งานไม้ที่ไม่ใช่วัสดุธรรมดา ส่องแนวคิด Circular Design ในนิทรรศการ WOOD WOOD เชียงราย

[Sassy_Social_Share]

Summary

เมื่อ “ไม้” ไม่ใช่แค่วัสดุ นิทรรศการ WOOD WOOD ชวนเชียงรายค้นหาความหมายของงานช่างในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว

เชียงราย, 23 พฤษภาคม 2569เมื่อห้องนิทรรศการกลายเป็นเวิร์กช็อปทางความคิด มีบางสิ่งที่ห้องนิทรรศการ Black & White Tower ชั้น 3 ของ CCAM ในคืนวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ไม่ได้เป็นแค่สถานที่แสดงผลงาน แต่กลายเป็นพื้นที่ที่ศิลปิน 15 คนจากเชียงรายพาผู้ชมเข้าไปนั่งอยู่ในกลางคำถามว่า ในยุคที่ทุกอย่างถูกผลิตด้วยเครื่องจักร ไม้ยังมีความหมายอะไรอยู่หรือไม่

นิทรรศการ “WOOD WOOD” เปิดตัวอย่างเป็นทางการเวลา 18.00 น. ภายใต้โครงการ CCAM STUDIO PROJECT ซึ่งได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนประจำปีงบประมาณ 2568 จากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม การรวมตัวของศิลปินคราฟต์และนักออกแบบงานไม้ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการแสดงออกทางศิลปะที่ตั้งใจสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่างานช่างของเชียงรายยังมีเรื่องราวใหม่ที่ยังพูดไม่จบ

จาก “สล่า” ถึงศิลปินร่วมสมัย รากเหง้าที่ไม่เคยขาดตอน

คำว่า “สล่า” ในภาษาเหนือหมายถึงช่างฝีมือ คนที่ใช้มือและประสบการณ์สร้างสิ่งของจากวัสดุธรรมชาติ รุ่นต่อรุ่น และในเชียงราย รากเหง้านี้ยังคงหยั่งลึกอยู่ในวิถีของผู้คนที่หยิบเลื่อย กบ และสิ่ว ขึ้นมาสร้างทั้งงานสถาปัตยกรรมและเครื่องเรือนมาตลอดหลายร้อยปี

แต่ WOOD WOOD ไม่ได้พยายามแช่แข็งภาพนั้นเอาไว้ ในทางตรงข้าม นิทรรศการนี้นำวัสดุไม้มาตีความใหม่ผ่านเฟอร์นิเจอร์ งานประติมากรรม งานออกแบบเชิงทดลอง และวัตถุสร้างสรรค์ที่ใช้งานได้จริง โดยมองไม้ในฐานะ “วัสดุแห่งความทรงจำ วัสดุแห่งชีวิต และวัสดุแห่งอนาคต” พร้อมกันทั้งสามมิติ

เอกพงษ์ ใจบุญ หนึ่งในศิลปินและผู้ขับเคลื่อนหลักของนิทรรศการ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ว่า แนวคิดของงานไม่ได้มุ่งเน้นการแบ่งแยกระหว่างดั้งเดิมกับสมัยใหม่ แต่มองว่าทั้งสองสิ่งอยู่ร่วมกันได้ตั้งแต่ต้น “เราไม่ได้มองถึงเรื่องของการเป็นดั้งเดิม หรือการที่เป็นสมัยใหม่ แต่เรามองถึงว่าทั้ง 2 แบบ หลายหลายศิลปินที่เราเชิญมาเนี่ย เราค่อนข้างเลือกจากคนที่ทำงานไม้ แล้วเราก็คุยคอนเซ็ปต์ว่าขอให้เป็นคนที่รักงานไม้” เอกพงษ์กล่าว

 

15 ศิลปิน 15 มุมมอง บนวัสดุเดียวกัน

ความน่าสนใจของ WOOD WOOD อยู่ที่การรวมศิลปิน 15 คนที่ทำงานไม้ในแนวทางต่างกันมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ทั้งสมลักษณ์ ปันติบุญ, ชาตะ ใหม่วงค์, วรินทร ธนูทองสัมพันธ์, วิศว์ ดวงแสงทอง, พลกฤต มโนชมภู, อ่าข่า อัคคศิลป์, สมเกียรติ ฉายแจ่ม, วีระ ลีลาพัฒนภูติ, พงศ์ศักดิ์ ตะวันกาญจนโชติ, เอกรินทร์ วงศ์วิสุทธิ์, ประเสก ฝาคำ, ธรรมรัตน์ โภคัย, วฤทธิ์ คำปา และกฤษ พลสุขเจริญ

กลุ่มนี้ครอบคลุมทั้งสายงานไม้เชิงสถาปัตยกรรมและสายเครื่องเรือน ทำให้ห้อง Black & White Tower ในคืนนั้นกลายเป็นภาพตัดขวางที่หายากของวงการงานไม้เชียงราย ซึ่งปกติมักทำงานแยกกันในโลกของตัวเอง

การที่ศิลปินหลากหลายสายมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ผู้ชมสามารถสังเกตเห็นได้ว่าวัสดุเดียวกันอย่างไม้ สามารถพูดได้หลายภาษาในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่ภาษาของโครงสร้างและฟังก์ชัน ไปจนถึงภาษาของความงามและความรู้สึก

ไม้กับสิ่งแวดล้อม บทสนทนาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

หนึ่งในแก่นที่ WOOD WOOD พยายามสะท้อนออกมาคือความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ไม้กับความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นวาระโลก การเลือกวัสดุของศิลปินไม่ใช่แค่เรื่องสุนทรียะอีกต่อไป

เอกพงษ์อธิบายว่าไม้คือวัสดุชนิดเดียวที่สามารถปลูกทดแทนได้ และในนิทรรศการนี้ ศิลปินหลายคนเลือกใช้ไม้เก่าที่ผ่านการใช้งานมาแล้วหรือไม้จากอุตสาหกรรมที่มีการปลูกทดแทน “ทุกคนก็เหมือนนำสิ่งนี้มาทำงาน แล้วก็ใช้ประโยชน์จากเค้าให้มากที่สุด ทั้งเรื่องของการใช้ไม้ที่มีการปลูกทดแทน เป็นไม้ในอุตสาหกรรม แล้วก็ไม้ที่ผ่านการใช้งานมาอยู่แล้ว” เขากล่าว

แนวคิดนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงสัญลักษณ์ แต่ฝังอยู่ในกระบวนการทำงานของศิลปินแต่ละคนอย่างเป็นรูปธรรม เปรียบได้กับแนวคิด Circular Design ที่วงการออกแบบระดับโลกอย่าง Dezeen และ Wallpaper พูดถึงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ว่าการออกแบบที่ดีต้องคิดถึงชีวิตของวัสดุตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง แต่ในกรณีของไม้ ปลายทางอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

เอกพงษ์ ใจบุญ หนึ่งในศิลปินและผู้ขับเคลื่อนหลักของนิทรรศการ

กาลเวลาที่ฝังอยู่ในเนื้อไม้ มิติที่ช่างทั่วไปมองข้าม

หนึ่งในแง่มุมที่น่าสนใจที่สุดของ WOOD WOOD คือการที่ศิลปินหลายคนให้ความสำคัญกับ “มิติของกาลเวลา” ที่ซ่อนอยู่ในตัวไม้แต่ละชิ้น

เอกพงษ์อธิบายถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจนว่าไม้มีเสน่ห์เฉพาะตัวในแง่ของอายุการใช้งานที่ยาวนาน และสามารถถูกส่งต่อในรูปแบบที่เปลี่ยนไปได้หลายครั้ง “ไม้หนึ่งชิ้นเนี่ยมันถูกส่งต่อมาได้หลายแบบ ด้วยการที่เป็นงานสถาปัตย์ก่อน แล้วก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นไม้เก่า ไม้เก่าก็ถูกนำมาใช้เป็นงานสถาปัตยกรรมอีกครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ก็จะถูกพัฒนามาใช้เป็นเครื่องเรือน มันก็เป็นการส่งต่อตัววัสดุ” เขากล่าว

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังพูดถึงห่วงโซ่ที่ยาวไปกว่าอายุคนรุ่นหนึ่ง ว่าการปลูกต้นไม้วันนี้ไม่ใช่การปลูกเพื่อตัวเอง แต่เพื่อคนรุ่นต่อไป “เราปลูกตอนนี้ เราไม่ได้ใช้ แต่เราใช้ไม้ของคนที่ปลูกก่อนหน้าเรา แล้วเราปลูกตอนนี้ รุ่นลูกของเราเป็นคนใช้ เพราะฉะนั้นรุ่นลูกของเราก็ต้องปลูกเพื่อให้รุ่นหลานของเราเป็นคนใช้” ทัศนคตินี้ไม่ต่างจากปรัชญาของชุมชนพื้นเมืองในหลายวัฒนธรรมที่มองการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแบบข้ามรุ่น ซึ่งในปัจจุบันนักนโยบายสิ่งแวดล้อมโลกเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญอีกครั้ง

รวมพลคนทำงานไม้เชียงราย” จากการรวมกลุ่มสู่การสร้างเอกลักษณ์ใหม่

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ WOOD WOOD มีน้ำหนักมากกว่านิทรรศการศิลปะทั่วไปคือความตั้งใจในการสร้างพื้นที่ให้คนทำงานไม้เชียงรายได้พูดคุยกัน โดยไม่สนใจว่าจะเป็นสายสถาปัตยกรรมหรือสายเครื่องเรือน

เอกพงษ์เล่าว่าโจทย์ตั้งแต่แรกเรียบง่ายมาก “ขอแค่คุณทำงานไม้แล้วคุณรักในงานไม้ เถอะ แล้วมาพูดคุยเรื่องไม้กัน” และผลที่ตามมาคือการพิสูจน์ว่าในเชียงรายยังมีช่างฝีมือ ยังมีคนทำงานไม้ และยังมีวัสดุทดแทนที่เป็นไม้เก่าที่รอการตีความใหม่อยู่อีกมาก

การรวมตัวครั้งนี้จึงไม่ได้สิ้นสุดที่นิทรรศการ แต่เป็นการวางรากฐานให้เครือข่ายคนทำงานไม้เชียงรายเห็นกันและกันชัดขึ้น ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วม หรือแม้แต่การสร้างเอกลักษณ์งานคราฟต์ไม้เชียงรายที่ชัดเจนในตลาดงานออกแบบระดับประเทศ

ในบริบทที่คล้ายกัน เมื่อปี 2562 กลุ่มงานคราฟต์เชียงใหม่เคยรวมตัวกันผ่านเทศกาล Chiang Mai Design Week จนสามารถผลักดันงานหัตถกรรมท้องถิ่นออกสู่ตลาดสากลได้หลายชิ้น WOOD WOOD อาจเดินบนเส้นทางเดียวกัน แต่เลือกเริ่มจากรากที่ลึกกว่าในการพูดถึงวัสดุและปรัชญาก่อนที่จะพูดถึงตลาด

มากกว่านิทรรศการ คือบทบันทึกของวัสดุที่ยังมีลมหายใจ

WOOD WOOD ไม่ใช่นิทรรศการที่ตอบคำถามให้สำเร็จรูป แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กับธรรมชาติและงานช่างอย่างไรในชีวิตประจำวัน

ห้อง Black & White Tower ที่ถูกออกแบบให้รู้สึกเหมือนเวิร์กช็อปทางความคิดของศิลปิน ไม่ใช่หอศิลป์ที่ต้องเงียบเชียบและเดินชม ทำให้ประสบการณ์ของผู้ชมกลายเป็นการสนทนากับงาน ไม่ใช่การบูชางาน

ในยุคที่วงการออกแบบโลกหันมาสนใจเรื่อง biomaterials และวัสดุจากธรรมชาติอีกครั้งหลังทศวรรษแห่งพลาสติกและคอนกรีต การที่กลุ่มศิลปินเชียงรายเลือกยืนอยู่กับไม้อย่างมีเหตุผลและมีปรัชญาชัดเจน ถือเป็นการวางตำแหน่งที่น่าจับตา

WOOD WOOD จัดแสดงที่ห้องนิทรรศการ Black & White Tower ชั้น 3 CCAM (หอศิลป์ร่วมสมัยเชียงราย) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ในโครงการ CCAM STUDIO PROJECT by OCAC















สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

[Sassy_Social_Share]
 NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

MOST POPULAR
FOLLOW ME


Facebook


Youtube


Tiktok


X-twitter


Weibo


Instagram


Line

EDITORIAL

May 23, 2026


อนาคตเชียงรายปี 2571 รถไฟทางคู่และห้างยักษ์เปลี่ยนเมือง คนท้องถิ่นได้หรือเสีย




May 19, 2026


เชียงรายเผชิญโจทย์ใหญ่โลกร้อนกระทบคุณภาพใบชา ชูสตอรี่ทางรอดท้องถิ่นหนุนเศรษฐกิจชุมชน




May 5, 2026


เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ต้นทุนทองของครีเอเตอร์ยุคใหม่ สร้างจุดเด่นที่ลอกเลียนไม่ได้ด้วยวัฒนธรรม




April 20, 2026


สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5




April 18, 2026


เชียงรายต้องเป็นมากกว่าเมืองสวย! ชูแกน “อาหาร-กาแฟ-การเชื่อมต่อ” มัดใจครัวเรือนเดี่ยวและคนทำงานพักใจ



NEWS UPDATE