ทหารช่างเร่งเสริมพนังกั้นน้ำแม่สายคืบหน้าแล้ว 49% บูรณาการ อบจ.เชียงราย รับมือฤดูฝนชายแดน
-
ทหารช่างเร่งซ่อมแซมและเสริมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรริมแม่น้ำสาย คืบหน้าแล้ว 49.01% ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน
-
อบจ.เชียงราย สนับสนุนเครื่องจักรกลหนักขุดลอกดินโคลนและวาง Big Bag ในจุดเสี่ยงภัยวิกฤตใกล้ชุมชน
-
มทบ.37 และกำลังพลจิตอาสาร่วมเสริมแนวคันกั้นน้ำบริเวณหน้าด่านพรมแดนแม่สายไทย-เมียนมา
-
รองผู้ว่าฯ เชียงราย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและย้ำความสำคัญให้ทุกจุดเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อนฝนมาถึง
-
ฝั่งท่าขี้เหล็ก เมียนมา เร่งขยายร่องน้ำและขุดลอกลำห้วยมาคาโฮคำเพื่อระบายน้ำควบคู่กันตามภูมิประเทศ
ทหารช่างเร่งเสริมพนังกั้นน้ำแม่สายคืบหน้า 49% รับฤดูฝนชายแดน
เชียงราย,3 มิถุนายน 2569 – กองพลพัฒนาที่ 3 ระดมทหารช่างจิตอาสา 60 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ 20 รายการ เร่งซ่อมแซมและเสริมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวแม่น้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย คืบหน้าแล้ว 49.01% ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน ขณะที่ อบจ.เชียงรายเดินหน้าสนับสนุนเครื่องจักรกลขุดลอกลำน้ำและวาง Big Bag รับมือจุดเสี่ยง พร้อมจับตาฝั่งท่าขี้เหล็กที่เร่งขยายร่องน้ำและขุดลอกทางระบายน้ำเช่นกัน
แนวแม่น้ำสายกับภารกิจที่แข่งกับฤดูฝน
แนวลำน้ำสายบริเวณชายแดนอำเภอแม่สายกำลังกลายเป็นพื้นที่ปฏิบัติการสำคัญก่อนเข้าสู่ฤดูฝน หลังเหตุการณ์น้ำหลากในพื้นที่ชายแดนเคยสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน ร้านค้า เส้นทางคมนาคม และพื้นที่เศรษฐกิจของประชาชน การเสริมแนวพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรในรอบนี้จึงไม่ใช่เพียงงานช่างหรือการจัดวางกระสอบทรายขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เป็นภารกิจป้องกันชีวิต ทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นของเมืองชายแดนที่ต้องพึ่งทั้งความเร็ว ความแม่นยำ และการประสานงานของหลายหน่วยงาน
ข้อมูลปฏิบัติการวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า กองพลพัฒนาที่ 3 ยังคงเดินหน้าซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวแม่น้ำสายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนและป้องกันอุทกภัยที่อาจกระทบชุมชน พื้นที่เศรษฐกิจ และทรัพย์สินของประชาชน โดยได้รับการสนับสนุนจากชุดช่างจิตอาสาของหน่วยทหารช่างในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 รวมกำลังพล 60 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ 20 รายการ เข้าดำเนินงานในพื้นที่โซน A และโซน B อย่างเต็มกำลัง
ในพื้นที่ชายแดนอย่างแม่สาย งานป้องกันน้ำท่วมไม่สามารถรอให้ฝนตกหนักแล้วค่อยเริ่มลงมือ เพราะเมื่อปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น กระแสน้ำจะเคลื่อนตัวเร็วและส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งบ้านเรือน ร้านค้าริมชายแดน ด่านการค้า ถนนชุมชน และพื้นที่ติดลำน้ำ การเร่งงานก่อนฤดูฝนจึงเป็นมาตรการเชิงป้องกันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
โซน A คืบหน้า 56.27% โซน B เดินหน้าปรับพื้นที่และวาง Big Bag
ความคืบหน้าของงานในแต่ละจุดสะท้อนว่าภารกิจไม่ได้เป็นงานแบบเส้นเดียว แต่เป็นการซ่อมแซมหลายช่วงตามความเสี่ยงของพื้นที่ โดยโซน A2 สามารถจัดวางถุง Big Bag เพิ่มอีก 35 ถุง มียอดสะสมรวม 90 ถุง คิดเป็นความก้าวหน้า 5.5% ขณะที่โซน A4 จัดวางถุง Big Bag เพิ่มอีก 65 ถุง รวมสะสม 250 ถุง คิดเป็น 69.23% ส่งผลให้ภาพรวมพื้นที่โซน A มีความคืบหน้า 56.27%
ส่วนพื้นที่โซน B1 กำลังพลและเครื่องจักรกลหนักเร่งปรับพื้นที่เพื่อเตรียมวางแกรเบี้ยน มีความก้าวหน้า 60% ขณะที่โซน B4 สามารถจัดวางถุง Big Bag เพิ่ม 15 ถุง รวมสะสม 65 ถุง คิดเป็น 26.5% และยังมีภารกิจเพิ่มเติมในการจัดวาง Big Bag อีก 30 ถุง ทำให้ภาพรวมความคืบหน้าของโซน B อยู่ที่ 46.24%
เมื่อนำผลการดำเนินงานทั้งหมดมารวมกัน การซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสายมีความคืบหน้าแล้ว 49.01% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของโครงการ ตัวเลขนี้มีนัยสำคัญ เพราะหมายถึงภารกิจเดินมาถึงจุดกลางทางในช่วงเวลาที่ฤดูฝนกำลังใกล้เข้ามา แต่ก็ยังเหลืองานอีกเกือบครึ่งที่ต้องเร่งให้แล้วเสร็จ เพื่อให้แนวป้องกันน้ำมีความต่อเนื่องและลดจุดอ่อนของระบบป้องกันน้ำหลากในพื้นที่ชายแดน
ลดฝุ่น ลดผลกระทบระหว่างก่อสร้าง
แม้ภารกิจหลักคือการเสริมแนวพนังกั้นน้ำ แต่ข้อมูลในพื้นที่ยังระบุว่า หน่วยทหารจัดรถบรรทุกน้ำฉีดพ่นตามเส้นทางการสัญจรของรถบรรทุก เครื่องจักรกล และพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองและลดผลกระทบต่อประชาชนในชุมชนโดยรอบ
รายละเอียดนี้อาจดูเป็นเรื่องรองเมื่อเทียบกับงานวาง Big Bag หรือแกรเบี้ยน แต่สำหรับชาวบ้านที่อยู่ใกล้พื้นที่ก่อสร้าง ฝุ่น เสียง และการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน การฉีดพ่นน้ำจึงเป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบระหว่างก่อสร้างที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยปฏิบัติการกับชุมชน
การป้องกันภัยพิบัติที่ดีไม่ควรสร้างภาระใหม่ให้ประชาชนเกินจำเป็น การดูแลสิ่งแวดล้อมระหว่างทำงานจึงเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของภารกิจ ไม่ใช่งานเสริมที่แยกออกจากเป้าหมายหลัก
มทบ.37 และจิตอาสาภัยพิบัติเสริมกำลังหน้าด่านแม่สาย
ขณะเดียวกัน ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 ได้จัดกำลังพลจิตอาสาภัยพิบัติจากกองร้อยกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 และกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์ฯ เข้าสนับสนุนภารกิจของกองพลพัฒนาที่ 3 ในการกรอกทรายบรรจุถุง Big Bag และเสริมแนวพนังกั้นน้ำในหลายจุดสำคัญ เช่น บริเวณหน้าด่านพรมแดนแม่สายไทย–เมียนมา ถนนสายสันลมจอย และพื้นที่เสี่ยงตลอดแนวลำน้ำสาย
พื้นที่เหล่านี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อทั้งชุมชนและเศรษฐกิจชายแดน เพราะหน้าด่านพรมแดนแม่สายไม่ใช่เพียงจุดผ่านแดน แต่เป็นพื้นที่หมุนเวียนของการค้า การเดินทาง และกิจกรรมบริการจำนวนมาก ข้อมูลจากสำนักงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการค้า ระบุว่าด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 เป็นจุดข้ามแดนไปยังท่าขี้เหล็ก เมียนมา หากพื้นที่ดังกล่าวถูกน้ำท่วม ความเสียหายย่อมกระทบมากกว่าชุมชนริมฝั่งน้ำ แต่กระทบภาพรวมเศรษฐกิจชายแดนและความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการด้วย
รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ย้ำต้องเสร็จก่อนฤดูฝน
นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน พร้อมตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนแม่สาย
ถ้อยย้ำดังกล่าวสะท้อนหัวใจของภารกิจครั้งนี้ เพราะพนังกั้นน้ำจะมีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อเชื่อมต่อกันครบจุดสำคัญและพร้อมก่อนน้ำมา หากยังมีช่วงใดเป็นจุดอ่อน น้ำอาจไหลเข้าพื้นที่ชุมชนผ่านช่องว่างหรือจุดต่ำของแนวป้องกันได้ ดังนั้น การเร่งงานให้ทันฤดูฝนจึงเป็นเรื่องของความปลอดภัยสาธารณะมากกว่าการเร่งให้ได้ตามตัวเลขโครงการ
บรรยากาศในพื้นที่ยังได้รับกำลังใจจากชาวอำเภอแม่สาย ที่ร่วมกันนำอาหารกลางวันและอาหารเย็นมามอบให้แก่กำลังพลทหารช่างและชุดช่างจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ พลเอก สิรภพ ศุภวานิช อดีตเจ้ากรมการทหารช่าง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งจเร สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก ได้ลงพื้นที่ติดตามงานด้วยตนเอง พร้อมพบปะให้กำลังใจกำลังพล และจัดเลี้ยงหมูกระทะแก่เจ้าหน้าที่ชุดช่างทุกนาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวแม่สาย


อบจ.เชียงรายเสริมงานเชิงรุกด้วยเครื่องจักรและ Big Bag
อีกฟันเฟืองสำคัญของภารกิจรับมืออุทกภัยแม่สายคือองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดยข้อมูลที่แนบมาระบุว่า นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการด่วนภายใต้การขับเคลื่อน ศูนย์บริหารจัดการสาธารณภัยแบบเบ็ดเสร็จ หรือ PDOSS ให้กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.เชียงราย บูรณาการความร่วมมือกับทุกฝ่าย ระดมกำลังบุคลากรและเครื่องจักรกลหนักลงพื้นที่จุดเสี่ยงภัยในอำเภอแม่สาย เพื่อเสริมมาตรการป้องกันน้ำท่วมอย่างเต็มกำลัง
การปฏิบัติการของ อบจ.เชียงราย แบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การขุดลอกลำน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยนำเครื่องจักรเข้าขุดลอกดินโคลนที่ทับถมและเศษสวะออก เพื่อเปิดทางไหลให้น้ำระบายได้คล่องตัวและรวดเร็วยิ่งขึ้น ลดโอกาสน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ลุ่มต่ำ และการเสริมแนวกั้นน้ำด้วย Big Bag เพื่อสร้างแนวคันกั้นน้ำชั่วคราวที่มั่นคงแข็งแรงในจุดเสี่ยงภัยวิกฤตใกล้ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง
บทบาทของ อบจ.เชียงรายจึงช่วยเติมเต็มภารกิจของทหารช่างในมิติท้องถิ่น เพราะการป้องกันน้ำท่วมต้องทำพร้อมกันทั้งการเสริมแนวกั้นน้ำและการเปิดทางน้ำ หากมีคันกั้นแต่ทางระบายน้ำอุดตัน น้ำก็ยังอาจเอ่อท่วมพื้นที่ได้ ในทางกลับกัน หากขุดลอกลำน้ำแต่ไม่มีแนวป้องกันจุดเปราะบาง พื้นที่ชุมชนก็ยังเสี่ยงต่อแรงน้ำหลาก
ท่าขี้เหล็กเร่งขุดลอกลำห้วย สัญญาณว่าปัญหาน้ำเป็นโจทย์ข้ามแดน
ข้อมูล ရှမ်းအရှေ့သတင်းမဏ္ဍိုင် (Shaneastnewsmaandrel) ประเทศเมียนมาชี้ว่า ฝั่งท่าขี้เหล็กก็เร่งดำเนินมาตรการลดน้ำท่วมในช่วงก่อนฤดูฝนเช่นกัน โดยเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม มีการรายงานว่า หน่วยงานท้องถิ่นท่าขี้เหล็กให้ความสำคัญกับพื้นที่เสี่ยงน้ำล้น จุดรับน้ำ และพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วม โดยเร่งขยายร่องน้ำและขุดลอกลำห้วยตามลำดับความสำคัญ
ในพื้นที่มาคาโฮคำ มีการขุดลอกลำห้วยน้ำและลำห้วยไนน์ไนน์ ด้วยเครื่องจักรจากหน่วยงานเทศบาลและหน่วยงานเหมืองแร่ ขณะเดียวกันมีการขยายร่องน้ำสายเดิมที่รับน้ำจากลำห้วยไนน์ไนน์ให้กว้าง 8 ฟุต พร้อมทำฝารางระบายน้ำสำหรับรองรับรถผ่าน และปรับปรุงสะพานข้ามร่องน้ำ เพื่อให้น้ำไหลได้ดีขึ้นในช่วงฝน
ต่อมาเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ฝั่งท่าขี้เหล็กรายงานการขุดลอกร่องระบายน้ำบริเวณข้างโรงแรมอาลูร่า ในพื้นที่ปงทุน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่สัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคมและแล้วเสร็จแล้ว รวมทั้งมีการก่อสร้างท่อระบายน้ำแบบ Slab Culvert บนถนนส่อสันตุน เพื่อช่วยระบายน้ำจากภูเขาในช่วงฝน โดยจากทั้งหมด 5 จุด มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 จุด และมีการขยายร่องน้ำจากเดิมประมาณ 1.5 ฟุต เป็น 4 ฟุต
รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชายแดนไม่ได้หยุดอยู่ที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เพราะแม่น้ำ ลำห้วย และทางระบายน้ำเชื่อมโยงกันตามสภาพภูมิประเทศ การป้องกันน้ำท่วมแม่สายจึงต้องมองควบคู่กับการระบายน้ำของฝั่งท่าขี้เหล็กด้วย แม้การดำเนินงานจะอยู่ภายใต้หน่วยงานคนละประเทศก็ตาม
ความร่วมมือคือแนวป้องกันที่มองไม่เห็น
ภารกิจเสริมพนังกั้นน้ำแม่สายในปีนี้จึงมีทั้งแนวป้องกันที่มองเห็นได้ เช่น Big Bag แกรเบี้ยน คันกั้นน้ำ เครื่องจักรกล และร่องระบายน้ำ และแนวป้องกันที่มองไม่เห็นคือความร่วมมือระหว่างทหาร ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ชายแดน
ตัวเลขคืบหน้า 49.01% เป็นสัญญาณเชิงบวกว่า งานเดินหน้าใกล้ครึ่งทางแล้ว แต่ในมุมของประชาชนริมลำน้ำ สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือความพร้อมจริงก่อนฤดูฝน การลดจุดอ่อนของแนวป้องกัน การระบายน้ำที่ไม่ติดขัด และระบบสื่อสารแจ้งเตือนที่ทำให้ชุมชนรู้เท่าทันสถานการณ์
แม่สายเป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชนหนาแน่น เศรษฐกิจชายแดน และความเปราะบางต่ออุทกภัยจากลำน้ำสาย การเตรียมพร้อมครั้งนี้จึงไม่ใช่งานเฉพาะฤดูกาล แต่เป็นบทเรียนของการบริหารความเสี่ยงเมืองชายแดนในระยะยาว ยิ่งสภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้น การป้องกันน้ำท่วมต้องเปลี่ยนจากการซ่อมเฉพาะหน้าไปสู่การวางระบบล่วงหน้า ทั้งการขุดลอก การกำจัดสิ่งกีดขวาง การเสริมพนัง การจัดการฝุ่นระหว่างงานก่อสร้าง และการฟังเสียงประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
แม่สายในวันที่น้ำยังมาไม่ถึง
ก่อนฤดูฝนจะเข้มข้นขึ้น ภาพกำลังพลทหารช่าง เครื่องจักรกล Big Bag และประชาชนที่นำอาหารมาให้เจ้าหน้าที่ คือภาพสะท้อนของเมืองชายแดนที่ยังไม่รอให้น้ำหลากมาถึงหน้าบ้านก่อนจึงค่อยลงมือ ความคืบหน้า 49.01% ของแนวพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวแม่น้ำสายคือหลักฐานว่าแม่สายกำลังเร่งสร้างเกราะป้องกันของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยของแม่สายไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝั่งไทยเพียงฝ่ายเดียว เพราะพื้นที่ท่าขี้เหล็กก็กำลังขุดลอกและขยายทางน้ำเพื่อรับมือฝนเช่นกัน เมื่อสายน้ำไม่รู้จักเส้นเขตแดน การจัดการน้ำจึงต้องอาศัยการมองภาพรวมทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ ทางระบายน้ำ แนวพนัง จุดข้ามแดน ชุมชนริมฝั่ง และพื้นที่เศรษฐกิจ
ภารกิจครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการก่อสร้างแนวกันน้ำ แต่เป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า ทุกภาคส่วนกำลังลงมือก่อนวิกฤตจะเกิดขึ้นจริง และหากงานเสริมพนังกั้นน้ำเดินหน้าต่อเนื่องจนแล้วเสร็จทันฤดูฝน แม่สายจะมีโอกาสลดความเสี่ยงจากน้ำหลากและปกป้องเมืองชายแดนแห่งนี้ได้มากกว่าที่ผ่านมา
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
- ရှမ်းအရှေ့သတင်းမဏ္ဍိုင် (Shaneastnewsmaandrel) ประเทศเมียนมา
- อบจ.เชียงราย – องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
FOLLOW ME
Facebook
Youtube
Tiktok
X-twitter
Weibo
Instagram
Line
EDITORIAL
June 2, 2026
กาแฟเชียงรายดังไกลระดับโลกราคาพุ่งกิ แต่ยังขาดไร่ท่องเที่ยวบอกเล่าเรื่องราวต้นทาง
May 23, 2026
อนาคตเชียงรายปี 2571 รถไฟทางคู่และห้างยักษ์เปลี่ยนเมือง คนท้องถิ่นได้หรือเสีย
May 19, 2026
เชียงรายเผชิญโจทย์ใหญ่โลกร้อนกระทบคุณภาพใบชา ชูสตอรี่ทางรอดท้องถิ่นหนุนเศรษฐกิจชุมชน
May 5, 2026
เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ต้นทุนทองของครีเอเตอร์ยุคใหม่ สร้างจุดเด่นที่ลอกเลียนไม่ได้ด้วยวัฒนธรรม
April 20, 2026
สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5