

เชียงราย, 22 กุมภาพันธ์ 2569 – ในช่วงที่การแข่งขันดึงนักท่องเที่ยวภายในประเทศเข้มข้นขึ้นทุกปี “แรงบันดาลใจ” กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดไม่แพ้ “ราคา” และ “การเข้าถึง” ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดตัวโครงการ “FLY YOUR FEELINGS บินไปให้สุด ทุกความรู้สึกทั่วไทย” เพื่อเร่งให้กระแสความสนใจจากแคมเปญ “Feel all the Feelings เที่ยวเมืองไทย สัมผัสถึงทุกความรู้สึก” ที่นำเสนอโดยลิซ่า ลลิษา มโนบาล ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ถูกแปลงเป็นการเดินทางจริงแบบจับต้องได้ โดยหนึ่งในจุดหมายหลักที่ถูกย้ำในสื่อ คือจังหวัดเชียงราย ผ่านประสบการณ์ตามรอยไร่ชาและภูชี้ฟ้า ซึ่งเป็นภาพจำของธรรมชาติ วัฒนธรรม และฤดูกาลท่องเที่ยวที่ดึงคนออกเดินทางได้เสมอ
จากแคมเปญโฆษณาสู่การเดินทางจริง กลไกที่รัฐและเอกชนเลือกใช้
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวคิดการทำตลาดท่องเที่ยวสมัยใหม่ที่ไม่หยุดอยู่แค่การสร้างภาพจำ แต่ต่อยอดไปถึง “เครื่องมือซื้อจริง” และ “สิทธิประโยชน์ที่ตัดสินใจได้ทันที” โดยโครงการ FLY YOUR FEELINGS กำหนดส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบินสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์สำหรับ 8 เส้นทางบินตามรอยสื่อโฆษณา และส่วนลด 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับเส้นทางบินภายในประเทศอื่น ๆ เพียงระบุโค้ด “TATXLISA” เมื่อจองผ่านแอป AirAsia MOVE ช่วงจองตั้งแต่ 1 มีนาคม ถึง 31 พฤษภาคม 2569 และกำหนดช่วงเดินทางตั้งแต่ 15 มีนาคม ถึง 30 กันยายน 2569
นอกจากนั้น ยังผูกแคมเปญกับบริการต่อเนื่อง โดยผู้โดยสารที่แสดงบัตรโดยสารขึ้นเครื่องสามารถเช่ารถกับ AVIS ได้ในราคาเริ่มต้น 599 บาทต่อวัน ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ช่วยลด “แรงเสียดทาน” ของการเดินทาง โดยเฉพาะจังหวัดที่ต้องใช้รถเพื่อเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและชุมชน
เงื่อนไขแข่งขันแบบชัดเจน ลุ้นบินฟรี 1 ปี สำหรับผู้เดินทางครบ 8 จังหวัด
อีกส่วนที่ทำให้แคมเปญถูกจับตาคือกิจกรรมพิเศษให้สิทธิ “บินฟรีเส้นทางภายในประเทศ 1 ปีเต็ม” แก่นักท่องเที่ยว 3 คนแรกที่เดินทางกับแอร์เอเชียครบทั้ง 8 จังหวัดตามสื่อประชาสัมพันธ์ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง น่าน อุดรธานี อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี และพังงา โดยกำหนดช่วงร่วมกิจกรรมตั้งแต่ 15 มีนาคม ถึง 30 กันยายน 2569
รูปแบบนี้เป็นการใช้ “แรงจูงใจเชิงเกม” มาผนวกกับพฤติกรรมท่องเที่ยวจริง และอาจทำให้เกิดการวางแผนเที่ยวหลายจังหวัดต่อเนื่องในทริปเดียวหรือหลายทริป ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจท่องเที่ยวทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่สายการบิน ที่พัก ร้านอาหาร รถเช่า ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน
ททท. ชี้บทบาทสายการบินเป็นกลไกเชื่อมเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า ความร่วมมือกับไทยแอร์เอเชียครั้งนี้เป็นการต่อยอดแคมเปญ Feel all the Feelings ที่เปิดตัวร่วมกับลิซ่าในฐานะ Amazing Thailand Ambassador เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางจริง และทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพที่เดินทางได้ง่าย สะดวก และเข้าถึงได้มากขึ้น โดยไทยแอร์เอเชียเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความสะดวกและการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ด้วยเครือข่ายบินภายในประเทศ 42 เส้นทาง ครอบคลุม 25 จุดหมาย และให้บริการจากสองสนามบินในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ
ในมุมยุทธศาสตร์ นี่คือการประกาศให้เห็นว่า “โครงข่ายการเดินทาง” คือหัวใจของไทยเที่ยวไทย เพราะหากเข้าถึงยาก ต่อให้ภาพสวยเพียงใด ความตั้งใจเดินทางอาจไม่กลายเป็นการใช้จ่ายจริง
แอร์เอเชียต่อยอด “ลิซ่าเอฟเฟ็กต์” ด้วยราคาและเครือข่าย
ด้านสายการบิน นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ระบุว่า แคมเปญของ ททท. ทำให้ทั้งคนไทยและต่างชาติได้เห็นไฮไลต์สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ ทุกภูมิภาคและอยากไปสัมผัสจริง จึงต่อยอดด้วยศักยภาพด้านความคุ้มค่าและเครือข่ายบินภายในประเทศ พร้อมเพิ่มสีสันด้วยกิจกรรมพิเศษบินตามรอย เพื่อกระตุ้นการเดินทางให้ต่อเนื่อง
สำหรับจังหวัดอย่างเชียงราย ความได้เปรียบคือมี “ภาพจำทางประสบการณ์” ชัดเจน ตั้งแต่ธรรมชาติบนยอดดอย วัฒนธรรมล้านนา กาแฟและชา ไปจนถึงชุมชนชาติพันธุ์ ซึ่งเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มองหาความหมายของการเดินทางมากกว่าแค่การถ่ายภาพเช็กอิน


เชียงรายในแคมเปญตามรอยลิซ่า ไร่ชาและภูชี้ฟ้า กับโจทย์ทำให้กระแสกลายเป็นรายได้ชุมชน
เมื่อชื่อเชียงรายถูกวางอยู่ในลิสต์ 8 จังหวัดเป้าหมายของกิจกรรม ทำให้จังหวัดถูกมองเป็น “หนึ่งในหน้าต่างหลัก” ที่แสดงเสน่ห์เมืองน่าเที่ยวภาคเหนือ ภาพไร่ชาและภูชี้ฟ้าเป็นสัญลักษณ์ที่อ่านได้ทันทีว่าเป็นการเดินทางไปหาธรรมชาติ อากาศ และวิถีท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญของเชียงรายไม่ใช่แค่การมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่คือการบริหารให้เม็ดเงินกระจายได้จริง เพราะแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติมักมีความเสี่ยงเรื่องความหนาแน่นในช่วงพีก รวมถึงความกดดันต่อสิ่งแวดล้อมและการจราจรบนเส้นทางภูเขา การจัดการเชิงพื้นที่จึงเป็นตัวแปรที่จะทำให้ “กระแส” กลายเป็น “เศรษฐกิจที่ยั่งยืน” หรือกลายเป็นเพียงการท่องเที่ยวแบบเร่งรีบแล้วจบลงโดยไม่ทิ้งรายได้ให้ชุมชนมากนัก
สัญญาณดีมานด์ต้นปี ตัวเลขท่องเที่ยวเชียงรายหนุนภาพว่าตลาดพร้อมตอบรับ
ข้อมูลรายงานเบื้องต้นเดือนมกราคม ปี 2569 ที่ผู้ใช้แนบมา สะท้อนว่าจังหวัดเชียงรายเริ่มต้นปีด้วยสัญญาณที่แข็งแรง อัตราการเข้าพักอยู่ที่ 95.26 เปอร์เซ็นต์ มีผู้เยี่ยมเยือนรวม 764,915 คน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือน 6,008.61 ล้านบาท โดยหลายตัวชี้วัดเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้แคมเปญส่วนลดตั๋วและกิจกรรมตามรอยลิซ่า มีโอกาสซ้ำเติมดีมานด์ให้เกิดการเดินทางเพิ่มในช่วงมีนาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่เชียงรายสามารถขายได้ทั้งฤดูร้อน ต่อเนื่องถึงช่วงฝนต้นฤดูที่เหมาะกับการท่องเที่ยวธรรมชาติและชุมชน หากบริหารประสบการณ์ให้ปลอดภัยและไม่กระทบสิ่งแวดล้อม
เป้าหมายไทยเที่ยวไทยระดับประเทศ กดดันให้ทุกแคมเปญต้องสร้างการเดินทางจริง
ภาพใหญ่ของปี 2569 ถูกวางด้วยเป้าหมายเชิงปริมาณและเศรษฐกิจที่ท้าทาย มีรายงานว่าททท. ตั้งเป้าตลาดไทยเที่ยวไทยที่ระดับ 210 ล้านคนครั้ง และกรอบรายได้ท่องเที่ยวรวมระดับ 1 ล้านล้านบาท
เมื่อเป้าหมายอยู่สูง แคมเปญรูปแบบ “ลดราคาและทำกิจกรรมแข่งขัน” จึงถูกหยิบมาใช้เพื่อเร่งการตัดสินใจ และทำให้การเดินทางเกิดขึ้นถี่ขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโจทย์ให้จังหวัดปลายทางต้องยกระดับการรองรับ ทั้งความปลอดภัย การบริการ และความเป็นธรรมในการกระจายรายได้
โอกาสของผู้ประกอบการเชียงราย ทำแพ็กเกจให้คนอยู่ต่อ ไม่ใช่แค่แวะมา
ในเชิงธุรกิจท้องถิ่น แคมเปญตั๋วเครื่องบินราคาดีทำให้ต้นทุนการเดินทางลดลง แต่ “รายได้ของจังหวัด” จะเกิดขึ้นมากหรือน้อยอยู่ที่การทำให้คนอยู่ต่อและใช้จ่ายเพิ่ม ผู้ประกอบการเชียงรายจึงมีโอกาสออกแบบเส้นทางตามรอยให้ลึกขึ้น เช่น
การทำให้ “ตามรอย” กลายเป็น “ตามใจ” คือทำให้ผู้เดินทางรู้สึกว่าจังหวัดมีประสบการณ์มากกว่าฉากในสื่อ และยอมกลับมาอีกครั้งโดยไม่ต้องรอแคมเปญใหญ่
มุมที่ต้องจับตา ความหนาแน่น ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม
แม้แคมเปญจะเป็นแรงส่งเชิงเศรษฐกิจ แต่การท่องเที่ยวจำนวนมากในเวลาไล่เลี่ยกันมักมีต้นทุนแฝง หากเชียงรายถูกดันให้เป็นปลายทางยอดนิยมในช่วงเวลาสั้น ๆ ประเด็นที่ต้องเตรียมพร้อมคือ
การวางมาตรการเชิงพื้นที่ เช่น จำกัดจำนวนบางกิจกรรมในจุดเปราะบาง ส่งเสริมการจองล่วงหน้า และยกระดับมาตรฐานรถรับจ้างหรือรถนำเที่ยว อาจเป็นคำตอบที่ทำให้กระแสไม่กลายเป็นภาระต่อชุมชน
แรงบันดาลใจต้องไปถึงการใช้จ่ายจริง และการใช้จ่ายต้องไปถึงชุมชน
“ลิซ่าเอฟเฟ็กต์” ในปี 2569 ถูกออกแบบให้ไม่หยุดอยู่ที่การรับรู้ แต่เดินหน้าไปถึงการซื้อจริงผ่านส่วนลด 15 เปอร์เซ็นต์ การจองผ่านแพลตฟอร์มเดียว และกิจกรรมลุ้นบินฟรีที่สร้างแรงขับให้คนเดินทางหลายจังหวัดต่อเนื่อง สำหรับเชียงราย การถูกยกเป็นหนึ่งใน 8 จังหวัดเป้าหมายคือโอกาสทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน แต่โอกาสจะมีคุณค่าจริงก็ต่อเมื่อจังหวัดและผู้ประกอบการสามารถทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์ที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นธรรม
สุดท้าย ความสำเร็จของแคมเปญลักษณะนี้จึงไม่ได้วัดแค่จำนวนการจองตั๋วหรือยอดผู้โดยสาร แต่ต้องวัดว่า “ผู้คนในปลายทาง” ได้ประโยชน์มากน้อยเพียงใด และเชียงรายสามารถเปลี่ยนการตามรอยให้เป็นการกลับมาเยือนซ้ำได้หรือไม่ ในวันที่ตลาดท่องเที่ยวแข่งขันกันด้วยประสบการณ์ไม่ใช่เพียงราคา
สถิติสำคัญที่เกี่ยวข้อง
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :