กกต.เชียงรายสยบดราม่า #นับใหม่ทั้งประเทศ เปิดโกดังให้ตัวแทน ปชช. ตรวจสอบการเก็บหีบบัตรเขต 1

เชียงราย,10 กุมภาพันธ์ 2569 – ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย ไม่ได้มีเพียงความเงียบของงานเอกสาร หากแต่เต็มไปด้วยเสียงถามหาความชัดเจนจากประชาชนบางส่วนที่ทยอยรวมตัวกันเพื่อรับฟังคำชี้แจงต่อกระแสเรียกร้องให้ “นับคะแนนใหม่” ภายใต้แฮชแท็กที่แพร่กระจายกว้างในโลกออนไลน์ #นับใหม่ทั้งประเทศ

การรวมตัวครั้งนี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความวุ่นวาย หากเริ่มด้วยคำถามที่สะท้อนแกนกลางของประชาธิปไตยสมัยใหม่ ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งวัดได้ด้วยความสามารถในการตรวจสอบได้จริง และความรู้สึกว่าทุกเสียงถูกนับอย่างเป็นธรรม ผู้มารวมตัวหลายคนย้ำว่าเป้าหมายหลักคือ “ความชัดเจน” ไม่ใช่การเผชิญหน้า

ท่ามกลางสายตาของสื่อมวลชนในพื้นที่และประชาชนที่ติดตามเหตุการณ์ใกล้ชิด นายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดเชียงราย ลงมารับฟังและชี้แจงข้อสงสัย พร้อมจัดขั้นตอนให้มีการตรวจสอบจุดจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 เพื่อสร้างความเข้าใจต่อการดูแลรักษาหีบและเอกสารสำคัญตามที่ประชาชนร้องขอ

จุดเริ่มต้นของคำถาม เมื่อความคลาดเคลื่อนเล็ก ๆ กลายเป็นความกังวลใหญ่

ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ประชาชนกลุ่มหนึ่งเข้ามารวมตัวบริเวณหน้าสำนักงาน กกต.เชียงราย โดยมีคำถามที่ถูกหยิบยกขึ้นมาทั้งเรื่องขั้นตอนการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง บทบาทของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และมาตรฐานการตัดสินบัตรดีบัตรเสียที่ประชาชนบางส่วนมองว่า “ไม่สม่ำเสมอ” ระหว่างหน่วย

ในมุมของผู้ชุมนุม ประเด็นที่ถูกย้ำซ้ำมีลักษณะเป็นคำถามเชิงระบบมากกว่าคำถามรายบุคคล

  • หน่วยเลือกตั้งมีขั้นตอนและมาตรฐานเดียวกันจริงหรือไม่
  • ใครเป็นผู้มีอำนาจตอบข้อสงสัยเมื่อเกิดกรณีคัดค้านในหน่วย
  • เหตุใดการจัดพื้นที่สังเกตการณ์จึงถูกมองว่าอยู่ไกลจนทำให้มองรายละเอียดบัตรดีบัตรเสียไม่ชัด
  • เหตุใดจึงมีความรู้สึกว่าบัตรเสีย “สูงผิดปกติ” และเกณฑ์วินิจฉัยเป็นอย่างไร

ผู้เข้าร่วมบางรายยังสะท้อนความกังวลเรื่อง “ความปลอดภัยของผู้ร้องเรียน” โดยตั้งคำถามว่าหากมีข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อเสียงหรือความผิดปกติอื่น ๆ ผู้ให้ข้อมูลจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่ถูกคุกคามหรือถูกตอบโต้ในภายหลัง ประเด็นนี้กลายเป็นหัวใจสำคัญอีกด้านหนึ่งของการสนทนา เพราะสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนในช่วงหลังการเลือกตั้ง ว่าระบบรับเรื่องร้องเรียนให้ความคุ้มครองเชิงปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด

กกต.เชียงรายเปิดพื้นที่อธิบาย และตัดสินใจให้ตรวจโกดังเก็บหีบ

ภายใต้สถานการณ์ที่สายตาสาธารณะจับจ้อง นายชูชาติชี้แจงว่าการจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 ในโกดังด้านหลังสำนักงาน กกต.เชียงราย เป็นเพราะสถานที่จัดเก็บเดิมที่มักใช้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่รองรับ

เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับ “สภาพหีบและการปิดผนึก” กกต.เชียงรายอนุญาตให้ตัวแทนประชาชน 2 ราย เข้าไปตรวจสอบภายในพื้นที่จัดเก็บร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่สื่อมวลชนและผู้สังเกตการณ์ส่วนใหญ่เฝ้าติดตามอยู่ด้านนอกตามเงื่อนไขการรักษาความปลอดภัยของสถานที่ราชการ

ภายหลังการตรวจสอบ ตัวแทนประชาชนให้ข้อมูลต่อหน้าสื่อว่าเห็นการจัดเก็บในระดับที่ทำให้ “สบายใจขึ้น” และการรวมตัวค่อย ๆ คลี่คลายลงจนยุติในเวลาประมาณ 17.00 น. ภาพรวมเป็นไปอย่างสงบ ไม่มีเหตุความรุนแรง และสะท้อนความพยายามของทั้งสองฝ่ายที่จะประคองสถานการณ์ให้อยู่ในกรอบกฎหมายและความเรียบร้อย

เส้นแบ่งระหว่างความรู้สึกกับข้อพิสูจน์ เมื่อ “บัตรเสีย” ถูกยกเป็นโจทย์ใหญ่

แม้การตรวจสภาพโกดังเก็บหีบจะทำให้ความกังวลเฉพาะหน้าเบาบางลง แต่ประเด็นที่ยังคงค้างอยู่ในบทสนทนาคือ “บัตรเสีย” และ “มาตรฐานการวินิจฉัย” ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะเชื่อมโยงทั้งพฤติกรรมผู้ใช้สิทธิ ความชัดเจนของบัตรและคู่มือการลงคะแนน ตลอดจนดุลพินิจของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในการตัดสินว่าบัตรใดใช้ได้หรือเป็นบัตรเสีย

ในวงสนทนา มีการพูดถึงตัวเลขบัตรเสียหลายชุด รวมถึงการกล่าวอ้างว่าบัตรเสียอาจอยู่ในระดับสูงมาก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวในชุดข้อมูลนี้ยังไม่ปรากฏเป็นเอกสารผลการประกาศทางการ จึงต้องทำความเข้าใจว่า “ตัวเลขที่ถูกพูดถึง” ในพื้นที่ยังเป็นข้อกังวลของประชาชน ไม่ใช่ข้อสรุปที่ผ่านการรับรอง

จุดสำคัญคือ หากสังคมต้องการคำตอบที่หนักแน่น บัตรเสียต้องถูกพูดถึงบนฐานข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ เช่น รายงานผลรายหน่วย เอกสารสรุปการลงคะแนน และรายงานเหตุการณ์หรือการคัดค้านในหน่วยที่บันทึกไว้ตามระเบียบ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นฐานให้ กกต.ใช้พิจารณาว่าจะมีเหตุให้ตรวจสอบเพิ่มเติมเพียงใด

คำชี้แจงจากส่วนกลาง เมื่อข้อเรียกร้อง “นับใหม่” ต้องผ่านเงื่อนไขกฎหมาย

ในวันเดียวกัน มีการแถลงข่าวที่ศูนย์การเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติ โดยรองเลขาธิการ กกต.ให้กรอบอธิบายต่อสาธารณะถึงหลักการและกระบวนการเกี่ยวกับการร้องขอนับคะแนนใหม่ การตรวจสอบข้อเท็จจริง และเงื่อนไขที่ทำให้เกิดคำสั่งนับใหม่หรือเลือกตั้งใหม่ได้ โดยย้ำแกนหลักว่า

