ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลัง กำลังซื้อลดลงอาจส่งผลสงครามราคา

 

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด (LWS) ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2567 ว่ามีการชะลอตัวทั้งในด้านจำนวนโครงการเปิดใหม่และมูลค่าการขาย โดยการเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยใหม่ปรับตัวลดลงอย่างมาก ซึ่งได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ

จากการวิเคราะห์ของ LWS พบว่า โครงการที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เปิดตัวใหม่ระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2567 มีจำนวนเพียง 204 โครงการ รวมทั้งสิ้น 35,100 หน่วย ซึ่งลดลงมากถึง 35% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 มูลค่ารวมของโครงการที่เปิดใหม่อยู่ที่ 221,865 ล้านบาท ลดลง 12% โดยเฉพาะโครงการบ้านพักอาศัยราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท และอาคารชุดพักอาศัยที่มีการเปิดตัวลดลงอย่างมาก แม้ว่าจะมีการเปิดตัวโครงการบ้านระดับพรีเมี่ยมมากขึ้นก็ตาม

การเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยใหม่ชะลอตัวลงอย่างมาก

การเปิดตัวโครงการอาคารชุดพักอาศัยมีเพียง 36 โครงการ คิดเป็นจำนวน 13,868 หน่วย ลดลงถึง 49% โดยมีมูลค่ารวม 54,330 ล้านบาท ลดลง 28% ในส่วนของบ้านพักอาศัยที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยมีการเปิดตัว 105 โครงการ จำนวน 17,148 หน่วย ลดลง 26% คิดเป็นมูลค่ารวม 76,042 ล้านบาท ลดลง 19%

จากข้อมูลยังพบว่า ทำเลที่มีการเปิดตัวโครงการสะสมสูงสุดคือพื้นที่ สมุทรสาคร ขณะที่ทำเลที่มียอดขายดีที่สุดคือบริเวณ เพชรเกษม โดยประเภทของโครงการที่ขายดีที่สุดคือ ทาวน์เฮ้าส์ ในช่วงราคา 2-3 ล้านบาท

บ้านพักอาศัยระดับพรีเมี่ยมยังคงเติบโต

แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมจะชะลอตัว แต่โครงการบ้านพักอาศัยระดับพรีเมี่ยมยังคงเติบโต โดยมีการเปิดตัว 63 โครงการ จำนวน 4,084 หน่วย เพิ่มขึ้น 20% คิดเป็นมูลค่า 91,493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของบ้านเดี่ยวในกลุ่มนี้อยู่ที่ 23 ล้านบาท ลดลง 3% และทาวน์เฮ้าส์ราคาเฉลี่ย 15.7 ล้านบาท ลดลง 27% อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะลดลง แต่ อัตราการขาย กลับเพิ่มขึ้นจาก 6% ในปี 2566 มาเป็น 19% โดยทำเลขายดีที่สุดคือ วัชรพล ซึ่งมีโครงการบ้านพักอาศัยราคาอยู่ในช่วง 10-20 ล้านบาท

ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดซึ่งส่งผลกระทบต่อการเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยใหม่ในช่วง 7 เดือนแรกนี้ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ภาระหนี้ครัวเรือน ที่สูงถึง 91.4% รวมถึง อัตราเงินเฟ้อ ที่เพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคมที่ 0.83% และความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งมี อัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 75% ส่งผลให้มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในครึ่งปีแรกลดลง 9.4%

นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่ยังคงมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด และส่งผลให้การกระตุ้นเศรษฐกิจล่าช้า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายจึงเลือกที่จะ ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ ทั้งในส่วนของบ้านพักอาศัยและอาคารชุด โดยเน้นไปที่การเปิดตัวโครงการบ้านระดับพรีเมี่ยมแทน พร้อมเร่งระบาย สินค้าคงเหลือ ให้เร็วที่สุด

ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลัง

นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งในเรื่องภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อที่ลดลง รวมถึงการเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ซื้อและผู้พัฒนาโครงการ ขณะที่ ต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 3-5% จากราคาที่ดินและวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าและเร่งยอดขาย

นายอธิปยังเตือนว่า การแข่งขันด้านราคาสินค้าอาจส่งผลให้เกิด สงครามราคา ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ตลาดซับซ้อนขึ้น

จากการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลังอาจต้องเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น แต่ผู้ประกอบการจะมุ่งเน้นการปรับตัวเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด (LWS)

 NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

MOST POPULAR
FOLLOW ME


Facebook


Times


Instagram


Youtube


Line

NEWS UPDATE
BREAKING NEWS


ข่าวเด่นน่าติดตาม วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2567


ข่าวเด่นน่าติดตาม วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2567



ข่าวเด่นน่าติดตามวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566


ข่าวเด่นน่าติดตามวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566



ข่าวเด่นน่าติดตามวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2566


ข่าวเด่นน่าติดตามวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2566