ทีมกู้ภัยนานาชาติ USAR ถอนกำลังจากเหตุตึก สตง. ถล่ม พร้อมอธิบายบทบาทและความสำคัญของ USAR

ประเทศไทย, 5 เมษายน 2568 – ทีมกู้ภัยนานาชาติจากประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Urban Search and Rescue (USAR) ได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 17:20 น. หลังจากปฏิบัติภารกิจค้นหาและกู้ชีพนานกว่า 1 สัปดาห์ ร่วมกับทีมกู้ภัยไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกมาระบุว่า การถอนกำลังครั้งนี้เป็นไปตามหลักสากล และไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจที่เหลือ พร้อมแสดงเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาทีมกู้ภัยไทยให้ก้าวสู่ระดับ “Heavy” ในอนาคต เพื่อยกระดับศักยภาพการรับมือภัยพิบัติของประเทศไทย

ความเป็นมาของเหตุการณ์และการเข้ามาของทีม USAR

เหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่มเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 อันเป็นผลจากแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ริกเตอร์ในประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบถึงกรุงเทพมหานคร อาคารสูง 30 ชั้นแห่งนี้พังทลายลงอย่างกะทันหัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก ทีมกู้ภัยไทยจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หน่วยทหาร และอาสาสมัคร รีบเข้าพื้นที่ทันทีเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตและให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของสถานการณ์ ด้วยโครงสร้างอาคารขนาดใหญ่และความเสียหายที่รุนแรง ทำให้กรุงเทพมหานครตัดสินใจประสานขอความช่วยเหลือจากทีมกู้ภัยนานาชาติในเครือข่าย USAR

ทีมจากอิสราเอล ซึ่งได้รับการรับรองในระดับ “Heavy” เดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 29 มีนาคม 2568 ภายใน 48 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ถือเป็นการเคลื่อนย้ายที่รวดเร็วตามมาตรฐานสากล และเริ่มปฏิบัติภารกิจทันที โดยมีเป้าหมายหลักในการค้นหาผู้รอดชีวิตและกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากซากอาคาร ภารกิจนี้ใช้ระยะเวลา 7 วันตามกรอบการปฏิบัติงานระยะแรก (Search and Rescue) ก่อนที่ทีมจะถอนกำลังเพื่อไปปฏิบัติภารกิจอื่น ๆ ทั่วโลก

นายชัชชาติ กล่าวในพิธีส่งทีมว่า “ทีมจากอิสราเอลเข้ามาด้วยความเชี่ยวชาญสูง ช่วยเหลือเราในช่วงเวลาวิกฤต และก่อนถอนกำลัง เขาได้มอบข้อมูลสำคัญทั้งหมดให้ทีมไทยแล้ว ผมขอขอบคุณในความทุ่มเทของพวกเขา และหวังว่าเราจะนำประสบการณ์นี้ไปพัฒนาทีมกู้ภัยของเราให้ดีขึ้น”

USAR คืออะไร ความหมายและที่มา

Urban Search and Rescue (USAR) หรือการค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง เป็นกระบวนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในอาคารถล่ม ซึ่งมักเกิดจากภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว พายุไซโคลน การระเบิด หรือเหตุการณ์ที่มนุษย์ก่อขึ้น เช่น การก่อการร้าย USAR อยู่ภายใต้การกำกับของ International Search and Rescue Advisory Group (INSARAG) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA)

INSARAG ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) หลังจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเม็กซิโกซิตี้ (2528) และอาร์เมเนีย (2531) ซึ่งเผยให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนามาตรฐานและการประสานงานสำหรับทีมกู้ภัยนานาชาติ แนวคิดนี้เริ่มต้นจากทีม USAR ระหว่างประเทศที่เข้าไปช่วยเหลือในเหตุการณ์ดังกล่าว และนำไปสู่การจัดตั้ง INSARAG เพื่อกำหนดกรอบการปฏิบัติงานที่เป็นสากล ภารกิจหลักของ USAR คือการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยในระยะแรกหลังเกิดเหตุ (Search and Rescue) และสนับสนุนการฟื้นฟูในระยะต่อมา (Recovery) โดยทีม USAR มีบทบาทสำคัญในการลดความสูญเสียจากภัยพิบัติทั่วโลก

การดำเนินงานของ INSARAG ได้รับการรับรองจากมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ 57/150 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2545 เรื่อง “การเสริมสร้างประสิทธิผลและการประสานงานของความช่วยเหลือในการค้นหาและกู้ภัยในเมืองระหว่างประเทศ” ซึ่งเรียกร้องให้ทุกประเทศอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง อุปกรณ์ และความปลอดภัยสำหรับทีม USAR เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การแบ่งระดับของทีม USAR

ทีม USAR แบ่งออกเป็น 3 ระดับตามศักยภาพและขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน ดังนี้:

  1. Light Team (ทีมขนาดเบา)
    • เป็นทีมปฏิบัติการระดับชุมชน
    • เหมาะกับเหตุการณ์ที่มีความเสียหายไม่รุนแรง เช่น อาคารถล่มขนาดเล็กหรือโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน
    • เน้นการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเล็กน้อยหรือผู้ที่ถูกซากทับไม่หนักมาก
    • มีข้อจำกัดในด้านบุคลากรและอุปกรณ์ ไม่สามารถรับมือกับเหตุการณ์ใหญ่ได้
  2. Medium Team (ทีมขนาดกลาง)
    • มีความสามารถในการยกและเคลื่อนย้ายวัตถุหนักทุกรูปแบบ
    • ปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัย 1 แห่งได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง นานกว่า 7 วัน
    • เหมาะกับเหตุการณ์ที่มีความเสียหายปานกลาง เช่น อาคารขนาดกลางถล่ม
    • มีบุคลากรและอุปกรณ์มากกว่า Light Team แต่ยังจำกัดในแง่การทำงานหลายจุดพร้อมกัน
  3. Heavy Team (ทีมขนาดหนัก)
    • มีความสามารถในการปฏิบัติงานในหลายพื้นที่พร้อมกัน ตลอด 24 ชั่วโมง นานกว่า 10 วัน
    • สามารถเคลื่อนย้ายเข้าพื้นที่ภัยพิบัติทั่วโลกได้ภายใน 78 ชั่วโมง
    • เหมาะกับภัยพิบัติขนาดใหญ่ เช่น แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงหรือตึกสูงถล่ม
    • มีความพร้อมทั้งบุคลากร อุปกรณ์ และการประสานงานข้ามชาติ

ทีมจากอิสราเอลที่เข้ามาช่วยเหลือในเหตุตึก สตง. ถล่ม เป็นทีมระดับ Heavy ซึ่งมีเพียงไม่กี่ประเทศในโลก เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น และอิสราเอล ที่ได้รับการรับรองในระดับนี้ การรับรองนี้มาจากกระบวนการ INSARAG External Classification (IEC) ซึ่งเป็นการประเมินสมัครใจที่เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เพื่อรับรองประสิทธิภาพและมาตรฐานการปฏิบัติงาน

โครงสร้างและองค์ประกอบของทีม USAR

ทีม USAR ระดับ Medium และ Heavy ประกอบด้วย 5 หน่วยงานหลักที่ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ:

  1. Management (การจัดการ)
    • รับผิดชอบการสั่งการและประสานงานทั้งในและนอกพื้นที่
    • วางแผนและติดตามความคืบหน้าของภารกิจ
    • มีผู้ประสานงานด้านสื่อและรายงาน เพื่อให้ข้อมูลแก่หน่วยงานท้องถิ่นและสาธารณชน
    • ประเมินสถานการณ์และวิเคราะห์ความเสี่ยง รวมถึงดูแลความปลอดภัยของทีม
  2. Search (การค้นหา)
    • ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณชีพ กล้องถ่ายภาพความร้อน และเครื่องมือฟังเสียง
    • มีการใช้สุนัขค้นหาที่ผ่านการฝึกมาเป็นพิเศษ เพื่อตรวจจับผู้รอดชีวิต
    • ประเมินวัตถุอันตรายในพื้นที่ เช่น สารเคมีหรือโครงสร้างที่อาจถล่มซ้ำ
  3. Rescue (การกู้ภัย)
    • ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มีทักษะหลากหลาย เช่น การตัดคอนกรีต การทำลายโครงสร้าง การค้ำยัน และการใช้เชือกกู้ภัย
    • ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากซากปรักหักพังอย่างปลอดภัย
    • ต้องทำงานร่วมกับวิศวกรเพื่อป้องกันอันตรายจากโครงสร้างที่ไม่มั่นคง
  4. Medical (การแพทย์)
    • ให้การรักษาฉุกเฉินแก่ผู้ประสบภัยที่พบในซากอาคาร
    • ดูแลสุขภาพของสมาชิกทีมกู้ภัยและสุนัขค้นหา
    • ทำงานภายใต้การอนุญาตจากหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศนั้น ๆ
  5. Logistics (การส่งกำลังบำรุง)
    • จัดการฐานปฏิบัติการ (Base of Operations – BoO) เพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงาน
    • ดูแลการขนส่งอุปกรณ์ การสื่อสาร และการบริหารจัดการทรัพยากร
    • ประสานงานข้ามพรมแดน เช่น การผ่านด่านศุลกากรหรือการขออนุญาตใช้น่านฟ้า

ในกรณีของทีม Heavy เช่น ทีมจากอิสราเอล ยังมีวิศวกรโครงสร้างและทีมกฎหมายร่วมด้วย เพื่อวิเคราะห์ความมั่นคงของอาคารและประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นในด้านข้อกฎหมายและการบริหารจัดการ

ขั้นตอนการปฏิบัติงานของ USAR

ตามแนวทางของ INSARAG การปฏิบัติงานของทีม USAR แบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนที่ชัดเจน:

  1. Preparedness (การเตรียมความพร้อม)
    • เป็นช่วงก่อนเกิดภัยพิบัติ โดยทีมจะทบทวนบทเรียนจากภารกิจที่ผ่านมา
    • พัฒนาขั้นตอนการปฏิบัติ ฝึกอบรมบุคลากร และวางแผนรับมือภัยพิบัติในอนาคต
    • รวมถึงการเตรียมอุปกรณ์และทรัพยากรให้พร้อมตลอดเวลา
  2. Mobilisation (การเตรียมตัวออกปฏิบัติงาน)
    • เริ่มทันทีหลังเกิดภัยพิบัติ โดยทีมจะเตรียมบุคลากรและอุปกรณ์เพื่อเคลื่อนย้ายสู่พื้นที่
    • ทีม Heavy ต้องถึงจุดเกิดเหตุภายใน 78 ชั่วโมง ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล
  3. Operations (การปฏิบัติงาน)
    • ปฏิบัติในพื้นที่จริง ตั้งแต่การรายงานตัวต่อหน่วยงานท้องถิ่น การค้นหา และการช่วยเหลือ
    • ทีมจะทำงานตามคำสั่งของผู้อำนวยการท้องถิ่น และหยุดเมื่อภารกิจระยะแรกเสร็จสิ้น
  4. Demobilisation (การถอนกำลัง)
    • ถอนกำลังออกจากพื้นที่เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นหรือได้รับคำสั่งให้ยุติ
    • ในกรณีตึก สตง. ถล่ม ทีมอิสราเอลถอนกำลังหลังครบ 7 วันตามกรอบระยะแรก
  5. Post-Mission (การรายงานผล)
    • จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงาน และจัดประชุมถอดบทเรียน
    • นำข้อมูลไปพัฒนาการปฏิบัติในอนาคต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยทีม Heavy อย่างอิสราเอลสามารถดำเนินการได้ครบทุกขั้นตอนอย่างมืออาชีพ

ระบบเครื่องหมาย INSARAG

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทีม USAR ใช้คือระบบเครื่องหมาย INSARAG (INSARAG Marking System) ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารข้อมูลระหว่างทีมกู้ภัย โดยไม่ต้องพูดคุยกันโดยตรง ระบบนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก:

  1. Worksite Marking (การทำเครื่องหมายพื้นที่ปฏิบัติงาน)
    • ใช้ระบุขอบเขตและสถานะของพื้นที่ เช่น ยังค้นหาอยู่ เสร็จสิ้นแล้ว หรือมีอันตราย
    • ช่วยให้ทีมอื่น ๆ เข้าใจสถานการณ์และวางแผนการทำงานต่อ
  2. Victim Marking (การทำเครื่องหมายผู้ประสบภัย)
    • ระบุตำแหน่งและสภาพของผู้ประสบภัย เช่น รอดชีวิต รอการช่วยเหลือ หรือเสียชีวิต
    • ใช้สัญลักษณ์ที่เข้าใจง่าย เช่น วงกลมหรือกากบาท เพื่อบ่งบอกสถานะ
  3. Rapid Clearance Marking และ Cordon Markings
    • Rapid Clearance Marking ใช้สำหรับแจ้งว่าได้เคลียร์พื้นที่แล้ว
    • Cordon Markings เป็นการกั้นเขตอันตราย เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป

ระบบเครื่องหมายนี้ถูกนำมาใช้ในเหตุตึก สตง. ถล่ม โดยทีมอิสราเอลใช้สัญลักษณ์ตามมาตรฐาน INSARAG 2015 เพื่อส่งต่อข้อมูลให้ทีมไทย ทำให้การทำงานต่อเนื่องไม่มีสะดุด

บทบาทของ USAR ในเหตุตึก สตง. ถล่ม

ทีมจากอิสราเอลเข้ามาด้วยความเชี่ยวชาญในการกู้ภัยใต้ซากตึกถล่ม ซึ่งนายชัชชาติระบุว่า “เหตุนี้ซับซ้อนมาก เขาบอกว่าไม่เคยเจอตึกสูง 30 ชั้นถล่มแบบนี้มาก่อน” เมื่อมาถึงวันแรก ทีมสามารถระบุจุดพิกัดสัญญาณชีพได้ทันที ด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมและโครงสร้างอาคาร รวมถึงแนะนำการใช้เครื่องจักรหนักอย่างระมัดระวัง โดยต้องมีวิศวกรควบคุมเพื่อป้องกันการถล่มซ้ำ

ตลอด 7 วัน ทีมอิสราเอลทำงานร่วมกับทีมไทยอย่างใกล้ชิด โดยมีการประชุมทุกคืนเพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนการทำงานในวันถัดไป ก่อนถอนกำลัง ทีมได้ถ่ายทอดข้อมูลสำคัญ เช่น จุดที่ยังต้องสำรวจ และเทคนิคการปฏิบัติงานให้ทีมไทย เพื่อให้การดำเนินการต่อไปเป็นไปอย่างราบรื่น

นายชัชชาติกล่าวว่า “ทุกคืนเราคุยกัน เขาบอกทุกวันว่าจะทำอะไร บริเวณไหน ยังไง การถอนกำลังครั้งนี้ไม่กระทบแน่นอน เพราะเรามีข้อมูลครบแล้ว”

การถอนกำลังและแผนงานต่อไป

การถอนกำลังของทีมอิสราเอลเกิดขึ้นหลังครบ 7 วัน ซึ่งเป็นกรอบเวลามาตรฐานสำหรับภารกิจระยะแรกของทีม Heavy ตามหลัก INSARAG ที่มุ่งเน้นการช่วยชีวิตในช่วงวิกฤต หลังจากนี้ ทีมไทยจะเข้าสู่ระยะฟื้นฟู (Recovery) โดยใช้เครื่องจักรหนัก เช่น รถเครนและเครื่องตัดคอนกรีต ร่วมกับบุคลากร เพื่อเคลียร์ซากอาคารและกู้ร่างผู้เสียชีวิตที่ยังติดค้างอยู่

นายชัชชาติยืนยันว่า “หลังจากนี้เราจะลุยเต็มที่ ใช้เครื่องจักรหนักสลับกับคน เพื่อเร่งเคลียร์พื้นที่ให้เร็วที่สุด โดยมีวิศวกรดูแลความปลอดภัยตลอด”

แผนพัฒนาทีมกู้ภัยไทย

นายชัชชาติแสดงความหวังว่า เหตุการณ์นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับทีมกู้ภัยไทยสู่ระดับ Heavy โดยทีมอิสราเอลให้คำแนะนำว่า ไทยมีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว แต่ต้องพัฒนาด้านการฝึกอบรม การใช้เครื่องมือหนัก และการประสานงานกับวิศวกรโครงสร้างให้เข้มข้นขึ้น

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีทีม USAR ที่ได้รับการรับรองในระดับ Medium เช่น ทีมจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและหน่วยงานทหาร แต่ยังไม่มีทีมในระดับ Heavy การก้าวสู่ระดับสูงสุดต้องมีการลงทุนในอุปกรณ์ เช่น เครื่องตรวจจับสัญญาณชีพและเครื่องตัดไฮดรอลิก รวมถึงการฝึกบุคลากรตามมาตรฐาน INSARAG

“ทีมนานาชาติชื่นชมว่าเรามาถูกทาง ถ้าเราพัฒนาต่อไปได้ วันหนึ่งทีมไทยก็จะไปช่วยประเทศอื่นได้เหมือนกัน” นายชัชชาติกล่าว

USAR กับการรับมือภัยพิบัติในอนาคต

การเข้ามาของทีม USAR ในเหตุตึก สตง. ถล่ม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีทีมกู้ภัยที่ได้มาตรฐานสากลในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงจากภัยพิบัติทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม และพายุ การพัฒนาทีม Heavy จะช่วยลดการพึ่งพาทีมนานาชาติ และเพิ่มขีดความสามารถในการช่วยเหลือทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากนี้ การถ่ายทอดความรู้จากทีมอิสราเอล เช่น การใช้ระบบเครื่องหมาย INSARAG และเทคนิคการกู้ภัย จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างทีม USAR ที่แข็งแกร่งของไทยในอนาคต

สถิติที่เกี่ยวข้อง

  1. ทีม USAR ทั่วโลก: INSARAG รายงานว่า ปัจจุบันมีทีม USAR ที่ได้รับการรับรอง 58 ทีมทั่วโลก โดย 16 ทีมอยู่ในระดับ Heavy (ที่มา: INSARAG Annual Report, 2023)
  2. เหตุอาคารถล่มในไทย: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุว่า ในรอบ 10 ปี (2558-2567) ไทยมีเหตุอาคารถล่มจากภัยธรรมชาติและมนุษย์สร้าง 42 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 178 ราย (ที่มา: รายงานภัยพิบัติประจำปี, ปภ., 2567)
  3. แผ่นดินไหวที่กระทบไทย: กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในรอบ 5 ปี (2563-2567) ไทยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้าน 8 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อ 28 มีนาคม 2568 รุนแรงที่สุด (ที่มา: รายงานธรณีพิบัติภัย, 2567)
  4. การฝึกอบรมกู้ภัยในไทย: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่า ในปี 2567 มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานสากล 2,500 คน แต่ยังไม่ครอบคลุมระดับ Heavy (ที่มา: รายงานการพัฒนาบุคลากร, ปภ., 2567)

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : 

  • กรุงเทพมหานคร
  • INSARAG
  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • กรมอุตุนิยมวิทยา
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News