Athita The Hidden Court เชียงแสน ผงาดคว้า Thailand Good Travel หนุนบูทีคโฮเทลไทยสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน กระจายรายได้ชุมชนและอนุรักษ์เมืองมรดกอย่างสมดุล

เชียงราย,16 กุมภาพันธ์ 2569 – เชียงแสนไม่ใช่เพียงเมืองเก่าที่เก็บความทรงจำไว้ในกำแพงอิฐและคูเมือง หากแต่เป็น “เมืองมรดกมีชีวิต” ที่กำลังตอบคำถามใหญ่ของการท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ว่า จะเติบโตได้อย่างไรโดยไม่ทิ้งร่องรอยบาดแผลต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ในวันที่การแข่งขันด้านประสบการณ์การพักผ่อนเข้มข้นขึ้น นักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่ได้มองหาแค่ที่พักสวยหรือภาพถ่ายเช็กอิน แต่เริ่มมองหา “ความรับผิดชอบ” ที่จับต้องได้ ตั้งแต่วิธีจัดการพลังงานและขยะ ไปจนถึงการเคารพอัตลักษณ์ท้องถิ่นและการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม

บนฉากหลังของโจทย์นี้ โรงแรม Athita The Hidden Court Chiang Saen Boutique Hotel ในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้รับแรงส่งสำคัญเมื่อเข้ารับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน Thailand Good Travel ภายใต้โครงการ Thailand Green Plan 2030 ซึ่งจัดโดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี และมีหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

มาตรฐาน Thailand Good Travel ถูกวางบทบาทให้เป็นกลไกสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ พร้อมผลักดันผู้ประกอบการไทยให้พัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และทำให้ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่คำสวยหรูบนแผ่นพับ แต่เป็นระบบบริหารจัดการที่ตรวจสอบได้และเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ต่อคนในพื้นที่

ภาพรวมพิธีมอบตราสัญลักษณ์ Thailand Good Travel และความหมายเชิงนโยบาย

พิธีมอบตราสัญลักษณ์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน Thailand Green Plan 2030 เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในภาพรวมของประเทศ โดยมีการมอบตราสัญลักษณ์แก่แหล่งท่องเที่ยวและผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การประเมินรวม 39 แห่ง ครอบคลุมหลายกลุ่ม ตั้งแต่มาตรฐานที่พักขนาดเล็ก Small Good Stay จำนวน 12 แห่ง มาตรฐานชุมชนท่องเที่ยว Thailand Good Travel CBT จำนวน 15 แห่ง รวมถึงกลุ่มอื่นในห่วงโซ่อุปทานท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตาคือคณะกรรมการได้ประกาศรายชื่อผู้ประกอบการจำนวน 30 แห่ง ที่ถูกคัดเลือกเพื่อเตรียมส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีระดับสากล ได้แก่ Green Destinations Top 100 Stories และ Good Travel Stories Competition สะท้อนแนวทางที่ไม่เพียงยกระดับภายในประเทศ แต่ต้องการยกระดับการเล่าเรื่องและมาตรฐานไทยให้เป็นที่ยอมรับในสายตานานาชาติ

ในถ้อยแถลงระหว่างพิธี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ เน้นย้ำว่า การมอบตราสัญลักษณ์ Thailand Good Travel เป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่น พร้อมผลักดันให้ผู้ประกอบการพัฒนามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ซึ่งถูกชี้ว่าเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวในอนาคต

Athita The Hidden Court จากงานดีไซน์สู่ระบบบริหารจัดการที่ยั่งยืน

ชื่อของ Athita The Hidden Court ถูกกล่าวถึงในฐานะบูทีคโฮเทลที่ “สวยแบบมีเหตุผล” และ “นิ่งแบบเคารพพื้นที่” จุดเด่นคือการออกแบบที่ยึดโยงกับบริบทเชียงแสน เลือกใช้วัสดุท้องถิ่นและสนับสนุนช่างฝีมือในพื้นที่ เพื่อให้สถาปัตยกรรมไม่กลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ทับซ้อนเมืองเก่า แต่ทำหน้าที่เหมือนฉากที่เปิดพื้นที่ให้เรื่องเล่าของเชียงแสนได้ถูกฟังอย่างตั้งใจ ในงานสื่อสายบ้านและการออกแบบ มีการอธิบายแนวทางของโครงการที่พักลักษณะนี้ว่าให้ความสำคัญกับพื้นที่ว่าง ลานคอร์ต และองค์ประกอบที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สงบและมีอัตลักษณ์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตราสัญลักษณ์ Thailand Good Travel “เพิ่มน้ำหนัก” ให้กับภาพลักษณ์ของโรงแรม ไม่ได้หยุดอยู่ที่สุนทรียภาพด้านการออกแบบ แต่เป็นการรับรองแนวทางบริหารจัดการที่สอดคล้องกับหลักการท่องเที่ยวยั่งยืน ซึ่งตามแนวคิดมาตรฐานสากลอย่าง GSTC จะพิจารณามิติหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมต่อชุมชน การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อเชื่อมโยงกรอบคิดดังกล่าวเข้ากับพื้นที่เชียงแสน ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การเติบโตของการท่องเที่ยวจะไม่ทำให้ “เมืองมรดก” กลายเป็นสินค้าแช่แข็งที่ขายได้เฉพาะเปลือก แต่ต้องรักษาจิตวิญญาณของชุมชนและทำให้คนท้องถิ่นได้รับประโยชน์จริง ทั้งในรูปของการจ้างงาน การใช้วัตถุดิบท้องถิ่น การจ้างช่างฝีมือ และการเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่

เสียงจากผู้บริหาร สุนทรียภาพต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ

ผู้บริหารโรงแรม Athita The Hidden Court ที่สะท้อน “แกนคิด” ของการทำธุรกิจโรงแรมในเมืองมรดก โดยสรุปใจความว่า โรงแรมตั้งใจให้เป็นพื้นที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ของเชียงแสน รางวัลด้านดีไซน์เป็นการยืนยันสุนทรียภาพ แต่ตราสัญลักษณ์ Thailand Good Travel เป็นการพิสูจน์ความสวยงามในระดับโครงสร้างการบริหารจัดการ ทั้งการดูแลพนักงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม พร้อมย้ำความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชียงรายให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ในมุมของภาครัฐ คำกล่าวของปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในพิธีชี้ให้เห็นว่า Thailand Good Travel จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการพัฒนามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำจุดยืนของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่เติบโตควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน พร้อมแนวทางขยายผลโครงการสู่ทุกภูมิภาค และผลักดันต้นแบบไทยสู่เวทีนานาชาติ

 ทำไมมาตรฐานนี้จึงสำคัญต่อเชียงรายและเชียงแสน

เชียงรายกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องการ “คุณภาพการท่องเที่ยว” มากพอ ๆ กับ “ปริมาณนักท่องเที่ยว” เพราะเมื่อตลาดโลกผันผวน เมืองท่องเที่ยวที่ยืนระยะได้มักเป็นเมืองที่มีความสามารถในการบริหารจัดการผลกระทบ ไม่ใช่เพียงเมืองที่ขายวิวสวย

ข้อมูลภาพใหญ่ของภาคท่องเที่ยวไทยในช่วงก่อนหน้านี้สะท้อนความไม่แน่นอน ข้อมูลกระทรวงการท่องเที่ยวของไทยระบุว่าในปี 2025 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสะสมในหลายช่วงเวลาลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีการปรับคาดการณ์ทั้งปีลง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการท่องเที่ยวไทยจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มมูลค่าต่อหัวมากขึ้น ไม่ใช่พึ่งพาปริมาณเพียงอย่างเดียว

ในบริบทเชียงแสน การมีที่พักที่ผ่านมาตรฐานความยั่งยืนระดับชาติช่วยทำหน้าที่อย่างน้อยสามด้าน

ด้านแรก คือการเพิ่มความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงและเคารพกติกาพื้นที่

ด้านที่สอง คือการยกระดับผู้ประกอบการรายอื่นในพื้นที่ผ่านการแข่งขันเชิงคุณภาพ เมื่อมีตัวอย่างที่จับต้องได้ ผู้ประกอบการรายย่อยจะเห็นภาพว่าความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่ทำได้เป็นขั้นตอน ตั้งแต่การจัดการขยะ ลดพลาสติก จัดซื้อจัดจ้างในท้องถิ่น ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่รบกวนวิถีชีวิตชุมชน

ด้านที่สาม คือการเชื่อมเชียงแสนเข้าสู่เครือข่ายการเล่าเรื่องระดับประเทศและนานาชาติ ตามแนวทางที่คณะกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบการไทยเพื่อส่งเข้าประกวดในเวทีสากล ซึ่งหากเชียงแสนมีเรื่องเล่าที่แข็งแรง เมืองจะได้ประโยชน์ทั้งด้านภาพลักษณ์และรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น

จากบูทีคโฮเทลสู่ Smart Heritage City เมื่อเมืองเก่าต้องฉลาดด้วยระบบ ไม่ใช่ฉลาดด้วยคำโฆษณา

คำว่า Smart Heritage City มักถูกพูดถึงในหลายพื้นที่ของโลก แต่แก่นแท้ไม่ใช่การติดตั้งเทคโนโลยีให้ดูทันสมัย หากคือการบริหารจัดการเมืองมรดกด้วยข้อมูล ระบบ และความร่วมมือ เพื่อให้เมือง “อยู่ได้” ทั้งสำหรับคนท้องถิ่นและผู้มาเยือน

การที่โรงแรมในเชียงแสนได้รับตราสัญลักษณ์ความยั่งยืน จึงไม่ควรถูกมองเป็นข่าวดีเฉพาะธุรกิจโรงแรม แต่เป็นสัญญาณต่อระบบเมืองท่องเที่ยวทั้งหมด ตั้งแต่การคมนาคม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการหัตถกรรม ไปจนถึงผู้ให้บริการทัวร์ เพราะมาตรฐานความยั่งยืนมักดึงให้เกิดการปรับตัวเป็นลูกโซ่ เช่น โรงแรมต้องการวัตถุดิบที่มีแหล่งที่มาชัดเจน ร้านค้าในชุมชนต้องยกระดับบรรจุภัณฑ์และการจัดการขยะ การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ต้องมีแนวปฏิบัติที่เคารพชุมชนและไม่สร้างภาระต่อโบราณสถาน

เมื่อเชื่อมกับกรอบ GSTC ที่เน้นทั้งการจัดการที่ยั่งยืน ผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ มิติทางวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เมืองมรดกอย่างเชียงแสนจึงมี “แผนที่นำทาง” ที่ชัดขึ้นว่า การเติบโตควรเกิดพร้อมกับการปกป้องสิ่งที่เป็นรากของเมือง

จุดที่ประชาชนและชุมชนได้ประโยชน์จริง อยู่ตรงไหน

มาตรฐานความยั่งยืนจะมีความหมายก็ต่อเมื่อชุมชนรู้สึกได้ถึงผลลัพธ์ในชีวิตประจำวัน ประเด็นที่ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่มักให้ความสำคัญมีตั้งแต่การจ้างงานท้องถิ่น การเพิ่มช่องทางรายได้ให้ผู้ผลิตรายย่อย ไปจนถึงการรักษาพื้นที่สาธารณะและทรัพยากรธรรมชาติ

ในกรณีโรงแรมบูทีคที่เน้นอัตลักษณ์ท้องถิ่น ประโยชน์ที่เกิดกับชุมชนมักอยู่ในรูปของการจ้างงานที่ใช้ทักษะบริการ การซื้อวัตถุดิบจากท้องถิ่น การจ้างช่างฝีมือและผู้ผลิตงานหัตถกรรม การสร้างดีมานด์สินค้าและประสบการณ์ในพื้นที่ เช่น เวิร์กช็อป งานคราฟต์ เส้นทางเดินเมืองเก่า และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้

สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นรายละเอียด แต่เมื่อรวมกันเป็นระบบ จะช่วยทำให้รายได้ท่องเที่ยว “ไม่ไหลออก” ไปอยู่เฉพาะส่วนกลางหรือผู้ประกอบการรายใหญ่ หากกระจายสู่ห่วงโซ่เศรษฐกิจฐานรากของเชียงแสนมากขึ้น ซึ่งสอดรับกับทิศทางที่ภาครัฐพยายามผลักดันให้มาตรฐานเป็นเครื่องมือหนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างสมดุล

ก้าวต่อไปของ Athita และโจทย์ร่วมของเชียงแสน

การได้ตราสัญลักษณ์ Thailand Good Travel เป็นเหมือน “จุดเริ่มต้นของภารกิจระยะยาว” มากกว่าปลายทาง เพราะความยั่งยืนเป็นงานที่ต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ ในทางปฏิบัติ ความท้าทายหลังได้รับมาตรฐานมักอยู่ที่การรักษาวินัยของระบบ เช่น การติดตามผลด้านพลังงาน น้ำ ขยะ การยกระดับทักษะพนักงาน การทำงานกับชุมชนอย่างเคารพ และการสื่อสารอย่างโปร่งใส

สำหรับเชียงแสน โจทย์ร่วมคือการทำให้เมืองเก่ามี “สมดุล” ระหว่างความสงบที่เป็นเสน่ห์ กับการรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น หากความสำเร็จของโรงแรมช่วยดึงผู้มาเยือนมากขึ้น เมืองต้องเตรียมพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การจัดระเบียบการท่องเที่ยว และการดูแลโบราณสถาน เพื่อไม่ให้ความนิยมระยะสั้นกลายเป็นต้นทุนระยะยาว

ในอีกด้านหนึ่ง หากเชียงแสนทำได้ เมืองจะมีโอกาสสร้างชื่อในฐานะต้นแบบเมืองมรดกที่ใช้มาตรฐานความยั่งยืนเป็นเครื่องมือพัฒนา เฉกเช่นแนวทางที่ภาครัฐประกาศว่าจะผลักดันต้นแบบไทยสู่เวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ผู้อ่านนำไปใช้ได้ทันที

ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว
เลือกใช้บริการที่พักหรือผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานความยั่งยืน และให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่เคารพชุมชน เช่น ลดการใช้พลาสติก เคารพกติกาพื้นที่เมืองเก่า และสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นที่มีแหล่งที่มาชัดเจน

ผู้ประกอบการในเชียงราย
ใช้กรอบมาตรฐานความยั่งยืนเป็น “เช็กลิสต์” ปรับปรุงกิจการเป็นขั้นตอน เริ่มจากเรื่องที่ทำได้ทันที เช่น การจัดการขยะ การลดพลังงาน การจัดซื้อจากท้องถิ่น และการสื่อสารอัตลักษณ์อย่างไม่บิดเบือน

หน่วยงานท้องถิ่นและเครือข่ายเมืองมรดก
เตรียมระบบรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งการจัดการพื้นที่ การคมนาคม การดูแลโบราณสถาน และการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้ความนิยมของเมืองไม่กระทบคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • Thailand Good Travel ภายใต้ Thailand Green Plan 2030
  • กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • Global Sustainable Tourism Council
  • Reuters
  • สื่อสายการออกแบบและไลฟ์สไตล์ที่รายงานแนวคิดการออกแบบและบริบทของโครงการ Athita The Hidden Court เพื่อประกอบภาพรวมงานสถาปัตยกรรมและอัตลักษณ์พื้นที่
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME