เศรษฐกิจเชียงราย 2569 เมื่อรายได้ท่องเที่ยวทะลุ 5.1 หมื่นล้าน เดินหมากไมซ์ซิตี้ รับเกมโลจิสติกส์โขง พร้อมจับเทรนด์เวลเนสและทรัพย์สินทางปัญญา

เชียงราย,18 กุมภาพันธ์ 2569 – เชียงรายกำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งสำคัญของเศรษฐกิจจังหวัด เส้นแบ่งที่ไม่ใช่แค่การนับจำนวนนักท่องเที่ยวในฤดูกาลหนาว หรือการคาดหวังยอดขายช่วงเทศกาลเท่านั้น หากแต่เป็นเส้นแบ่งระหว่างการเติบโตที่พึ่งพาแรงหนุนเดิม กับการก้าวไปสู่โครงสร้างรายได้แบบใหม่ที่ยกระดับคุณภาพการใช้จ่าย เพิ่มมูลค่าจากบริการ และเชื่อมต่อการค้าข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ

ภาพใหญ่ที่ทำให้เชียงรายถูกจับตามองในปี 2569 เริ่มต้นจากตัวเลขที่หนักแน่นในปี 2568 จังหวัดทำรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 51,540.09 ล้านบาท จากผู้มาเยี่ยมเยือนรวม 6,463,147 คน นับเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขรายได้ข้ามหลัก 50,000 ล้านบาทอย่างเป็นทางการ ตัวเลขนี้ไม่เพียงเป็นสถิติ แต่เป็นสัญญาณว่าภาคบริการได้กลายเป็นกลไกประคองเศรษฐกิจท้องถิ่นท่ามกลางความผันผวนของภาคการผลิตในระดับประเทศ

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังสถิติที่สวยงามยังมีรายละเอียดที่ต้องอ่านให้ครบ เพราะตัวเลขเดียวกันกำลังบอกว่า เชียงรายยังพึ่งพากำลังซื้อจากคนไทยเป็นหลัก ขณะที่ตลาดต่างชาติลดลงในอัตราที่สะท้อนความเปราะบางของการฟื้นตัว และถ้าหากจังหวัดต้องการเดินเกมเศรษฐกิจให้มั่นคงในระยะยาว เป้าหมายไมซ์ซิตี้ โลจิสติกส์ลุ่มน้ำโขง และนวัตกรรมสุขภาพ จะต้องไม่เป็นเพียงคำขวัญ แต่ต้องแปลงเป็นรายได้จริงของผู้ประกอบการและครัวเรือนในพื้นที่

ปี 2568 คนไทยคือแรงพยุงหลักของเศรษฐกิจท่องเที่ยวเชียงราย

สถิติท่องเที่ยวปี 2568 ของจังหวัดเชียงรายสะท้อนโครงสร้างรายได้ที่ชัดเจน นักท่องเที่ยวชาวไทย 5,765,564 คน คิดเป็นสัดส่วน 89.2 ของผู้มาเยี่ยมเยือนทั้งหมด สร้างรายได้ 44,460.27 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 86.3 ของรายได้รวม ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 697,583 คน คิดเป็นสัดส่วน 10.8 สร้างรายได้ 7,079.82 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13.7

เมื่อเทียบกับปี 2567 จำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.88 และรายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.36 แม้ตัวเลขรวมเป็นบวก แต่หากแยกดูเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติจะพบแนวโน้มลดลง โดยจำนวนลดลงร้อยละ 15.13 และรายได้ลดลงร้อยละ 12.89

สารสำคัญของข้อมูลชุดนี้คือ การเติบโตของเชียงรายในปีที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากการกลับมาของตลาดต่างชาติ หากเกิดจากกำลังซื้อภายในประเทศเป็นหลัก เศรษฐกิจท่องเที่ยวจึงยังผูกอยู่กับพฤติกรรมไทยเที่ยวไทย ซึ่งมีความไวต่อค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูง

ฤดูกาลท่องเที่ยวชี้ชัด ไตรมาส 4 แรง แต่ไตรมาส 1 ไม่แพ้กัน

หากมองการกระจายตัวตามไตรมาส การท่องเที่ยวเชียงรายเติบโตสูงในไตรมาส 4 ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม คิดเป็นร้อยละ 28.7 และมีสัดส่วนใกล้เคียงกับไตรมาส 1 ช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม คิดเป็นร้อยละ 28.7 เช่นกัน

รายละเอียดรายเดือนยังสะท้อนภาพที่น่าสนใจ เดือนที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยมากที่สุดคือเดือนมกราคม 644,347 คน สร้างรายได้ 4,885.26 ล้านบาท ขณะที่เดือนที่มีชาวไทยน้อยที่สุดคือกันยายน 330,826 คน สร้างรายได้ 2,601.18 ล้านบาท

ในฝั่งต่างชาติ เดือนที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดคือธันวาคม 83,236 คน สร้างรายได้ 1,081.34 ล้านบาท ส่วนเดือนที่น้อยที่สุดคือกันยายน 37,754 คน สร้างรายได้ 393.42 ล้านบาท

เมื่อเชื่อมข้อมูลเข้าด้วยกันจะเห็นว่า เดือนธันวาคมเป็นเดือนที่รายได้รวมสูงมาก แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะน้อยกว่าเดือนมกราคม นัยสำคัญคือ เชียงรายกำลังมีสัญญาณของการยกระดับการใช้จ่ายต่อหัวในบางช่วงเวลา ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เมืองท่องเที่ยวที่แข็งแรงควรมี และเป็นจุดตั้งต้นที่สอดรับกับแนวคิดไมซ์ซิตี้ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

รายได้ 5.1 หมื่นล้านไม่ใช่จุดจบ แต่คือทุนตั้งต้นของยุทธศาสตร์ใหม่

คำถามที่ชุมชนธุรกิจและผู้กำหนดนโยบายต้องตอบในปี 2569 คือ รายได้ท่องเที่ยวระดับนี้จะถูกต่อยอดเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจแบบใด หากยึดอยู่กับการรอฤดูกาลท่องเที่ยว เศรษฐกิจจะผันผวนตามสภาพอากาศ ตามข่าวความปลอดภัย และตามกระแสการเดินทางของผู้บริโภค

แต่หากใช้รายได้จากท่องเที่ยวเป็นทุนทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างกิจกรรมที่มีการใช้จ่ายต่อหัวสูง เช่น การประชุมสัมมนา งานนิทรรศการ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการค้าข้ามพรมแดนที่มีระบบโลจิสติกส์รองรับ เมืองจะขยายฐานรายได้อย่างมีคุณภาพ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งตลาดเดียว

นี่คือฉากหลังของการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 3 ปี 2569 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สะท้อนว่า จังหวัดกำลังเดินเกมรุกพร้อมกันหลายแนวรบ

16 กุมภาพันธ์ 2569 กรอ.เชียงราย วางหมากเศรษฐกิจใหม่ มุ่งไมซ์ซิตี้ โลจิสติกส์โขง และตลาดคาร์โกจีน

การประชุม กรอ.ครั้งที่ 3 ปี 2569 มีสาระสำคัญหลายด้าน ตั้งแต่การสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจผ่านการติดตามการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย การประเมินศักยภาพเมืองเพื่อก้าวสู่ไมซ์ซิตี้ การเร่งแก้ปัญหาอุปสรรคการท่องเที่ยวริมแม่น้ำกก การบูรณาการแก้ปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ไปจนถึงการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือและเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รวมถึงการผลักดันท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนเชื่อมจีนตอนใต้

ไมซ์ซิตี้คือเกมยกระดับรายได้ต่อหัวของเมืองท่องเที่ยว

หัวใจของไมซ์ซิตี้ไม่ใช่แค่การได้ป้ายรับรอง แต่คือการดึงคนทำงาน คนประชุม และนักธุรกิจเข้ามาใช้จ่ายในเมืองด้วยงบประมาณที่สูงกว่าเที่ยวทั่วไป โรงแรม ร้านอาหาร การเดินทางในเมือง และบริการเสริมจะได้ประโยชน์ต่อเนื่อง

ข้อมูลจากการประชุมระบุว่า จังหวัดอยู่ระหว่างปรับปรุงองค์ประกอบคณะทำงานประเมินศักยภาพเมือง 8 ด้าน เพื่อผลักดันเชียงรายสู่การเป็นเมืองไมซ์ในอนาคต หากการประเมินนี้เดินหน้าได้เร็ว เชียงรายจะมีเครื่องมือสำคัญในการดึงงานประชุมระดับภูมิภาคเข้ามา ซึ่งสอดรับกับการที่จังหวัดได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมใหญ่หอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 44 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569

ในมุมเศรษฐศาสตร์เมือง งานประชุมใหญ่หอการค้าทั่วประเทศเป็นมากกว่างานอีเวนต์ เพราะเป็นเวทีที่รวมผู้ประกอบการระดับประเทศ เม็ดเงินการเดินทาง การเช่าพื้นที่จัดงาน และเครือข่ายธุรกิจ ยิ่งเชียงรายใช้โอกาสนี้เชื่อมกับการเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชิงวัฒนธรรม และเชื่อมชายแดน เม็ดเงินจะไหลไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อยได้กว้างขึ้น

คาร์โกไฟลต์จีน หากเกิดจริงจะเป็นจุดเปลี่ยนสินค้าเกษตรพรีเมียม

อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ ความสนใจของสายการบินจากจีนในการเปิดเส้นทางขนส่งสินค้าแบบคาร์โก ระหว่างเชียงรายกับคุนหมิง หากเส้นทางเกิดขึ้นจริง จะย่นระยะเวลาโลจิสติกส์ของสินค้าเกษตรพรีเมียมและผลไม้ไทย ช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขันด้านความสด ลดการสูญเสียหลังเก็บเกี่ยว และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการใช้มาตรฐานและแบรนด์ท้องถิ่นเจาะตลาดจีนตอนใต้

อย่างไรก็ตาม เส้นทางคาร์โกจะสร้างผลเชิงเศรษฐกิจได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อระบบต้นน้ำถึงปลายน้ำถูกยกระดับพร้อมกัน ตั้งแต่มาตรฐานสินค้า ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ห้องเย็น การขนส่งภายในจังหวัด ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ที่ทำให้สินค้าของเชียงรายแตกต่างจากคู่แข่ง

ท่าเรือเชียงแสนและความร่วมมือกับ สปป.ลาว คือแกนเชื่อมลุ่มน้ำโขง

การผลักดันท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนเชื่อมจีนตอนใต้ และการขยายความร่วมมือกับแขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว เป็นอีกแกนสำคัญของยุทธศาสตร์ลุ่มน้ำโขง หากขยับได้จริง เชียงรายจะไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวปลายทาง แต่จะเป็นเมืองผ่านของการค้าและโลจิสติกส์ ที่สร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มบทบาททางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

เทรนด์ทรัพย์สินทางปัญญา 2569 เมื่อสุขภาพและนวัตกรรมกลายเป็นเข็มทิศตลาด

ขณะเชียงรายวางเกมพื้นที่ อีกด้านหนึ่งของเศรษฐกิจไทยกำลังส่งสัญญาณว่า ตลาดในปี 2569 ให้รางวัลกับธุรกิจที่ตอบโจทย์สุขภาพ สังคมผู้สูงอายุ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองมากขึ้น

ข้อมูลสถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในเดือนมกราคม 2569 ที่เปิดเผยโดยอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า มีการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญารวม 6,171 คำขอ ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 1,213 รายการเพิ่มขึ้น

ในรายละเอียด เครื่องหมายการค้ามีการยื่นคำขอ 4,833 คำขอ โดยกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ ติดอยู่ในกลุ่มที่มีคำขอสูง สะท้อนว่าเวลเนสไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่เป็นตลาดที่ผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสจริง

สำหรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ผู้ยื่นต่างชาติยังครองสัดส่วนสูงถึง 92 และนวัตกรรมที่ยื่นมากคือยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ขณะที่อนุสิทธิบัตรผู้ยื่นไทยครอง 96 และหมวดอาหารและเครื่องดื่มยังนำมาอย่างต่อเนื่อง โดยสถาบันการศึกษาไทยจำนวนมากเป็นผู้ยื่นสำคัญ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่มีคำขออนุสิทธิบัตรสูงในเดือนดังกล่าว

ข้อมูลชุดนี้ช่วยวางคำตอบเชิงยุทธศาสตร์ให้เชียงรายว่า หากจังหวัดต้องการโตแบบมีคุณภาพ การเชื่อมการท่องเที่ยวกับสุขภาพและนวัตกรรมอาหาร เครื่องดื่ม สมุนไพร และบริการเวลเนส จะสอดรับกับทิศทางตลาดประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ภาคการผลิตไทยส่งสัญญาณเตือน เศรษฐกิจบริการยิ่งต้องแข็งแรง

ในขณะที่เชียงรายยืนบนฐานท่องเที่ยว ภาพรวมระดับประเทศยังมีแรงกดดันจากภาคการผลิต ข้อมูลที่อ้างถึงศูนย์วิจัยกสิกรไทยในเอกสารแนบสะท้อนว่า การเปิดโรงงานใหม่ชะลอลง และการแข่งขันกับสินค้านำเข้ายังคงรุนแรง โดยปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ กำลังซื้อที่อ่อนแอจากค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือน สงครามการค้าและค่าเงิน รวมถึงการแข่งขันกับสินค้านำเข้า

ภาพรวมเชิงโครงสร้างนี้ทำให้จังหวัดที่พึ่งพาบริการอย่างเชียงรายต้องถามตัวเองให้ชัดว่า จะทำให้เครื่องยนต์ท่องเที่ยวแข็งแรงอย่างไรในช่วงที่ประเทศอาจเผชิญแรงเสียดทานทางเศรษฐกิจ และจะทำให้รายได้กระจายไปถึงคนตัวเล็กได้อย่างไร ไม่ใช่กระจุกอยู่เฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่

จุดท้าทายที่เลี่ยงไม่ได้ ฝุ่น PM2.5 คือบททดสอบความเชื่อมั่นและต้นทุนสุขภาพ

ปี 2569 เชียงรายไม่ได้แข่งขันเพียงเรื่องการตลาดท่องเที่ยว แต่ต้องแข่งขันเรื่องความน่าอยู่และความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน ปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่าถูกยกขึ้นเป็นวาระสำคัญทั้งระดับนโยบายและระดับพื้นที่ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์

ข้อมูลแนบระบุว่า จังหวัดประกาศช่วงห้ามเผาโดยเด็ดขาดตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ถึง 10 พฤษภาคม 2569 และตรวจพบจุดความร้อนสะสมตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ประมาณ 193 จุด พร้อมขับเคลื่อนโครงการเชียงรายเมืองสีเขียวสร้างสรรค์และกิจกรรม Dust Patrol ในเครือข่าย 9 อำเภอ รวมบุคลากรและผู้นำชุมชน 360 คน เพื่อเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยง

หากมองในมุมเศรษฐกิจ ฝุ่นไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นต้นทุนที่กดทับรายได้ท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 2 โดยตรง เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากตัดสินใจจากคุณภาพอากาศและภาพลักษณ์ความปลอดภัย เมืองที่อยากเป็นไมซ์ซิตี้ยิ่งต้องให้ความสำคัญ เพราะงานประชุมและอีเวนต์ต้องการความแน่นอนด้านสุขภาพและการเดินทาง

เศรษฐกิจเชียงราย 2569 คำถามใหญ่ไม่ใช่โตหรือไม่โต แต่โตแบบไหนให้คนทั้งจังหวัดได้ประโยชน์

การมีรายได้ท่องเที่ยวระดับ 51,540.09 ล้านบาท คือข้อเท็จจริงที่น่าภาคภูมิใจ แต่สิ่งที่สังคมต้องจับตาคือ รายได้ดังกล่าวจะกลายเป็นรายได้ครัวเรือนและการจ้างงานที่มั่นคงเพียงใด

ถ้ากลไกไมซ์ซิตี้เดินหน้าได้จริง เชียงรายจะได้ประโยชน์มากกว่าการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว เพราะไมซ์เพิ่มการใช้จ่ายต่อหัว เพิ่มคืนต่อธุรกิจบริการ และเพิ่มความถี่การเดินทางนอกฤดูกาล แต่ถ้ากลไกโลจิสติกส์คาร์โกและท่าเรือขยับได้จริง เชียงรายจะไม่เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยว แต่จะเป็นเมืองการค้าและการขนส่งที่สร้างรายได้ให้ภาคเกษตรและผู้ประกอบการส่งออก

ในเวลาเดียวกัน เทรนด์ทรัพย์สินทางปัญญาที่ชี้ไปยังสุขภาพ เวลเนส สมุนไพร อาหาร และนวัตกรรม บอกจังหวัดว่า โอกาสใหม่อาจไม่ได้อยู่ไกล หากอยู่ในท้องถิ่นเอง ตั้งแต่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ไปจนถึงบริการดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ

และเหนือสิ่งอื่นใด การต่อสู้กับฝุ่น PM2.5 คือโจทย์ที่ไม่อาจเลื่อน เพราะเป็นทั้งสุขภาพของประชาชน ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และความน่าเชื่อถือของเมืองที่จะเป็นศูนย์กลางไมซ์ในอนาคต

สิ่งที่ประชาชนและผู้ประกอบการทำได้ทันทีในปี 2569

ประชาชนสามารถร่วมลดการเผาและแจ้งเหตุจุดเสี่ยงในชุมชนตามช่องทางที่จังหวัดกำหนด รวมถึงดูแลสุขภาพในช่วงค่าฝุ่นสูงด้วยการติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศรายวันและหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเมื่ออยู่ในเกณฑ์เสี่ยง

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรยกระดับมาตรฐานบริการที่เน้นความยั่งยืนและความปลอดภัยด้านสุขภาพ เพราะตลาดกำลังให้คุณค่ากับประสบการณ์ที่รับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าระบบไมซ์และกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

ภาคเกษตรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรพรีเมียมควรเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการสร้างแบรนด์ หากเส้นทางคาร์โกและโลจิสติกส์ขยับเป็นรูปธรรม จะเป็นโอกาสที่คนพร้อมก่อนจะได้เปรียบก่อน

สถิติสำคัญที่ใช้ประกอบรายงาน

สถิติท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ปี 2568

  • ผู้มาเยี่ยมเยือนรวม 6,463,147 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 88
  • รายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 36
  • นักท่องเที่ยวชาวไทย 5,765,564 คน รายได้ 44,460.27 ล้านบาท
  • นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 697,583 คน รายได้ 7,079.82 ล้านบาท
  • นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 13 และรายได้ลดลงร้อยละ 12.89

ข้อมูลการยื่นคำขอทรัพย์สินทางปัญญา เดือนมกราคม 2569

  • ยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา 6,171 คำขอ
  • เครื่องหมายการค้า 4,833 คำขอ
  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์ 599 คำขอ
  • อนุสิทธิบัตร 354 คำขอ
  • สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ 385 คำขอ
  • แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 1,213 รายการ
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ข้อมูลสถิติการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ปี 2568 ข้อมูล ณ วันที่ 19 มกราคม 2569
  • ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว CTRD สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้จัดทำอินโฟกราฟิกสถิติการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ปี 2568 ตามภาพที่แนบ
  • ข้อมูลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ กรอ.จังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 3 ปี 2569 วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 จากเอกสารแนบ
  • กรมทรัพย์สินทางปัญญา สถิติการยื่นคำขอและการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเดือนมกราคม 2569 ตามรายละเอียดในเอกสารแนบ และข้อมูลสื่อเผยแพร่โครงการเพิ่มประสิทธิภาพบริการและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการจดทะเบียน
  • ข้อมูลวิเคราะห์ภาคการผลิตและความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง อ้างอิงจากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ผู้ใช้จัดเตรียม และบทวิเคราะห์ภาพรวมภาคการผลิตของ KResearch ที่เผยแพร่สาธารณะ
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME