ตลาดเวลเนสโลกพุ่งทะยานล้านล้านดอลลาร์ เชียงรายชูจุดแข็งธรรมชาติริมน้ำกกปั้นแลนด์มาร์คพรีเมียมใหม่

[Sassy_Social_Share]

Summary

ท่องเที่ยวอาเซียนโตแรง เชียงรายเร่งจับตลาดพรีเมียมริมแม่น้ำกก

เชียงราย,4 มิถุนายน 2569 – อุตสาหกรรมAirAsia MOVE ชี้ไตรมาสแรกปี 2569 กว่า 89% ของการจองเป็นการเดินทางภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 5 เดือนแรกกว่า 14 ล้านคน สร้างรายได้ราว 679,274 ล้านบาท ท่ามกลางพฤติกรรมนักเดินทางที่จองใกล้วันเดินทาง มองหาความคุ้มค่า และต้องการประสบการณ์เฉพาะตัว เชียงรายจึงมีโอกาสยกระดับย่านริมแม่น้ำกกสู่ตลาดท่องเที่ยวพรีเมียม Wellness และ Digital Detox

เมื่อการเดินทางใกล้บ้านกลายเป็นคำตอบของภูมิภาค

ท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังส่งสัญญาณสำคัญอีกครั้ง หลังข้อมูลเชิงลึกไตรมาสแรกปี 2569 ของ AirAsia MOVE ระบุว่า ความต้องการเดินทางในภูมิภาคยังแข็งแรง แม้เศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการเดินทาง ความเชื่อมั่น และการตัดสินใจของผู้บริโภค

ข้อมูลจาก AirAsia MOVE ระบุว่า กว่า 89% ของการจองทั้งหมดบนแพลตฟอร์มเป็นการเดินทางภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตลาดที่มีปริมาณการจองสูงคือมาเลเซียและไทย ขณะที่ระยะเวลาการจองล่วงหน้าเฉลี่ยอยู่เพียง 14 ถึง 30 วัน สะท้อนว่านักเดินทางยุคนี้ไม่ได้วางแผนล่วงหน้านานเหมือนในอดีต แต่เลือกจับตาราคา โปรโมชั่น ความปลอดภัย และสถานการณ์รอบตัวก่อนตัดสินใจ

ในมุมของประเทศไทย แนวโน้มนี้มีความหมายโดยตรง เพราะตลาดระยะใกล้และตลาดอาเซียนกำลังกลายเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยพยุงการเดินทางในช่วงที่ตลาดระยะไกลบางส่วนยังเปราะบาง รายงานของ The Nation อ้างข้อมูล AirAsia MOVE ว่า นักเดินทางเลือกเดินทางใกล้บ้านมากขึ้น เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่าและควบคุมต้นทุนได้ง่ายกว่า โดยจุดหมายยอดนิยมในอาเซียนคือกัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯ และบาหลี

ไทยยังแข็งแรง แต่ต้องอ่านสัญญาณตลาดให้ทัน

เอกสารสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยรายสัปดาห์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประจำสัปดาห์ที่ 22 ของปี 2569 ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 14,032,649 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 679,274 ล้านบาท ตลาดสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 2,318,312 คน มาเลเซีย 1,737,938 คน อินเดีย 1,056,729 คน รัสเซีย 946,732 คน และเกาหลีใต้ 539,848 คน

เฉพาะสัปดาห์วันที่ 25 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยรวม 603,792 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 83,256 คน หรือร้อยละ 15.99 โดยตลาดที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 185,721 คน จีน 81,097 คน อินเดีย 52,736 คน สิงคโปร์ 22,333 คน และรัสเซีย 17,958 คน

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมไม่ได้มีแต่สัญญาณบวก เพราะเอกสารเดียวกันระบุว่า นักท่องเที่ยวจีนและอินเดียลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ตลาดระยะใกล้อย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ และรัสเซียปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าไทยยังต้องทำงานละเอียดกับตลาดแต่ละกลุ่ม ไม่สามารถใช้กลยุทธ์เดียวกับทุกประเทศได้อีกต่อไป

ในเวลาเดียวกัน Reuters รายงานเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ว่า Thai AirAsia ลดกำลังการผลิตที่นั่งเฉลี่ยราว 30% ในช่วงพฤษภาคมถึงมิถุนายน เนื่องจากราคาน้ำมันอากาศยานสูงขึ้นและอุปสงค์ช่วงกลางปีอ่อนตัวลง โดยระบุว่าตลาดจีน เอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังดำเนินงานต่อเนื่อง สัญญาณนี้ย้ำว่า แม้ความต้องการเดินทางยังมีอยู่ แต่ต้นทุนและความไม่แน่นอนจะเป็นเงื่อนไขสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวในปี 2569

นักเดินทางไทยจองเร็ว ตัดสินใจไว และมองหาความคุ้มค่า

ข้อมูลของ AirAsia MOVE ระบุว่า นักเดินทางไทยเป็นกลุ่ม Digital Value Seekers หรือกลุ่มที่ใช้ดิจิทัลสูงและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า โดยมีสัดส่วนกลุ่ม Millennials 48% และ Gen Z 25% รูปแบบการเดินทางเด่นคือ Solo Traveller 35% และเดินทางแบบคู่ 30% ระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 3.8 วัน และจองล่วงหน้าเฉลี่ยเพียง 21 วัน ซึ่งถือว่าสั้นที่สุดในภูมิภาค

พฤติกรรมนี้บอกผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเชียงรายอย่างชัดเจนว่า การขายแพ็กเกจต้องไม่ช้า ไม่ซับซ้อน และต้องตอบโจทย์แบบทันที นักเดินทางไทยจำนวนมากอาจไม่ได้วางแผนข้ามฤดูกาล แต่เลือกซื้อเมื่อเห็นราคาดี กิจกรรมน่าสนใจ หรือมีเหตุผลพอให้ตัดสินใจออกเดินทางในช่วงใกล้วันเดินทาง

สำหรับเชียงราย ซึ่งมีจุดแข็งทั้งธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม เมืองสร้างสรรค์ กาแฟ ชา อาหารพื้นถิ่น และเส้นทางชายแดน โอกาสจึงอยู่ที่การออกแบบแพ็กเกจระยะสั้นที่มีประสบการณ์ชัด เช่น พักริมแม่น้ำกกหนึ่งคืน พร้อมเส้นทางวัดร่องเสือเต้น บ้านดำ ชิมกาแฟ เช็กอินคาเฟ่ และกิจกรรม Wellness หรือ Digital Detox ที่ไม่ต้องใช้เวลานาน แต่ให้ความรู้สึกว่าได้พักจริง

ริมแม่น้ำกกกำลังเปลี่ยนจากที่พักสวยสู่ Luxury Hospitality Corridor

ข้อมูลที่ผู้ใช้จัดเตรียมระบุว่า ย่านแม่กกและริมแม่น้ำกกกำลังมีบทบาทมากขึ้นในฐานะพื้นที่รองรับโรงแรมระดับพรีเมียม โดยมีโรงแรมเดิมอย่าง Le Méridien Chiang Rai Resort, The Riverie by Katathani, Riva Vista Riverfront Resort, The Legend Chiang Rai และโครงการใหม่อย่าง Kahavadi Chiang Rai, Curio Collection by Hilton และ Miru Chiang Rai เข้ามาเติมภาพลักษณ์การบริการระดับบนของจังหวัด

ข้อมูลจาก Hilton ระบุว่า Kahavadi Chiang Rai, Curio Collection by Hilton เป็นโรงแรมริมแม่น้ำแม่กก มี 167 ห้องพัก และ 2 ห้องอาหาร โดยนำเสนอประสบการณ์ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ทางเดินชมธรรมชาติ สวนดอกไม้ป่า ชายามบ่าย “Spirit of the North” ความร่วมมือด้านอาหารกับเชฟในภูมิภาค และตลาดเกษตรกรสุดสัปดาห์ รายละเอียดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของตลาดโรงแรมเชียงรายที่ไม่ได้ขายเพียงห้องพัก แต่ขาย “ประสบการณ์เชิงพื้นที่” ซึ่งเชื่อมผู้มาเยือนกับภูมิทัศน์ วัตถุดิบท้องถิ่น และเรื่องเล่าของเมือง

การขยับของโรงแรมระดับพรีเมียมในย่านเดียวกันอาจทำให้ริมแม่น้ำกกกลายเป็นแนวระเบียงเศรษฐกิจบริการระดับบนของเชียงราย หากภาครัฐและเอกชนสามารถจัดการโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม การจราจร ภูมิทัศน์ริมแม่น้ำ และการเชื่อมโยงกับชุมชนให้เหมาะสม ย่านนี้อาจกลายเป็นจุดขายใหม่ของเชียงรายในตลาดนักเดินทางคุณภาพสูง

Curio Collection by Hilton
Miru Collection

จากตลาดทัวร์กลุ่มใหญ่ สู่ Conscious Tourism

ข้อมูลที่แนบมาชี้ว่า การเปลี่ยนผ่านของโรงแรมบางแห่งในเชียงรายสะท้อนยุทธศาสตร์จากตลาดกลุ่มใหญ่ที่เน้นปริมาณ ไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระระดับพรีเมียม ครอบครัวรุ่นใหม่ และกลุ่มที่ต้องการประสบการณ์เฉพาะตัว แนวคิดนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมภูมิภาคที่ AirAsia MOVE ระบุว่า นักเดินทางต้องการความยืดหยุ่น ความคุ้มค่า และแพ็กเกจที่ออกแบบให้เหมาะกับตลาดแต่ละกลุ่ม

กลุ่มมาเลเซียมีการเดินทางแบบครอบครัวสูงถึง 65% พำนักเฉลี่ย 4.2 วัน และใช้จ่ายกับอาหารและกิจกรรมครอบครัว ส่วนฟิลิปปินส์มีแนวโน้มพักยาว พำนักเฉลี่ย 6.8 วัน และใช้จ่ายสูงกับที่พักระดับกลางถึงระดับบน ขณะที่อินโดนีเซียมี Solo Traveller สูงถึง 58% และเติบโต 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

สำหรับเชียงราย ข้อมูลนี้แปลเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ได้ทันที ตลาดมาเลเซียควรถูกจับด้วยแพ็กเกจครอบครัวที่รวมอาหาร กิจกรรมวัฒนธรรม และเส้นทางธรรมชาติ ตลาดฟิลิปปินส์เหมาะกับแพ็กเกจพักยาวและโรงแรมระดับกลางถึงบน ส่วนตลาดอินโดนีเซียเหมาะกับประสบการณ์เดี่ยวที่ปลอดภัย มีเรื่องเล่า และเชื่อมกิจกรรมอาหาร คาเฟ่ ศิลปะ และธรรมชาติ

Wellness และ Digital Detox คือความหรูหราแบบใหม่

เทรนด์อีกด้านที่ควรจับตาคือ Wellness และ Digital Detox ข้อมูลในเอกสารแนบระบุว่า ผู้บริโภคจำนวนมากกำลังเผชิญภาวะเหนื่อยล้าจากหน้าจอ และเริ่มมองหาการเดินทางแบบปลีกวิเวก ตัดขาดจากโลกออนไลน์ หรือพักผ่อนในพื้นที่ที่ไม่ต้องมี Wi-Fi เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์

ในระดับตลาดโลก IMARC Group ประเมินว่า ตลาด Wellness Tourism มีมูลค่า 1.06 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.72 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 5.38% ระหว่างปี 2026 ถึง 2034 ตัวเลขนี้ชี้ว่า Wellness ไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มเล็กอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหมวดหลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก

เชียงรายมีต้นทุนที่เหมาะกับตลาดนี้หลายด้าน ทั้งแม่น้ำกก ภูเขา อากาศ ธรรมชาติ วัด ศิลปะ อาหารสุขภาพ ชา กาแฟ และชุมชนชาติพันธุ์ หากผู้ประกอบการสามารถออกแบบแพ็กเกจที่ให้ผู้มาเยือน “ช้าลง” ได้จริง เช่น พักริมแม่น้ำแบบลดการใช้มือถือ เดินป่าเบา ๆ เวิร์กช็อปชาหรือกาแฟ อาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น โยคะ สมาธิ สปา และกิจกรรมศิลปะ เชียงรายจะสามารถแข่งขันในตลาดพรีเมียมโดยไม่ต้องเลียนแบบเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่

โจทย์ของเชียงรายคือการทำให้มูลค่ากระจายถึงชุมชน

การเข้ามาของโรงแรมระดับพรีเมียมและแบรนด์นานาชาติอาจช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของเชียงราย แต่คำถามสำคัญคือ เม็ดเงินจะกระจายถึงชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นมากเพียงใด หากโรงแรมระดับบนซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรเชียงราย ใช้งานศิลปินท้องถิ่น ออกแบบกิจกรรมกับชุมชน ส่งแขกไปยังร้านอาหาร คาเฟ่ ตลาด เกษตรกร และกลุ่มงานคราฟต์ในพื้นที่ การเติบโตของโรงแรมจะกลายเป็นการเติบโตของระบบเศรษฐกิจเมือง ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจที่พัก

ข้อมูล AirAsia MOVE ยังแนะนำให้ผู้ประกอบการออกแบบข้อเสนอเฉพาะตลาด เพิ่มความยืดหยุ่นในการจอง สร้างแพ็กเกจที่เน้นประสบการณ์ และมีระดับราคาหลากหลาย แนวทางนี้เหมาะกับเชียงรายโดยตรง เพราะจังหวัดมีทั้งตลาดนักท่องเที่ยวไทยที่จองเร็ว ตลาดครอบครัวจากอาเซียน ตลาด Solo Traveller และตลาดพรีเมียมที่ต้องการความสงบ ความเป็นส่วนตัว และประสบการณ์ที่มีความหมาย

เชียงรายในกระแสท่องเที่ยวใหม่

ปี 2569 กำลังบอกผู้ประกอบการท่องเที่ยวอย่างชัดเจนว่า ตลาดไม่ได้หายไป แต่ตลาดเปลี่ยนพฤติกรรม นักเดินทางยังต้องการเดินทาง แต่จองใกล้วันมากขึ้น คุมงบมากขึ้น มองหาความปลอดภัยมากขึ้น และต้องการประสบการณ์ที่ตอบตัวตนมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 5 เดือนแรกกว่า 14 ล้านคน และรายได้ราว 679,274 ล้านบาท ซึ่งเป็นฐานสำคัญให้เมืองรองและเมืองสร้างสรรค์อย่างเชียงรายขยับกลยุทธ์ได้

เชียงรายจึงยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ ด้านหนึ่งคือกระแสเดินทางภายในอาเซียนที่ยังแข็งแรง อีกด้านคือการลงทุนที่พักระดับพรีเมียมริมแม่น้ำกก และอีกด้านคือความต้องการ Wellness กับ Digital Detox ที่กำลังโตทั่วโลก หากจังหวัดสามารถจัดระบบพื้นที่ริมแม่น้ำกกให้สมดุลระหว่างธุรกิจ สิ่งแวดล้อม ชุมชน และวัฒนธรรมได้ เชียงรายจะไม่ใช่เพียงเมืองแวะเที่ยวทางเหนือ แต่จะเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพที่นักเดินทางตั้งใจมาเพื่อพัก ใช้เวลา และซื้อประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากเมืองอื่น

สถิติและข้อมูลสำคัญประกอบข่าว

AirAsia MOVE ระบุว่า ไตรมาส 1 ปี 2569 กว่า 89% ของการจองบนแพลตฟอร์มเป็นการเดินทางภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตลาดมาเลเซียและไทยมีปริมาณการจองสูง และระยะเวลาจองล่วงหน้าเฉลี่ยอยู่ที่ 14 ถึง 30 วัน

นักเดินทางไทยในข้อมูล AirAsia MOVE มีสัดส่วน Millennials 48% และ Gen Z 25% โดยรูปแบบการเดินทางเด่นคือ Solo Traveller 35% และแบบคู่ 30% พำนักเฉลี่ย 3.8 วัน และจองล่วงหน้าเฉลี่ย 21 วัน ซึ่งสั้นที่สุดในภูมิภาค

ข้อมูลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในเอกสารแนบระบุว่า วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 14,032,649 คน สร้างรายได้ประมาณ 679,274 ล้านบาท โดยตลาดสะสมสูงสุดคือจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้

IMARC Group ประเมินว่าตลาด Wellness Tourism มีมูลค่า 1.06 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะถึง 1.72 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2034 โดยเติบโตเฉลี่ยปีละ 5.38% ระหว่างปี 2026 ถึง 2034

Hilton ระบุว่า Kahavadi Chiang Rai, Curio Collection by Hilton มี 167 ห้องพัก 2 ห้องอาหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กก และนำเสนอประสบการณ์ที่เชื่อมธรรมชาติ อาหารท้องถิ่น และตลาดเกษตรกรสุดสัปดาห์

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

[Sassy_Social_Share]
 NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

MOST POPULAR
FOLLOW ME


Facebook


Youtube


Tiktok


X-twitter


Weibo


Instagram


Line

EDITORIAL

June 2, 2026


กาแฟเชียงรายดังไกลระดับโลกราคาพุ่งกิ แต่ยังขาดไร่ท่องเที่ยวบอกเล่าเรื่องราวต้นทาง




May 23, 2026


อนาคตเชียงรายปี 2571 รถไฟทางคู่และห้างยักษ์เปลี่ยนเมือง คนท้องถิ่นได้หรือเสีย




May 19, 2026


เชียงรายเผชิญโจทย์ใหญ่โลกร้อนกระทบคุณภาพใบชา ชูสตอรี่ทางรอดท้องถิ่นหนุนเศรษฐกิจชุมชน




May 5, 2026


เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ต้นทุนทองของครีเอเตอร์ยุคใหม่ สร้างจุดเด่นที่ลอกเลียนไม่ได้ด้วยวัฒนธรรม




April 20, 2026


สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5



NEWS UPDATE