

พงศกร เจ้าของ LOCAL Coffee ชี้ฝุ่น PM 2.5 กระทบสุขภาพคนปลูกกาแฟบนดอย ย้ำต้องใช้ Storytelling ขายออนไลน์
ตัวเลขท่องเที่ยวเชียงรายต้นปีพุ่งติด Top 10 แต่ช่วงสงกรานต์ยอดจองวูบเหลือ 15-20% เพราะวิกฤตอากาศ
เวทีวิชาการ มฟล. เตือนสารปนเปื้อนในแม่น้ำสายหลักกระทบระบบอาหารและความมั่นคงทางสุขภาพข้ามพรมแดน
ททท. ดันนโยบาย High Value ชู Wellness Tourism เป็นทางรอดสำคัญของเชียงรายในตลาดโลก
ผู้เชี่ยวชาญย้ำ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต้องใช้กลไกเจรจาระดับภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นข้ามแดนยั่งยืน
เชียงราย 20 เมษายน 2569 – พงศกร อารีศิริไพศาล เจ้าของ ร้าน LOCAL Coffee และกรรมการสมาคมกาแฟพิเศษไทย ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ในช่วงที่ฝุ่นควันยังลอยอ้อยอิ่งเหนือยอดดอย เขาเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่นว่าปีนี้เป็นปีที่เกษตรกรต้องทำงานท่ามกลางความไม่แน่นอนมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา
เรื่องราวของเชียงรายในเดือนเมษายนจึงไม่ได้มีเพียงกลิ่นควันไฟหรือเสียงน้ำสงกรานต์ที่ถนนสันโค้งเท่านั้น แต่ยังมีความกังวลที่ซ้อนทับกันระหว่างสุขภาพของคนปลูกกาแฟ คุณภาพของแม่น้ำสายหลัก และความหวังของเมืองที่กำลังต้องเลือกเส้นทางใหม่ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน
ควันไฟบนดอยกับกาแฟที่ยังต้องยืนหยัด
พงศกรประเมินว่าผลผลิตกาแฟของเชียงรายในปีนี้อาจได้รับผลกระทบบางส่วน ผลผลิตอาจน้อยลงบ้างในพื้นที่ที่เจอไฟป่าเผาไหม้หรือต้นกาแฟอายุน้อยที่โดนความร้อนโดยตรง แต่คุณภาพของกาแฟเชียงรายยังคงมีมาตรฐานเหมือนเดิม เขาย้ำว่าคุณภาพไม่ได้หายไปพร้อมกับควัน
สิ่งที่น่าห่วงกว่าปริมาณเมล็ดกาแฟคือคนทำงานบนไร่ เขาบอกว่าชาวเกษตรกรต้องสูดดมควันและฝุ่น PM 2.5 เกือบตลอดทั้งวันบนดอยสูง ในระยะยาวไม่เป็นผลดีแน่ ยิ่งเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น เกษตรกรบนที่สูงก็เสี่ยงต่อภาวะฮีทสโตรกได้ง่ายขึ้นเช่นกัน
ข้อมูลคุณภาพอากาศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสะท้อนความจริงนั้น วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 20.00 น. สถานีตรวจวัดในจังหวัดเชียงรายหลายแห่งรายงานค่า PM 2.5 ระดับสูง เช่น รพ.สต.บ้านดงมะตื๋น ต.ผางาม อ.เวียงชัย วัดได้ 263 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ รพ.สต.บ้านทุ่งงิ้ว อ.เชียงของ วัดได้ 243 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตัวเลขเหล่านี้สูงเกินค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกหลายเท่า และเป็นสิ่งที่คนบนดอยต้องเผชิญทุกเช้า
พงศกรไม่ได้เรียกร้องความสงสาร แต่เสนอทางออกที่เป็นรูปธรรม เขาบอกว่าแม้หน้าร้านจะเงียบ คนไม่มาเที่ยว แต่กาแฟยังมีเรื่องเล่าได้ ถ้ามีเรื่องเล่า ก็ขายออนไลน์ได้ รายได้ยังหมุนได้แม้สถานการณ์ท่องเที่ยวไม่เอื้อ คำแนะนำนี้ไม่ใช่ทฤษฎีลอยๆ แต่มาจากประสบการณ์ของเจ้าของ LOCAL Coffee ที่เห็นลูกค้าต่างจังหวัดสั่งเมล็ดคั่วผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นในช่วงที่ฝุ่นหนา
ตัวเลขท่องเที่ยวที่ดูดีกับความจริงที่ถนนสงกรานต์
ภาพของเชียงรายในช่วงต้นปีดูเหมือนจะไปได้ดี ตัวเลขจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569 เชียงรายมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 1,661,706 คน ติดอันดับ 10 ของประเทศเมื่อไม่นับกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ในขณะเดียวกัน อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของเชียงรายในช่วงสามเดือนแรกอยู่ที่ 79.74 เปอร์เซ็นต์ สูงเป็นอันดับ 7 ในกลุ่ม 20 จังหวัดภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ตามการจัดอันดับของเพจ The Rankings ที่อ้างอิงข้อมูลชุดเดียวกัน ตัวเลขนี้ทำให้เชียงรายดูเหมือนจุดหมายที่ยังได้รับความนิยม
แต่เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน ภาพกลับต่างออกไป ผู้ประกอบการในพื้นที่รายงานว่าช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา อัตราการจองห้องพักจากห้องพักประมาณ 28,000 ห้องทั่วจังหวัด อยู่ที่เพียงร้อยละ 15 ถึง 20 เท่านั้น ถนนสันโค้ง ถนนหนองบัว และงานมหาสงกรานต์ที่อำเภอเชียงแสนยังคงคึกคัก แต่คนที่เดินส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่และคนที่กลับบ้าน ไม่ใช่นักท่องเที่ยวต่างถิ่นหรือชาวต่างชาติ
ความย้อนแย้งของตัวเลขนี้อธิบายได้จากปัจจัยที่ซ้อนกัน ช่วงต้นปีอากาศยังพอรับได้และมีงานเทศกาลดอกไม้ งานกาแฟ ดึงคนไทยเดินทางระยะสั้น แต่พอเข้าสู่มีนาคมถึงเมษายน ฝุ่นควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านรวมกับความกดอากาศสูงจากจีนที่แผ่ปกคลุมนาน ทำให้หมอกควันไม่ระบาย ภาพถ่ายดาวเทียมและการรายงานของหน่วยงานสิ่งแวดล้อมชี้ว่าเชียงรายอยู่ในแอ่งกระทะ ควันจึงค้างนานกว่าจังหวัดอื่น
น้ำที่ขุ่นมากกว่าควัน
ผู้ประกอบการหลายคนบอกว่าปัญหาไม่ได้มีแค่ฝุ่น ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา มีรายงานเรื่องสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง ปี 2569 สถานการณ์ยิ่งถูกจับตามองเพราะกระทบทั้งการเกษตร การประมง และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
ในเวทีวิชาการเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ที่สถาบันศิลปวัฒนธรรมและอารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ประเด็นนี้ถูกยกขึ้นมาพูดอย่างตรงไปตรงมา งานเสวนาหัวข้อ จากสายลมเหนือถึงสายน้ำโขง จัดโดยสำนักวิชานวัตกรรมสังคม ภายใต้รายวิชา Conflict Security and Border มีนักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมกว่า 80 คน
ดร.ธนิกุล จันทรา คณบดีกล่าวเปิดงาน ดร.สืบสกุล กิจนุกรณ์ ร่วมดำเนินรายการ และ ดร.นิชานท์ สิงหพุทธางกูร เป็นผู้จัดหลัก งานนี้ร่วมมือกับ Asian Research Center for International Development หรือ ARCID, Area-based Social Innovation Research Center หรือ Ab-SIRC และ The Center for Humanitarian Dialogue หรือ HD
เวทีใช้รูปแบบ Single Panel Two Layers ชั้นแรกวางฐานข้อมูลเชิงวิชาการ ชั้นที่สองเปิดพื้นที่ให้เสียงของคนที่ได้รับผลกระทบจริง

สี่เสียงจากเวทีที่ทำให้เห็นภาพใหญ่
ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ จากคณะอนุกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด พูดถึง PM 2.5 ว่าเป็นปัญหาโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การเผาในพื้นที่เชียงราย แต่เป็นหมอกควันข้ามแดนที่ต้องใช้ความร่วมมือระดับภูมิภาค
อาจารย์เฉลิมพันธ์ แก้วกันทะ จากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำเสนอข้อมูลการปนเปื้อนในแม่น้ำกก ชี้ว่าคุณภาพน้ำที่เปลี่ยนไปส่งผลต่อพืชผักริมตลิ่งและสัตว์น้ำที่เป็นแหล่งโปรตีนของชุมชน
นางสาวศิริวิมล กิตะพาณิชย์ ผู้บริหารไร่รื่นรมย์ และพงศกร อารีศิริไพศาล จาก LOCAL Coffee พูดในประเด็นระบบอาหารและทรัพยากรท้องถิ่น ทั้งคู่ย้ำว่ากาแฟและพืชอาหารไม่ได้แยกจากน้ำและอากาศ ถ้าน้ำมีสารปนเปื้อน ดินก็เปลี่ยน จุลินทรีย์ในดินก็เปลี่ยน รสชาติกาแฟในระยะยาวย่อมเปลี่ยนตาม
นายศรัทธา อุดมฤทธิ์ จากชมรมนักศึกษาเพื่อสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เล่าถึงผลกระทบต่อคนและชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่มีหน้ากากกรองอากาศดีๆ ไม่มีห้องปลอดฝุ่น และต้องทำงานกลางแจ้ง
ภายในงานยังมีการฉายสารคดีสั้นชื่อ เงาปนเปื้อนบนสายน้ำกก เหนือชีวิตเกษตรกร บันทึกเสียงจริงของเกษตรกรที่ใช้น้ำกกทำนาและเลี้ยงปลา ภาพในสารคดีทำให้ผู้ชมเห็นความเชื่อมโยงระหว่างวิกฤตสิ่งแวดล้อมกับความมั่นคงทางอาหารอย่างชัดเจน
เมืองที่ต้องเลือก Wellness หรือ Sport
คำถามที่เกิดขึ้นหลังเวทีคือ เชียงรายจะเดินไปทางไหน ท่ามกลางข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมที่แก้ได้ยากในระยะสั้น หลายเสียงเสนอว่าเชียงรายต้องเลือกให้ชัดว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Wellness Tourism หรือเมืองกีฬา Sport City เพื่อให้ภาคเอกชนและประชาชนเดินตามได้ถูกทาง
แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางระดับประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กำลังเร่งเกม Wellness อย่างจริงจัง โดยเตรียมจัดงาน Amazing Thailand Health and Wellness Trade Meet 2026 ในวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่โรงแรม Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok
งานนี้เชิญผู้ซื้อจากต่างประเทศ 74 ราย พบผู้ประกอบการไทย 68 ราย ครอบคลุมธุรกิจสปา การแพทย์เชิงป้องกัน การแพทย์ทางเลือก และรีสอร์ตสุขภาพ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย High Value and Sustainable Tourism มุ่งดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีกำลังใช้จ่ายสูง
เหตุผลที่ ททท. ผลักดันเรื่องนี้เพราะตลาดโลกกำลังโต ข้อมูลจากภาคธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกประเมินว่าการเดินทางเพื่อสุขภาพจะแตะ 1.35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2028 ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านมาตรฐานบริการ บุคลากรทางการแพทย์ การนวดไทย สมุนไพร และวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
สำหรับเชียงรายที่มีอากาศบริสุทธิ์ในช่วงปลายฝนต้นหนาว มีแหล่งน้ำพุร้อน มีชาและกาแฟออร์แกนิก มีภูมิปัญญาชาติพันธุ์เรื่องสมุนไพร การเป็น Wellness Destination จึงไม่ใช่ความฝันไกลตัว แต่โจทย์คือจะทำอย่างไรในช่วงที่ฝุ่นควันยังเป็นปัญหา 4 ถึง 5 เดือนต่อปี
สงครามที่ไกลแต่กระทบใกล้
ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเชียงรายยังพูดถึงอีกปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม คือสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางในปีนี้ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นการเดินทางระยะไกลของนักท่องเที่ยวยุโรปและตะวันออกกลาง ตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น เส้นทางบินเปลี่ยน นักท่องเที่ยวกลุ่มที่ใช้จ่ายสูงจึงเลือกจุดหมายที่เดินทางง่ายและมีความเสี่ยงต่ำกว่า
เมื่อรวมกับภาพข่าวเรื่องมลพิษในแม่น้ำสายหลักของภาคเหนือที่ปรากฏในสื่อต่างประเทศตั้งแต่ปีก่อน ภาพลักษณ์ของเชียงรายจึงถูกท้าทายสองด้านพร้อมกัน คืออากาศและน้ำ
จากตัวเลขถึงชีวิตจริง
ถ้ามองย้อนกลับไปที่ตัวเลข 1,661,706 คน และการเข้าพัก 79.74 เปอร์เซ็นต์ในช่วงไตรมาสแรก ต้องเข้าใจว่านั่นคือแรงส่งจากคนไทยที่เดินทางด้วยรถยนต์ ระยะทางไม่ไกล และตัดสินใจเร็ว เมื่อเจอฝุ่น พวกเขายกเลิกหรือเลื่อนได้ทันที ต่างจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องจองล่วงหน้านาน
ช่วงสงกรานต์ที่อัตราการเข้าพักเหลือเพียง 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ เพราะสงกรานต์ปกติเป็นช่วงพีคของภาคเหนือ การที่ห้องพักกว่า 22,000 ห้องจากทั้งหมดประมาณ 28,000 ห้องว่างในคืนที่ควรเต็ม สะท้อนว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเริ่มมีผลต่อการตัดสินใจจริง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขไตรมาสแรกยังบอกอีกด้านหนึ่งว่าเชียงรายยังมีฐานคนรักเมืองนี้อยู่ คนที่มาเพราะอยากดื่มกาแฟบนดอยช้าง ดอยตุง อยากเดินป่าช่วงปลายหนาว อยากกินอาหารชาติพันธุ์ คนกลุ่มนี้คือทุนทางสังคมที่สำคัญ

กาแฟที่มีเรื่องเล่า
พงศกรกลับมาที่ประเด็นเดิมอีกครั้งในเวทีที่แม่ฟ้าหลวง เขาบอกว่าระบบอาหารท้องถิ่นต้องเชื่อมกับเรื่องเล่า ไม่ใช่แค่ขายเมล็ดกาแฟ แต่ขายที่มาของเมล็ด ขายวิธีที่เกษตรกรสู้กับไฟป่า ขายวิธีที่ชุมชนทำแนวกันไฟ ขายวิธีที่คนหนุ่มสาวกลับบ้านมาทำโปรเซสกาแฟแบบใหม่
ศิริวิมลจากไร่รื่นรมย์เสริมว่าเกษตรกรรุ่นใหม่เริ่มบันทึกข้อมูลดิน น้ำ อากาศ ด้วยเครื่องมือราคาถูก แล้วเอาข้อมูลนั้นมาเล่าให้ลูกค้าฟัง ลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพยินดีจ่ายเพิ่มเมื่อรู้ว่ากาแฟถ้วยนั้นมาจากไร่ที่ตรวจวัด PM 2.5 ทุกวันและมีมาตรการปกป้องคนเก็บ
นี่คือจุดที่แนวคิด Wellness ของ ททท. มาเจอกับกาแฟเชียงราย ไม่ใช่แค่สปาหรูในกรุงเทพ แต่คือ wellness ที่เริ่มจากต้นน้ำ คือคนปลูกที่สุขภาพดี ดินดี น้ำดี
ความมั่นคงรูปแบบใหม่
เวทีที่แม่ฟ้าหลวงสรุปตรงกันว่าปัญหาของเชียงรายวันนี้คือความมั่นคงรูปแบบใหม่ ไม่ใช่ความมั่นคงทางทหาร แต่เป็นความมั่นคงทางอากาศ น้ำ อาหาร และสุขภาพ ซึ่งทั้งหมดข้ามพรมแดน
เขื่อนต้นน้ำในจีนทำให้กระแสน้ำโขงแปรปรวน ตะกอนดินหายไป ปลาวางไข่ยากขึ้น การทำเหมืองแร่ในพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำสายทำให้สารโลหะหนักไหลลงมา การเผาในที่โล่งในเมียนมาและลาวทำให้ควันลอยข้ามมา ทุกอย่างเชื่อมกันเป็นระบบเดียว
ดร.บัณฑูรย้ำว่า พ.ร.บ.อากาศสะอาดของไทยจะช่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่ต้องมีกลไกเจรจาระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงด้วย มิฉะนั้นเชียงรายจะทำดีแค่ไหนก็ยังต้องรับควันจากที่อื่น
ทางรอดระยะสั้นและระยะยาว
จากการฟังเสียงทั้งหมด มีทางออกสามระดับที่ถูกพูดถึงบ่อย
ระดับแรกคือการปกป้องคนทำงานทันที หน้ากากที่ได้มาตรฐาน ห้องปลอดฝุ่นในชุมชนบนดอย การแจ้งเตือน PM 2.5 แบบรายชั่วโมงที่เข้าถึงง่าย และการปรับเวลาทำงานเกษตรให้หลีกเลี่ยงช่วงที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงสุด
ระดับสองคือการปรับธุรกิจ ผู้ประกอบการโรงแรมหลายแห่งเริ่มทำแพ็กเกจ staycation สำหรับคนไทย เน้นอาหารสุขภาพ ชา กาแฟ สมุนไพรท้องถิ่น และกิจกรรมในร่มช่วงฝุ่นหนัก ร้านกาแฟหันมาขายออนไลน์มากขึ้น ทำ subscription ส่งเมล็ดคั่วรายเดือน พร้อมการ์ดเล่าเรื่องเกษตรกร
ระดับสามคือการวางตำแหน่งเมืองระยะยาว ถ้าเชียงรายจะไปทาง Wellness ต้องลงทุนในข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่โปร่งใส ต้องมีระบบตรวจวัดน้ำกก น้ำสายแบบเรียลไทม์ ต้องมีมาตรฐานฟาร์มที่ดูแลสุขภาพคนงาน ต้องมีเส้นทางท่องเที่ยวที่คำนึงถึงฤดูกาลฝุ่น ไม่ใช่โปรโมทเหมือนเดิมทั้งปี
ถ้าจะไปทาง Sport City ก็ต้องคิดเรื่องสนามในร่ม การจัดการคุณภาพอากาศสำหรับนักกีฬา และการสื่อสารความเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา
เสียงจากดอยที่อยากให้ได้ยิน
ก่อนจบการสัมภาษณ์ พงศกรทิ้งท้ายไว้สั้นๆ ว่าเขาไม่ได้ขอให้ฟ้าฝนเป็นใจตลอดปี เขาแค่ขอให้คนเมืองเข้าใจว่าคนบนดอยทำงานท่ามกลางควันทุกวัน และกาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพของใครบางคน
คำพูดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่สารคดีในงานแม่ฟ้าหลวงพยายามบอก ภาพของเกษตรกรที่ล้างผักริมน้ำกกด้วยมือเปล่า ทั้งที่รู้ว่าน้ำอาจไม่เหมือนเดิม แต่ไม่มีทางเลือกอื่น
เชียงรายในวันนี้จึงอยู่ตรงกลางระหว่างตัวเลขที่ยังสวยในไตรมาสแรกกับความจริงที่ถนนสงกรานต์ว่างกว่าที่ควร ระหว่างคุณภาพกาแฟที่ยังรักษาไว้ได้กับสุขภาพคนปลูกที่กำลังถูกท้าทาย ระหว่างความหวังจะเป็นฮับสุขภาพโลกกับฝุ่นควันที่ลอยข้ามพรมแดนทุกปี
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การเลือกข้างระหว่าง Wellness หรือ Sport เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การยอมรับความจริงว่าสิ่งแวดล้อมคือต้นทุนหลักของทุกอย่าง ตั้งแต่น้ำหนึ่งแก้วไปจนถึงกาแฟหนึ่งถ้วย และตั้งแต่นักท่องเที่ยวหนึ่งคนไปจนถึงอนาคตของเมืองทั้งเมือง
ถ้าเชียงรายสามารถทำให้ข้อมูลเรื่องอากาศและน้ำเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย ตรวจสอบได้ และใช้ประกอบการตัดสินใจของทั้งนักท่องเที่ยว เกษตรกร และนักลงทุนได้จริง เมืองนี้จะมีเรื่องเล่าที่แข็งแรงกว่าเดิม ไม่ใช่เรื่องเล่าเกี่ยวกับวิวสวยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับเมืองที่กล้าเผชิญหน้ากับควันและน้ำขุ่น แล้วหาทางอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่แม้ห้องพักจะว่างในช่วงสงกรานต์ แต่ชื่อของเชียงรายยังคงติดอันดับ 10 จังหวัดที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยสูงสุด และยังคงมีอัตราการเข้าพักเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ในช่วงต้นปี เพราะลึกๆ แล้วคนยังเชื่อในศักยภาพของเมืองนี้ และรอวันที่จะกลับมาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอากาศ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :