
เชียงราย,21 มกราคม 2569 – ในหลายครัวเรือนของเชียงราย ความเจ็บป่วยไม่ได้เริ่มต้นด้วยเหตุฉุกเฉินที่พาไปโรงพยาบาลใหญ่ หากเริ่มจาก “อาการเล็กน้อยที่ถูกมองข้าม” เวียนหัวบ่อยขึ้น เหนื่อยง่ายขึ้น ปลายเท้าชาเล็กน้อย หรือความดันที่ขึ้นๆ ลงๆ จนกลายเป็นความคุ้นชิน กระทั่งวันหนึ่งความคุ้นชินนั้นพาไปสู่คำวินิจฉัยที่เปลี่ยนชีวิตทั้งบ้าน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคเรื้อรังอื่นๆ ในกลุ่ม โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ของระบบสุขภาพที่ต้องแบกรับภาระโรคเรื้อรังอย่างต่อเนื่อง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) ภายใต้การนำของ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เดินหน้าผลักดันนโยบาย “อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ (โฮงยาใกล้บ้าน Plus)” ให้เห็นภาพจริงในระดับชุมชน ผ่านการสนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์สำหรับคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตแก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในสังกัด อบจ. เพื่อขยาย “บริการปฐมภูมิ” ให้เข้าถึงบ้านคนมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การเดินทางไปโรงพยาบาลใหญ่ยังมีต้นทุนสูงทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และกำลังของผู้สูงอายุ
จากตัวเลขโลก สู่ความจริงหน้าบ้าน เมื่อ NCDs ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
หากมองจากภาพใหญ่ NCDs คือหนึ่งในความท้าทายของระบบสาธารณสุขทั่วโลก รายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) เคยชี้ให้เห็นว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสัดส่วนการเสียชีวิตจำนวนมากทั่วโลก และเป็นภาระที่กระทบประเทศรายได้ต่ำและปานกลางอย่างหนัก โดยมีความเสี่ยงทับซ้อนกับปัจจัยด้านพฤติกรรม สังคม และความเหลื่อมล้ำ (อ้างอิงภาพรวมจากรายงานสถานการณ์ NCDs ของ WHO)
ขณะที่ในบริบทประชากรสูงวัย WHO ยังสะท้อนภาพเชิงระบบว่า เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ภาระโรคและภาวะสูญเสียสุขภาวะ (DALYs) มักถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสำคัญ ซึ่งทำให้ประเทศและท้องถิ่นต้องยิ่งเน้น “ป้องกัน–คัดกรอง–ควบคุมโรค” ในระดับปฐมภูมิ ไม่ใช่รอรักษาเมื่ออาการหนัก
ภาพใหญ่เหล่านี้ เมื่อตัดกลับมาที่เชียงราย กลายเป็นคำถามเชิงนโยบายที่ตรงไปตรงมา เราจะทำอย่างไรให้คนเจอโรคเร็วขึ้น ก่อนที่โรคจะพาเขาไปถึงภาวะแทรกซ้อน? และ จะทำอย่างไรให้การดูแลโรคเรื้อรังไม่กลายเป็นภาระซ้ำซ้อนที่ผลักคนจนให้จนลง?
คำตอบหนึ่งที่หลายพื้นที่เริ่มเดินไปในทิศทางเดียวกัน คือ “ทำให้หน่วยปฐมภูมิแข็งแรง” และให้เครื่องมือกับด่านหน้าที่อยู่ใกล้ประชาชนที่สุด
“อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ” ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่คำขวัญ แต่คือการวางระบบให้ตรวจได้ถึงชุมชน
นโยบาย “อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ (โฮงยาใกล้บ้าน Plus)” ของ อบจ.เชียงราย ถูกวางให้เป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงด้านบริการสุขภาพ โดยย้ำแนวคิดสำคัญว่า “ระยะทางไม่ควรเป็นกำแพงของการรักษา” และ “การคัดกรองคือด่านสำคัญของการลดป่วยหนัก”
ในทางปฏิบัติ นโยบายนี้ถูกขับเคลื่อนผ่านการลงพื้นที่ส่งมอบอุปกรณ์คัดกรองที่จำเป็นต่อการเฝ้าระวังโรคเรื้อรัง โดยมี 2 ปฏิบัติการหลักต่อเนื่องในช่วงวันที่ 19–20 มกราคม 2569 ครอบคลุมอำเภอเวียงป่าเป้า และอำเภอเชียงของ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชนเมืองย่อย ชุมชนชนบท และบริบทการเดินทางที่ต่างกัน
ปฏิบัติการที่ 1 เวียงป่าเป้า เสริมเครื่องมือคัดกรองเชิงรุกให้ รพ.สต. 3 แห่ง
เมื่อวันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. อบจ.เชียงรายมอบหมายให้ นายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน รองนายก อบจ.เชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข ลงพื้นที่ อำเภอเวียงป่าเป้า เพื่อส่งมอบอุปกรณ์คัดกรองสุขภาพ ได้แก่ เครื่องวัดความดันโลหิต และ เครื่องเจาะน้ำตาลในเลือดพร้อมแถบตรวจ ณ ห้องประชุม รพ.สต.แม่เจดีย์ โดยมี รพ.สต. ในสังกัด อบจ.เชียงรายเข้ารับมอบ 3 แห่ง ได้แก่
การรับมอบมีคณะผู้อำนวยการ รพ.สต. และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่ร่วมรับมอบ เพื่อยกระดับความพร้อมของหน่วยปฐมภูมิในการคัดกรอง เฝ้าระวัง และติดตามกลุ่มเสี่ยง NCDs ในระดับชุมชน (ข้อมูลตามที่ผู้ใช้จัดเตรียม)
ในเชิงข่าว นี่ไม่ใช่เพียงการ “ให้เครื่องมือ” แต่เป็นการ “เพิ่มโอกาส” ให้บุคลากรด่านหน้า โดยเฉพาะ รพ.สต. และ อสม. ที่ทำงานใกล้ชิดกับคนกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่ไม่สะดวกเดินทาง
เพราะสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ “การไปโรงพยาบาล” อาจไม่ใช่เรื่องยากเฉพาะค่าเดินทาง แต่หมายถึงคนดูแลที่ต้องลางาน รถที่ต้องหา เวลาและแรงที่ต้องใช้ และความเสี่ยงจากการรอคิวนาน ทั้งหมดคือกำแพงที่ทำให้หลายคนเลื่อนการตรวจออกไปเรื่อยๆ จนโรคเดินนำหน้าไปไกล
ปฏิบัติการที่ 2 เชียงของ “กระเป๋าโฮงยาใกล้บ้าน” ไปถึง 4 ตำบล
ต่อเนื่องในวันอังคารที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่ อำเภอเชียงของ พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ. และเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข เพื่อมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์ในรูปแบบ “กระเป๋าโฮงยาใกล้บ้าน” ซึ่งประกอบด้วยเครื่องมือคัดกรองสำคัญ ได้แก่ เครื่องวัดความดันโลหิต และเครื่องเจาะน้ำตาลในเลือดพร้อมแถบตรวจ ให้แก่ รพ.สต. ในสังกัด อบจ.เชียงราย ครอบคลุม 4 ตำบล ได้แก่
โดยมี นายทวี ครึ่งธิ ผอ.รพ.สต.บ้านห้วยซ้อ พร้อมคณะผู้อำนวยการ รพ.สต. ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และ อสม. ร่วมให้การต้อนรับและร่วมรับมอบ (ข้อมูลตามที่ผู้ใช้จัดเตรียม)
หากเวียงป่าเป้าเป็นภาพของการเสริมกำลัง “ฐานบริการปฐมภูมิ” เชียงของคือภาพของการเน้น “เข้าถึงเป็นเครือข่าย” เพราะบริบทพื้นที่มีการกระจายตัวของชุมชน และความจำเป็นต้องพึ่งพา “ระบบส่งต่อและติดตาม” ที่ทำงานร่วมกันได้ระหว่าง รพ.สต.–อสม.–ผู้นำชุมชน
NCDs ในมุมของคนทำงาน ทำไม “เครื่องวัดความดัน” และ “เครื่องเจาะน้ำตาล” ถึงเป็นหัวใจ
สำหรับคนทั่วไป อุปกรณ์คัดกรองอาจดูเป็น “เครื่องมือพื้นฐาน” แต่สำหรับหน่วยปฐมภูมิ เครื่องมือสองประเภทนี้คือประตูด่านแรกของการคุมเกมโรคเรื้อรัง
จุดนี้เองที่คำว่า “จับให้เจอเร็ว” มีความหมายทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพซ่อนอยู่ การลงทุนกับการคัดกรองและป้องกัน มักใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการรักษาภาวะแทรกซ้อน และสำคัญที่สุดคือ ลดความสูญเสียของครัวเรือน ที่ต้องรับภาระดูแลผู้ป่วยระยะยาว
คำกล่าวจากพื้นที่ “อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ” กับความหมายของความเท่าเทียม
ในกิจกรรมที่เชียงของ นายก อบจ.เชียงรายได้สื่อสารทิศทางเชิงนโยบายว่า อบจ.ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย และการทำงานร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้บริการสุขภาพเข้าถึงประชาชนได้จริง โดยยึดแนวทาง “อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ” เป็นแกนการขับเคลื่อน (ตามถ้อยคำและสาระที่ผู้ใช้จัดเตรียม)
ในเชิงวาระสาธารณะ คำกล่าวลักษณะนี้กำลังชี้ให้เห็น “ความคาดหวังใหม่ของประชาชนต่อท้องถิ่น” กล่าวคือ ท้องถิ่นไม่ใช่เพียงผู้จัดบริการสาธารณะด้านกายภาพ แต่กำลังถูกคาดหวังให้เป็น “กลไกสุขภาวะ” ที่ลดความเหลื่อมล้ำได้จริง โดยเฉพาะในจังหวัดที่พื้นที่กว้าง ชุมชนกระจาย และสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากรายงานสถิติระดับจังหวัดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ชุดรายงานจังหวัดเชียงราย) สะท้อนบริบทโครงสร้างประชากรและสังคมที่ท้องถิ่นต้องรับมือมากขึ้น ทั้งด้านผู้สูงอายุและภาระการดูแลในครัวเรือน ซึ่งทำให้การขยับของ อบจ.เชียงรายในมิติ “สุขภาพใกล้บ้าน” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมครั้งคราว แต่เป็นการตอบโจทย์โครงสร้างระยะยาว
เวียงป่าเป้า–เชียงของ เลือกพื้นที่อย่างมีนัย ไม่ใช่ทำแบบหว่าน
สองพื้นที่ที่ถูกเน้นในข่าวครั้งนี้สะท้อน “ตรรกะเชิงระบบ” ที่ต่างกันแต่เสริมกัน
ในมุมของงานข่าวเชิงลึก นี่คือรายละเอียดที่ช่วยให้ผู้อ่านเห็นว่า นโยบายเดียวกันสามารถออกแบบ “วิธีทำงาน” ให้เหมาะกับพื้นที่ได้ ไม่ใช่ยกโมเดลเดียวไปใช้ทุกแห่งแบบไม่ดูบริบท
AI, เทคโนโลยี และ “คำถามที่ต้องตอบให้ได้” หากอยากให้ผลลัพธ์เกิดจริง
แม้ข่าวนี้เน้นการมอบอุปกรณ์ แต่ในยุคที่หลายหน่วยงานพูดถึงการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลในการดูแลสุขภาพ สิ่งที่สังคมต้องการเห็นควบคู่กัน คือ “ระบบหลังบ้าน” ที่ทำให้อุปกรณ์ทำงานเกิดผลต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำให้เกิดภาพข่าวเพียงวันเดียว
คำถามเชิงนโยบายที่ควรถูกวางไว้ในข่าวอย่างตรงไปตรงมา ได้แก่
การตั้งคำถามเหล่านี้ไม่ใช่การลดทอนความสำเร็จ แต่เป็นการ “ทำให้ความสำเร็จเดินต่อได้” และนี่คือหัวใจของงานข่าวเชิงนโยบายที่มุ่งประโยชน์สาธารณะ
เมื่อ “สุขภาพ” คือเศรษฐกิจของบ้าน และ “ปฐมภูมิ” คือเกราะของชุมชน
ในท้ายที่สุด ข่าวนี้ไม่ได้พูดถึงเครื่องมือแพทย์เท่านั้น แต่กำลังพูดถึง “ต้นทุนชีวิต” ของผู้คน
เพราะในโลกของ NCDs ความสูญเสียมักค่อยๆ สะสม ค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ของผู้ดูแล รายได้ที่หายไปจากการลางาน ภาระหนี้สินในครัวเรือน และความเครียดที่ก่อตัวจนกระทบทั้งสุขภาพกายและใจ
ในภาพใหญ่ WHO เคยเตือนว่าการรับมือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจำเป็นต้องอาศัยมาตรการที่ “ทำได้จริงในระดับประเทศและชุมชน” และหากไม่เร่งดำเนินการ ภาระจะยิ่งเพิ่มขึ้นทั้งด้านชีวิตและระบบเศรษฐกิจ
ดังนั้น การที่ อบจ.เชียงรายเลือกขับเคลื่อน “อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ” ด้วยการเสริมความพร้อม รพ.สต. และเครือข่าย อสม. จึงเป็นการเดินหมากที่สอดคล้องกับตรรกะสาธารณสุขร่วมสมัย ลดความเหลื่อมล้ำด้วยบริการใกล้บ้าน และลดป่วยหนักด้วยการคัดกรองให้เร็ว
ข่าวดีของวันนี้ กับ “งานหนักของพรุ่งนี้” ที่ต้องเดินต่อ
ภาพข่าวการมอบอุปกรณ์คัดกรองให้ รพ.สต. ในเวียงป่าเป้าและเชียงของ คือสัญญาณเชิงบวกของการยกระดับบริการปฐมภูมิ ทำให้คนเข้าถึงการตรวจได้ง่ายขึ้น ทำให้หน่วยด่านหน้าทำงานได้มั่นใจขึ้น และทำให้คำว่า “อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ” มีความหมายมากกว่าถ้อยคำบนป้าย
แต่หากต้องการให้ผลลัพธ์เกิดจริงตามเป้าหมาย “สกัด NCDs ถึงประตูบ้าน” ภารกิจถัดไปคือการทำให้ระบบเดินต่อเนื่อง ตั้งงบเวชภัณฑ์ให้พอ วางมาตรฐานเครื่องมือให้แม่น สร้างฐานข้อมูลให้ติดตามได้ และรายงานผลให้ประชาชนเห็นความเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรม
ในสนามนโยบายสุขภาพ ความสำเร็จไม่ใช่ “วันที่มอบของ” แต่คือ “วันที่จำนวนคนป่วยหนักลดลง” และถ้าการลงทุนวันนี้ทำให้ชาวเชียงรายวันพรุ่งนี้ “เจอโรคเร็ว รักษาเร็ว และอยู่กับครอบครัวได้นานขึ้น” นั่นจึงเป็นชัยชนะที่แท้จริงของนโยบายสุขภาพใกล้บ้าน
สถิติ/ข้อมูลชวนคิด
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
Copyright © 2023 by Nakorn Chiang Rai News Limited Partnership (L.P.). All Rights Reserved.