เชียงรายเก็บตัวอย่างตะกอนดินแม่น้ำกก ตรวจสอบโลหะหนัก-ไซยาไนด์ หวังสร้างความมั่นใจประชาชน

สำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ ลงพื้นที่ตรวจตะกอนดิน 3 จุดในแม่น้ำกก

เชียงราย,วันที่ 1 เมษายน 2568 –  เวลา 13.00 น. นางสาวปิยนุช ทรวงคำ ผู้อำนวยการส่วนการจัดการคุณภาพน้ำ อากาศ และเสียง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเดียวกัน รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บตัวอย่างตะกอนดินจากแม่น้ำกกในจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตรวจสอบการปนเปื้อนของโลหะหนักและสารไซยาไนด์ ซึ่งเป็นสารอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน

จุดที่มีการเก็บตัวอย่างประกอบด้วย 3 จุดหลัก ได้แก่

  1. บริเวณสะพานแม่ฟ้าหลวง หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย
  2. บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกก ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย
  3. พื้นที่บ้านโป่งนาคำ ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย

ตรวจสอบโลหะหนักและสารไซยาไนด์ในตะกอนดิน

การตรวจสอบในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งค่าพารามิเตอร์พื้นฐานของคุณภาพน้ำ เช่น ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH), ค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO), ค่าอุณหภูมิ และค่าความขุ่น ตลอดจนการตรวจสอบค่าปนเปื้อนของโลหะหนัก ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม และสารไซยาไนด์ในตะกอนดิน โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 จะส่งตัวอย่างไปตรวจในห้องปฏิบัติการของกรมควบคุมมลพิษ เพื่อวิเคราะห์ค่าโลหะหนักและไซยาไนด์โดยเฉพาะ

นางสาวปิยนุช ระบุว่า “การตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำกกเป็นภารกิจประจำของสำนักงาน ซึ่งจะดำเนินการปีละ 3 ครั้ง โดยมุ่งเน้นเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้ใช้น้ำในพื้นที่”

ใช้เวลาตรวจสอบ 2 สัปดาห์ รู้ผลแน่ชัด

สำหรับการเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินและตะกอนดินจากแม่น้ำกกในครั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 14 วัน หรือราว 2 สัปดาห์ ก่อนจะได้ผลวิเคราะห์อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการเปิดเผยผลตรวจอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึง

ตรวจน้ำแม่น้ำกกที่เชียงใหม่ พบค่าปกติ

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินในแม่น้ำกก พื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 3 จุด โดยผลการตรวจวิเคราะห์เบื้องต้น พบว่าค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) และค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำกกโดยรวม

ประชาชนหวังผลตรวจชัดเจน – นักสิ่งแวดล้อมเสนอแนะควบคุมต้นเหตุ

เสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำกก หลายรายระบุว่า ยินดีที่มีการตรวจสอบเชิงลึกในครั้งนี้ เพราะที่ผ่านมาเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำที่เปลี่ยนไปในบางฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักหรือน้ำหลาก ซึ่งอาจพาสิ่งปนเปื้อนจากพื้นที่เกษตรกรรมหรืออุตสาหกรรมเข้าสู่แม่น้ำ

ขณะเดียวกัน นักสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสนอว่า นอกจากการตรวจสอบแล้ว ควรมีการติดตามและควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ เช่น ฟาร์มเกษตรขนาดใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรม หรือการใช้สารเคมีในพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ใกล้แม่น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมแนะนำให้มีมาตรการป้องกันการชะล้างหน้าดินเข้าสู่แหล่งน้ำสาธารณะในช่วงหน้าฝนด้วย

บทบาทของหน่วยงานรัฐในการสร้างความมั่นใจ

ภาครัฐโดยเฉพาะสำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ ได้เน้นย้ำถึงความโปร่งใสและความถี่ในการตรวจสอบ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำในแม่น้ำกกยังสามารถนำไปใช้ในการอุปโภค บริโภค และเกษตรกรรมได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังพึ่งพาแม่น้ำกกเป็นแหล่งน้ำหลัก เช่น พื้นที่ชุมชนดอยฮางและบ้านโป่งนาคำ

นอกจากนี้ ยังมีแผนในการจัดทำรายงานผลวิเคราะห์และประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณชนผ่านเว็บไซต์และช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ข้อมูลเผยแพร่สู่สาธารณะได้อย่างเปิดเผย

ข้อมูลสถิติคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก

จากข้อมูลรายงานสถานการณ์คุณภาพน้ำของกรมควบคุมมลพิษ (รายงานประจำปี 2566) ระบุว่า

  • แม่น้ำกกอยู่ในกลุ่มลุ่มน้ำที่มีคุณภาพน้ำในระดับ “พอใช้” ถึง “ดี”
  • พื้นที่ตอนบน (จังหวัดเชียงใหม่) พบว่าค่า DO เฉลี่ยอยู่ที่ 6.3 mg/L อยู่ในเกณฑ์ดี
  • พื้นที่ตอนล่าง (เชียงราย) มีแนวโน้มค่า BOD เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในฤดูฝน
  • สารโลหะหนักในน้ำไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2560
  • ไม่พบค่าซีเอนสูงผิดปกติใน 5 ปีที่ผ่านมา

สรุปภาพรวมและทัศนคติแบบเป็นกลาง

การเก็บตัวอย่างตะกอนดินเพื่อวิเคราะห์โลหะหนักและสารพิษในแม่น้ำกก ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังในพื้นที่เชียงราย จากมุมมองภาครัฐและหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินและป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า ซึ่งสามารถส่งเสริมความมั่นใจให้กับประชาชนในการใช้ทรัพยากรน้ำได้อย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของภาคประชาชนและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ยังคงมีความกังวลต่อแหล่งต้นตอของมลพิษ และต้องการให้มีการควบคุมที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง ทั้งในเชิงนโยบายและการบังคับใช้กฎหมาย

ความสมดุลระหว่างการตรวจสอบ การสื่อสารข้อมูล และการจัดการต้นเหตุของมลพิษ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างระบบนิเวศน้ำที่ยั่งยืนในระยะยาว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : 

  • กรมควบคุมมลพิษ, รายงานสถานการณ์คุณภาพน้ำประเทศไทย ปี 2566
  • สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่
  • ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำประเภทต่าง ๆ พ.ศ. 2560
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News