ชาสิงห์ปาร์ค เชียงราย คว้า 2 รางวัลเวทีชาโลกที่ลอนดอน สะท้อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยจากผืนป่าภาคเหนือสู่สายตานานาชาติ

เชียงราย, 3 กุมภาพันธ์ 2569 – ในวันที่โลกกำลังมองหาความหมายใหม่ของคำว่า ซอฟต์พาวเวอร์ ประเทศที่เล่าเรื่องวัฒนธรรมผ่านอาหาร เครื่องดื่ม และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างน่าเชื่อถือ มักเป็นประเทศที่ได้เปรียบโดยไม่ต้องใช้เสียงดัง ชาเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์นั้น เพราะมันไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นผลรวมของดิน น้ำ อากาศ เวลา และมือของผู้คน

ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากภาคเหนือของไทยกำลังทำให้เรื่องเล่านี้ชัดขึ้น เมื่อชาจากแหล่งเพาะปลูกที่เชื่อมโยงจังหวัดน่านและจังหวัดเชียงราย ภายใต้การพัฒนาของสิงห์ปาร์ค เชียงราย ถูกประกาศชื่อบนเวทีประกวดชานานาชาติในกรุงลอนดอน และไม่ได้มาเพียงรางวัลเดียว แต่เป็น 2 รางวัลในปีเดียวกัน ซึ่งกลายเป็นหมุดหมายที่ธุรกิจเกษตรพรีเมียมไทยจับตา

จากไร่บนภูเขาสู่เวทีตัดสินใจของผู้เชี่ยวชาญชา

ตามข้อมูลการประกาศผลรางวัลของเวที The Leafies International Tea Awards 2025 ผลงานจากสิงห์ปาร์ค เชียงราย ปรากฏชื่อในสองสาขาอย่างเป็นทางการ

รางวัลแรกคือ Gold Award ในสาขา New Region ให้กับ Mystique Assam Green Tea
รางวัลที่สองคือ Highly Commended ในสาขา Green Panned หรือ Roasted ให้กับ Premium Assam Green Tea

ความหมายของหมวด New Region ในโลกของชา ไม่ได้จำกัดอยู่ที่คำว่า แหล่งใหม่ เท่านั้น แต่สะท้อนการยอมรับว่าแหล่งเพาะปลูกนอกภูมิภาคดั้งเดิมสามารถสร้างเอกลักษณ์รสชาติ คุณภาพ และมาตรฐานการผลิตได้ทัดเทียมตลาดหลัก เมื่อรางวัลระดับสูงสุดในหมวดนี้ถูกมอบให้แบรนด์จากไทย จึงเป็นสัญญาณเชิงภาพลักษณ์ที่แรงในระดับอุตสาหกรรม

รายละเอียดรางวัลที่ทำให้ไทยถูกพูดถึงในฐานะ New Region

ข้อมูลในเอกสารที่คุณแนบมา ระบุจุดเด่นด้านกระบวนการผลิตและลักษณะของใบชาอย่างชัดเจน ตั้งแต่การคัดเลือกยอดชา การควบคุมอุณหภูมิ เวลา และความชื้น ไปจนถึงโทนกลิ่นและรสที่ต้องการสื่อสาร ซึ่งทั้งหมดเป็นภาษาที่วงการชาพรีเมียมใช้จริงในการประเมินคุณภาพ

สำหรับ Mystique Assam Green Tea ถูกวางเป็นชาในหมวด New Region ที่ชูคาแรกเตอร์กลิ่นโทนดอกไม้ป่า และแนวทางเก็บใบชาด้วยมือเต็มรูปแบบ รวมถึงการระบุสภาพพื้นที่สูงกว่า 800 เมตรจากระดับน้ำทะเลในจังหวัดน่านตามข้อมูลที่ส่งมา ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ตลาดต่างประเทศมักใช้ทำความเข้าใจที่มาและเทอรัวร์

ส่วน Premium Assam Green Tea ได้ Highly Commended ในหมวด Green Panned หรือ Roasted โดยเน้นเทคนิคการคั่วและอบอย่างประณีต และการเลือกใช้เฉพาะยอดชาเพื่อให้ได้รสสัมผัสในโทนผลไม้สุก ดื่มง่ายและชุ่มคอ

คำกล่าวผู้บริหารและวิธีเล่าเรื่องที่เชื่อมภูมิปัญญากับมาตรฐานสากล

ในข้อความที่คุณแนบมา คุณพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด อธิบายความสำเร็จว่าเกิดจากความพิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกแหล่งเพาะปลูก การเก็บใบชาด้วยมือ ไปจนถึงการแปรรูป และชี้ว่าชาอัสสัมจากจังหวัดน่านมีประวัติการปลูกยาวนานกว่า 400 ปี ซึ่งถูกนำมาผสานกับเทคนิคสมัยใหม่เพื่อสร้างคาแรกเตอร์เฉพาะของป่าน่าน

เมื่อมองย้อนอดีต ไทยเดินทางบนเวที Leafies มาอย่างไร

รางวัลในปี 2025 จะยิ่งมีน้ำหนักเมื่อวางบนไทม์ไลน์ที่ตรวจสอบได้ ในหน้าประกาศผลรางวัลปี 2024 มีรายชื่อจากประเทศไทยปรากฏในระดับ Highly Commended ในหนึ่งสาขา ย้อนกลับไปปี 2022 รายชื่อจากประเทศไทยก็เคยปรากฏในระดับ Highly Commended เช่นกัน แล้วปี 2025 ไทยไม่เพียงปรากฏชื่ออีกครั้ง แต่ได้ทั้ง Gold Award และ Highly Commended ในปีเดียวกันตามหน้าผลรางวัล

ลำดับเหตุการณ์นี้สะท้อนรูปแบบการไต่ระดับที่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มพรีเมียมเจออยู่เสมอ เริ่มจากการถูกมองเห็นในระดับรอง จากนั้นสะสมมาตรฐาน ความสม่ำเสมอของคุณภาพ และความชัดของเอกลักษณ์ จนขยับสู่รางวัลสูงสุดในหมวดที่สอดคล้องกับภาพจำใหม่ของประเทศ

ชาในฐานะเครื่องมือซอฟต์พาวเวอร์ที่จับต้องได้

ซอฟต์พาวเวอร์มักถูกพูดถึงในภาษานโยบาย แต่สิ่งที่ทำให้มันเกิดจริงคือสินค้าและประสบการณ์ที่ผู้บริโภคต่างชาติสัมผัสแล้วเชื่อเอง ชาเป็นตัวอย่างที่ชัด เพราะผู้บริโภคสายพรีเมียมซื้อด้วยเหตุผล 3 อย่าง ซื้อคุณภาพที่พิสูจน์ได้
ซื้อเรื่องเล่าของแหล่งกำเนิด ซื้อคุณค่าทางจริยธรรม เช่น ความยั่งยืนและผลประโยชน์ที่ย้อนกลับสู่ชุมชน เมื่อรางวัลระดับนานาชาติทำหน้าที่เป็นตรารับรองคุณภาพ การเล่าเรื่องแหล่งกำเนิดจึงเดินได้ไกลขึ้นโดยไม่ต้องยืนยันซ้ำหลายรอบ และนี่คือจุดที่ข่าวชิ้นนี้มีนัยต่อเศรษฐกิจชุมชน หากการยอมรับบนเวทีโลกทำให้เกิดคำสั่งซื้อ การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ หรือการยกระดับราคาผลผลิตได้จริง ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่ที่แบรนด์ แต่ไปถึงมือเกษตรกรและแรงงานในห่วงโซ่

ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่ต้องพูดแบบมีฐานข้อมูล

ในเอกสารที่คุณให้มา มีการเชื่อมโยงชาอัสสัมกับการฟื้นฟูป่าและการลดแรงกดดันจากไร่เลื่อนลอย ประเด็นนี้ควรเล่าอย่างระมัดระวังและมีฐาน เพราะคำว่า ฟื้นฟู หรือ อนุรักษ์ ถูกใช้บ่อยจนบางครั้งกลายเป็นคำโฆษณา

อย่างไรก็ตาม งานวิชาการเกี่ยวกับการปลูกชาในป่าผลิตชาภาคเหนือของไทยมีการกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างชาอัสสัมกับโครงสร้างป่า การพึ่งพาร่มไม้และการจัดการพื้นที่ในลักษณะที่ชาเติบโตเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ มากกว่าจะเป็นพืชเชิงเดี่ยวล้วน ๆ

มุมนี้ทำให้ข้อเสนอเรื่องชากับการอนุรักษ์มีน้ำหนักขึ้นในฐานะ แนวทางเกษตรที่สอดคล้องกับป่า หากทำอย่างถูกแบบและมีมาตรฐาน ไม่ใช่คำกล่าวอ้างลอย ๆ

เศรษฐกิจชุมชนกับคำถามสำคัญที่ตามมาหลังเวทีรางวัล

รางวัลมีพลัง แต่คำถามของสังคมหลังจากนั้นสำคัญไม่แพ้กัน  หนึ่ง ราคาที่เพิ่มขึ้นจะกระจายไปถึงต้นน้ำหรือไม่ หากตลาดพรีเมียมขยายตัว สิ่งที่ต้องออกแบบคือกลไกรับซื้อที่เป็นธรรม มาตรฐานคุณภาพที่ชัด และการสนับสนุนองค์ความรู้ให้เกษตรกรทำได้จริง ไม่ใช่ให้แบรนด์โตเพียงฝั่งเดียว สอง ความยั่งยืนจะถูกพิสูจน์อย่างไร ผู้บริโภคยุโรปให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับ การใช้สารเคมี การจัดการแรงงาน และผลกระทบต่อพื้นที่ป่า มากขึ้นทุกปี หากไทยต้องการยืนระยะในตลาดนี้ การสื่อสารเชิงความยั่งยืนต้องมีตัวชี้วัดและการรับรองที่ตรวจได้ สาม การท่องเที่ยวเชิงเกษตรจะกลายเป็นโอกาสของเชียงรายหรือไม่ เมื่อสินค้ามีรางวัลระดับโลก เมืองต้นทางมักได้อานิสงส์เป็นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ชิมชา เรียนรู้การผลิต และเชื่อมกับวัฒนธรรมท้องถิ่น จุดนี้คือโอกาสของเชียงรายในการต่อยอดภาพเมืองเกษตรสร้างสรรค์ที่ไม่ขายเพียงวิว แต่ขายคุณค่าและเรื่องเล่า

ภาพสะท้อนจากตลาดชาโลกที่เปลี่ยนไป

รายงานเชิงอุตสาหกรรมจำนวนมากชี้ว่า ตลาดชาไม่ได้เติบโตด้วยปริมาณอย่างเดียว แต่เติบโตด้วยคุณภาพ ความหลากหลาย และการยกระดับไปสู่สินค้าเฉพาะทาง ข้อมูลหนึ่งที่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศผู้ดื่มชาหนักอย่างตุรกี ระบุการบริโภคมากกว่า 3 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นตัวอย่างว่าตลาดชามีความลึกและมีวัฒนธรรมการดื่มที่แข็งแรงในหลายภูมิภาค

ในโลกแบบนี้ ประเทศที่ถูกจัดเป็น New Region ไม่ได้เสียเปรียบ หากสามารถพิสูจน์คุณภาพและสร้างอัตลักษณ์ชัดพอ เพราะผู้บริโภคจำนวนมากกำลังมองหาแหล่งกำเนิดใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากภาพจำเดิม

บทสรุปที่ชวนคิด

รางวัลชาอาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับบางคน แต่ในระดับโครงสร้าง มันแตะ 3 ประเด็นที่กระทบชีวิตและชุมชน หนึ่ง เกษตรกรและแรงงานต้นน้ำจะได้ส่วนแบ่งจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน สอง การผลิตจะเดินหน้าควบคู่กับการรักษาป่าและทรัพยากรอย่างมีหลักฐานหรือไม่ สาม เชียงรายและน่านจะใช้โอกาสนี้ต่อยอดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืนได้หรือเป็นเพียงข่าวดีชั่วคราว คำตอบไม่ได้อยู่บนถ้วยชาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ในระบบจัดการหลังรางวัล ตั้งแต่การรับซื้อ การพัฒนามาตรฐาน การสื่อสารแบบตรวจสอบได้ ไปจนถึงการทำให้คนในพื้นที่เป็นผู้ได้ประโยชน์ร่วม ไม่ใช่ผู้ชมความสำเร็จจากข้างเวที

สถิติและข้อมูลสำคัญในข่าวนี้

  • สิงห์ปาร์ค เชียงราย ได้ 2 รางวัลจาก The Leafies International Tea Awards 2025 ได้แก่ Gold Award ในสาขา New Region และ Highly Commended ในสาขา Green Panned หรือ Roasted ตามหน้าประกาศผลรางวัล
  • ไทยเคยปรากฏชื่อในผลรางวัลของเวที Leafies อย่างน้อยในปี 2022 และ 2024 ในระดับ Highly Commended ตามหน้าประกาศผลรางวัลของแต่ละปี
  • งานวิชาการเกี่ยวกับการปลูกชาในป่าผลิตชาภาคเหนือของไทย กล่าวถึงความสัมพันธ์ของการปลูกชากับโครงสร้างป่าและการจัดการพื้นที่ลักษณะพึ่งพาร่มไม้
  • ตัวอย่างบริโภคชาของประเทศผู้ดื่มชาหนักอย่างตุรกี ระบุการบริโภคมากกว่า 3 กิโลกรัมต่อคนต่อปี
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สิงห์ปาร์ค เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME