AOT ขึ้นค่า PSC 390 บาท ตั้งแต่ เม.ย. 69 สนามบิน เชียงราย (CEI) จะ ดีขึ้นแค่ไหน?
AOT ขึ้นค่า PSC ดันไทยสู่ Aviation Hub เปิดมุมสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กับโจทย์ใหม่ “บริการต้องดีขึ้น แค่ไหน? ถึงจะคุ้ม 390 บาท”
เชียงราย, 5 ธันวาคม 2568 – การตัดสินใจของคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (Passenger Service Charge: PSC) จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน หรือเพิ่มขึ้น 390 บาท นับเป็นหนึ่งในมาตรการด้านโครงสร้างราคาที่ถูกจับตามองมากที่สุดของอุตสาหกรรมการบินไทยในรอบหลายปี
แม้ข่าวใหญ่จะถูกโฟกัสไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะ “หัวใจหลัก” ของแผนลงทุนมูลค่ากว่า 170,000 ล้านบาท แต่ในมุมของประชาชนและผู้ประกอบการในภูมิภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย คำถามสำคัญคือ – การปรับขึ้น PSC ครั้งนี้จะสะท้อนอย่างไรต่ออนาคตของ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (CEI) และเศรษฐกิจชายแดนในพื้นที่
บทความนี้จึงชวนผู้อ่านมอง “ภาพใหญ่ของประเทศ” ควบคู่กับ “ภาพใกล้ของเชียงราย” เพื่อทำความเข้าใจว่า 390 บาทที่เพิ่มขึ้นต่อหนึ่งที่นั่ง ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขในตั๋วเครื่องบิน แต่สัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การแข่งขันด้านการท่องเที่ยว และคุณภาพการเดินทางของประชาชนในระยะยาว
มติ กบร. ขยับ PSC ต่างประเทศ 390 บาท ระดมรายได้ปีละกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท
จากมติการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ครั้งที่ 3/2568 ซึ่งมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้ AOT ปรับขึ้นค่า PSC สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศในท่าอากาศยาน 6 แห่งในความรับผิดชอบของ AOT ได้แก่
- ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- ท่าอากาศยานดอนเมือง
- ท่าอากาศยานภูเก็ต
- ท่าอากาศยานเชียงใหม่
- ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
- ท่าอากาศยานหาดใหญ่
โดยอัตราใหม่มีรายละเอียดดังนี้
- อัตราเดิม: 730 บาทต่อผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ
- อัตราใหม่: 1,120 บาทต่อผู้โดยสาร
- ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น: 390 บาทต่อคน
- เส้นทางภายในประเทศ: ยังคงอัตราเดิมที่ 130 บาทต่อคน
จากการประเมินเบื้องต้น AOT คาดว่าการปรับขึ้น PSC จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มราว 13,650 ล้านบาทต่อปี เพื่อใช้รองรับแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสนามบิน โดยเฉพาะโครงการใหญ่ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาทิ
- การขยายส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออก (East Expansion) เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับผู้โดยสารเป็นราว 80 ล้านคนต่อปี
- แผนแม่บท “South Development” ซึ่งครอบคลุมการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) และรันเวย์เส้นที่ 4 รวมวงเงินลงทุนกว่า 170,000 ล้านบาท
ตามกรอบกฎหมาย รายได้จากค่า PSC จะถูกนำไปใช้เฉพาะเพื่อการพัฒนาท่าอากาศยานเท่านั้น ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ไม่สามารถนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการบริหารและพัฒนาสนามบินได้
อย่างไรก็ดี ก่อนการจัดเก็บอัตราใหม่ในเดือนเมษายน 2569 AOT ยังต้องจัดทำเอกสารชี้แจงต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และแจ้งประชาชนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 4 เดือน เพื่อให้ผู้โดยสารและสายการบินสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม
ด้านหนึ่ง “ลงทุนครั้งใหญ่” อีกด้านหนึ่ง “ตั๋วแพงขึ้น” – สมการที่สังคมต้องชั่งน้ำหนัก
ในมุมของรัฐ การปรับขึ้น PSC ถูกอธิบายว่าเป็น “กลไกจำเป็น” เพื่อรองรับต้นทุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความคาดหวังด้านมาตรฐานบริการและความปลอดภัยจากผู้โดยสารและสายการบินก็สูงขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้โดยสาร ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น 390 บาทในตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศต่อหนึ่งที่นั่ง ย่อมถูกตั้งคำถามว่า – เมื่อจ่ายมากขึ้นแล้ว สนามบินจะ “ดีขึ้นแค่ไหน” และ “เชียงรายจะได้อะไรกลับมา” นอกจากตัวเลขในงบลงทุนส่วนกลาง
คำถามนี้ยิ่งชัดเจนในพื้นที่ภูมิภาคที่ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและพัฒนาการบินระหว่างประเทศของตนเอง เช่น เชียงราย ที่กำลังพยายามยกระดับสนามบินแม่ฟ้าหลวงให้เป็นประตูสำคัญของการท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขงและภาคเหนือฝั่งตะวันออก
สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จากประตูท่องเที่ยวสู่ฟันเฟือง Aviation Hub
แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคของแผนลงทุนในแต่ละท่าอากาศยานจะยังอยู่ระหว่างการจัดสรรอย่างเป็นทางการ แต่ในกรอบใหญ่ AOT ระบุชัดว่า รายได้จาก PSC ที่เพิ่มขึ้นจะถูกใช้ “พัฒนาและยกระดับท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง” ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ ดันประเทศไทยสู่การเป็น Aviation Hub ของภูมิภาคเอเชีย
สำหรับท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (CEI) บทบาทของสนามบินไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นจุดรับ-ส่งผู้โดยสารในจังหวัดเท่านั้น หากยังเป็น “ประตูเชื่อม” สำหรับ
- นักท่องเที่ยวต่างชาติจากจีนตอนใต้ ลาว เมียนมา และประเทศในลุ่มน้ำโขง
- ชาวเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงที่ใช้สนามบินเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางระหว่างประเทศผ่านเส้นทางต่อเครื่อง
- การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม และชายแดน ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของเชียงราย
ในช่วงก่อนหน้านี้ มีการพูดถึงแนวทางการขยายศักยภาพของสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ให้รองรับผู้โดยสารระดับ 6–8 ล้านคนต่อปี ควบคู่กับการจัดระเบียบพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย หากรายได้จาก PSC ส่วนหนึ่งถูกนำมาใช้ต่อยอดโครงการเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม สนามบินเชียงรายจะมีโอกาสยกระดับบทบาทจาก “สนามบินปลายทาง” สู่การเป็น “จุดเชื่อมต่อ” สำคัญในโครงข่ายการบินภาคเหนือ
ในอีกด้านหนึ่ง การลงทุนที่เพิ่มขึ้นยังสัมพันธ์กับความสามารถในการดึงสายการบินใหม่ เส้นทางการบินตรงสู่เมืองหลักในภูมิภาค และการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำในฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งล้วนส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดและพื้นที่โดยรอบอย่างมีนัยสำคัญ
แรงกดดันใหม่ต่อผู้โดยสารระหว่างประเทศของเชียงราย
แม้โครงสร้างค่า PSC เป็นเพียงส่วนหนึ่งของราคาตั๋วเครื่องบินโดยรวม แต่เมื่อรวมกับต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าภาษีสนามบินประเทศปลายทาง และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ก็ทำให้การเดินทางทางอากาศอาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศจากสนามบินภูมิภาคอย่างเชียงรายที่มีเที่ยวบินตรงต่างประเทศยังไม่หนาแน่นเท่าสนามบินหลัก
ในมิติหนึ่ง ผู้โดยสาร “กลุ่มฐานกว้าง” ที่ต้องการตั๋วราคาประหยัดอาจหันไปใช้สนามบินอื่นที่มีทางเลือกมากกว่า หรือเลือกการเดินทางข้ามแดนผ่านด่านทางบก เช่น แม่สาย–ท่าขี้เหล็ก หรือด่านเชียงของ เพื่อลดต้นทุนการเดินทาง ในขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและกลุ่มธุรกิจอาจยังมองว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น “ยอมรับได้” หากบริการในสนามบินดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งด้านความสะดวก ความรวดเร็ว และความปลอดภัย
ดังนั้น สำหรับสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการ “รองรับ” มติเรื่อง PSC แต่คือการแปลงเม็ดเงินลงทุนให้กลับมาในรูปแบบของประสบการณ์ที่ผู้โดยสาร “รู้สึกได้” ว่าแตกต่างจากเดิม
เคลียร์ปม King Power ก่อนเดินหน้าแผนใหญ่
ในเวลาใกล้เคียงกัน คณะกรรมการ AOT ยังมีมติเห็นชอบแนวทางแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (Duty Free) กับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด (KPD) ในท่าอากาศยาน 5 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่
แม้สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่มีการแก้ไขสัญญาดิวตี้ฟรีในรอบนี้โดยตรง แต่การจัดระเบียบโครงสร้างรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสนามบิน เช่น ค่าผลประโยชน์ขั้นต่ำ (Minimum Guarantee) และส่วนแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) ก็มีผลต่อ “ภาพรวมการเงิน” ของ AOT ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้บริหารสนามบินเชียงรายโดยตรง
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ AOT ระบุชัดว่า บริษัทจะ “เรียกเก็บผลประโยชน์ในอัตราที่สูงสุด” โดยเปรียบเทียบระหว่างรายได้จากส่วนแบ่ง และรายได้ขั้นต่ำในทุกท่าอากาศยาน พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มปริมาณผู้โดยสารเพื่อให้ระดับการใช้สนามบินแตะเป้าหมายตามสัญญาให้เร็วที่สุด
เมื่อโครงสร้างรายได้ของ AOT ทั้งจาก PSC และธุรกิจดิวตี้ฟรี ถูกวางให้มีเสถียรภาพมากขึ้น สนามบินในภูมิภาคอย่างแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ย่อมมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการจัดสรรงบลงทุนอย่างต่อเนื่องมากกว่าช่วงที่องค์กรต้องแบกรับความไม่แน่นอนด้านรายได้
เสียงจากฝั่งนักวิเคราะห์ ข่าวดีในระยะยาว แต่ตลาดรับรู้ไปแล้ว
บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า รายได้ที่ AOT จะได้รับจากการเจรจาเรื่องดิวตี้ฟรีกับ King Power เฉลี่ยอยู่ที่ราว 6,000–7,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขที่เคยถูกคาดการณ์ในตลาดราว 8,000 ล้านบาทต่อปี จึงยังเป็นปัจจัยจำกัดต่อการประเมินมูลค่าหุ้นในมุมหนึ่ง
อย่างไรก็ดี การปรับขึ้น PSC อีก 390 บาทต่อคน ถือว่า “สูงกว่ากรณี Best Case” ที่นักวิเคราะห์บางส่วนเคยประเมินไว้ที่ราว 300 บาทต่อคน ทำให้มีผลเชิงบวกต่อมูลค่าพื้นฐานของหุ้น AOT เพิ่มขึ้นอีกราว 3–4 บาทต่อหุ้นในเชิงประมาณการ แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นล่วงหน้าก่อนหน้าข่าวอย่างมีนัยสำคัญแล้วก็ตาม
สำหรับประชาชนในฐานะ “ผู้ใช้บริการสนามบิน” มากกว่า “ผู้ลงทุนในตลาดทุน” ประเด็นสำคัญจึงอาจไม่ใช่ราคาหุ้น AOT แต่คือคำถามว่า – รายได้ที่เพิ่มขึ้นทั้งจากดิวตี้ฟรีและ PSC จะถูกแปลงเป็นบริการที่จับต้องได้อย่างไรในสนามบินที่ตนเองใช้งาน โดยเฉพาะสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ที่เป็นฐานหลักของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่หลงใหลธรรมชาติและวัฒนธรรมของเชียงราย
โอกาสและความท้าทายของสนามบินเชียงราย หลังเมษายน 2569
เมื่ออัตรา PSC ใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2569 สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จะต้องเผชิญทั้ง “โอกาส” และ “ความท้าทาย” ในเวลาเดียวกัน
โอกาส
- มีปัจจัยรองรับการขอจัดสรรงบลงทุนเพื่อปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ระบบรักษาความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการขยายตัวของผู้โดยสารสู่ระดับ 6–8 ล้านคนต่อปีในอนาคต
- มีศักยภาพในการดึงสายการบินระหว่างประเทศใหม่ ๆ เข้ามาเปิดเส้นทางตรง หากสามารถสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานสนามบินและศักยภาพการรองรับผู้โดยสาร
- เสริมภาพลักษณ์ของเชียงรายในฐานะ “จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพ” ที่เชื่อมต่อได้สะดวกทั้งจากกรุงเทพฯ เมืองหลักในประเทศ และเส้นทางระหว่างประเทศในอนาคต
ความท้าทาย
- ต้องบริหารภาพลักษณ์ไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่า “ค่าตั๋วสูงขึ้น แต่บริการยังเหมือนเดิม” โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านที่โครงการลงทุนยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
- ต้องวางแผนร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสายการบิน เพื่อให้ผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่กระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยจนเกินไป
- ต้องรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนา “บริการเชิงพาณิชย์” (เช่น ร้านค้า พื้นที่พาณิชย์) กับ “บริการสาธารณะพื้นฐาน” (เช่น พื้นที่นั่งรอ ห้องน้ำ ระบบขนส่งเชื่อมต่อสนามบิน–ตัวเมือง) เพื่อไม่ให้ภาพรวมกลายเป็นสนามบินที่ถูกมองว่าเน้นเชิงธุรกิจเกินไป
390 บาทที่มากกว่า “ค่าธรรมเนียม” แต่คือคำถามต่อคุณภาพระบบสาธารณสุขทางอากาศของประเทศ
การปรับขึ้นค่า PSC ครั้งนี้อาจถูกมองได้สองมุมพร้อมกัน –
- ในมุมหนึ่ง เป็น “ความจำเป็น” ทางการคลังและการลงทุน เพื่อไม่ให้สนามบินไทยหยุดนิ่งหรือด้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง
- แต่อีกมุมหนึ่ง ก็เป็น “เครื่องทดสอบความเชื่อมั่น” ของประชาชน ว่าเม็ดเงินที่จ่ายเพิ่มในทุกเที่ยวบิน จะถูกแปลงกลับมาเป็นประสบการณ์การเดินทางที่ดีขึ้น มั่นคงขึ้น และปลอดภัยขึ้นจริงเพียงใด
สำหรับสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย การเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลข 390 บาท แต่คือบททดสอบว่าเชียงรายจะก้าวขึ้นมาใช้ “โอกาสจากนโยบายส่วนกลาง” เพื่อยกระดับสนามบินให้เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้มากแค่ไหน
คำตอบสุดท้ายอาจไม่อยู่บนเวทีแถลงข่าว หากแต่อยู่ในสายตาของผู้โดยสารที่ก้าวผ่านประตูสนามบินเชียงรายทุกเที่ยวบิน ตั้งแต่เมษายน 2569 เป็นต้นไป
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- การประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ครั้งที่ 3/2568 – กระทรวงคมนาคม / คณะกรรมการการบินพลเรือน
- บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
FOLLOW ME
Facebook
Youtube
Tiktok
X-twitter
Weibo
Instagram
Line
EDITORIAL
November 26, 2025
เหนือจรดใต้ ศาสนาพหุวัฒนธรรมเชียงรายผนึกกำลังส่งน้ำใจช่วยน้ำท่วมสงขลา
November 23, 2025
กลยุทธ์ ASV เปลี่ยน อ.พาน จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองแนะนำ” ก่อนเคาท์ดาวน์พะเยา
November 16, 2025
DINK คู่รักยุคใหม่ รายได้สูง การศึกษาสูง ส่งผลต่อตลาดอสังหาฯ และโครงสร้างประชากรโลก
November 11, 2025
เร็วกว่าแผน ≠ ดีพอ จี้รัฐบาลแก้ปัญหาฝุ่น-ไฟส่องสว่างหน้า รร.เทศบาล 6 ที่เกิดซ้ำซาก
November 4, 2025
เด็ก 8 ขวบ “โฟกัส” คว้าแชมป์สตรีทแดนซ์ประเทศไทย นำทีมเชียงรายบุก UDO WORLD 2026
November 1, 2025
1,406 กม. ข้ามจังหวัด เจ้าของฟาร์มสเตย์ระนอง พาทีม 50 คนเที่ยวเชียงราย กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง
October 17, 2025
เปิดไทม์ไลน์ “ผู้ว่าฯ สั้นที่สุด?” 14 วันที่เชียงราย กับบทบาทที่ทิ้งไว้ให้เมืองชายแดนเหนือ
October 14, 2025
ถอดบทเรียน “แม่ข่า-โอตารุ” สู่การสร้าง “ถนนศิลปิน” ริมคลองเกาะทองอย่างยั่งยืน
October 14, 2025
ผู้ว่าฯ เชียงราย ประหยัด สมานมิตร วาระสั้นสุด 4 เดือน 20 วัน
October 2, 2025
กาแฟ-ศิลปะผสานพลัง! เชียงรายพลิกโฉมสู่ “เมืองศิลปะคาเฟ่” ไม่ต้องรอหน้าหนาว