ดีเอสไอเผย 29 โครงการรัฐ “ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10” รับงาน 2.7 หมื่นล้าน เชียงรายร่วมตรวจสอบ

เชียงราย, 4 เมษายน 2568 – กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เปิดเผยรายชื่อ 29 โครงการภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดำเนินการในรูปแบบกิจการร่วมค้า และได้รับงานก่อสร้างจากหน่วยงานรัฐรวมมูลค่ากว่า 27,803 ล้านบาท โดยหนึ่งในโครงการที่อยู่ในความสนใจคืออาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างและได้รับการตรวจสอบหลังเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เพื่อยืนยันความปลอดภัยของโครงสร้าง

การแถลงของดีเอสไอและที่มาของคดี

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพันตำรวจโท ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้แถลงผลการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 32/2568 เกี่ยวกับกรณีการประกอบธุรกิจของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเข้าข่ายการใช้ “นอมินี” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 คดีนี้เริ่มต้นจากเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ความสูง 30 ชั้น ย่านจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก

ดีเอสไอได้ขยายผลการสืบสวนไปยังการประมูลงานภาครัฐของบริษัทนี้ พบว่า ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ได้ร่วมมือกับเอกชนในรูปแบบ “กิจการร่วมค้า” อย่างน้อย 11 ราย และคว้างานก่อสร้างจากหน่วยงานรัฐรวม 29 โครงการทั่วประเทศ ด้วยวงเงินงบประมาณรวม 27,803,128,433.13 บาท และเงินตามสัญญารวม 22,773,856,494.83 บาท โครงการเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่การก่อสร้างอาคารพักอาศัย ระบบสาธารณูปโภค ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา

รายชื่อโครงการที่เกี่ยวข้อง

รายชื่อ 29 โครงการที่ดีเอสไอเปิดเผย มีดังนี้:

  1. อาคารพักอาศัยสูง 32 ชั้น ชุมชนดินแดง การเคหะแห่งชาติ กรุงเทพฯ (807 ล้านบาท)
  2. ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาพผู้สูงอายุ โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพฯ (563 ล้านบาท)
  3. เปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นใต้ดิน ถนนอรุณอมรินทร์-บรมราชชนนี การไฟฟ้านครหลวง กรุงเทพฯ (1,261 ล้านบาท)
  4. อาคารที่ทำการสถานีตำรวจ สน.สุทธิสาร กรุงเทพฯ (139 ล้านบาท)
  5. อาคารบ้านพักส่วนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพฯ (231 ล้านบาท)
  6. อาคารที่ทำการศาลแรงงานกลาง กรุงเทพฯ (467 ล้านบาท)
  7. ระบบรวบรวมน้ำเสียริมคลองแสนแสบ กรุงเทพฯ (541 ล้านบาท)
  8. วางท่อประปา การประปานครหลวง กรุงเทพฯ (347 ล้านบาท)
  9. อาคารศาลแพ่งและศาลอาญามีนบุรี กรุงเทพฯ (782 ล้านบาท)
  10. หอพักนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต (129 ล้านบาท)
  11. ทาวน์โฮมสองชั้น โครงการเคหะชุมชน จังหวัดภูเก็ต (343 ล้านบาท)
  12. อาคารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดภูเก็ต (210 ล้านบาท)
  13. อาคารชุดพักอาศัยข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 9 จังหวัดสงขลา (386 ล้านบาท)
  14. อาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ โรงพยาบาลสงขลา (424 ล้านบาท)
  15. อาคารที่พักผู้โดยสาร ท่าอากาศยานนราธิวาส (639 ล้านบาท)
  16. งานป้องกันน้ำท่วมคลองประปา จังหวัดปทุมธานี (194 ล้านบาท)
  17. ระบบป้องกันน้ำท่วมสถานีสูบน้ำดิบสำแล จังหวัดปทุมธานี (372 ล้านบาท)
  18. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จังหวัดนนทบุรี (716 ล้านบาท)
  19. อาคารคลังพัสดุ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ กรุงเทพฯ (146 ล้านบาท)
  20. อาคารกองบังคับการ กรมพลาธิการทหารเรือ กรุงเทพฯ (179 ล้านบาท)
  21. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ กรุงเทพฯ (2,136 ล้านบาท)
  22. อาคารเรียนโรงเรียนวัดอัมรินทราราม กรุงเทพฯ (160 ล้านบาท)
  23. อาคารสถาบันวิชาการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดนครปฐม (606 ล้านบาท)
  24. อาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย (468 ล้านบาท)
  25. ศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ (540 ล้านบาท)
  26. การกีฬาแห่งประเทศไทย (608 ล้านบาท)
    27-28. แขวงทางหลวงชนบทสุพรรณบุรี (10.7 ล้านบาท และ 9.9 ล้านบาท)
  27. รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา (9,348 ล้านบาท)

โครงการในเชียงรายและการตรวจสอบหลังแผ่นดินไหว

หนึ่งในโครงการที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดเชียงราย คือการก่อสร้างอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) วงเงิน 468 ล้านบาท ซึ่งดำเนินการโดย “กิจการร่วมค้า ทีพีซี” อันประกอบด้วยบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไทยพารากอน คอนสตรัคชั่น จำกัด การประมูลโครงการนี้ใช้วิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยกิจการร่วมค้า ทีพีซี เสนอราคาต่ำสุดและชนะการประมูล

หลังเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ริกเตอร์ในเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งส่งผลกระทบถึงเชียงรายและกรุงเทพฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้นำทีมผู้บริหาร วิศวกรโยธา และเจ้าหน้าที่ส่วนอาคารสถานที่ เข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารทั่วทั้งมหาวิทยาลัย รวมถึงอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 29-30 มีนาคม 2568 ผลการตรวจสอบเบื้องต้นระบุว่า ไม่พบความเสียหายใด ๆ จากเหตุแผ่นดินไหว โดยมหาวิทยาลัยยืนยันว่า อาคารทุกหลังได้รับการออกแบบให้ทนต่อแรงสั่นสะเทือนตามมาตรฐาน และมีการควบคุมการก่อสร้างอย่างเข้มงวด

ความคืบหน้าการก่อสร้างและการควบคุมคุณภาพ

ปัจจุบัน การก่อสร้างอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ของ มฟล. มีความคืบหน้าโดยรวมร้อยละ 46 โดยงานโครงสร้างหลักแล้วเสร็จทั้งหมด และกำลังดำเนินการในส่วนงานสถาปัตยกรรมและงานภายนอก อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ล่าช้ากว่าแผนเดิม เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อการจัดหาวัสดุและแรงงาน

มหาวิทยาลัยระบุว่า วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็ก ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. และผ่านการทดสอบจากหน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียน รวมถึงมีการตรวจสอบคุณภาพวัสดุโดยหน่วยงานทดสอบอิสระ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างมีความแข็งแรงตามข้อกำหนด การก่อสร้างอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทวิศวกรรมที่แยกจากกรณีอาคาร สตง. และมีการประชุมติดตามความคืบหน้าร่วมกับผู้รับเหมาทุกสัปดาห์ เพื่อให้งานเป็นไปตามแบบและมาตรฐาน

เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับทุกฝ่าย มหาวิทยาลัยได้ประสานผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานกลาง เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง เข้าตรวจสอบโครงสร้างเพิ่มเติมหลังเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งผลการตรวจสอบขั้นสุดท้ายจะมีการรายงานในภายหลัง

กลยุทธ์ธุรกิจของไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10

จากการตรวจสอบของกรุงเทพธุรกิจ พบว่า ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ใช้โมเดล “กิจการร่วมค้า” ร่วมกับเอกชนไทยอย่างน้อย 8 ราย เพื่อเข้าประมูลงานภาครัฐ โดยเริ่มจากงานรับเหมาก่อสร้าง ก่อนขยายไปสู่การวางระบบสาธารณูปโภค เช่น สายไฟฟ้าใต้ดินและท่อประปา ระหว่างปีงบประมาณ 2562-2568 บริษัทนี้เป็นคู่สัญญารัฐอย่างน้อย 18 สัญญา รวมวงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท และเมื่อรวมโครงการอื่น ๆ ที่ดีเอสไอระบุ พบว่าได้งานถึง 29 โครงการ

ในกรณีอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์เชียงราย บริษัทได้ร่วมมือกับไทยพารากอน คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2532 มีทุนจดทะเบียน 110 ล้านบาท และมีผู้ถือหุ้นหลักเป็นคนไทยและจีน อย่างไรก็ตาม งบการเงินล่าสุดปี 2565 แสดงผลขาดทุนสุทธิ 24.79 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนถึงความท้าทายในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง

  1. จำนวนโครงการก่อสร้างภาครัฐในเชียงราย: จากข้อมูลของสำนักงานจังหวัดเชียงราย ในช่วงปี 2565-2567 มีโครงการก่อสร้างที่ได้รับงบประมาณจากภาครัฐในจังหวัดเชียงรายรวม 142 โครงการ วงเงินรวม 15,873 ล้านบาท (ที่มา: รายงานงบประมาณจังหวัดเชียงราย, 2567)
  2. เหตุแผ่นดินไหวในภาคเหนือ: กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในรอบ 10 ปี (2558-2567) ภาคเหนือเผชิญเหตุแผ่นดินไหวที่มีผลกระทบถึงโครงสร้างอาคารรวม 12 ครั้ง โดยครั้งรุนแรงที่สุดเกิดเมื่อปี 2557 ขนาด 6.3 ริกเตอร์ (ที่มา: รายงานธรณีพิบัติภัย, กรมอุตุนิยมวิทยา, 2567)
  3. มูลค่างานรับเหมาก่อสร้างของบริษัทต่างชาติในไทย: สภาวิศวกรระบุว่า ในปี 2566 บริษัทต่างชาติได้รับงานก่อสร้างจากภาครัฐไทยรวมมูลค่ากว่า 85,000 ล้านบาท คิดเป็น 22% ของงานทั้งหมด (ที่มา: รายงานประจำปีสภาวิศวกร, 2566)

ทัศนคติเป็นกลางต่อความเห็นทั้งสองฝ่าย

การเปิดเผยข้อมูลของดีเอสไอจุดประกายความเห็นสองฝั่งในสังคม ฝ่ายหนึ่งมองว่า การที่ ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 คว้างานรัฐจำนวนมาก โดยเฉพาะในเชียงราย เป็นโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น การที่ มฟล. ตรวจสอบและยืนยันความปลอดภัยของอาคารหลังแผ่นดินไหว แสดงถึงความรับผิดชอบต่อคุณภาพงาน ซึ่งอาจพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ทุกโครงการของบริษัทนี้มีปัญหา

ในทางกลับกัน อีกฝ่ายกังวลว่า การใช้โมเดล “นอมินี” และการชนะประมูลด้วยราคาต่ำสุดอาจนำไปสู่การลดคุณภาพงาน เพื่อประหยัดต้นทุน เหตุการณ์ที่ สตง. เป็นตัวอย่างที่ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความโปร่งใสและมาตรฐานการก่อสร้างของบริษัทนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างเชียงราย

จากมุมมองที่เป็นกลาง การสืบสวนของดีเอสไอเป็นขั้นตอนสำคัญในการตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายและคุณภาพงาน ซึ่งจะช่วยคลายข้อสงสัยของประชาชนได้ ขณะที่การยืนยันของ มฟล. ถึงความปลอดภัยของโครงการในเชียงราย ก็เป็นหลักฐานที่ควรพิจารณา การหาข้อสรุปต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยไม่ตัดสินล่วงหน้าจากกรณีใดกรณีหนึ่ง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : 

  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
  • เว็บไซต์จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (www.gprocurement.go.th)
  • ฐานข้อมูล ACT Ai (www.actai.co)
  • มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
  • หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (ข้อมูลฐานข้อมูลผู้ถือหุ้น)
  • สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
  • พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
  • พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News