้ทัน พนักงานในร้านกว่า 100 ชีวิตต้องรีบอพยพหนีออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
 

จากการสัมภาษณ์กับทางร้าน ทางร้านชีวิตธรรมดาเปิดเผยว่า “ตอนนี้ทางร้านกำลังเร่งฟื้นฟูและทำความสะอาดพื้นที่ รวมถึงการเคลื่อนย้ายดินโคลนที่หนาและเหนียวออกจากพื้นที่ ทั้งในร้านและที่พักพนักงาน แม้จะได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ทางร้านยังคงมีความตั้งใจที่จะเปิดโซนเล็กๆ ก่อน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานและได้รับเงินเดือนเต็มจำนวน” ทางร้านยังคาดหวังว่าจะสามารถเปิดให้บริการบางส่วนได้ในวันที่ 25 กันยายนนี้

ในเชิงเศรษฐกิจ น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ริมแม่น้ำกกหลายแห่ง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเชียงราย การปิดให้บริการชั่วคราวและการฟื้นฟูที่ต้องใช้เวลาย่อมส่งผลต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ร้านชีวิตธรรมดายังคงมุ่งมั่นฟื้นฟูธุรกิจของตนและคาดหวังว่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้ในอนาคตอันใกล้

สำหรับลูกค้าที่ต้องการเยี่ยมเยียนร้านชีวิตธรรมดา ร้านตั้งอยู่ที่ 179 หมู่ 2 ซอยร่องเสือเต้น 3 ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57100 สามารถเดินทางโดยข้ามสะพานแม่น้ำกก เมื่อเจอแยกไฟแดงแรกให้เลี้ยวซ้าย ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00 น. ถึง 21:00 น. และสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทร 081-984-2925 หรือ 053-166-967
 

ผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ธุรกิจในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมต้องวางแผนรับมือกับเหตุการณ์ธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การมีแผนป้องกันและการเตรียมความพร้อมของชุมชนในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถฟื้นฟูธุรกิจและเศรษฐกิจของท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็ว และลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

ธนพิริยะเดินหน้าฟื้นฟูแม่สายหลังน้ำท่วม พร้อมขยายสาขาเพิ่ม

 

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 นางอมร พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในเขตจังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่เกิดจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นยางิ ซึ่งพัดผ่านจาก สปป.ลาวตอนบน ภาคเหนือตอนบน และรัฐฉานในประเทศเมียนมา โดยนางอมรกล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ทิ้งความเสียหายมากมายต่ออาคารบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตร

ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2567 เหตุการณ์น้ำท่วมระลอกแรกที่เกิดจากร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และพะเยา ได้ส่งผลกระทบต่อธนพิริยะซูเปอร์มาร์เก็ต สาขา อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย แต่ขณะนี้สาขาดังกล่าวได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากอุทกภัย จำเป็นต้องมีการฟื้นฟูครั้งใหญ่ โดยนางอมรกล่าวว่า “ที่แม่สายได้รับความเสียหายอย่างมาก เราจำเป็นต้องระดมเครื่องสูบน้ำเพื่อล้างโคลนออก และเตรียมการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน”

นางอมรยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อาหารและน้ำดื่มมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แต่สิ่งที่ต้องเร่งจัดหาคือวัสดุก่อสร้างสำหรับการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนที่เสียหายจากน้ำท่วม รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพ สาขาที่แม่สายคาดว่าจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ในสัปดาห์หน้า

สำหรับผลกระทบทางธุรกิจจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) ได้ทำประกันภัยครอบคลุมความเสียหายทั้งหมดไว้แล้ว โดยวงเงินประกันครอบคลุมประมาณ 4 ล้านบาท จากสาขาที่ได้รับผลกระทบหลายแห่ง

อย่างไรก็ตาม นางอมรยืนยันว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 จะยังคงเป็นไปตามแผนเดิม โดยบริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ 47 สาขา และ 1 ศูนย์ค้าส่งสินค้า มาเป็น 51 สาขา โดยตั้งแต่ต้นปี 2567 บริษัทได้ทยอยเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่ จ.พะเยา และเชียงรายอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของผลประกอบการไตรมาสที่ 2/2567 บริษัทมีกำไรสุทธิ 42,253,000 บาท ส่วนผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2567 (มกราคม-มิถุนายน) บริษัทมีกำไรสุทธิ 87,153,000 บาท โดยบริษัทยังคงรักษาอัตราการเติบโตตลอดทั้งปีนี้ไว้ที่ร้อยละ 15 ตามเป้าหมายที่วางไว้

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : บริษัท ธนพิริยะ จำกัด

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กรุงเทพฯ ส่งรถดูดโคลนช่วยเหลือฟื้นฟูน้ำท่วมเชียงราย

 

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถดูดโคลนของกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดเชียงราย โดยมีนายสุราษฎร์ เจริญชัยสกุล ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ และนายสุนทร สุนทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย พร้อมด้วยผู้บริหารจากสำนักการโยธา สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี ณ หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง

การส่งทีมงานครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ได้สั่งการให้มีการประสานงานกับจังหวัดเชียงราย เพื่อส่งความช่วยเหลือในภารกิจสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยในเบื้องต้น ได้ส่งข้าราชการ 3 คน (จากสำนักการระบายน้ำ 1 คน และกองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง 2 คน) พร้อมด้วยลูกจ้างจำนวน 23 คน ยานพาหนะ 7 คัน ประกอบด้วย รถดูดโคลนขนาดความจุ 14 ลูกบาศก์เมตร 2 คัน, รถตรวจการณ์ 1 คัน, รถหน่วยซ่อมเคลื่อนที่เร็ว (BEST) 1 คัน, รถบรรทุกติดตั้งเครนขนาด 65 ตัน 1 คัน, รถไฟส่องสว่าง 1 คัน และรถตู้ 12 ที่นั่ง 1 คัน

พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ส่งทีมงานล่วงหน้าไปประเมินสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และได้รับการประสานจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายว่ามีความจำเป็นต้องการรถดูดโคลนเลนเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ซึ่งกรุงเทพมหานครมีรถดูดโคลนเลนทั้งหมด 6 คัน โดยในครั้งนี้ได้ส่งรถไปช่วยสนับสนุนจำนวน 2 คัน โดยอีก 4 คัน ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ในครั้งนี้ กรุงเทพมหานครยังได้ส่งรถหน่วยซ่อมเคลื่อนที่เร็ว (BEST) ของกองโรงงานช่างกล รวมถึงรถบรรทุกติดตั้งเครน เพื่อช่วยสนับสนุนการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับเครื่องกลหนัก และรถไฟส่องสว่าง โดยทีมงานทั้งหมดจะเดินทางไปยังพื้นที่ในอำเภอแม่สาย 1 คัน และอำเภอเมืองเชียงราย 1 คัน ซึ่งการดำเนินงานนี้จะเน้นการช่วยเหลือในการดูดโคลนที่อุดตันในท่อระบายน้ำและตามถนนซอยที่กีดขวางการระบายน้ำ

ปลัดกรุงเทพมหานครยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครได้เปิดรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคจากประชาชนในสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยรับบริจาคถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ และจะทยอยส่งสิ่งของไปยังพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดเชียงรายหรือพื้นที่อื่นๆ ที่ยังต้องการความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังเน้นย้ำว่า ความช่วยเหลือดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการดูแลเรื่องโคลนและน้ำท่วม แต่ยังเป็นการฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ หน่วยงานทุกภาคส่วนของกรุงเทพมหานครพร้อมที่จะส่งกำลังใจและความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้โดยเร็ว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News