Summary
  • ทุนจีนในร้านอาหารเชียงรายโตเฉลี่ย 31% ต่อปี กดดันผู้ประกอบการท้องถิ่น

  • เชียงรายต้องเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ไม่พึ่งพาเพียงรายได้จากการท่องเที่ยว

  • ปัญหาฝุ่น PM2.5 และพฤติกรรมผู้บริโภคสายสุขภาพกลายเป็นต้นทุนใหม่ที่เลี่ยงไม่ได้

  • ร้านกาแฟและ OTOP ต้องชูสตอรี่และอัตลักษณ์ท้องถิ่น (GI) ผ่านการไลฟ์สด

  • เมนูโลว์โซเดียมและอาหารปลอดภัยคือโอกาสใหม่ของเชียงรายในการดึงดูดลูกค้าคุณภาพ

ทุนจีน ร้านอาหารเชียงราย และโจทย์ดิจิทัลที่จังหวัดหลีกไม่พ้น

เชียงราย, 26 เมษายน 2569 – ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่าเศรษฐกิจเชียงรายมักผูกอยู่กับภาพเมืองท่องเที่ยว เมืองชายแดน เมืองกาแฟ และเมืองวัฒนธรรม แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2569 คำถามที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ปีนี้นักท่องเที่ยวจะมาเท่าไร หรือฤดูกาลท่องเที่ยวจะคึกคักแค่ไหน หากเป็นคำถามที่ตรงและแรงกว่านั้นว่า เชียงรายมีอะไรที่คนไม่ต้องมาถึงจังหวัดก็ยังซื้อได้ทุกวันหรือไม่ เพราะถ้าจังหวัดยังพึ่งรายได้จากการรอให้คนเดินทางมาถึงหน้าร้านอย่างเดียว เศรษฐกิจท้องถิ่นก็ย่อมเปราะบางกว่าที่ควรจะเป็นในยุคที่การซื้อขายบนหน้าจอมือถือกลายเป็นพฤติกรรมปกติของผู้บริโภคไทยไปแล้ว

เศรษฐกิจดิจิทัลไม่รอจังหวัดที่ปรับตัวช้า

ข้อมูลจาก ETDA ทำให้เห็นชัดว่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบันไปแล้ว มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 2566 อยู่ที่ 5.96 ล้านล้านบาท โดย B2C ครองสัดส่วนมากที่สุด และช่องทางขายที่นิยมยังเป็น e-Marketplace กับ Social Commerce อย่างเด่นชัด เมื่อหันมามองฝั่งการสื่อสารการตลาด MI GROUP ประเมินว่าปี 2569 เม็ดเงินโฆษณารวมจะอยู่ที่ 87,264 ล้านบาท และสื่อออนไลน์ยังเป็นพี่ใหญ่ของตลาดด้วยส่วนแบ่งประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ทีวีเหลือ 30 เปอร์เซ็นต์ และสื่อนอกบ้าน 25 เปอร์เซ็นต์ สองข้อมูลนี้วางอยู่บนข้อเท็จจริงเดียวกัน คือใครไม่อยู่ในโลกดิจิทัล ย่อมเสียโอกาสทั้งในสายตาผู้ซื้อและในสนามแข่งขันของธุรกิจ

สำหรับเชียงราย เรื่องนี้มีนัยพิเศษ เพราะจังหวัดมีทั้งวัตถุดิบทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และชื่อเสียงของสินค้าเกษตรที่แข็งแรงอยู่ก่อนแล้ว แต่สิ่งที่ยังขาด คือการรวมพลังของหน่วยงานและผู้ประกอบการเพื่อทำให้สินค้าเหล่านั้นกลายเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกวัน เหมือนกับที่บางจังหวัดในภาคเหนือเริ่มทำสำเร็จแล้ว ข้อมูลจากบทวิเคราะห์ Digital Commerce ระบุว่า ความสำเร็จของ OTOP ภาคเหนือบน TikTok Shop ไม่ได้เกิดจากการแค่นำของขึ้นแพลตฟอร์ม แต่เกิดจากการทำไลฟ์สด การเล่าเรื่อง และการใช้ชื่อจังหวัดเป็นตัวสร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ จังหวัดอย่างนครสวรรค์และลำปางจึงโดดเด่นขึ้นมาได้ในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม

คำถามสำคัญจึงย้อนกลับมาที่เชียงรายว่า จะปล่อยให้คำว่า “ของดีเชียงราย” อยู่แค่ในโบรชัวร์ท่องเที่ยวหรือจะผลักให้กลายเป็นสินค้าที่กดสั่งได้ทุกวัน เพราะในโลกวันนี้ ผู้ซื้อไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่าไปเที่ยวที่ไหนดีเสมอไป แต่เริ่มจากคำว่าอยากกินอะไร อยากได้ของดีจากที่ไหน แล้วกดสั่งทันที

ทุนจีนในเชียงรายไม่ใช่ข่าวไกลตัวอีกต่อไป

แรงกดอีกด้านที่ผู้ประกอบการเชียงรายมองข้ามไม่ได้ คือการขยายตัวของทุนจีนในธุรกิจร้านอาหารและพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน วิจัยกรุงศรีระบุว่า มูลค่าการลงทุนของนิติบุคคลจีนในหมวดภัตตาคารและร้านอาหารเพิ่มจาก 947.8 ล้านบาทในปี 2565 เป็น 2,143.4 ล้านบาทในปี 2568 หรือเติบโตเฉลี่ย 31.3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี จนกลายเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มีมูลค่าสูงสุดในหมวดนี้ เมื่อนำข้อมูลดังกล่าวมามองคู่กับเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย ภาพจะยิ่งชัดขึ้น เพราะข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ณ มีนาคม 2569 เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงรายมีนิติบุคคล 1,899 ราย เพิ่มขึ้น 5.56 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และแม่สายยังเป็นพื้นที่ที่มีนิติบุคคลมากที่สุด รองลงมาคือเชียงแสนและเชียงของ

ในทางทฤษฎี การเข้ามาของทุนใหม่อาจเป็นเรื่องดีต่อเศรษฐกิจพื้นที่ แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นกังวลคือการแข่งขันจะไม่อยู่บนฐานเท่ากัน ร้านอาหารเชียงรายจำนวนมากยังเป็นร้านครอบครัว ร้านชุมชน หรือธุรกิจขนาดเล็กที่เติบโตจากรสมือ เจ้าของร้าน และเครือข่ายลูกค้าเดิม ขณะที่ทุนใหม่จำนวนหนึ่งมาพร้อมระบบจัดซื้อ วัตถุดิบ เครือข่ายลูกค้า และศักยภาพในการรับความเสี่ยงด้านราคาได้มากกว่า ถ้าผู้ประกอบการเชียงรายยังใช้วิธีเดิม แข่งกันด้วยราคาหน้าร้านอย่างเดียว โอกาสเสียพื้นที่ให้ทุนใหญ่ย่อมมีมากขึ้น โดยเฉพาะทำเลในตัวเมืองหรือโซนที่รับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจีน

อย่างไรก็ตาม ความเร็วและทุนหนาไม่ได้ชนะทุกอย่างเสมอไป สิ่งที่ทุนภายนอกทำได้ยากกว่าคือการสร้าง “เสน่ห์เชียงราย” แบบแท้จริง ร้านอาหารพื้นเมือง ร้านกาแฟที่เล่าเรื่องดอย ร้านที่ผูกกับชุมชนชาติพันธุ์ หรือร้านที่ใช้วัตถุดิบบนพื้นที่สูงโดยตรง ยังมีแต้มต่อที่ลอกเลียนได้ยาก ถ้าร้านเหล่านี้รู้จักเล่าเรื่องผ่านดิจิทัลให้คนภายนอกเห็นคุณค่าก่อนเห็นราคา พวกเขายังมีโอกาสรักษาพื้นที่ของตัวเองได้

ร้านอาหารเชียงรายกำลังเจอแรงกดหลายชั้นพร้อมกัน

ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารไทยในรายงานวิจัยกรุงศรีสะท้อนว่า ปี 2568 ยังเป็นปีที่รายได้โตได้ แต่โตช้าลง รายได้รวมของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มขยายตัวเพียง 2.0 ถึง 3.0 เปอร์เซ็นต์ จาก 14.2 เปอร์เซ็นต์ในปี 2567 ขณะที่ผู้ประกอบการที่เลิกกิจการเพิ่มขึ้น 9.9 เปอร์เซ็นต์ และจำนวนผู้ประกอบการจดทะเบียนใหม่ก็หดตัวเป็นครั้งแรกหลังโควิด ในระยะ 2569 ถึง 2571 รายได้รวมของธุรกิจยังคาดว่าจะโตต่อได้เฉลี่ย 2.9 ถึง 3.9 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่ถูกบีบจากการแข่งขันด้านราคา ต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ค่าเช่า ค่าไฟ และค่าแรง

สำหรับเชียงราย แรงกดเหล่านี้ยิ่งชัดขึ้นเพราะมีปัจจัยเฉพาะพื้นที่เพิ่มเข้ามาอีกอย่างน้อยสามเรื่อง เรื่องแรกคือฤดูฝุ่น PM2.5 ที่กระทบพฤติกรรมคนออกจากบ้านอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เมื่อ 25 เมษายน 2569 ยังรายงานว่าในเขตเมืองเชียงรายและแม่สายมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอยู่ ร้านอาหารที่พึ่งพาพื้นที่กลางแจ้งหรือบรรยากาศ Outdoor จึงเสี่ยงต่อการเสียรายได้มากกว่าร้านปิดที่มีระบบกรองอากาศหรือปรับสภาพร้านรองรับวิกฤตนี้ได้

เรื่องที่สองคือกำลังซื้อที่อ่อนไหวต่อราคา ผู้บริโภคยุคนี้ไม่ตัดสินใจจากรสชาติอย่างเดียว แต่คิดถึงความคุ้มค่าและผลกระทบต่อสุขภาพมากขึ้น ร้านอาหารที่ยังยืนอยู่บนสูตรเดิมอย่างเดียวจึงยิ่งยากขึ้น ส่วนเรื่องที่สามคือการแข่งขันภายในตลาดกาแฟและคาเฟ่ที่เริ่มเข้าสู่ภาวะล้นตัวในบางทำเล ข้อมูลในไฟล์ผู้ใช้ชี้ประเด็นเรื่อง Oversupply ของร้านกาแฟเชียงรายอย่างชัดเจน เมื่อประกอบกับต้นทุนการทำร้านที่สูงขึ้น การเข้ามาเปิดคาเฟ่แบบไม่มีจุดต่างจึงยิ่งเสี่ยงมากกว่าเดิม

เมืองกาแฟของไทย จะรอดด้วยจำนวนร้านไม่ได้อีกแล้ว

เชียงรายมีชื่อเสียงในฐานะเมืองกาแฟไทยมานาน ทั้งดอยช้าง ดอยตุง และพื้นที่ปลูกกาแฟบนที่สูงหลายแห่งล้วนมีฐานแฟนคลับของตัวเอง แต่ชื่อเสียงเพียงอย่างเดียวไม่พอจะทำให้ร้านอยู่รอดในตลาดที่มีผู้เล่นจำนวนมากขึ้นทุกปี สิ่งที่รายงานในไฟล์ผู้ใช้ชวนคิดอย่างมากคือการชี้ว่าเชียงรายไม่ควรขายแค่กาแฟ แต่ควรขาย Origin ขายภูมิประเทศ ขายวิธีแปรรูป ขายรสชาติของระดับความสูง และขายประสบการณ์แบบ Gastronomy Tourism ควบคู่กันไป

นี่เป็นมุมคิดที่สำคัญ เพราะในยุคที่ผู้บริโภคเข้าถึงกาแฟดีได้จากหลายจังหวัด การแข่งขันของคาเฟ่เชียงรายจึงไม่ใช่แค่ใครชงอร่อยกว่า แต่คือใครทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ากาแฟแก้วนั้น “มีที่มา” และ “มีความหมาย” มากกว่า ตัวอย่างของสินค้า OTOP ภาคเหนือที่เติบโตบน TikTok Shop ก็ยืนยันเรื่องนี้เช่นกัน เพราะสิ่งที่ขายได้ดีไม่ใช่ของที่อธิบายไม่ได้ แต่เป็นของที่มีราก มีเรื่อง และมีเหตุผลให้คนซื้อซ้ำ

สำหรับเชียงราย นี่แปลว่ากาแฟจากดอยไม่ควรถูกเล่าเพียงว่าเป็นกาแฟดี แต่ต้องเล่าว่ามาจากใคร ชุมชนไหน ปลูกอย่างไร เก็บแบบไหน และเชื่อมกับอาหารหรือประสบการณ์อะไรในจังหวัดได้บ้าง หากทำได้ คาเฟ่เชียงรายจะไม่ได้แข่งกันแค่ยอดคนเช็กอิน แต่สามารถแปลงประสบการณ์ที่คนได้รับตอนมาเที่ยว ให้กลายเป็นยอดซื้อซ้ำผ่านออนไลน์หลังกลับบ้านได้ด้วย

อาหารปลอดภัยและเมนูโลว์โซเดียม อาจกลายเป็นจุดขายใหม่ของเชียงราย

ข้อมูลด้านสุขภาพคืออีกตัวแปรที่ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงประเด็นทางการแพทย์ เพราะในความเป็นจริง มันกำลังกลายเป็นประเด็นทางธุรกิจร้านอาหารด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายระบุว่า ปี 2568 จังหวัดมีผู้ป่วยโรคไตทุกระยะ 35,953 ราย สูงสุดในภาคเหนือ และมีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายกว่า 2,412 รายที่เข้าถึงบริการฟอกไต ขณะเดียวกัน ข้อมูลในเอกสารผู้ใช้ซึ่งอ้างถึงการวิเคราะห์ของหมอโอ๊ค DoctorSixpack ชี้ให้เห็นว่าอาหารยอดนิยมหลายชนิดมีโซเดียมสูงมาก และหนึ่งในเมนูที่ถูกยกเป็นตัวอย่างชัดคือก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก ซึ่งมีโซเดียมประมาณ 842 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภคตามข้อมูลที่ผู้ใช้แนบมา

เมื่อมองในบริบทเชียงราย ประเด็นนี้ยิ่งน่าสนใจ เพราะอาหารพื้นเมืองเหนือจำนวนไม่น้อยอร่อยด้วยรสเข้ม เค็ม มัน และเครื่องปรุงหมักดอง ซึ่งเป็นเสน่ห์ของครัวล้านนา แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นโจทย์ใหม่ของร้านอาหารยุคต่อไป นั่นคือจะรักษาเอกลักษณ์ของรสชาติไว้ได้อย่างไร ในขณะที่ผู้บริโภคกลุ่มใหญ่เริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ร้านอาหารที่สามารถพัฒนาเมนูโลว์โซเดียม เมนูใช้วัตถุดิบออร์แกนิกจากดอย หรือเมนูพื้นเมืองแบบตีความใหม่ให้อร่อยและปลอดภัยกว่าเดิม อาจกลายเป็นผู้ชนะในระยะกลาง ไม่ใช่เพราะขายภาพสุขภาพอย่างเดียว แต่เพราะตอบโจทย์ครอบครัว กลุ่มผู้สูงอายุ และนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ต้องการกินดีโดยไม่ต้องรู้สึกผิด

ประเด็นนี้คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่ร้านซึ่งปรับเมนูท้องถิ่นให้สมดุลขึ้น มักดึงดูดลูกค้าได้กว้างกว่าเดิม เชียงรายเองก็มีเงื่อนไขพร้อม ทั้งวัตถุดิบพื้นที่สูง เกษตรอินทรีย์ และภาพลักษณ์เมืองที่ผู้คนเชื่อมโยงกับธรรมชาติ หากเชื่อมเรื่องอาหารปลอดภัยเข้ากับเรื่องเล่าของชุมชนได้ เมนูเชียงรายอาจไม่ได้ขายแค่รสชาติ แต่ขายความสบายใจของผู้บริโภคไปพร้อมกัน

PM2.5 ไม่ใช่แค่ปัญหาสุขภาพ แต่คือต้นทุนใหม่ของธุรกิจร้านอาหาร

บทเรียนจากหลายปีหลังชัดเจนว่า PM2.5 กลายเป็นต้นทุนแฝงของเชียงรายไปแล้ว ทั้งต้นทุนด้านสุขภาพ ต้นทุนด้านการท่องเที่ยว และต้นทุนด้านการทำร้านอาหาร ข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เมื่อ 25 เมษายน 2569 ยังรายงานว่าพื้นที่เชียงรายมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ นั่นหมายความว่า ธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ที่เคยขายบรรยากาศกลางแจ้ง วิวภูเขา หรือที่นั่งเปิดโล่ง ต้องคิดต้นทุนใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้

ต้นทุนใหม่นี้ไม่ได้มีแค่ค่าเครื่องฟอกอากาศ แต่รวมถึงการออกแบบร้าน การดูแลพื้นที่สีเขียว การจัดระบบระบายอากาศ และการสื่อสารกับลูกค้าให้มั่นใจในช่วงวิกฤตฝุ่น ถ้าร้านใดลงทุนเรื่องนี้ได้ก่อน ก็อาจเปลี่ยนวิกฤตเป็นข้อได้เปรียบได้ เพราะในวันที่คนยังอยากออกไปใช้ชีวิตแต่กังวลเรื่องอากาศ ร้านที่สร้างความมั่นใจได้จะถูกเลือกก่อนเสมอ

ทางออกของเชียงราย ไม่ใช่ต้านดิจิทัล แต่ต้องใช้ดิจิทัลขยายตัวตนท้องถิ่น

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่าทั้งทุนจีน ต้นทุนร้านอาหาร สุขภาพผู้บริโภค PM2.5 และการแข่งขันของคาเฟ่ ล้วนชี้ไปสู่ข้อสรุปเดียวกันว่า เชียงรายไม่อาจใช้สูตรเศรษฐกิจแบบเดิมต่อไปได้ จังหวัดต้องเปลี่ยนจากเมืองที่รอคนมาใช้เงินหน้าร้าน ไปสู่เมืองที่ทำให้คนรู้จัก เชื่อใจ และซื้อสินค้าของจังหวัดได้แม้ไม่เดินทางมาถึงพื้นที่

หัวใจของเรื่องนี้จึงไม่ใช่การทิ้งความเป็นท้องถิ่น แต่คือการยกความเป็นท้องถิ่นขึ้นมาเป็นจุดขายใหม่ให้ชัดกว่าเดิม ร้านอาหารเชียงรายที่สู้ได้ในระยะต่อไป อาจไม่ใช่ร้านที่ถูกที่สุด แต่เป็นร้านที่เล่าเรื่องได้ดีที่สุด ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจริง ปรับเมนูให้เข้ากับสุขภาพคนยุคใหม่ รับมือฝุ่นและต้นทุนสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ และเชื่อมต่อผู้บริโภคผ่านดิจิทัลได้ต่อเนื่อง

ในเวลาเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐเองต้องขยับจากการส่งเสริมแบบกิจกรรม ไปสู่การสร้างระบบสนับสนุนระยะยาว ทั้งเรื่องฐานข้อมูลผู้ประกอบการ การอบรมไลฟ์คอมเมิร์ซ การทำแบรนด์จังหวัด การออกแบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย และการผลักดันสินค้าชุมชนให้พร้อมแข่งขันในตลาดออนไลน์จริง ไม่ใช่พร้อมเพียงในเวทีแสดงสินค้า

ถ้าเชียงรายยังขายตัวเองด้วยคำว่าเมืองน่าเที่ยวเพียงอย่างเดียว

เชียงรายในปี 2569 กำลังยืนอยู่ตรงกลางระหว่างโอกาสกับแรงกดดัน ด้านหนึ่ง จังหวัดมีทุนทางวัฒนธรรม วัตถุดิบ GI กาแฟ ชา อาหาร และทำเลชายแดนที่ทรงพลัง แต่อีกด้านหนึ่ง จังหวัดกำลังถูกเร่งด้วยทุนข้ามพรมแดน ต้นทุนร้านอาหารที่สูงขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว และปัญหาสุขภาพกับสิ่งแวดล้อมที่เข้ามาเป็นตัวแปรทางเศรษฐกิจเต็มตัว

ถ้าเชียงรายยังขายตัวเองด้วยคำว่าเมืองน่าเที่ยวเพียงอย่างเดียว จังหวัดอาจเติบโตได้แค่ตามฤดูกาล แต่ถ้าเชียงรายเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยทั้งประเทศซื้อรสชาติ เรื่องเล่า และอัตลักษณ์ของเชียงรายได้ทุกวันผ่านออนไลน์ จังหวัดจะมีฐานเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นกว่ามาก

ในระยะต่อไป ผู้ชนะอาจไม่ใช่ร้านที่ใหญ่ที่สุดหรือทุนหนาที่สุดเสมอไป แต่คือผู้ประกอบการที่เข้าใจว่าโลกใหม่ไม่ได้ขายแค่สินค้า หากขายทั้งความจริงใจ เรื่องราว สุขภาพ ความปลอดภัย และประสบการณ์ที่ลอกเลียนไม่ได้ และถ้าเชียงรายทำสิ่งนี้ได้ทัน จังหวัดก็อาจไม่ใช่แค่เมืองผ่านของการท่องเที่ยวภาคเหนืออีกต่อไป แต่จะเป็นเมืองที่สร้างรายได้ให้ตัวเองได้ทุกวัน แม้ในวันที่นักท่องเที่ยวยังไม่เดินทางมา

 

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • วิจัยกรุงศรี
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ETDA
  • MI GROUP
  • สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1
  • กรมทรัพย์สินทางปัญญา
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME