ท่ามกลางกระแสการแข่งขันของธุรกิจการบินและแรงกดดันให้สนามบินทั่วโลกยกระดับ

เชียงราย, 2 มกราคม 2569 –  “สนามบินอัจฉริยะ” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (CEI) กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง นาวาอากาศเอก สกรรจ์ อุดล ผู้เชี่ยวชาญ 9 และรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มองว่าสนามบินแห่งนี้ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียง “สนามบินปลายทางท่องเที่ยว” หากแต่กำลังวางยุทธศาสตร์ 5 ปีเพื่อยกระดับเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายท่าอากาศยานในเครือบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ที่มุ่งสู่มาตรฐานสนามบินชั้นนำของโลก ทั้งด้านผู้โดยสาร ขนส่งสินค้า และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม

ในเวลาเดียวกัน ระดับส่วนกลาง AOT ก็กำลังอยู่ในช่วง “ทรานส์ฟอร์มองค์กร” ขนานใหญ่ ทั้งในมิติการลงทุน โครงสร้างรายได้ การบริหารสินทรัพย์ ไปจนถึงการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน ซึ่งล้วนส่งแรงสะเทือนมาถึงสนามบินภูมิภาคอย่างเชียงรายโดยตรงจากระดับรันเวย์ที่แม่ฟ้าหลวง เชียงราย สู่ห้องประชุมบอร์ด AOT และมุมมองของนักลงทุนสถาบัน ก่อนกลับมาคลี่ให้เห็นว่า สนามบินจังหวัดเล็กๆ ในภาคเหนือแห่งนี้กำลังกลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญของจิ๊กซอว์ “การบินไทยบนเวทีภูมิภาค” อย่างไร

แม่ฟ้าหลวง เชียงราย จากสนามบินท่องเที่ยว สู่ประตูเศรษฐกิจเหนือสุดของไทย

“ปัจจุบันเรายังมี Capacity อีกมาก โดยเฉพาะเที่ยวบินแบบ Direct Flight ทั้งขนาดเครื่องและจำนวนเที่ยวบิน เราเปิด 24 ชั่วโมง เป็นสนามบินนานาชาติพร้อมให้บริการตลอดเวลา” นาวาอากาศเอก สกรรจ์ อุดล ย้ำภาพรวมการดำเนินงานของท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ในช่วงต้นปี 2569

ตัวเลขผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันที่เคยอยู่ในระดับ “ห้าพันปลาย ๆ” กำลังก้าวขึ้นแตะ “เจ็ดพันคนต่อวัน” สะท้อนทั้งการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวเชียงราย และศักยภาพของสนามบินในการรองรับนักเดินทางเพิ่มเติมได้อีกพอสมควร

เชียงรายในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายเชิงท่องเที่ยวธรรมชาติ หากแต่เริ่มขยับบทบาทสู่ “เมืองอีเวนต์ระดับภูมิภาค” มากขึ้น กิจกรรมปั่นจักรยานทางไกล “Chiangrai Road Classic 2025” เป็นหนึ่งในตัวอย่างของอีเวนต์ที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ประกาศตัวเป็น “ด่านแรกของการต้อนรับ” นักปั่นจากทั้งในและต่างประเทศ โดยสนามบินยืนยันความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวก การขนส่งอุปกรณ์กีฬา และการดูแลด้านความปลอดภัย

ในภาพกว้างของจังหวัดเชียงราย สนามบินแห่งนี้จึงทำหน้าที่มากกว่าจุดรับ–ส่งผู้โดยสาร แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานแกนกลาง” ของเศรษฐกิจจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นภาคท่องเที่ยว การค้า การลงทุน หรือแม้แต่โลจิสติกส์ชายแดนที่เชื่อมต่อไปยัง สปป.ลาว เมียนมา และจีนตอนใต้

แผน 5 ปี ขยายเทอร์มินอล–รันเวย์–ระบบเชื่อมต่อ คิดล่วงหน้าให้ไกลกว่าการท่องเที่ยว

แม่ฟ้าหลวง เชียงราย วันนี้อยู่ใน “ปีแรก” ของแผนพัฒนา 5 ปีที่ออกแบบมาเพื่อรองรับอนาคตโดยตรง