  • การนับคะแนนและการประกาศผลรายหน่วยต้องเปิดเผยและตรวจสอบได้
  • การจะสั่งนับคะแนนใหม่ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน ไม่ใช่ความรู้สึกหรือกระแส
  • อำนาจการสั่งนับใหม่เป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามกรอบกฎหมาย มิใช่คำสั่งเฉพาะหน้าจากเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการหรือผู้แทนที่ลงพื้นที่

สาระสำคัญอีกด้านหนึ่งคือ การอธิบายขั้นตอนหลังปิดหีบที่ประชาชนจำนวนมากอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะในช่วงที่มีการรวบรวมหีบและการเตรียมเก็บรักษา ซึ่งในบางพื้นที่อาจถูกมองว่าเป็น “ช่วงสุ่มเสี่ยง” หากประชาชนไม่ได้เห็นขั้นตอนเต็มภาพ การสื่อสารเชิงกระบวนการจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการลดความขัดแย้ง

ช่องทางร้องเรียนซื้อเสียง ความกลัวการถูกตอบโต้ และโจทย์ความปลอดภัยของผู้ให้ข้อมูล

อีกส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่ปรากฏชัดในเนื้อหาคือ บทสนทนาเรื่องการร้องเรียนการซื้อเสียงและการทุจริตเลือกตั้ง ผู้เข้าร่วมบางรายสะท้อนว่า “ทุกคนรู้” แต่ไม่กล้าแจ้ง เพราะกังวลความปลอดภัยและความลับอาจรั่วไหล หรืออาจถูกดำเนินคดีกลับ

ฝั่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงในภาพรวมว่า กกต.มีกระบวนการรับเรื่องและการคุ้มครองข้อมูลผู้ร้องเรียน โดยย้ำความเป็นความลับของกระบวนการ และให้ความมั่นใจว่าเมื่อมีหลักฐานเพียงพอ การดำเนินการจะเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งยังมีการย้ำความเข้าใจเรื่องโทษตามกฎหมายในกรณีเจ้าพนักงานหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งกระทำผิด รวมถึงการดำเนินคดีต่อผู้ให้และผู้รับในกรณีซื้อเสียง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้มีมิติซับซ้อน เพราะความเชื่อมั่นของผู้ร้องไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “คำยืนยัน” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมในทางปฏิบัติ ความเร็วในการติดตามคดี ความชัดเจนของการคุ้มครองพยาน และการสื่อสารที่ทำให้ผู้ร้องรู้สึกว่าไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง

ความโปร่งใสที่ประชาชนเห็นด้วยตา กับความโปร่งใสที่ต้องพิสูจน์ด้วยเอกสาร

การตัดสินใจให้ตัวแทนประชาชนตรวจโกดังเก็บหีบ เป็นภาพสัญลักษณ์ที่สำคัญ เพราะเป็นการนำ “ความโปร่งใสที่จับต้องได้” มาเชื่อมกับ “ความโปร่งใสเชิงระบบ” แต่ในอีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์นี้สะท้อนข้อจำกัดที่ต้องยอมรับว่า แม้เห็นสภาพการปิดผนึกและการจัดเก็บ แต่ก็ไม่ได้ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับ “การตัดสินบัตรดีบัตรเสีย” หรือ “ความคลาดเคลื่อนของตัวเลขระหว่างรายงานไม่เป็นทางการกับรายงานทางการ” ซึ่งต้องอาศัยเอกสารรายหน่วยและกระบวนการตรวจทานเป็นหลัก

รองเลขาธิการ กกต.ชี้แจงในเชิงหลักการว่า รายงานผลบางชุดที่เผยแพร่เร็วเพื่อให้ประชาชนติดตาม อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ และต้องรอผลประกาศที่ผ่านการตรวจสอบครบถ้วน ซึ่งเป็นผลทางการตามขั้นตอนของ กกต.

