รองผู้ว่าฯ เชียงราย นำทีมถกแผนดันกาแฟปางขอนขึ้นทะเบียน GI มุ่งยกระดับอาราบิก้าสู่ตลาดพรีเมียม

[Sassy_Social_Share]

Summary

เชียงรายดันกาแฟปางขอนขึ้น GI สร้างเกราะคุ้มครองกาแฟดอยสูงรับตลาดพรีเมียม

เชียงราย, 5 มิถุนายน 2569 – จังหวัดเชียงรายเดินหน้าผลักดัน “กาแฟปางขอน” เข้าสู่ระบบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI หวังยกระดับกาแฟอาราบิก้าดอยสูงเหนือ 1,000 เมตร สร้างมาตรฐานคุณภาพ ป้องกันการแอบอ้างชื่อ และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ท่ามกลางความท้าทายจากเอลนีโญและสภาพอากาศแปรปรวนที่อาจกดดันภาคเกษตรในระยะต่อไป

กาแฟปางขอนก้าวสู่ประตู GI รายการใหม่ของเชียงราย

จังหวัดเชียงรายเดินหน้าขับเคลื่อน “กาแฟปางขอน” เข้าสู่กระบวนการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เพื่อคุ้มครองชื่อสินค้า สร้างมาตรฐานคุณภาพ และผลักดันกาแฟอาราบิก้าจากพื้นที่สูงของเชียงรายให้ยืนอยู่ในตลาดพรีเมียมอย่างมั่นคง

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการกำกับดูแลและอนุญาตการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ณ ห้องประชุมเวียงกาหลง ศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียน คู่มือปฏิบัติงาน และระบบควบคุมคุณภาพของ “กาแฟปางขอน” ซึ่งเป็นกาแฟอาราบิก้าจากพื้นที่ดอยสูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร มีจุดเด่นด้านกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม และกระบวนการแปรรูปที่ต้องรักษามาตรฐานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

การประชุมครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนเอกสารของหน่วยงานรัฐ แต่เป็นจุดตั้งต้นสำคัญของการทำให้ชื่อ “ปางขอน” กลายเป็นชื่อแหล่งผลิตที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นระบบ เพราะในตลาดกาแฟพิเศษ ชื่อแหล่งปลูกไม่ใช่เพียงที่อยู่บนฉลาก แต่คือเรื่องราวของภูมิประเทศ ระดับความสูง อากาศ ดิน น้ำ วิธีปลูก วิธีเก็บเกี่ยว และฝีมือการแปรรูปของคนในชุมชน

เชียงรายมี GI แล้ว 9 รายการ กาแฟปางขอนอาจเป็นลำดับที่ 10

ปัจจุบันจังหวัดเชียงรายมีสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI แล้ว 9 รายการ ได้แก่ กาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้าง ชาเชียงราย สับปะรดนางแล สับปะรดภูแลเชียงราย ข้าวก่ำล้านนา เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย และส้มโอเวียงแก่น โดยเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีสินค้า GI มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครศรีธรรมราช

หากกาแฟปางขอนได้รับการขึ้นทะเบียนสำเร็จ จะทำให้เชียงรายมีสินค้า GI เพิ่มเป็น 10 รายการ และยิ่งตอกย้ำภาพจังหวัดในฐานะแหล่งผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูงของภาคเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มชา กาแฟ ผลไม้ และผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์เฉพาะพื้นที่

ข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญายังระบุว่า กาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างของจังหวัดเชียงรายได้รับการขึ้นทะเบียน GI เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ขณะที่กาแฟดอยช้างของกรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า กาแฟดอยช้างเป็นกาแฟอาราบิก้าจากพื้นที่สูง 1,000 ถึง 1,700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งชี้ให้เห็นว่าพื้นที่สูงของเชียงรายมีศักยภาพในการสร้างกาแฟที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพเฉพาะถิ่น

GI ไม่ใช่แค่ตรารับรอง แต่คือระบบคุ้มครองเศรษฐกิจชุมชน

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI มีบทบาทมากกว่าการเพิ่มเครื่องหมายบนบรรจุภัณฑ์ เพราะเป็นเครื่องมือทางทรัพย์สินทางปัญญาที่ช่วยคุ้มครองชื่อสินค้าไม่ให้ถูกนำไปแอบอ้างโดยสินค้าจากพื้นที่อื่น หากกาแฟปางขอนได้รับการขึ้นทะเบียน ชื่อ “กาแฟปางขอน” จะต้องเชื่อมโยงกับแหล่งผลิต คุณภาพ คุณลักษณะ และกระบวนการผลิตที่กำหนดไว้ในระบบควบคุมคุณภาพ

สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ ประโยชน์สำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะตลาดกาแฟพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับแหล่งปลูก ความโปร่งใสของกระบวนการผลิต และรสชาติที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ขณะเดียวกัน GI ยังช่วยป้องกันปัญหาสินค้าปลอมปนหรือการใช้ชื่อปางขอนกับกาแฟที่ไม่ได้มาจากพื้นที่ ซึ่งอาจทำลายความน่าเชื่อถือของชุมชนในระยะยาว

ในตลาดกาแฟยุคใหม่ ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อแค่เครื่องดื่มหนึ่งแก้ว แต่ซื้อความเชื่อมั่น ซื้อเรื่องเล่าของแหล่งผลิต และซื้อความรู้สึกว่าตนเองได้สนับสนุนเกษตรกรที่รักษาคุณภาพอย่างจริงจัง ดังนั้น การขึ้นทะเบียน GI ของกาแฟปางขอนจึงเป็นการสร้าง “เกราะคุ้มครอง” ให้ทั้งชื่อเสียงของพื้นที่และรายได้ของชุมชน

กาแฟดอยสูงต้องรับมือภูมิอากาศที่ไม่เหมือนเดิม

แม้การผลักดัน GI จะเป็นข่าวดีของเศรษฐกิจชุมชน แต่ภาคเกษตรเชียงรายยังต้องเผชิญความท้าทายจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณฝน อุณหภูมิ ความชื้น และความสมดุลของระบบนิเวศบนพื้นที่สูง

Reuters รายงานเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 อ้างองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกว่า เอลนีโญเป็นภาวะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกอุ่นขึ้นเป็นช่วง ๆ โดยมักกินเวลาประมาณ 9 ถึง 12 เดือน และในรอบนี้ WMO คาดว่าอาจเกิดเหตุการณ์ระดับปานกลางถึงรุนแรง ซึ่งมีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยในหลายพื้นที่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2569

ผลกระทบของเอลนีโญต่อภาคเกษตรไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกันทุกพื้นที่ แต่โดยทั่วไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้ง ความร้อนจัด และความไม่แน่นอนของปริมาณฝนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย Reuters รายงานเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ว่า สภาพอากาศร้อนและแห้งที่เชื่อมโยงกับเอลนีโญกำลังสร้างความกังวลต่อการเพาะปลูกและผลผลิตในหลายพื้นที่ของเอเชีย รวมถึงสินค้าเกษตรสำคัญอย่างข้าวและปาล์มน้ำมัน

สำหรับกาแฟ ความสม่ำเสมอของสภาพอากาศมีผลต่อการออกดอก ติดผล และคุณภาพเมล็ด หากฤดูฝนผิดจังหวะหรืออากาศร้อนจัดต่อเนื่อง เกษตรกรอาจเผชิญความเสี่ยงทั้งด้านผลผลิต คุณภาพ และต้นทุนการดูแลสวน การมีระบบ GI ที่เข้มแข็งจึงควรถูกพัฒนาควบคู่กับระบบปรับตัวต่อภูมิอากาศ เช่น การจัดการร่มเงา การอนุรักษ์ดินและน้ำ การเก็บข้อมูลแปลงปลูก และการพัฒนาองค์ความรู้ให้เกษตรกรรับมือกับฤดูกาลที่ไม่แน่นอนมากขึ้น

จากเมล็ดกาแฟสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

กาแฟปางขอนมีศักยภาพมากกว่าการเป็นสินค้าเกษตร เพราะสามารถต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ หากชื่อสินค้าได้รับการคุ้มครองและมีระบบมาตรฐานชัดเจน นักท่องเที่ยวจะไม่ได้เดินทางไปปางขอนเพียงเพื่อซื้อกาแฟ แต่เพื่อสัมผัสภูมิทัศน์ดอยสูง ชุมชน วิธีปลูก การแปรรูป การคั่ว การชิม และเรื่องราวของเกษตรกรที่อยู่เบื้องหลังเมล็ดกาแฟแต่ละเมล็ด

เชียงรายมีต้นทุนด้านกาแฟอยู่แล้วจากชื่อเสียงของดอยตุง ดอยช้าง และแหล่งปลูกบนพื้นที่สูงอีกหลายแห่ง การเพิ่มกาแฟปางขอนเข้าสู่กลุ่ม GI จะช่วยสร้างแผนที่กาแฟของเชียงรายให้หลากหลายขึ้น และช่วยให้จังหวัดสามารถออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวกาแฟที่เชื่อมเมือง ชุมชน ร้านกาแฟ โรงคั่ว และแหล่งปลูกบนดอยเข้าด้วยกัน

ในเชิงเศรษฐกิจ จุดแข็งของ GI คือการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่ชุมชนมีอยู่แล้ว ไม่ต้องเริ่มจากการสร้างสินค้าใหม่ทั้งหมด แต่ต้องทำให้คุณภาพเดิมได้รับการรับรองและสื่อสารออกไปอย่างถูกต้อง หากระบบควบคุมคุณภาพของกาแฟปางขอนทำได้เข้มแข็งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผู้บริโภคจะมองเห็นความแตกต่างระหว่างกาแฟทั่วไปกับกาแฟที่มีแหล่งกำเนิดชัดเจนมากขึ้น

กาแฟปางขอนในวันที่เชียงรายต้องแข่งด้วยอัตลักษณ์

การผลักดันกาแฟปางขอนเข้าสู่ระบบ GI คืออีกก้าวสำคัญของเชียงรายในการยกระดับสินค้าเกษตรจาก “ของดีท้องถิ่น” ไปสู่ “สินค้าที่มีระบบคุ้มครองและแข่งขันได้” ในตลาดพรีเมียม การประชุมเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 จึงมีความหมายมากกว่าการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียน แต่เป็นการวางฐานให้กาแฟปางขอนมีมาตรฐาน มีเรื่องเล่า มีสิทธิ์คุ้มครอง และมีโอกาสสร้างรายได้กลับสู่เกษตรกรอย่างเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จหลังจากนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขึ้นทะเบียนเพียงขั้นตอนเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการรักษาคุณภาพ การควบคุมมาตรฐาน การป้องกันการแอบอ้าง การทำตลาดอย่างมืออาชีพ และการช่วยให้เกษตรกรปรับตัวต่อความเสี่ยงด้านภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น

ในวันที่เอลนีโญและภาวะโลกร้อนกำลังเป็นสัญญาณเตือนต่อภาคเกษตรทั่วโลก เชียงรายจำเป็นต้องใช้ GI เป็นทั้งเครื่องมือเศรษฐกิจและเครื่องมือสร้างความยืดหยุ่นให้ชุมชน หากทำได้ กาแฟปางขอนจะไม่ใช่เพียงสินค้า GI รายการที่ 10 ของจังหวัด แต่จะเป็นอีกสัญลักษณ์ของการพัฒนาเกษตรดอยสูงที่เชื่อมคุณภาพ อัตลักษณ์ สิ่งแวดล้อม และรายได้ชุมชนเข้าด้วยกัน



สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

[Sassy_Social_Share]
 NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

MOST POPULAR
FOLLOW ME


Facebook


Youtube


Tiktok


X-twitter


Weibo


Instagram


Line

EDITORIAL

June 2, 2026


กาแฟเชียงรายดังไกลระดับโลกราคาพุ่งกิ แต่ยังขาดไร่ท่องเที่ยวบอกเล่าเรื่องราวต้นทาง




May 23, 2026


อนาคตเชียงรายปี 2571 รถไฟทางคู่และห้างยักษ์เปลี่ยนเมือง คนท้องถิ่นได้หรือเสีย




May 19, 2026


เชียงรายเผชิญโจทย์ใหญ่โลกร้อนกระทบคุณภาพใบชา ชูสตอรี่ทางรอดท้องถิ่นหนุนเศรษฐกิจชุมชน




May 5, 2026


เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ต้นทุนทองของครีเอเตอร์ยุคใหม่ สร้างจุดเด่นที่ลอกเลียนไม่ได้ด้วยวัฒนธรรม




April 20, 2026


สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5



NEWS UPDATE