นาวาอากาศเอก สกรรจ์ อธิบายว่า แผนดังกล่าวเริ่มต้นจาก “การจ้างออกแบบ” ทั้งในส่วนหน้า (Landside/Terminal) และส่วนเขตการบิน (Airside) เพื่อให้การลงทุนในระยะถัดไปตอบโจทย์ทั้งผู้โดยสารและอากาศยานอย่างแท้จริง

หัวใจสำคัญของแผนมีอย่างน้อยสามมิติ

  1. อาคารผู้โดยสารใหม่
    • ท่าอากาศยานอยู่ระหว่างการออกแบบเทอร์มินอลใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารในระยะยาว
    • แนวคิดการออกแบบจะเน้น “การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ” เพื่อลด Carbon Footprint ตามมาตรฐานที่ AOT และสมาคมสนามบินนานาชาติ (ACI) กำหนด
  2. การขยายเขตการบิน (Airside Expansion)
    • มีแผนขยายทางวิ่ง (Runway) และทางขับ (Taxiway) เพื่อรองรับทั้งเครื่องบินขนาดใหญ่และจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น
    • การจัดสรรหลุมจอดจะคำนึงถึงศักยภาพรองรับอากาศยานขนาดกลางถึงใหญ่ รวมถึงเครื่องบินขนส่งสินค้า (เช่น แบบ B767-300SF) ที่อยู่ในแผนหารือกับสายการบินคาร์โก
  3. การเชื่อมต่อ “บก–ราง–อากาศ”
    • แม้โครงการรถไฟรางคู่ในพื้นที่ภาคเหนือจะยังไม่ได้เชื่อมต่อถึงตัวสนามบินโดยตรง แต่จังหวัดเชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหารือร่วมกัน เพื่อออกแบบระบบเชื่อมต่อระหว่างรถยนต์ ระบบราง และท่าอากาศยานให้ “ราบรื่นไร้อุปสรรค” ภายใน 2–3 ปีข้างหน้า
    • เป้าหมายคือทำให้การเดินทางระหว่างตัวเมือง แหล่งท่องเที่ยวหลัก และสนามบินเกิดความต่อเนื่อง เพื่อรองรับทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

แผนพัฒนา 5 ปีของท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จึงไม่ใช่แค่การ “ขยายให้ใหญ่ขึ้น” แต่คือการวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อรองรับบทบาทที่กำลังเปลี่ยนจากสนามบินท่องเที่ยวปลายทาง สู่จุดเชื่อมต่อสำคัญของโครงข่ายการบินและโลจิสติกส์ในภาคเหนือ

นาวาอากาศเอก สกรรจ์ อุดล ผู้เชี่ยวชาญ 9 และรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

Smart & Green Airport เมื่อเทคโนโลยี–พลังงานสะอาด กลายเป็นภารกิจหลัก

ในโลกสนามบินยุคใหม่ มาตรฐานไม่ได้วัดจาก “จำนวนเที่ยวบิน” เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง “ความฉลาด” และ “ความเขียว” ของการบริหารจัดการด้วย แม่ฟ้าหลวงเชียงราย ถูกบูรณาการเข้าอยู่ในโปรแกรมด้านสิ่งแวดล้อมของ ACI และนโยบายลดคาร์บอนของ AOT อย่างเต็มตัว นาวาอากาศเอก สกรรจ์ ระบุว่า สนามบินมีแผนระยะยาวที่จะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) และออกแบบอาคารใหม่เพื่อลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

“เราอยู่ในโปรแกรมของ ACI ในการลด Carbon Footprint และลดการใช้พลังงาน ระยะยาวเรามีแผนติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม และออกแบบอาคารใหม่เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน” เขาอธิบายภาพรวมเชิงสิ่งแวดล้อมของสนามบิน

ในมิติ “Smart Airport” หลังโควิด-19 ท่าอากาศยานในเครือ AOT รวมถึงแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้นำระบบไบโอเมตริกส์ (Biometrics) และคีออสสำหรับ Self Check-in มาใช้จริงแล้ว

  • ผู้โดยสารที่ลงทะเบียนใช้งาน Biometrics สามารถเช็คอินและเดินผ่านจุดตรวจได้อย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องแสดงบัตรประชาชนทุกด่าน
  • ระบบนี้ช่วยลดเวลาแออัดหน้าเคาน์เตอร์ และทำให้ผู้โดยสารในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนช่วงเช้าและค่ำสามารถ “ไหลผ่านระบบ” ได้ดีขึ้น

เทคโนโลยีดังกล่าวทำให้สนามบินขนาดไม่ใหญ่เช่นแม่ฟ้าหลวง เชียงราย สามารถ “ยืดขีดความสามารถเชิงคุณภาพ” ให้ทัดเทียมสนามบินเมืองใหญ่ แม้ยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่กายภาพอยู่ก็ตาม

ความปลอดภัย–ความเชื่อมั่น ซ้อมแผน–บูรณาการทุกหน่วยงานรับเทศกาลปีใหม่

อีกหนึ่งมิติที่ถูกย้ำอย่างชัดเจนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 คือ “ความปลอดภัย” ในเขตสนามบิน ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาพลักษณ์ของเชียงรายในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว

ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและความปลอดภัยหลายหน่วยงาน ได้แก่

  • สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่
  • ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย
  • สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ
  • กองบังคับการท่องเที่ยว 2 (สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2)

เพื่อฝึกซ้อมการตรวจพบ “วัตถุต้องสงสัย” ในเขตพื้นที่ท่าอากาศยาน โดยมุ่งยกระดับความพร้อมทั้งด้านแผนเผชิญเหตุ การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการอำนวยความสะดวกผู้โดยสารในสถานการณ์จริง

การซ้อมแผนดังกล่าวไม่ใช่เพียง “พิธีการตามระเบียบ” แต่มีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ คือ

  1. สร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวในช่วงที่มีปริมาณการเดินทางหนาแน่น
  2. ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเข้าใจบทบาทของตนเองเมื่อเกิดเหตุ และลดความสับสนในการสั่งการ
  3. ยกระดับท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ให้ยืนอยู่บนมาตรฐานเดียวกับสนามบินหลักของประเทศในเครือ AOT

ด้านจังหวัดเชียงราย ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ย้ำว่า จังหวัดได้บูรณาการทุกภาคส่วนทั้งด้านความปลอดภัย การคมนาคม และการบริการด้านการท่องเที่ยว เพื่อรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยตั้งเป้าสร้าง “ความประทับใจและความอุ่นใจ” ให้ผู้มาเยือนทุกคน

CEI สู่ Cargo Hub ภูมิภาค ดีล K-Mile Air และโอกาสธุรกิจโลจิสติกส์เหนือ

หาก “ผู้โดยสาร” คือภาพที่ประชาชนทั่วไปเห็นชัดที่สุด การ “ขนส่งสินค้า” หรือ Cargo กลับเป็นอีกเส้นเลือดหนึ่งของสนามบินที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว

ในช่วงปลายปี 2568 – ต้นปี 2569 ผู้อ่านในแวดวงการบินจับตาเป็นพิเศษเมื่อ นาวาอากาศเอก สกรรจ์ และทีมงานท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ให้การต้อนรับ นายพรรษิษฐ์ สาสุนีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค-ไมล์ แอร์ จำกัด (K-Mile Air) ซึ่งถือเป็น “สายการบินขนส่งสินค้าทางอากาศรายแรกของไทย” ที่เชี่ยวชาญด้านสินค้าด่วนพิเศษ และให้บริการเป็นหลักในภูมิภาคเอเชีย

ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางความเป็นไปได้ในการใช้ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เป็น “ฐานปฏิบัติการบิน (Base)” สำหรับเครื่องบินคาร์โก รวมถึงการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกหลายมิติ เช่น

  • พื้นที่ลานจอดอากาศยานสำหรับเครื่องบินแบบ B767-300SF
  • ความพร้อมด้านซ่อมบำรุงอากาศยาน
  • การให้บริการเติมเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง
  • การจัดสรรพื้นที่สำนักงานและพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์ภาคพื้น (Ground Support Equipment – GSE) ในโซนที่ใกล้หลุมจอด เพื่อให้การปฏิบัติการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และ K-Mile Air ต่างแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของสนามบิน ว่าสามารถรองรับการปฏิบัติการบินและการเติบโตของธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศในอนาคตได้

หากดีลนี้เดินหน้าเต็มตัว เชียงรายจะไม่ได้เป็นเพียง “เมืองปลายทางท่องเที่ยว” แต่จะได้รับบทบาทใหม่ในฐานะ “ประตูขนส่งสินค้าทางอากาศ” เชื่อมโยงสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมเบา และสินค้าโลจิสติกส์จากภาคเหนือออกสู่ตลาดภูมิภาค