ในภาษาชาวบ้าน นี่คือความต่างระหว่าง “ข้อมูลเร็ว” กับ “ข้อมูลจริงที่ลงนามรับรอง” และเมื่อสังคมกำลังตื่นตัว ความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยก็สามารถลุกลามเป็นข้อกังวลใหญ่ได้ หากไม่มีการสื่อสารที่อธิบายขั้นตอนและกำหนดเวลาชัดเจน

บทเรียนที่โผล่ขึ้นจากคำถามเรื่องระยะสังเกตการณ์

หนึ่งในข้อสงสัยที่ถูกย้ำในพื้นที่คือ ระยะห่างในการสังเกตการณ์การนับคะแนน ผู้มารวมตัวบางส่วนสะท้อนว่าระยะที่ถูกจัดไว้ทำให้มองไม่เห็นรายละเอียดบนบัตรอย่างชัดเจน จึงเกิดข้อกังวลว่าอาจตรวจสอบการวินิจฉัยบัตรดีบัตรเสียได้ไม่เต็มที่

ในเชิงมาตรฐานกระบวนการ ความชัดเจนในหน่วยไม่ใช่เพียงเรื่อง “เปิดเผย” แต่เป็นเรื่อง “เปิดเผยอย่างที่ตรวจสอบได้จริง” เพราะหากประชาชนมองไม่เห็น ก็เท่ากับการตรวจสอบถูกลดทอนเหลือเพียงการรับฟัง ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อความเชื่อมั่นในสถานการณ์ที่สังคมมีความระแวงสูง

แนวคิดที่ถูกหยิบยกในวงสนทนาบางช่วง เช่น การแสดงรายชื่อกรรมการประจำหน่วยให้ชัด การปรับวิธีนำเสนอผลให้สังเกตได้ง่ายขึ้น หรือการใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มความโปร่งใส เป็นข้อเสนอเชิงระบบที่สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากการบังคับให้เชื่อ แต่เกิดจากการออกแบบระบบให้สงสัยได้ยาก

ภาพรวมสถานการณ์ไทย เมื่อการร้องเรียนกลายเป็นปรากฏการณ์ร่วมของหลายจังหวัด

การรวมตัวที่เชียงรายเกิดขึ้นพร้อมกับกระแสจากหลายพื้นที่ที่ตั้งคำถามต่อกระบวนการเลือกตั้งและการนับคะแนนในบางกรณี โดยมีการสื่อสารจาก กกต.ส่วนกลางว่ามีเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก และการตรวจสอบต้องอยู่บนฐานพยานหลักฐาน รวมถึงมีกรอบเวลาที่ต้องเร่งรัดในบางพื้นที่เพื่อคลี่คลายความเข้าใจคลาดเคลื่อนและลดความตึงเครียด

สำหรับเชียงราย เหตุการณ์วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 จึงไม่ใช่เพียงการรวมตัวหน้าสำนักงาน กกต. แต่เป็นภาพสะท้อนความเปราะบางของ “ศรัทธาหลังคูหา” ที่กำลังท้าทายทุกฝ่ายว่า จะพาสังคมเดินต่อด้วยหลักฐานและกฎหมายได้อย่างไร โดยไม่ปล่อยให้ความไม่ไว้ใจนำหน้าข้อเท็จจริง

เสียงของประชาชนที่อยากรู้ ไม่ใช่เสียงของฝ่ายตรงข้าม

ในช่วงท้ายของเหตุการณ์ มีการสัมภาษณ์ตัวแทนผู้มายื่นหนังสือ ซึ่งระบุข้อกังวลเป็นประเด็น ๆ เช่น ความไม่สอดคล้องของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์กับจำนวนบัตรที่ถูกนับรวม การวินิจฉัยบัตรเสียที่ถูกมองว่าสูงผิดปกติ และข้อกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมผิดปกติในบางหน่วย รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อเสียงในพื้นที่บางจุด

สาระสำคัญของเสียงสะท้อนชุดนี้คือ ความต้องการให้กระบวนการตรวจสอบเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม มีช่องทางติดตามได้ และมีหลักประกันว่าการร้องเรียนจะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายผู้ร้องเอง

