ผู้สูงอายุ 114 คนต่อ 1 เตียง! วิกฤตสุขภาพจิต-เตียงตึงตัวในเชียงราย เร่งใช้ Universal Design และธนาคารเวลาแก้ปัญหา

[Sassy_Social_Share]

เชียงรายเผชิญสังคมสูงวัยบนสมรภูมิใหม่ ภาคเหนือ “เปราะบางสุด” ด้านสุขภาพผู้สูงอายุ ระบบเตียง–จิตเวชตึงตัว แข่งกับเวลาออกแบบเมืองที่ไม่ทิ้งคนแก่ไว้ข้างหลัง

เชียงราย, 16 ธันวาคม 2568 – ในขณะที่โลกทั้งใบกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “หนึ่งในห้าของประชากรโลกอายุเกิน 65 ปี” ตามการคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ภายในปี 2593 ประเทศไทยเองก็ไม่ได้อยู่ไกลจากภาพนั้นมากนัก ตรงกันข้าม ไทยถูกจัดว่าเป็น “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” ไปแล้วอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา จากตัวเลขผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 14 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ

เบื้องหลังตัวเลขระดับชาติที่ดูเป็น “ภาพใหญ่ของประเทศ” หากซูมลงมาที่ภาคเหนือ และลึกลงมาที่เชียงราย เมืองชายแดนที่กำลังผลักดันตัวเองสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะพบภาพอีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ “ความเปราะบางของผู้สูงอายุ” ที่กำลังก่อตัวและรอวันปะทุ หากทุกภาคส่วนไม่เร่งปรับตัวทันการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรในครั้งนี้

สังคมสูงวัย จากนิยามระดับโลกสู่โจทย์ใหญ่ของประเทศไทย

องค์การสหประชาชาติให้นิยาม “ผู้สูงอายุ” ว่าคือประชากรทั้งเพศชายและหญิงที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป และจัดระดับ “สังคมผู้สูงอายุ” ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  1. การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) – เมื่อประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 10 ของทั้งประเทศ หรืออายุ 65 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 7
  2. สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) – เมื่อประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มเป็นร้อยละ 20 หรือประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปเพิ่มเป็นร้อยละ 14
  3. สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) – เมื่อประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ

ปัจจุบัน ประเทศไทยอยู่ในขั้น “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” แล้วเรียบร้อย โดยในปี 2567 มีผู้สูงอายุ 14,027,411 คน คิดเป็น 20% ของประชากรทั้งประเทศ และยังมีแนวโน้มจะเพิ่มเป็นราว 28% ภายในปี 2578 นั่นหมายความว่า “เกือบหนึ่งในสามของคนไทยจะเป็นผู้สูงอายุ” ในเวลาไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า

คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “คนแก่จะมีมากขึ้นเท่าไร” แต่คือ “ผู้สูงอายุเหล่านี้อยู่ที่ไหน สุขภาพเป็นอย่างไร มีรายได้พอหรือไม่ และบ้านที่อยู่ปลอดภัยแค่ไหน” ข้อมูลที่ Rocket Media Lab ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวบรวมและวิเคราะห์ในระดับจังหวัดทั่วประเทศ จึงกลายเป็น “สัญญาณเตือนเชิงพื้นที่” ที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการวางนโยบายท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดปลายทางอย่างเชียงราย

ภาคเหนือ แชมป์เปราะบาง “สุขภาพกาย–สุขภาพจิต” ผู้สูงอายุ

จากการวิเคราะห์ข้อมูลระดับจังหวัดทั้งด้านโรคไม่ติดต่อ (NCDs) และทรัพยากรสาธารณสุข พบว่า ภาคเหนือคือภาคที่ผู้สูงอายุมี “ความเปราะบางด้านสุขภาพกาย” สูงที่สุดของประเทศ เมื่อผูกรวมทั้งภาระโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ รวมถึงศักยภาพของระบบบริการ ทั้งจำนวนอายุรแพทย์ พยาบาล และเตียง

ตัวเลขที่สะท้อนสถานการณ์ได้ชัดคือ

ในด้านสุขภาพจิต ภาคเหนือก็ยังเป็นภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางสูงที่สุดเช่นกัน โดย

เมื่อนำสองมิตินี้มารวมกัน ภาคเหนือจึงถูกจัดให้เป็นภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางด้านสุขภาพ “ทั้งกายและจิต” สูงที่สุดของประเทศ โดยมีหลายจังหวัดในภาคเหนือ เช่น แพร่ พะเยา ลำปาง สุโขทัย และกำแพงเพชร ติดอันดับจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรสูง และเผชิญทั้งภาระโรค NCDs สูงและทรัพยากรสาธารณสุขตึงตัว

เชียงราย เมืองชายแดนที่ผู้สูงอายุเกินร้อยคนต้องแบ่งกันใช้เตียงหนึ่งเตียง

แม้ชื่อ “เชียงราย” จะไม่ได้ปรากฏในอันดับหนึ่งของจังหวัดเปราะบางด้านสุขภาพกายเหมือนกำแพงเพชร หรือด้านสุขภาพจิตเหมือนแพร่ แต่ข้อมูลเชิงโครงสร้างกลับสะท้อนสัญญาณเตือนชัดเจนว่า จังหวัดชายแดนแห่งนี้กำลังอยู่ในจุดเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

จากข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุขปี 2567 ของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้สูงอายุกับจำนวนเตียงโรงพยาบาล พบว่า

ในทางปฏิบัติ หมายความว่า หากเกิดสถานการณ์โรคระบาดรอบใหม่ หรือมีภาระโรคเรื้อรังสะสมมากขึ้น ผู้สูงอายุเชียงรายจำนวนมากอาจต้องรอเตียงนานขึ้น หรือจำเป็นต้องเดินทางออกนอกจังหวัดเพื่อรับการรักษาในบางกรณี โดยเฉพาะผู้สูงอายุในอำเภอห่างไกลที่ต้องเดินทางเป็นชั่วโมงกว่าจะถึงโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลทั่วไป

ยิ่งไปกว่านั้น ในมิติสุขภาพจิต ข้อมูลด้าน “เตียงจิตเวชสำหรับผู้สูงอายุ” ชี้ให้เห็นว่าจังหวัดเชียงรายอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่มีผู้สูงอายุเฉลี่ย เกือบ 30,000 คนต่อเตียงผู้ป่วยจิตเวช 1 เตียง ซึ่งเป็นหนึ่งในสัดส่วนที่สูงที่สุดของประเทศ สะท้อนให้เห็น “ช่องว่างขนาดใหญ่” ระหว่างความต้องการดูแลด้านสุขภาพจิตของผู้สูงวัย กับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในระบบ

เมื่อเชื่อมกับตัวเลขระดับประเทศที่ระบุว่า ไทยมีแพทย์จิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุเฉพาะทางเพียง 8 คน กระจุกตัวในกรุงเทพฯ ราชบุรี และนครราชสีมา จังหวัดชายแดนภาคเหนืออย่างเชียงรายจึงแทบไม่มีโอกาสเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนี้โดยตรง จำเป็นต้องพึ่งพาแพทย์จิตเวชทั่วไป พยาบาล และเครือข่ายชุมชนเป็นหลัก

ตัวเลข “ต่ำ” ที่ชวนตั้งคำถาม ทำไมเชียงรายมีผู้สูงอายุที่ “ต้องการผู้ดูแล” เพียง 2.06%?

ท่ามกลางตัวเลขเตียงที่ตึงตัว ทั้งด้านกายและจิต อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าคิดคือ ข้อมูลจากการสำรวจประชากรสูงอายุระดับจังหวัดปี 2567 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งพบว่า

ตัวเลขนี้อาจตีความได้สองทาง

  1. เชียงรายอาจมีโครงสร้างครอบครัวและชุมชนที่ยังแข็งแรง ญาติพี่น้องช่วยดูแลกันเอง ผู้สูงอายุจำนวนมากยังช่วยตัวเองได้ในระดับหนึ่ง
  2. หรืออีกด้านหนึ่ง อาจสะท้อนปัญหา “การประเมินและการเข้าถึงระบบคัดกรอง” ที่ยังไม่ทั่วถึง ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยอาจมีข้อจำกัดในการเดิน เห็น หรือทำกิจวัตรประจำวัน แต่ยังไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ “ต้องการผู้ดูแล” ในเชิงระบบ

สำหรับเชียงราย ซึ่งมีทั้งพื้นที่ภูเขา ชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง และบ้านเรือนที่อยู่ห่างจากหน่วยบริการ การสำรวจและคัดกรองผู้สูงอายุให้ครอบคลุมจึงไม่ใช่เรื่องง่าย นี่คือโจทย์ท้องถิ่นที่ต้องอาศัยทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานสาธารณสุข และเครือข่ายภาคประชาสังคมลงพื้นที่ร่วมกันอย่างจริงจัง

เศรษฐกิจและรายได้ เมื่อผู้สูงอายุภาคเหนือ (รวมเชียงราย) มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปีมากที่สุดในประเทศ

แม้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจของผู้สูงอายุจะไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงถึงเชียงราย แต่หากมองในระดับภาค ภาคเหนือซึ่งรวมเชียงรายอยู่ด้วย กลับเป็นภาคที่ผู้สูงอายุมีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปีสูงที่สุดของประเทศ

จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2567 พบว่า

หากเชื่อมตัวเลขเหล่านี้กับโครงสร้างเศรษฐกิจของเชียงราย ซึ่งมีผู้สูงอายุจำนวนมากอยู่ในภาคเกษตรและแรงงานรับจ้างทั่วไป รายได้ที่ไม่แน่นอน และการออมที่จำกัด ย่อมทำให้ผู้สูงวัยจำนวนไม่น้อยเสี่ยงต่อการ “แก่ตัวไปพร้อมหนี้และรายได้ไม่พอเลี้ยงชีวิต”

แม้จะมีระบบบำนาญและเบี้ยยังชีพ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600–1,000 บาทต่อเดือน หรือบำนาญจากประกันสังคมที่มีผู้ได้รับเพียงราว 7–8% ของผู้สูงอายุทั้งหมด แต่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพจริงในจังหวัดท่องเที่ยวชายแดนที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายได้เหล่านี้แทบไม่เพียงพอ หากไม่มีรายได้เสริมจากการทำงานต่อ หรือการอุดหนุนจากลูกหลาน

บ้านที่ไม่พร้อม เมืองที่ยังไม่ทัน ความท้าทายด้านที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุเชียงราย

ระดับประเทศ ข้อมูลชี้ชัดว่า ผู้สูงอายุไทยกว่า 92.89% อาศัยอยู่ในบ้านที่ “ไม่เหมาะสม” กับสภาพร่างกายและความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นพื้นต่างระดับ บันไดชัน ห้องน้ำลื่น หรือการขาดราวจับและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ทำให้ในช่วง 6 เดือนก่อนการสำรวจ มีผู้สูงอายุหกล้มนับ เกือบ 800,000 คน ทั่วประเทศ โดยมากกว่า 80% ของการหกล้มเกิดขึ้น “ในบ้านของตนเอง”

แม้เชียงรายจะไม่ใช่จังหวัดที่มีสัดส่วนบ้านผู้สูงอายุไม่เหมาะสมสูงที่สุด แต่การเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อเตียงสูง และต้องดูแลผู้สูงอายุจำนวนมากในพื้นที่ชนบทและชุมชนบนดอย ยิ่งทำให้ “บ้านที่ไม่ปลอดภัย” กลายเป็นความเสี่ยงสำคัญ เพราะทุกครั้งที่ผู้สูงอายุหกล้ม กระดูกสะโพกหัก หรือบาดเจ็บรุนแรง ระบบโรงพยาบาลและเตียงที่มีอยู่จำกัดจะต้องรับภาระเพิ่มทันที

ในมุมกลับกัน ข้อมูลด้านโครงการปรับสภาพบ้านผู้สูงอายุโดยหน่วยงานรัฐกลับสะท้อนว่า หลายจังหวัด รวมถึงบางจังหวัดในภาคเหนือ ได้รับการปรับปรุงบ้านของผู้สูงอายุน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด นั่นหมายความว่า “ช่องว่างระหว่างปัญหาและการตอบสนองเชิงนโยบาย” ยังมีอยู่มาก และเชียงรายในฐานะจังหวัดใหญ่ของภาคเหนือ จำเป็นต้องเร่งวางระบบการปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

จากข้อมูลสู่การลงมือ บทบาทของ สสส. และโมเดลที่เชียงรายสามารถนำมาปรับใช้

ภายใต้วิกฤตสังคมสูงวัยที่กำลังก่อตัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้พัฒนาโครงการและกลไกต้นแบบหลายด้าน ซึ่งแม้ยังไม่ปูพรมครอบคลุมทุกจังหวัด แต่ก็เป็น “แบบเรียนสำคัญ” ที่เชียงรายสามารถนำมาปรับใช้ในระดับพื้นที่ได้ เช่น

  1. โครงการ “สูงวัยให้พร้อม ต้องเตรียมก่อน 40”
    เน้นสร้างความตระหนักให้คนทำงานเริ่มดูแลสุขภาพกาย–ใจ และวางแผนการเงินก่อนอายุ 40 ปี เพื่อลดภาระโรค NCDs และปัญหาเศรษฐกิจยามชรา
  2. โครงการ ‘เดินดีไปด้วยกัน’
    พัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันกระดูกหักจากการหกล้มในผู้สูงอายุ โดยใช้โมเดล “น่านโมเดล” และขยายผลไป 11 จังหวัด พบว่าอัตราการล้มใหม่–ล้มซ้ำลดลง 10% และผู้สูงอายุ 70% ในพื้นที่นำร่องได้รับการประเมินความเสี่ยง
  3. หลักสูตร “สูงวัยรู้ทันสื่อ” และอาสาสูงวัยเฝ้าระวังสื่อ
    ทำงานใน 10 พื้นที่นำร่อง เช่น พะเยา เลย กระบี่ ตรัง และพื้นที่เมืองบางส่วน เพื่อให้ผู้สูงอายุแยกแยะข่าวปลอม รู้เท่าทันมิจฉาชีพในโลกออนไลน์ ทักษะนี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุในเชียงรายที่ใช้โซเชียลมีเดียติดต่อครอบครัวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ
  4. ชมรมผู้สูงอายุเข้มแข็ง และ “ธนาคารเวลา”
    ใช้กลไกชุมชน–ชมรมผู้สูงอายุ เป็นศูนย์กลางดูแลกันเอง ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทดลองใช้แนวคิด “ธนาคารเวลา” ให้คนในชุมชนช่วยดูแลผู้สูงอายุแล้วสะสมชั่วโมง เพื่อแลกกลับเมื่อถึงเวลาที่ตนเองหรือครอบครัวต้องการความช่วยเหลือ
  5. การสนับสนุน Universal Design และเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ
    ผ่านศูนย์การออกแบบเพื่อทุกคน (UDC) ในมหาวิทยาลัย 16 แห่ง โครงการขยายขนส่งมวลชนที่เข้าถึงได้ และการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลในหลายจังหวัด

แม้บางโครงการจะยังไม่ลงลึกถึงเชียงรายโดยตรง แต่ในฐานะจังหวัดที่กำลังพัฒนาตนเองเป็นเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางโลจิสติกส์ การนำหลักคิดจากโครงการเหล่านี้มาปรับใช้ ทั้งในระดับเทศบาล อบจ. อบต. และภาคเอกชน จะช่วยให้การเตรียมความพร้อมรับมือสังคมสูงวัยมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น

เชียงรายและภาคเหนือจะเดินอย่างไรในสังคมสูงวัยที่เปราะบางที่สุดด้านสุขภาพ

เมื่อรวบรวมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น

ภาพรวมชัดเจนว่า “เชียงรายและภาคเหนือไม่ได้มีเวลาเหลือมากนัก” ในการปรับตัวรับสังคมสูงวัย

แนวทางเชิงระบบที่ควรถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจัง อาทิ

  1. เสริมกำลังระบบสาธารณสุขระดับจังหวัดและอำเภอ
    • เพิ่มสัดส่วนเตียงและบุคลากรที่มีทักษะดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ
    • พัฒนาคลินิก NCDs และคลินิกผู้สูงอายุให้ครอบคลุมทุกอำเภอ
    • สนับสนุน telemedicine สำหรับหมู่บ้านห่างไกลในเชียงราย
  2. ลงทุนในสุขภาพจิตผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ
    • ขยายบริการปรึกษาทางจิตวิทยาและกิจกรรมกลุ่มในโรงพยาบาลชุมชน
    • เชื่อมโยงกับเครือข่ายวัด อสม. และผู้นำชุมชน เพื่อสังเกตสัญญาณซึมเศร้าและความเครียดในผู้สูงวัย
  3. ลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจ
    • พัฒนางานและอาชีพเสริมที่เหมาะกับผู้สูงอายุ เช่น งานชุมชน งานท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม งานฝีมือ
    • ส่งเสริมระบบออมสมัครใจในระดับตำบล และโครงการ “ธนาคารเวลา” แบบต้นแบบของ สสส.
  4. เร่งยกระดับที่อยู่อาศัยให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ
    • ตั้งเป้าปรับสภาพบ้านผู้สูงอายุในเชียงรายอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยร่วมมือกับวิชาชีพช่างในพื้นที่และมหาวิทยาลัย
    • บูรณาการกับการพัฒนาเมือง เช่น ทางเท้า, ทางลาด, ขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ผู้สูงอายุเดินทางได้อย่างปลอดภัย

ท้ายที่สุด การเป็น “เมืองที่พร้อมรับสังคมสูงวัย” ไม่ได้วัดที่จำนวนเตียงหรือจำนวนโครงการที่ถูกเขียนไว้ในแผนเท่านั้น แต่สะท้อนผ่านคำถามง่าย ๆ ว่า

เมื่อผู้สูงอายุคนหนึ่งในเชียงรายล้มป่วย เขาจะเข้าถึงหมอ เตียง และการดูแลได้เร็วแค่ไหน
เมื่อผู้สูงอายุคนหนึ่งเครียด ซึมเศร้า หรือถูกหลอกผ่านสื่อออนไลน์ เขาจะมีใครให้พึ่งพา
และเมื่อผู้สูงอายุคนหนึ่งต้องใช้ชีวิตในบ้านของตัวเองไปจนวันสุดท้าย บ้านหลังนั้น “ปลอดภัยและเป็นมิตร” แค่ไหน

คำตอบเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดว่า เชียงรายและภาคเหนือ จะก้าวพ้นจากคำว่า “พื้นที่เปราะบางที่สุดด้านสุขภาพผู้สูงอายุ” ไปสู่การเป็น “พื้นที่ต้นแบบที่ไม่ทิ้งผู้สูงอายุไว้ข้างหลัง” ได้จริงหรือไม่

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

[Sassy_Social_Share]
 NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

MOST POPULAR
FOLLOW ME


Facebook


Youtube


Tiktok


X-twitter


Weibo


Instagram


Line

EDITORIAL

December 5, 2025


ศิลปะปลุกจิตสำนึก! “Crooked River” สะท้อนวิกฤตแม่น้ำกกที่กำลังถูกปีศาจสารพิษที่มองไม่เห็นหลอกหลอน




November 26, 2025


เหนือจรดใต้ ศาสนาพหุวัฒนธรรมเชียงรายผนึกกำลังส่งน้ำใจช่วยน้ำท่วมสงขลา




November 23, 2025


กลยุทธ์ ASV เปลี่ยน อ.พาน จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองแนะนำ” ก่อนเคาท์ดาวน์พะเยา




November 16, 2025


DINK คู่รักยุคใหม่ รายได้สูง การศึกษาสูง ส่งผลต่อตลาดอสังหาฯ และโครงสร้างประชากรโลก




November 11, 2025


เร็วกว่าแผน ≠ ดีพอ จี้รัฐบาลแก้ปัญหาฝุ่น-ไฟส่องสว่างหน้า รร.เทศบาล 6 ที่เกิดซ้ำซาก




November 4, 2025


เด็ก 8 ขวบ “โฟกัส” คว้าแชมป์สตรีทแดนซ์ประเทศไทย นำทีมเชียงรายบุก UDO WORLD 2026




November 1, 2025


1,406 กม. ข้ามจังหวัด เจ้าของฟาร์มสเตย์ระนอง พาทีม 50 คนเที่ยวเชียงราย กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง




October 17, 2025


เปิดไทม์ไลน์ “ผู้ว่าฯ สั้นที่สุด?” 14 วันที่เชียงราย กับบทบาทที่ทิ้งไว้ให้เมืองชายแดนเหนือ




October 14, 2025


ถอดบทเรียน “แม่ข่า-โอตารุ” สู่การสร้าง “ถนนศิลปิน” ริมคลองเกาะทองอย่างยั่งยืน




October 14, 2025


ผู้ว่าฯ เชียงราย ประหยัด สมานมิตร วาระสั้นสุด 4 เดือน 20 วัน



NEWS UPDATE