MRO และห่วงลงทุน โปรเจ็กต์ใหญ่ที่ยังต้องการ “จังหวะและความเชื่อมั่น”

อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ถูกจับตา คือ แผนก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance, Repair and Overhaul – MRO) ในพื้นที่สนามบินเชียงราย

นาวาอากาศเอก สกรรจ์ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า โครงการ MRO ยังอยู่ในช่วง “เดินต่อ” แต่ต้องเผชิญแรงเหวี่ยงจากปัจจัยภายนอกหลายด้าน โดยเฉพาะผลกระทบเชิงเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ที่ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยต้องชะลอการตัดสินใจ

อย่างไรก็ดี เขาแสดงความเชื่อมั่นว่า ภายใน 7–8 เดือนข้างหน้า โครงการจะสามารถกลับมาเดินหน้าก่อสร้างได้อีกครั้ง หากทุกฝ่ายมองเห็นแนวโน้มฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน และโมเดลธุรกิจของศูนย์ซ่อมบำรุงมีความคุ้มค่าเพียงพอ

สำหรับเชียงราย การมีศูนย์ MRO อยู่ในพื้นที่ไม่เพียงเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ยังสร้าง “งานทักษะสูง” ให้กับแรงงานท้องถิ่น และช่วยผลักดันจังหวัดให้กลายเป็นหนึ่งในฐานอุตสาหกรรมการบินของภาคเหนืออย่างแท้จริง

AOT บนเวทีตลาดทุน เมื่อสนามบินเชียงรายอยู่ภายใต้ร่มยุทธศาสตร์ใหญ่

แม้เนื้อข่าวส่วนใหญ่จะโฟกัสที่เชียงราย แต่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงไม่ได้ยืนอยู่ลำพัง หากอยู่ภายใต้ร่มยุทธศาสตร์ของ AOT ซึ่งเป็นผู้บริหารท่าอากาศยานหลักของประเทศ

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยล่าสุด (ปิดสมุดทะเบียนเดือนธันวาคม 2568) สะท้อนว่า AOT ยังคงเป็น “สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน” ที่นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจอย่างมาก

โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรกของ AOT ได้แก่

  1. กระทรวงการคลัง – 10,000,000,000 หุ้น (70.00%)
  2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด – 468,872,380 หุ้น (3.28%)
  3. กองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง – 345,959,000 หุ้น (2.42%)
  4. สำนักงานประกันสังคม – 195,775,520 หุ้น (1.37%)
  5. SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED – 171,637,725 หุ้น (1.20%)

ที่น่าสังเกตคือ กองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่งได้เพิ่มสัดส่วนถือหุ้น AOT จาก 1.26% (สิ้นปี 2567) เป็น 2.42% ในสิ้นปี 2568 หรือเกือบ “เท่าตัว” แม้ในช่วงเดียวกัน ราคาหุ้น AOT จะปรับตัวลดลงประมาณ 7.56% สะท้อนมุมมองว่า กองทุนดังกล่าวมอง AOT เป็นสินทรัพย์ที่ควร “สะสมในระยะยาว” มากกว่าการมองเพียงความผันผวนระยะสั้นของราคา

นอกจากวายุภักษ์แล้ว ผู้บริหาร AOT ยังระบุว่า มีกองทุนต่างชาติโดยเฉพาะ “กองทุนแห่งชาติจากฮ่องกง” เดินทางเข้าพบเพื่อขอรับฟังข้อมูลปัจจัยพื้นฐานและโอกาสเติบโตของบริษัทโดยตรง ซึ่งเชื่อมโยงกับแผนขยายโอกาสทางธุรกิจผ่านความร่วมมือกับท่าอากาศยานระดับโลก การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้าง Synergy เพื่อเติบโตร่วมกัน

ในด้านประมาณการผลประกอบการ ฝ่ายวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่ง เช่น เอเซียพลัส และ หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า AOT มีแนวโน้มกำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยสำคัญคือ

  • การปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศเป็น 1,120 บาทต่อคน ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ราวเดือนเมษายน 2569
  • การเจรจาสัมปทาน Duty Free และผลตอบแทนขั้นต่ำต่อหัว (MG) ที่ดีกว่าคาด
  • ปริมาณผู้โดยสารในเครือสนามบินทั้ง 6 แห่งที่เร่งตัวขึ้นตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินโลก

บล.หยวนต้า ประเมินว่า กำไรสุทธิของ AOT ในปีงบประมาณ 2568/2569 อาจแตะระดับ 22,000 ล้านบาท และเร่งตัวต่อไปที่ราว 28,000 ล้านบาทในปี 2569/2570 หากสมมติฐานด้าน PSC และ MG เดินตามแผน

แม้ฝ่ายวิเคราะห์บางแห่งให้คำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ที่ราคาเป้าหมายราว 50–55 บาทต่อหุ้น แต่สำหรับสนามบินอย่างแม่ฟ้าหลวง เชียงราย สิ่งสำคัญไม่ใช่ราคาหุ้นในกระดาน หากคือ “ความต่อเนื่องของการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน” ที่ได้รับอานิสงส์จากความเชื่อมั่นในระดับบริษัทแม่

วิสัยทัศน์ใหญ่ของ AOT และแรงสะเทือนมาถึงสนามบินเชียงราย

ในระดับกลยุทธ์องค์กร AOT กำหนด “เป้าหมายการพัฒนาองค์กร” ไว้อย่างชัดเจน ทั้งด้านคุณภาพบริการ ความเป็นสนามบินอัจฉริยะ และความยั่งยืนทางรายได้ เป้าหมายสำคัญสามารถสรุปได้ 4 ประการ ได้แก่

  1. สนามบินในเครือ AOT ต้องเป็นสนามบินชั้นนำระดับโลก มีการให้บริการที่ดีเยี่ยม
  2. เป็นสนามบินอัจฉริยะ (Smart Airport) และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  3. เป็นบริษัทที่มีรายได้ยั่งยืน และได้รับความเชื่อถือในตลาดทุน
  4. มีธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และคุณธรรมในการดำเนินงาน

ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ ผู้บริหารระดับสูงของ AOT เคยระบุว่า บริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ “Classical Model ทางธุรกิจ” คือองค์กรขนาดใหญ่ที่มีต้นทุนสูง จำเป็นต้อง “Transform ทั้งองค์กร” ให้คล่องตัว โปร่งใส และสามารถลงทุนอย่างฉลาด (Smart Investment) เพื่อรองรับ Demand ผู้โดยสารในอนาคต

สำหรับแม่ฟ้าหลวง เชียงราย แนวนโยบายเช่นนี้หมายความว่า

  • สนามบินต้องยกระดับคุณภาพบริการให้สะท้อนมาตรฐานเดียวกับสนามบินหลัก เช่น สุวรรณภูมิ และดอนเมือง ทั้งด้านประสบการณ์ผู้โดยสาร (Customer Experience) และมาตรฐาน ACI / ASQ / Skytrax
  • การลงทุนทุกโครงการ ตั้งแต่ขยายเทอร์มินอล ติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม ไปจนถึงโครงการ MRO และฐานคาร์โก ต้องพิสูจน์ได้ว่า “คุ้มค่า” และสอดคล้องกับทั้งยุทธศาสตร์ส่วนกลาง และศักยภาพเฉพาะพื้นที่ของเชียงราย
  • สนามบินภูมิภาคอย่างเชียงรายต้องบริหาร “รายได้ที่เกี่ยวกับการบิน” (Aero) และ “รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับการบิน” (Non-Aero) ให้สมดุล ทั้งจากสัมปทานเชิงพาณิชย์ พื้นที่ค้าปลีก และการใช้ประโยชน์ที่ดินรอบสนามบิน

ทั้งหมดนี้ทำให้แม่ฟ้าหลวง เชียงราย อยู่ในสถานะ “สนามบินเล็กที่มีวิสัยทัศน์ใหญ่” เพราะทุกก้าวเดินไม่ได้สะท้อนเพียงตัวจังหวัด หากสะท้อนความพยายามของทั้งองค์กร AOT ในการยืนหยัดอยู่ในตำแหน่ง “Aviation Hub ระดับภูมิภาค” ของไทยในระยะยาว

เชียงราย–ภาคเหนือ–ประเทศไทย สนามบินหนึ่งแห่ง เชื่อมสามระดับความหมาย

หากจัดสัดส่วนภาพรวมของเรื่องนี้ตามกรอบการมอง 3 ระดับ จะเห็นบทบาทของท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ชัดเจนยิ่งขึ้น

  1. ระดับจังหวัดเชียงราย
    • สนามบินคือ “เส้นเลือดหลัก” ของการท่องเที่ยว การค้าชายแดน และกิจกรรมอีเวนต์ระดับนานาชาติ
    • แผนพัฒนา 5 ปี การเตรียมฐานคาร์โก และโครงการ MRO สะท้อนว่าเชียงรายกำลังก้าวจากเมืองท่องเที่ยวสู่เมืองโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินของภาคเหนือ
  2. ระดับภาคเหนือและอนุภูมิภาค
    • CEI เป็นหนึ่งในจุดเชื่อมโยงสำคัญของโครงข่ายสนามบินในภาคเหนือ ร่วมกับสนามบินหลักอื่นของ AOT
    • หากฐานคาร์โกและศูนย์ซ่อมบำรุงเดินหน้า เชียงรายมีโอกาสกลายเป็น “หลังบ้านโลจิสติกส์” ที่รองรับสินค้าและบริการจากจังหวัดรอบข้าง และประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
  3. ระดับประเทศและตลาดทุน
    • ผลการดำเนินงานและยุทธศาสตร์ของ AOT ส่งผลโดยตรงต่อทิศทางการลงทุนและการพัฒนาในสนามบินภูมิภาค
    • ความสนใจของกองทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศต่อหุ้น AOT เป็นตัวชี้วัดหนึ่งของความเชื่อมั่นต่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการบินของไทยในระยะยาว

สนามบินที่เปิด 24 ชั่วโมง กับคำถาม 5 ปีข้างหน้าของเชียงราย

ในวันนี้ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ยังคงเปิดไฟส่องรันเวย์ 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับเที่ยวบินที่อาจมาถึงได้ทุกเวลา ตัวเลขผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 7,000 คน บอกเราอย่างหนึ่งว่า เชียงรายไม่ได้อยู่ชายขอบแผนที่การเดินทางอีกต่อไป

แผน 5 ปีในการขยายเทอร์มินอลและรันเวย์ โครงการ Smart & Green Airport การเจรจากับ K-Mile Air เรื่องฐานคาร์โก และโครงการ MRO ที่รอจังหวะกลับมาดำเนินการ ล้วนเป็นภาพ “อนาคต” ที่กำลังถูกออกแบบอยู่บนฐานของ “ปัจจุบัน” ที่ฟื้นตัวอย่างมั่นคง

คำถามสำคัญในช่วง 5 ปีจากนี้คือ

  • เชียงรายจะสามารถแปร “วิสัยทัศน์บนเอกสาร” ให้กลายเป็น “การเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จริง” ได้มากน้อยเพียงใด
  • ชุมชนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และภาคการท่องเที่ยวจะมีส่วนร่วมอย่างไรในการใช้ประโยชน์จากการยกระดับสนามบินครั้งนี้
  • และในวันที่ AOT ก้าวสู่การเป็นองค์กรใน Classical Model ที่ต้องเลือกลงทุนอย่างรอบคอบ สนามบินเชียงรายจะถูกมองเป็น “ต้นทุน” หรือ “โอกาส” ของประเทศในระยะยาว

สิ่งที่ชัดเจนแล้วในวันนี้ คือ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ไม่ได้ยืนรอผู้โดยสารอย่างเงียบงัน หากกำลังก้าวออกไป “เชื้อเชิญสายการบินใหม่ โอกาสใหม่ และบทบาทใหม่” เข้ามาเชื่อมต่อกับรันเวย์ของจังหวัดเชียงราย – จังหวัดเหนือสุดของไทยที่กำลังขยับเข้าใกล้จุดตัดสำคัญของการบิน การค้า และการท่องเที่ยวในภูมิภาคมากขึ้นทุกวัน

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • เขียยนโดย : กันณพงศ์ ก.บัวเกษร
  • เรียบเรียงโดย : มนรัตน์ ก.บัวเกษร
  • บทสัมภาษณ์ นาวาอากาศเอก สกรรจ์ อุดล ผู้เชี่ยวชาญ 9 และรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เกี่ยวกับทิศทางสนามบินปี 2569 แผนพัฒนา 5 ปี การบริหาร Capacity ผู้โดยสาร และการนำเทคโนโลยี Biometrics มาใช้
  • บริษัท เค-ไมล์ แอร์ จำกัด (K-Mile Air Company Limited)
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT)
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME