เวียนเทียนกลางน้ำกว๊านพะเยาหนึ่งเดียวในโลก ชูท่องเที่ยวเชิงศรัทธาควบเวลเนส ดันเมืองรองสู่จุดหมายปลายทางระดับสากล
-
พะเยาจัดงานเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยา ครั้งที่ 57 ในวันวิสาขบูชาอย่างยิ่งใหญ่
-
ททท. นำร่องทริป EV กรีนบัส ขนนักท่องเที่ยวจากเชียงรายร่วมงานเพื่อหนุนเทรนด์เที่ยวใกล้บ้าน
-
สถิติชี้ท่องเที่ยวพะเยาโต 10% โดยมีคนเชียงรายเป็นกลุ่มเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุดถึง 30%
-
จังหวัดเร่งแก้ Pain Point ด้านที่พักที่มีจำกัด และระบบขนส่งสาธารณะเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนรอง
-
วางแผนยกระดับภูมิทัศน์วัดติโลกอาราม และรุกตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) ในปี 2570
พะเยาโตสูงสุดภาคเหนือ 9.83% เวียนเทียนกลางกว๊านดันเมืองรองสู่เมืองปลายทาง
เชียงราย/พะเยา,31 พฤษภาคม 2569 – พะเยาส่งสัญญาณท่องเที่ยวฟื้นแรง หลังจำนวนผู้เยี่ยมเยือน 4 เดือนแรกปี 2569 แตะ 447,594 คน เติบโตสูงสุดในภาคเหนือ 17 จังหวัดที่ร้อยละ 9.83 ททท. สำนักงานเชียงรายและศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยาเดินหน้าใช้ “เวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยา หนึ่งเดียวในโลก” เป็นจุดขายหลัก เชื่อมเชียงราย พะเยา และเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน พร้อมยอมรับโจทย์ใหญ่เรื่องห้องพัก ระบบขนส่ง และการกระจายรายได้สู่พื้นที่รอง
พะเยาไม่ใช่เมืองผ่าน เมื่อผู้เยี่ยมเยือนโตสูงสุดภาคเหนือ
ภาพของกว๊านพะเยาในช่วงเช้าและค่ำคืนวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กำลังกลายเป็นภาพสะท้อนเศรษฐกิจเมืองรองที่น่าจับตา หลังข้อมูลจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 จังหวัดพะเยามีผู้เยี่ยมเยือน 447,594 คน และมีอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ร้อยละ 9.83 สูงที่สุดในกลุ่มภาคเหนือ 17 จังหวัด
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงสถิติที่สวยงามสำหรับรายงานประจำเดือน แต่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของเมืองที่เคยถูกมองว่าอยู่ระหว่างทางของเส้นทางเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง และน่าน พะเยากำลังส่งสัญญาณว่าเมืองเล็กที่มีธรรมชาติ วัดวา วัฒนธรรม และวิถีชุมชน สามารถขยับขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางได้ หากมีการออกแบบกิจกรรมที่ชัดเจนและเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่
ในตารางกลุ่มภาคเหนือ 17 จังหวัด พะเยาอยู่ในอันดับ 1 ด้านอัตราการเติบโต แม้จำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวมยังน้อยกว่าเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น เชียงใหม่ที่มีผู้เยี่ยมเยือน 4,320,588 คน และเชียงราย 2,465,737 คน แต่พะเยากลับโดดเด่นในเชิงอัตราเร่ง ซึ่งบอกให้เห็นว่าเมืองกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับการเผยแพร่ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา ซึ่งระบุว่าพะเยาโตสูงสุดภาคเหนือช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569
เวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊าน จากศรัทธาสู่เศรษฐกิจเมืองรอง
หนึ่งในแรงขับสำคัญของพะเยา คือประเพณี เวียนเทียนทางน้ำ กลางกว๊านพะเยา หนึ่งเดียวในโลก ซึ่งจัดขึ้นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาปีละ 3 ครั้ง ได้แก่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา โดยปี 2569 ครั้งที่ 57 จัดขึ้นวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ณ บริเวณท่าเรือวัดติโลกอาราม อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
กิจกรรมในปีนี้เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 06.00 น. ด้วยพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ 59 รูป ริมกว๊านพะเยา พร้อมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวล่องเรือสักการะหลวงพ่อศิลาวัดติโลกอารามตลอดทั้งวัน ก่อนเข้าสู่ช่วงเย็นที่มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม ชุด “แสงเทียน เวียนกว๊าน มหัศจรรย์ หนึ่งเดียวในโลก” และการแสดงแสง สี เสียง ชุดพิเศษ “ศรัทธาแห่งสายน้ำ ธรรมะ ชีวิต การตื่นรู้”
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยาระบุว่า งานเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยา ครั้งที่ 57 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อสืบสานศรัทธาทางพระพุทธศาสนาและอัตลักษณ์ของจังหวัดพะเยา ขณะที่เทศบาลเมืองพะเยาประชาสัมพันธ์การลงทะเบียนขึ้นเรือเวียนเทียนทางน้ำรอบวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 โดยจำกัดจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมในแต่ละรอบ สะท้อนว่าความนิยมของกิจกรรมสูงพอที่จะต้องจัดระบบรองรับนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง



วัดติโลกอาราม ศรัทธากลางน้ำที่สร้างเรื่องเล่าให้เมือง
วัดติโลกอารามเป็นหัวใจของประเพณีนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นจุดเวียนเทียนกลางกว๊าน แต่เพราะเป็นพื้นที่ที่ประวัติศาสตร์ ศาสนา และภูมิทัศน์ธรรมชาติรวมอยู่ในประสบการณ์เดียวกัน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลว่า วัดติโลกอารามเป็นสถานที่สำคัญกลางกว๊านพะเยา และมีประเพณีเวียนเทียนทางน้ำในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพะเยา
นายพีระ จันทิมา ปลัดจังหวัดพะเยา ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาให้พบสื่อมวลชน ระบุว่า งานเวียนเทียนทางน้ำในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของปี และในหนึ่งปีพะเยาจะจัด 3 ครั้ง โดยปีนี้จังหวัดให้ความสำคัญกับการเพิ่มความเป็นทางธรรมมากขึ้น เน้นศีล สมาธิ และปัญญา ลดความเป็นทางโลกของการแสดงบางส่วน และเพิ่มบรรยากาศสงบร่มเย็น มีเสียงสวดมนต์กังวานเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา
สิ่งที่น่าสนใจคือ จังหวัดพะเยาไม่ได้มองวัดติโลกอารามเป็นเพียงฉากหลังของงานเทศกาล แต่กำลังปรับปรุงภูมิทัศน์ของพื้นที่กลางกว๊านให้เหมาะสมขึ้น นายพีระระบุว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา อรอาภา โลวีระ ร่วมกับคณะสงฆ์หารือเรื่องการพัฒนาวัดติโลกอาราม โดยมีการปรับพื้นที่เป็นรูปทรงกลม และมียอดระดมทุนเพื่อพัฒนาพื้นที่ทะลุ 1 ล้านบาทแล้ว


ทริป 299 บาทเต็ม 80 ที่นั่ง สัญญาณ “เที่ยวใกล้บ้าน” ยังขายได้
ททท. สำนักงานเชียงรายและศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ใช้งานเวียนเทียนทางน้ำเป็นเครื่องมือทดลองตลาด “เที่ยวใกล้บ้าน” โดยจัดรถ EV Greenbus จำนวน 2 คัน คันละ 40 คน รวม 80 คน จากเชียงรายสู่พะเยา ในรูปแบบวันเดย์ทริปไปกลับ ราคาแพ็กเกจ 299 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับจนเต็มทุกที่นั่ง
นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย ระบุว่า กิจกรรมนี้เป็นการทดลองดูว่าคนเชียงรายเดินทางมาเที่ยวพะเยาตามนโยบายเที่ยวใกล้บ้านแล้วมีเสียงตอบรับอย่างไร โดยนักท่องเที่ยวที่ร่วมทริประบุว่าประทับใจบรรยากาศของงาน แสงไฟ ความสงบ และความอิ่มใจหลังได้เวียนเทียนครบ 3 รอบ
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของจำนวนผู้ร่วมงานก็นำไปสู่โจทย์ด้านการจัดการ นางสาวยุรีพรรณระบุว่า ททท. จะนำเสียงของนักท่องเที่ยว หรือ Voice of Customer กลับไปใช้ปรับปรุงกิจกรรมรอบถัดไป โดยเฉพาะระบบจองและการจัดคิวลงเรือ เพราะในงานมีนักท่องเที่ยวต่อแถวยาว แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่สูงขึ้น แต่ก็สะท้อนว่าระบบบริการต้องพัฒนาให้ทันความต้องการ

จากเมืองทางผ่าน สู่เมืองพักค้าง
นายธรณินทร์ สุรินธรรม หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ระบุว่า ภาพรวมปี 2568 จังหวัดพะเยามีนักท่องเที่ยวประมาณ 1.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ราว 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ และไตรมาสแรกปี 2569 ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ยังเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เช่นกัน โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายมากที่สุดประมาณ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ รองลงมาเป็นเชียงใหม่ ลำปาง กรุงเทพฯ บางส่วน และน่าน
คำถามสำคัญคือ พะเยาจะเปลี่ยนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จากการแวะเที่ยวระยะสั้นให้กลายเป็นการพักค้างคืนได้อย่างไร นายธรณินทร์ระบุว่า ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยาใช้แนวทางส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นความถี่ในการเดินทางและกระจายการเดินทางตลอดทั้งปี เช่น แคมเปญ Check-in Summer ที่ ททท. ร่วมกับผู้ประกอบการที่พักในจังหวัดพะเยา จัดโปรโมชั่นช่วงหน้าร้อนเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่
นอกจากนี้ พะเยายังพยายามต่อยอดจากงานขนาดใหญ่ เช่น เคาท์ดาวน์ ลอยกระทง สงกรานต์ และงานเวียนเทียนทางน้ำ ให้กลายเป็นแรงดึงดูดที่เชื่อมกับร้านอาหาร โฮมสเตย์ ชุมชนท่องเที่ยว ตลาดท้องถิ่น และกิจกรรมรอบกว๊าน เพราะถ้านักท่องเที่ยวอยู่ต่ออีกหนึ่งคืน เม็ดเงินจะไม่หยุดอยู่แค่ค่าเดินทางหรือค่าอาหารมื้อเดียว แต่กระจายไปถึงที่พัก ร้านค้า ผู้ประกอบการท้องถิ่น และชุมชนรอบนอกมากขึ้น


ห้องพัก 2,000 กว่าห้อง และขนส่งสาธารณะคือคอขวดของพะเยา
แม้ตัวเลขผู้เยี่ยมเยือนจะเพิ่มขึ้น แต่พะเยายังมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ให้ทัน นายธรณินทร์ระบุว่า Pain Point สำคัญของพะเยาคือที่พักที่ยังไม่หลากหลายและมีจำนวนค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่เป็นเกสต์เฮาส์และโรงแรมระดับ 1 ถึง 3 ดาว โรงแรม 4 ดาวมีไม่กี่แห่ง และยังไม่มีโรงแรม 5 ดาว โดยจำนวนห้องพักมีเพียงประมาณ 2,000 กว่าห้อง หากมีอีเวนต์ขนาดใหญ่ ห้องพักจะเต็มทันที
ข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ยังระบุว่า เมื่อมีกิจกรรมใหญ่ เช่น งานเคาท์ดาวน์หรือสงกรานต์ นักท่องเที่ยวเติบโตขึ้นประมาณ 20% ถึง 30% ทำให้ที่พักในตัวเมืองพะเยาเกือบเต็มถึงประมาณ 95% แต่พื้นที่รอบนอกยังมีอัตราเข้าพักต่ำกว่า สถานการณ์นี้ชี้ว่าพะเยาไม่ได้ขาดความต้องการจากตลาด แต่ยังต้องทำให้การกระจายตัวของนักท่องเที่ยวออกนอกเมืองเกิดขึ้นจริง
อีกคอขวดคือระบบขนส่งสาธารณะ นายธรณินทร์ระบุว่า การเชื่อมโยงจากตัวเมืองพะเยาไปยังแหล่งท่องเที่ยวรองยังไม่มีรถสาธารณะที่เข้าถึงได้สะดวก ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวต้องเดินทางด้วยรถส่วนตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับสหกรณ์เดินรถของพะเยา เพื่อใช้รถสองแถวในลักษณะเช่าเหมาพานักท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ขณะที่บริษัทรถเช่าในจังหวัดมีเพียงประมาณ 2 ถึง 3 แห่ง
ท่องเที่ยวชุมชนและคนรุ่นใหม่คือฐานใหม่ของพะเยา
การเติบโตของการท่องเที่ยวจะมีความหมายต่อคนพะเยาจริงก็ต่อเมื่อรายได้ไม่กระจุกอยู่เฉพาะพื้นที่ตัวเมืองหรือผู้ประกอบการรายใหญ่ นายธรณินทร์ระบุว่า ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยาเน้นการสร้างประสบการณ์เชิงลึกผ่านท่องเที่ยวชุมชน เช่น ชุมชนไทลื้อ อำเภอเชียงคำ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิต เรียนรู้วัฒนธรรม ทำ Workshop และซื้อสินค้าของชุมชนเป็นของฝาก
แนวทางนี้มีเป้าหมายมากกว่าการเพิ่มกิจกรรมให้ผู้มาเยือน เพราะเป็นการสร้างอาชีพในพื้นที่และลดแรงกดดันจากการย้ายถิ่นของคนรุ่นใหม่ หากชุมชนสามารถออกแบบกิจกรรมที่มีคุณภาพและเชื่อมกับตลาดได้ คนรุ่นใหม่ในพื้นที่ก็มีโอกาสกลับมาใช้ทักษะด้านภาษา การตลาดออนไลน์ งานบริการ งานออกแบบ หรือการเล่าเรื่อง เพื่อสร้างรายได้ในบ้านเกิดของตัวเอง
พะเยายังมองไปถึงกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนชายกว๊าน โดยเฉพาะย่านชุมชนราชวงศ์ ซึ่งอยู่ระหว่างหารือว่าจะต่อยอดเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ใดได้บ้าง หากทำสำเร็จ กว๊านพะเยาจะไม่ใช่เพียงจุดชมวิวหรือสถานที่จัดงานเทศกาล แต่จะกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิต อาหาร วัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันระหว่างเมืองกับน้ำ
เชียงราย พะเยา และ R3A เส้นทางที่ต้องคิดเป็นเครือข่าย
นางสาวยุรีพรรณระบุว่า ททท. สำนักงานเชียงรายดูแลทั้งเชียงรายและพะเยา จึงวางบทบาทให้เชียงรายเป็นเมืองหลักที่ช่วยกระจายนักท่องเที่ยวสู่พะเยาเมืองรองอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมต่อกับเชียงใหม่ผ่านเส้นทางเชียงใหม่ วังเหนือ พะเยา เชียงราย หรือเส้นทางที่นักท่องเที่ยวลงเครื่องเชียงใหม่ แวะพะเยา กิน เที่ยว ชิล แล้วต่อเชียงรายและบินกลับได้
อีกเส้นทางที่เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นคือ R3A และประตูเชียงของ นางสาวยุรีพรรณให้ข้อมูลว่า ล่าสุดมีคาราวานนักท่องเที่ยวจีน 35 คัน จำนวน 76 คน เดินทางจากหลายเมืองในจีน ผ่านสิบสองปันนา เข้าประตูแรกของไทยที่เชียงของ จับจ่ายใช้สอยในไทย พักค้างคืนที่ตัวเมืองเชียงราย 1 คืน ก่อนเดินทางต่อเป็นทริป 16 วันผ่านหลายภูมิภาคของประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่บินลงเชียงใหม่ แล้วเดินทางต่อมายังเชียงราย เชียงแสน และเชียงของ ก่อนล่องเรือจากเชียงของไปหลวงพระบาง เส้นทางนี้ชี้ว่าการท่องเที่ยวของเชียงรายและพะเยาไม่ได้แยกจากกัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายท่องเที่ยวเหนือและลุ่มน้ำโขง ซึ่งต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เชื่อมกันมากขึ้น

Wellness จะเป็นเกมใหม่ของเชียงรายและพะเยา
ททท. สำนักงานเชียงรายมองว่าแนวโน้มตลาดปี 2570 จะให้ความสำคัญกับ Wellness หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของภาคเหนือมีทั้ง Gen Y Gen X และผู้สูงอายุ ซึ่งต้องการพักผ่อน ลดความเครียด และหาประสบการณ์ที่ช่วยเยียวยาร่างกายกับจิตใจ
นางสาวยุรีพรรณระบุว่า ททท. เตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านธรรมชาติบำบัด Retreat Refresh Relax Rebalance และอาหารสุขภาพ โดยเชียงรายมีความพร้อมจาก Wellness Center ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้ประกอบการสปา นวด โรงแรม และคาเฟ่ที่เริ่มจัดกิจกรรม Ice Bath Sauna Healing และโยคะ ขณะที่พะเยากำลังค้นหาตัวตนด้าน Wellness เช่น การอาบป่า กิจกรรมล่องเรือแบบ Heal ใจ และการเชื่อมกิจกรรมชุมชนกับคาร์บอนเครดิต
นี่คือจุดที่พะเยาสามารถใช้จุดแข็งของตนเองอย่างกว๊านพะเยา ความสงบ วัดวา อาหารพื้นถิ่น และชุมชนริมกว๊านมาเชื่อมกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ โดยไม่จำเป็นต้องแข่งขันด้วยความใหญ่หรือความหวือหวา แต่แข่งขันด้วยความลึก ความสงบ และประสบการณ์ที่มีความหมาย
บทสรุปของพะเยาในปีที่เมืองรองเริ่มเปล่งเสียง
พะเยาในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 เป็นตัวอย่างของเมืองรองที่เริ่มเปลี่ยนภาพจำได้อย่างชัดเจน ตัวเลขผู้เยี่ยมเยือน 447,594 คน และอัตราเติบโตร้อยละ 9.83 สูงที่สุดในภาคเหนือ 17 จังหวัด ไม่ใช่เพียงผลจากกระแสชั่วคราว แต่สะท้อนการสะสมของกิจกรรม เทศกาล การประชาสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ชุมชน และประชาชนในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของพะเยายังอยู่ตรงหน้า เมืองต้องเร่งแก้ปัญหาห้องพักจำกัด ระบบขนส่งสาธารณะไม่ครอบคลุม การกระจายนักท่องเที่ยวออกนอกตัวเมือง และการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตกับวิถีชีวิตริมกว๊าน หากแก้ได้ พะเยาจะไม่เป็นเพียงเมืองที่คนแวะผ่านเพื่อเดินทางต่อ แต่จะกลายเป็นเมืองที่ผู้คนตั้งใจมาพัก ตั้งใจมาทำบุญ ตั้งใจมาใช้เวลา และตั้งใจกลับมาอีกครั้ง
งานเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยาจึงเป็นมากกว่าประเพณีหนึ่งเดียวในโลก เพราะในเชิงเศรษฐกิจและสังคม มันคือเวทีที่ทำให้พะเยาพิสูจน์ว่าเมืองเล็กสามารถสร้างพลังใหญ่ได้ หากมีเรื่องเล่าที่ชัด มีระบบรองรับที่ดี และทำให้คนในพื้นที่เป็นเจ้าของการเติบโตอย่างแท้จริง
สถิติและข้อมูลสำคัญประกอบข่าว
ช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 จังหวัดพะเยามีผู้เยี่ยมเยือน 447,594 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.83 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สูงที่สุดในกลุ่มภาคเหนือ 17 จังหวัด ตามข้อมูลที่อ้างอิงจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
จังหวัดภาคเหนือที่มีอัตราเติบโตสูงรองจากพะเยา ได้แก่ สุโขทัย เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.92 อุตรดิตถ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.15 กำแพงเพชร เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.24 และตาก เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.93 ส่วนเชียงรายมีผู้เยี่ยมเยือน 2,465,737 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.89
งานเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยา ครั้งที่ 57 จัดขึ้นวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ณ บริเวณท่าเรือวัดติโลกอาราม โดยมีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 59 รูป การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงแสง สี เสียง และพิธีเวียนเทียนทางน้ำด้วยเรือพาย
ททท. สำนักงานเชียงรายจัดทริปพิเศษจากเชียงรายสู่พะเยาด้วยรถ EV Greenbus จำนวน 2 คัน รวม 80 คน ราคาแพ็กเกจ 299 บาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะใกล้และกระตุ้นการเดินทางระหว่างเชียงรายกับพะเยา
นายธรณินทร์ สุรินธรรม ระบุว่า ปี 2568 พะเยามีนักท่องเที่ยวประมาณ 1.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ราว 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ และไตรมาสแรกปี 2569 ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 10%
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
- Museum Thailand
- ททท. สำนักงานเชียงราย
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
FOLLOW ME
Facebook
Youtube
Tiktok
X-twitter
Weibo
Instagram
Line
EDITORIAL
May 23, 2026
อนาคตเชียงรายปี 2571 รถไฟทางคู่และห้างยักษ์เปลี่ยนเมือง คนท้องถิ่นได้หรือเสีย
May 19, 2026
เชียงรายเผชิญโจทย์ใหญ่โลกร้อนกระทบคุณภาพใบชา ชูสตอรี่ทางรอดท้องถิ่นหนุนเศรษฐกิจชุมชน
May 5, 2026
เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ต้นทุนทองของครีเอเตอร์ยุคใหม่ สร้างจุดเด่นที่ลอกเลียนไม่ได้ด้วยวัฒนธรรม
April 20, 2026
สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5
April 18, 2026
เชียงรายต้องเป็นมากกว่าเมืองสวย! ชูแกน “อาหาร-กาแฟ-การเชื่อมต่อ” มัดใจครัวเรือนเดี่ยวและคนทำงานพักใจ