เปิดปฏิบัติการขจัดเหลือบราชสีห์ จับอดีตปลัดเชียงของปลอมใบ ป.3 กว่า 400 ใบ สกัดอาวุธข้ามชาติสามเหลี่ยมทองคำ

[Sassy_Social_Share]

Summary

เปิดแฟ้มลับชายแดน เชียงของสะเทือน ปฏิบัติการขจัดเหลือบราชสีห์ล่าขบวนการใบ ป.3 ปลอมกว่า 400 ใบ

เชียงราย 30 พฤษภาคม 2569 – เย็นวานนี้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในตัวเมืองพะเยา ตำรวจ สภ.เมืองพะเยาเข้าควบคุมตัวชายวัยกลางคนคนหนึ่งโดยไม่มีการขัดขืน ในรถของเขาพบอาวุธปืนพร้อมกระสุน 37 นัดและเงินสด 130,000 บาท ชายคนนี้ไม่ใช่นักค้ามือธรรมดา แต่คือ นายอภิสิทธิ์ อดีตปลัดอำเภอเชียงของ ผู้ที่กรมการปกครองระบุว่าเป็นตัวการใหญ่ในขบวนการปลอมใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน หรือใบ ป.3 ที่กำลังสั่นสะเทือนวงการปกครองชายแดนภาคเหนือ

การจับกุมครั้งนี้เป็นหมากตาสุดท้ายของปฏิบัติการที่เริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่เมื่อวาน

ปฏิบัติการฟ้าสางที่เชียงของ

เวลา 06.30 น. วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงรายร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจค้น 3 จังหวัดคือ เชียงราย พะเยา และพิษณุโลก ภายใต้รหัส ปฏิบัติการขจัดเหลือบราชสีห์ เพื่อเดินหน้าปราบปรามขบวนการลักลอบออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ป.3 ปลอม หลังพบพฤติกรรมใช้ตรายางปลอมลายเซ็นผู้บังคับบัญชาออกเอกสารราชการโดยมิชอบ

ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินการตามนโยบายคุมเข้มอาวุธปืนและปราบปรามการทุจริตของรัฐบาลและนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ผลการเข้าตรวจค้นในอำเภอเชียงของ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือ อส. ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและมาตรา 265 ฐานปลอมเอกสารราชการ พร้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่บ้านปากอิง หมู่ 16 ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ พบอาวุธปืนต้องสงสัยจำนวน 3 กระบอกซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดและที่มาของอาวุธ

การปฏิบัติการอยู่ภายใต้การอำนวยการของนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร้อยตำรวจตรี สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ และนายสุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอเชียงของ

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในพื้นที่คือ นายณัฏฐวุฒน์ อายุ 43 ปี ชาวตำบลสถาน อำเภอเชียงของ โดยเจ้าหน้าที่นำตัวมาบันทึกจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอเชียงของก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายและเตรียมขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

มิติที่หนึ่ง ความมั่นคงชายแดนและเส้นทางอาวุธ

ทำไมต้องเป็นอำเภอเชียงของ คำตอบอยู่ในแผนที่ เชียงของเป็นอำเภอชายแดนที่ติดกับสปป.ลาวโดยมีแม่น้ำโขงกั้นกลาง และอยู่ห่างจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำในเมียนมาไม่ถึงร้อยกิโลเมตร บ้านปากอิงจุดที่พบปืน 3 กระบอกคือชุมชนริมโขงที่เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้ามายาวนาน

เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าใบ ป.3 ปลอมกว่า 400 ใบที่ตรวจพบความผิดปกติในพื้นที่อาจไม่ได้จบแค่การซื้อปืนจากร้านถูกกฎหมายในไทย แต่ปืนเหล่านั้นอาจถูกส่งข้ามโขงไปยังเครือข่ายนายทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือกลุ่มธุรกิจสีเทาที่ต้องการอาวุธโดยไม่ทิ้งร่องรอยทางทะเบียน

รูปแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ แต่การที่เอกสารราชการไทยถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกปืนให้กลายเป็นของถูกกฎหมายชั่วคราวก่อนส่งออก ทำให้ประเด็นนี้ยกระดับจากคดีทุจริตในท้องถิ่นไปสู่ภัยคุกคามความมั่นคงข้ามชาติ

มิติที่สอง จากสวมบัตรสู่สวมปืน ขบวนการเดิมที่กลับมาอีกครั้ง

ข้อมูลจากการสืบสวนขยายผลพบว่าขบวนการดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ระดับปลัดอำเภอซึ่งปัจจุบันถูกไล่ออกจากราชการในคดีสวมตัวทำบัตรประชาชน สมาชิก อส. รวมถึงลูกจ้างร้านจำหน่ายอาวุธปืนบางรายร่วมกันปลอมใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ป.3 เพื่อนำไปใช้โดยมิชอบ

นี่คือจุดเชื่อมโยงสำคัญ นายอภิสิทธิ์เคยถูกให้ออกจากราชการจากกรณีสวมตัวบุคคลต่างด้าวทำบัตรประชาชนมาก่อน แล้วกลับมาใช้ช่องโหว่เดิมในระบบทะเบียนราษฎร์และระบบอนุมัติอาวุธปืนของฝ่ายปกครองเพื่อสร้างเอกสารปลอมรอบใหม่

จากคดีสวมบัตรประชาชนสู่ขบวนการปั๊ม ป.3 เถื่อน สะท้อนให้เห็นว่ากลไกทุจริตไม่ได้เกิดจากคนนอก แต่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐที่รู้ขั้นตอน รู้ลายเซ็น และรู้ว่าจะหลบการตรวจสอบได้อย่างไร เมื่อคนกลุ่มนี้กลายเป็นผู้เอื้อประโยชน์ให้มาเฟียชายแดน ความเสียหายจึงไม่ใช่แค่เอกสารปลอม แต่คือความเชื่อมั่นทั้งระบบ

มิติที่สาม ตัวเลขที่ฟ้องความผิดปกติ ป.3 พุ่ง แต่ ป.4 เป็นศูนย์

จุดเริ่มต้นของคดีนี้ไม่ได้มาจากการร้องเรียน แต่มาจากข้อมูลดิบ สืบเนื่องจากฝ่ายปกครองตรวจพบความผิดปกติในการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ป.3 ในช่วงที่ผ่านมา โดยพบว่ามีการออกใบอนุญาตจำนวนมากผิดสังเกต แต่กลับไม่มีผู้มายื่นขอใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ป.4 ตามขั้นตอนปกติ

เจ้าหน้าที่จึงเริ่มตรวจสอบเอกสารย้อนหลังและพบว่าลายเซ็นผู้อนุญาตในเอกสารหลายฉบับมีลักษณะเหมือนกันทุกประการ คาดว่าเป็นการใช้ตรายางปั๊มลายเซ็นขึ้นมา เนื่องจากด้านหลังเอกสารไม่ปรากฏร่องรอยการลงนามด้วยปากกา

นี่คือการใช้ Data-Driven มาจับทุจริตอย่างแท้จริง ปกติแล้วเมื่อประชาชนได้ใบ ป.3 ไปซื้อปืนแล้ว ต้องนำปืนมาขึ้นทะเบียนขอใบ ป.4 ภายในกำหนด แต่ในเชียงของตัวเลข ป.3 พุ่งสูงผิดปกติขณะที่ยอดจดทะเบียน ป.4 กลับเป็นศูนย์ ความไม่สมดุลนี้เองที่นำไปสู่การเปิดแฟ้มสืบสวนและปฏิบัติการล้างบางในที่สุด

กรมการปกครองระบุจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบความผิดปกติของใบ ป.3 ในพื้นที่อำเภอเชียงของมากกว่า 400 ใบ นั่นเท่ากับว่าอาจมีอาวุธปืนกว่า 400 กระบอกหลุดออกไปสู่ตลาดมืดโดยไม่มีต้นทางที่ตรวจสอบได้

มิติที่สี่ เมื่อผู้พิทักษ์กลายเป็นความเสี่ยงของชุมชน

สมาชิก อส. คือกองกำลังกึ่งทหารที่อยู่ใกล้ชิดชาวบ้านที่สุดในพื้นที่ชายแดน มีหน้าที่รักษาความสงบ ช่วยเหลือภัยพิบัติ และเป็นด่านแรกของรัฐ เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ถืออาวุธและบังคับใช้กฎหมายกลับกลายเป็นผู้ปลอมแปลงเอกสารและครอบครองปืนต้องสงสัยเอง ย่อมส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของชาวบ้านอย่างรุนแรง

เสียงสะท้อนจากชาวเชียงของหลังการจับกุมจึงไม่ใช่แค่ความโล่งใจ แต่คือคำถามว่าใครจะปกป้องพวกเขาจากคนที่สวมเครื่องแบบ นี่คือหัวใจของหลักธรรมาภิบาลตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 16 เรื่องสันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง

จังหวัดเชียงรายและกรมการปกครองยืนยันเดินหน้ากวาดล้างขบวนการทุจริตทุกรูปแบบอย่างจริงจัง พร้อมย้ำว่าข้าราชการต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่อาศัยอำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน

หลังการจับกุมนายอภิสิทธิ์ที่พะเยา เจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าทำจริงตามข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่ายขนาดใหญ่ที่อาจเชื่อมโยงถึงร้านปืนและนายทุนนอกพื้นที่ จึงยังคงเดินหน้าขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับต่อไป

ปฏิบัติการขจัดเหลือบราชสีห์ที่เชียงของจึงไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบอนุญาตอาวุธปืนของไทยยังมีช่องว่างให้คนในใช้ตรายางปั๊มอนาคตของประเทศได้ หากไม่มีการตรวจสอบด้วยข้อมูลและการลงพื้นที่จริง ใบ ป.3 ปลอมอีกหลายร้อยใบอาจกำลังเดินทางข้ามแม่น้ำโขงในคืนนี้โดยที่ไม่มีใครรู้









สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

[Sassy_Social_Share]
 NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

MOST POPULAR
FOLLOW ME


Facebook


Youtube


Tiktok


X-twitter


Weibo


Instagram


Line

EDITORIAL

May 23, 2026


อนาคตเชียงรายปี 2571 รถไฟทางคู่และห้างยักษ์เปลี่ยนเมือง คนท้องถิ่นได้หรือเสีย




May 19, 2026


เชียงรายเผชิญโจทย์ใหญ่โลกร้อนกระทบคุณภาพใบชา ชูสตอรี่ทางรอดท้องถิ่นหนุนเศรษฐกิจชุมชน




May 5, 2026


เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ต้นทุนทองของครีเอเตอร์ยุคใหม่ สร้างจุดเด่นที่ลอกเลียนไม่ได้ด้วยวัฒนธรรม




April 20, 2026


สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5




April 18, 2026


เชียงรายต้องเป็นมากกว่าเมืองสวย! ชูแกน “อาหาร-กาแฟ-การเชื่อมต่อ” มัดใจครัวเรือนเดี่ยวและคนทำงานพักใจ



NEWS UPDATE