ในทางกลับกัน ฝั่งเจ้าหน้าที่เน้นกรอบว่าการตรวจสอบต้องเดินตามขั้นตอน การยื่นคำร้องต้องมีรายละเอียดเพียงพอ และการสั่งการที่กระทบผลการเลือกตั้งต้องใช้เหตุและผลตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองความเป็นธรรมของทุกฝ่าย รวมถึงฝ่ายที่ถูกกล่าวหา

เฉพาะหน้า กับคำถามที่ยังรอคำตอบระยะยาว

เหตุการณ์ที่เชียงรายคลี่คลายลงได้ในวันเดียว เพราะมี “กลไกความโปร่งใสเฉพาะหน้า” คือการเปิดให้ตัวแทนประชาชนตรวจสอบสภาพการจัดเก็บหีบบัตรเขต 1 และมีการสื่อสารโดยตรงจากผู้บริหารสำนักงาน กกต.จังหวัดต่อหน้าประชาชน

แต่คำถามระยะยาวยังคงอยู่ และเป็นคำถามที่ไม่ควรปล่อยให้กลายเป็นสงครามข้อมูล

  • จะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงเอกสารรายหน่วยได้สะดวกขึ้นและรวดเร็วขึ้น
  • จะทำอย่างไรให้การสื่อสารเรื่องข้อมูลไม่เป็นทางการไม่สร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน
  • จะทำอย่างไรให้ผู้ร้องเรียนมีความมั่นใจด้านความปลอดภัยและความลับอย่างเป็นรูปธรรม
  • จะทำอย่างไรให้มาตรฐานการวินิจฉัยบัตรดีบัตรเสียเข้าใจง่าย สื่อสารได้ และลดความแตกต่างในการปฏิบัติ

คำตอบของคำถามเหล่านี้ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง แต่เป็นโจทย์ร่วมของระบบเลือกตั้ง สื่อมวลชน และสังคมพลเมือง หากฝ่ายรัฐให้ข้อมูลครบถ้วนและเร็วพอ หากสื่อรายงานด้วยความระมัดระวังไม่ขยายความคลาดเคลื่อน และหากประชาชนใช้สิทธิ์ตรวจสอบด้วยหลักฐานมากกว่าความรู้สึก ความตึงเครียดก็จะลดลงได้โดยไม่ต้องแลกกับความแตกแยก

บทสรุป

เหตุการณ์วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงาน กกต.เชียงราย แสดงให้เห็นทั้งพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนและความท้าทายของการจัดการเลือกตั้งในยุคที่ข้อมูลไหลเร็วกว่าเอกสารทางการ ความสงบเรียบร้อยที่จบลงในเวลาประมาณ 17.00 น. อาจเป็นสัญญาณบวกว่าทุกฝ่ายยังยึดกติกาเป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณเตือนว่าความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่ต้องสร้างซ้ำทุกครั้ง ด้วยความโปร่งใสที่ประชาชนตรวจสอบได้จริง

สถิติและข้อมูลประกอบที่ปรากฏในข้อมูลและคำชี้แจง

  • เวลาการรวมตัวและคลี่คลายของเหตุการณ์ในเชียงราย ประมาณ 15.00 น. ถึงราว 17.00 น. ตามรายงานในพื้นที่ที่ผู้ใช้ให้มา
  • การอนุญาตให้ตัวแทนประชาชน 2 ราย ตรวจสอบสถานที่จัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งเขต 1 ตามคำชี้แจงของสำนักงาน กกต.เชียงรายในข้อมูลที่ได้รับ
  • กกต.ส่วนกลางสื่อสารว่า การตรวจสอบและการสั่งนับคะแนนใหม่ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและกรอบกฎหมาย และมีการกล่าวถึงจำนวนเรื่องร้องเรียนระดับร้อยเรื่องในห้วงเวลาเดียวกัน ซึ่งปรากฏในคำแถลงและการรายงานข่าว
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย
  • เขียนโดย : กันณพงศ์ ก.บัวเกษร
  • เรียบเรียงโดย : มนรัตน์ ก.บัวเกษร
  • ภาพ : กีรติ ชุติชัย 
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME