เชียงรายรุกเปิดทางผลไม้ไทยสู่จีน ดันด่านแม่สายเข้ากรอบพิธีสาร พร้อมจัดมหกรรมการค้าชายแดนเร่งดีลใหม่ กู้แรงส่งเศรษฐกิจปี 2569

เชียงราย,6 กุมภาพันธ์ 2569 – บนเส้นทางที่รถบรรทุกสินค้าต้องแข่งกับเวลา ความสดของผลไม้ และต้นทุนที่ไหลขึ้นทุกครั้งที่คอขวดเกิดซ้ำ จังหวัดเชียงรายกำลังขยับหมากสำคัญอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับบทบาท “ประตูการค้าลุ่มน้ำโขง” ให้จับต้องได้จริงมากขึ้นในปี 2569

ภาพที่เห็นชัดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ คือการเดินหน้าสองแนวรบคู่กัน แนวรบแรกคือการเร่งผลักดัน “ด่านแม่สาย” ให้ได้รับการพิจารณาในกรอบพิธีสารไทย–จีนที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สาม ซึ่งจะทำให้การขนส่งทางบกมีสถานะทางการและทำงานได้คล่องตัวกว่าเดิม แนวรบที่สองคือการใช้กิจกรรมเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ ด้วยการจัด “มหกรรมการค้าชายแดน ณ จังหวัดเชียงราย” ระหว่างวันที่ 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการเจรจาธุรกิจและหาตลาดทดแทนในช่วงที่การค้าชายแดนบางด้านยังเผชิญความไม่แน่นอน

ประเด็นไม่ใช่เพียงการจัดงานหรือการประชุมหนึ่งครั้ง หากเป็นการอ่านโจทย์เศรษฐกิจชายแดนจากตัวเลขทั้งประเทศ แล้วนำมาลงมือแก้ด้วยเครื่องมือที่จับต้องได้ในจังหวัด

แม่สายจากด่านชายแดนสู่จุดยุทธศาสตร์ผลไม้ไทย–จีน

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย มีการประชุมเพื่อพิจารณาความพร้อมการเพิ่มด่านแม่สายเป็นจุดนำเข้าและส่งออกผลไม้ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้กรอบที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งผ่านประเทศที่สาม โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธานร่วมกับผู้แทนสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สาระสำคัญของการหารืออยู่ที่การทำให้ “เส้นทาง” กลายเป็น “ระบบ” เพราะในโลกของการค้าผลไม้ ความได้เปรียบไม่ได้วัดกันที่ปลายทางเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันตั้งแต่ต้นทางในไร่ ไปจนถึงการตรวจรับ การกักกันโรค การควบคุมอุณหภูมิ การผ่านพิธีการ และเวลาที่สินค้าใช้บนถนน

ฝ่ายจังหวัดสะท้อนว่า สินค้าเกษตรไทยยังมีความต้องการสูงในตลาดจีน แต่ข้อจำกัดด้านเส้นทางคมนาคมและขั้นตอนพิธีการในบางจุดยังส่งผลต่อระยะเวลาและต้นทุน การทำให้ด่านแม่สายถูกยกระดับในกรอบพิธีสาร จึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกใหม่ของการขนส่งทางบกที่เร็วขึ้น ลดคอขวด และลดต้นทุนโลจิสติกส์ที่ผู้ส่งออกและเกษตรกรเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง

หากมองในเชิงเศรษฐศาสตร์การค้า การลดเวลาได้เพียงเล็กน้อยอาจแปลเป็นการลดต้นทุนรวมทั้งระบบ เพราะเวลาที่เสียหน้าแดนเท่ากับต้นทุนที่เพิ่มทั้งค่าขนส่ง ค่าพลังงาน ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้า และความไม่แน่นอนของกำหนดส่งมอบ ซึ่งทั้งหมดสะเทือนต่อราคาและอำนาจต่อรองของผู้ประกอบการไทยโดยตรง

มหกรรมการค้าชายแดน 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ วางเวทีดีลใหม่ให้เศรษฐกิจฐานราก

ในอีกด้าน กรมการค้าต่างประเทศประกาศจัด “มหกรรมการค้าชายแดน ณ จังหวัดเชียงราย” ระหว่าง 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2569 ใช้พื้นที่ฝูงบิน 416 และโรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย เป็นจุดจัดกิจกรรมหลัก เป้าหมายที่ประกาศคือเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย เชื่อมโยงการค้าเมียนมา ลาว และจีน และตอกย้ำบทบาทเชียงรายในฐานะศูนย์กลางการค้าอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน

รูปแบบกิจกรรมสะท้อนว่ารัฐต้องการ “ให้เกิดธุรกรรมจริง” ไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า ภายในงานจะมีบูธจำหน่ายสินค้ากว่า 200 คูหา เวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจ และการประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนและผ่านแดนของจังหวัด รวมถึงสัมมนาเชิงลึกหัวข้อ Winning the New Chinese Wave ที่ชูการเตรียมพร้อมผู้ประกอบการต่อคลื่นเศรษฐกิจจีนรอบใหม่ และการแข่งขันบนแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน

อีกมิติที่ถูกหยิบขึ้นมาคือการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด่านกัมพูชา ด้วยการดึงเข้ามาอยู่ในเวทีใหม่ เพื่อหาตลาดทดแทนและคู่ค้าใหม่ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ซึ่งสะท้อนแนวคิด “กระจายความเสี่ยง” ในทางปฏิบัติ

ตัวเลขทั้งประเทศชี้ชัด ปี 2568 ผ่านแดนโตแรงจนพยุงภาพรวม

แรงผลักดันของเชียงรายในปี 2569 ไม่ได้เกิดจากความคาดหวังลอย ๆ หากมีตัวเลขระดับประเทศเป็นฐานรองรับอย่างชัดเจน

ข้อมูลของกรมการค้าต่างประเทศระบุว่า ปี 2568 การค้าชายแดนและผ่านแดนรวมมีมูลค่า 1,937,629 ล้านบาท เพิ่มร้อยละ 6.71 เมื่อเทียบปีก่อน เป็นการส่งออก 1,063,104 ล้านบาท เพิ่มร้อยละ 1.39 และการนำเข้า 874,525 ล้านบาท เพิ่มร้อยละ 13.98 ไทยได้ดุลการค้า 188,579 ล้านบาท

แต่เมื่อเจาะลึกโครงสร้าง จะเห็นการเปลี่ยนศูนย์ถ่วงที่สำคัญ
การค้าชายแดนรวม 894,193 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 8.47 ส่งออกชายแดน 522,007 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 13.31 ขณะที่นำเข้าชายแดน 372,186 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.69
ในทางตรงข้าม การค้าผ่านแดนรวม 1,043,436 ล้านบาท โตถึงร้อยละ 24.39 ส่งออกผ่านแดน 541,097 ล้านบาท โต ร้อยละ 21.23 นำเข้าผ่านแดน 502,339 ล้านบาท โต ร้อยละ 27.99 และไทยได้ดุลผ่านแดน 38,757 ล้านบาท

ตัวเลขนี้บอกนัยสำคัญว่า แม้ “ชายแดน” ในความหมายการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านโดยตรงจะชะลอตัว แต่ “ผ่านแดน” ซึ่งเชื่อมไปประเทศที่สามกลับเร่งตัวแรง จนทำให้ภาพรวมทั้งระบบยังขยายตัว

เมื่อพิจารณาเฉพาะการผ่านแดนไปจีน มูลค่ารวมอยู่ที่ 608,165 ล้านบาท โต ร้อยละ 26.71 กลายเป็นตลาดผ่านแดนอันดับหนึ่งของไทย ขณะที่สิงคโปร์และเวียดนามตามมาในลำดับถัดไปตามข้อมูลชุดเดียวกัน

หากตีความแบบภาคสนาม นี่คือเหตุผลที่เชียงรายต้องเร่ง เพราะเมื่อแนวโน้มทั้งประเทศชี้ว่าการผ่านแดนไปจีนเป็น “แรงฉุดขึ้น” ของระบบ การทำให้ด่านและเส้นทางพร้อมจึงเท่ากับการยืนอยู่บนกระแสเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่การสวนกระแส

สัญญาณล่าสุดเดือนธันวาคม ชี้การผ่านแดนยังแรงแม้ส่งออกชายแดนสะดุด

ข้อมูลเดือนธันวาคม 2568 ยิ่งตอกย้ำภาพเดียวกัน ภาพรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนเดือนเดียวมีมูลค่า 162,064 ล้านบาท เพิ่ม ร้อยละ 7.76 แต่รายละเอียดสะท้อนความต่างของสองเครื่องยนต์

การค้าชายแดนเดือนธันวาคมอยู่ที่ 66,031 ล้านบาท ลด ร้อยละ 15.16 ส่งออกชายแดน 38,426 ล้านบาท ลด ร้อยละ 23.86 ขณะที่นำเข้าชายแดน 27,605 ล้านบาท เพิ่ม ร้อยละ 0.87
ส่วนการค้าผ่านแดนเดือนเดียวอยู่ที่ 96,033 ล้านบาท เพิ่ม ร้อยละ 32.36 ส่งออกผ่านแดน 42,750 ล้านบาท เพิ่ม ร้อยละ 6.66 และนำเข้าผ่านแดน 53,283 ล้านบาท เพิ่มสูงถึง ร้อยละ 64.07

สำหรับผู้ประกอบการ ตัวเลขแบบนี้แปลเป็นเรื่องเดียวกัน คือความเสี่ยงและโอกาสกำลังอยู่คนละทิศทาง ความเสี่ยงคือการพึ่งพาการค้าชายแดนบางด้านมากเกินไปในช่วงที่สถานการณ์ปิดเปิดหรือมาตรการฝั่งคู่ค้าเปลี่ยนได้รวดเร็ว โอกาสคือการต่อยอดผ่านแดนไปประเทศที่สามที่กำลังขยายตัว และต้องการเส้นทางที่ชัดเจน โปร่ง และมีมาตรฐาน

เชียงรายกับบทบาทศูนย์กลาง การค้าที่โตไม่พอถ้าโลจิสติกส์ยังติดขัด

ในชุดข้อมูลที่แนบมา มีการระบุว่าเชียงรายมีมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวมกว่า 100,000 ล้านบาทในปี 2568 และสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ทุเรียน มังคุด ลำไย และน้ำมันเชื้อเพลิง ภาพนี้สะท้อนบทบาท “ประตูการค้าสู่จีนตอนใต้และประเทศเพื่อนบ้าน” ที่เชียงรายพยายามยืนยันมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม การเป็นประตูไม่ได้หมายความว่าผ่านได้โดยอัตโนมัติ ประตูที่คนใช้จริงต้องเปิดได้ไว ปลอดภัย และมีกติกาที่คู่ค้ารับรู้ตรงกัน ยิ่งเมื่อผ่านแดนไปจีนโตแรง การผลักดันด่านแม่สายให้เข้าสู่กรอบพิธีสารที่เกี่ยวข้องกับผลไม้ จึงเป็นเหมือนการยกระดับ “ประตู” จากประตูท้องถิ่นให้กลายเป็นประตูมาตรฐานในระดับระหว่างประเทศ

ใครได้ประโยชน์จากการเร่งครั้งนี้ และใครต้องปรับตัว

คำถามที่ผู้อ่านเชิงลึกมักมองหา คือผลลัพธ์จะตกถึงใคร

หากด่านแม่สายถูกยกระดับจริง กลุ่มแรกที่มีโอกาสได้ประโยชน์คือเกษตรกรและผู้ส่งออกผลไม้ โดยเฉพาะภาคเหนือที่ต้องการเส้นทางบกที่ลดคอขวดและลดต้นทุน ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ห้องเย็น และธุรกิจบริการชายแดนย่อมได้รับแรงหนุนตามมา

แต่ในอีกด้าน การยกระดับเส้นทางย่อมมาพร้อมการแข่งขันที่เข้มขึ้น เพราะเมื่อระบบเร็วขึ้น ตลาดจะยิ่งคาดหวังความสม่ำเสมอของคุณภาพและกำหนดส่งมอบ ผู้ประกอบการรายเล็กจึงต้องเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานและเอกสารมากขึ้น รวมถึงการปรับตัวเข้าสู่ระบบแพลตฟอร์มและการค้าดิจิทัล ซึ่งถูกชูเป็นแกนในการสัมมนาภายในงานมหกรรมด้วย

นี่คือเหตุผลที่ “มหกรรมการค้าชายแดน” ไม่ควรถูกมองเป็นงานขายของ แต่ควรถูกมองเป็นเวทีปรับทักษะและสร้างดีลใหม่ในจังหวะที่โครงสร้างการค้ากำลังเปลี่ยน

ปลายทางของเรื่องนี้ คือเชียงรายจะใช้แรงส่งผ่านแดนพยุงเศรษฐกิจปี 2569 ได้แค่ไหน

เมื่อการค้าชายแดนทั้งประเทศปี 2568 หดตัว แต่ภาพรวมยังโตได้เพราะผ่านแดนพุ่งขึ้น การวางยุทธศาสตร์ปี 2569 ของเชียงรายจึงเหมือนการ “เลือกยืนบนเครื่องยนต์ที่กำลังเร่ง” มากกว่ายืนบนเครื่องยนต์ที่ยังสะดุด

โจทย์ที่ต้องจับตาหลังจากนี้มีอย่างน้อยสามข้อ
หนึ่ง ความคืบหน้าการผลักดันด่านแม่สายเข้าสู่กรอบพิธีสารที่เกี่ยวข้องกับผลไม้ และความพร้อมด้านมาตรฐานตรวจรับและโลจิสติกส์
สอง ผลลัพธ์เชิงธุรกรรมจากงานมหกรรมการค้าชายแดน ว่าจะเกิดคู่ค้าใหม่และคำสั่งซื้อจริงมากเพียงใด
สาม ความสามารถของผู้ประกอบการท้องถิ่นในการปรับตัวเข้าสู่การแข่งขันบนแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นสนามที่เร็วและเปลี่ยนกติกาได้ตลอด

ท่ามกลางตัวเลขการค้าผ่านแดนที่ทะลุ 1,043,436 ล้านบาทในปี 2568 และเติบโตถึง ร้อยละ 24.39 ภารกิจของเชียงรายจึงไม่ใช่แค่การ “ตามน้ำ” แต่คือการทำให้ระบบรองรับน้ำเชี่ยวได้จริง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สถิติสำคัญ

  • ปี 2568 การค้าชายแดนและผ่านแดนรวม 1,937,629 ล้านบาท เพิ่ม ร้อยละ 6.71 ส่งออก 1,063,104 ล้านบาท เพิ่ม ร้อยละ 1.39 นำเข้า 874,525 ล้านบาท เพิ่ม ร้อยละ 13.98 ไทยได้ดุล 188,579 ล้านบาท
  • ปี 2568 การค้าชายแดนรวม 894,193 ล้านบาท ลด ร้อยละ 8.47
  • ปี 2568 การค้าผ่านแดนรวม 1,043,436 ล้านบาท เพิ่ม ร้อยละ 24.39
  • ปี 2568 การผ่านแดนไปจีน 608,165 ล้านบาท เพิ่ม ร้อยละ 26.71
  • เดือนธันวาคม 2568 การค้าชายแดนและผ่านแดนรวม 162,064 ล้านบาท เพิ่ม ร้อยละ 7.76
  • เดือนธันวาคม 2568 การค้าผ่านแดน 96,033 ล้านบาท เพิ่ม ร้อยละ 32.36

หมายเหตุ ตัวเลขข้างต้นอ้างอิงจากอินโฟกราฟิกสรุปข้อมูลการค้าชายแดนและผ่านแดนของกรมการค้าต่างประเทศที่แนบมา

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME