จากเตาเผาโบราณสู่เวทีโลก! เชียงรายชูเวียงกาหลงเป็นเสาหลักเศรษฐกิจฐานราก ผสานศิลปะกับดีไซน์สมัยใหม่
[Sassy_Social_Share]
ผู้ว่าฯ เชียงรายหนุน “เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สู่เวทีตลาดใหม่ของชุมชน
เชียงราย, 9 ธันวาคม 2568 – ที่อำเภอเวียงป่าเป้า เสียงเตาเผาดินเผาโบราณยังคงดังอย่างสม่ำเสมอท่ามกลางหมู่บ้านที่โอบล้อมด้วยภูเขา ในเช้าวันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย “นายชูชีพ พงษ์ไชย” พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชม “เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง” หนึ่งในหัตถศิลป์พื้นเมืองที่ถือเป็นหน้าตาทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงราย และเป็นความภาคภูมิใจของคนเวียงป่าเป้ามาอย่างยาวนาน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงพิธีการหรือการเยี่ยมชมเชิงสัญลักษณ์ แต่สะท้อนถึงความพยายามของจังหวัดในการ “จับมือกับชุมชน” เพื่อยกระดับหัตถกรรม OTOP ให้เดินหน้าสู่ตลาดสร้างสรรค์ ทั้งในเชิงการท่องเที่ยว เศรษฐกิจฐานราก และภาพลักษณ์ของเชียงรายในฐานะแหล่งรวมภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
เวียงกาหลง จากเตาเผาโบราณ สู่สัญลักษณ์หัตถศิลป์ล้านนา
เวียงกาหลงเป็นเมืองโบราณในเขตอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งในทางโบราณคดีได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งเตาเผาโบราณสำคัญแห่งหนึ่งของภาคเหนือ และเป็นต้นกำเนิด “เครื่องถ้วยเวียงกาหลง” ที่มีลวดลายและเนื้อดินเป็นเอกลักษณ์ จนถูกจัดให้เป็นหนึ่งในมรดกหัตถกรรมสำคัญของไทย DB SAC
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เวียงกาหลงไม่เพียงเป็นแหล่งโบราณสถาน แต่ยังพัฒนาเป็น “ชุมชนหัตถกรรมร่วมสมัย” ที่หยิบยกภูมิปัญญาโบราณ เช่น เทคนิคการขึ้นรูปดิน การเคลือบสีเขียว–น้ำตาล และการเผาที่อุณหภูมิสูง มาปรับใช้กับดีไซน์ใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ทั้งในรูปแบบภาชนะใช้สอย ของตกแต่งบ้าน ไปจนถึงงานออกแบบร่วมสมัยที่เน้นความเรียบง่ายแต่มีอัตลักษณ์สูง
การได้รับการยอมรับในฐานะสินค้า OTOP ของจังหวัดเชียงราย รวมถึงการผลักดันให้เป็นสินค้าที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทำให้ “เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง” ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าท้องถิ่น แต่เป็น “สื่อ” ที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของผู้คนริมขอบป่าในภาคเหนือของไทย
ครูทันธิ จิตตัง ช่างฝีมือ OTOP ผู้สืบสานงานดินเผาให้ยืนยาว
หัวใจของมรดกหัตถศิลป์ไม่ได้อยู่ที่เตาเผา แต่อยู่ที่ “คน” ผู้สืบสานภูมิปัญญา ภาพของ “ครูทันธิ จิตตัง” ศิลปิน OTOP ที่ยืนต้อนรับผู้ว่าฯ เชียงรายในวันลงพื้นที่ จึงไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่คือภาพแทนของ “ช่างฝีมือท้องถิ่น” ที่อุทิศชีวิตให้กับการรักษามรดกดินเผาเวียงกาหลงไว้ในบริบทของโลกยุคใหม่
ครูทันธิไม่เพียงสืบทอดเทคนิคการปั้นและการเคลือบแบบดั้งเดิม แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีความร่วมสมัย เพื่อตอบโจทย์ตลาดที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยว คนเมือง และนักสะสมงานหัตถศิลป์ การร่วมทำงานกับภาครัฐและองค์กรสนับสนุนต่าง ๆ ช่วยให้ครูทันธิสามารถนำ “ภาษาใหม่ของการออกแบบ” มาผสานกับ “รากเดิมของภูมิปัญญา” จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทั้ง “ใช้ได้จริง” และ “เล่าเรื่องชุมชนได้จริง” ไปพร้อมกัน
ในมุมของผู้ว่าราชการจังหวัด การลงพื้นที่เยี่ยมชมและรับฟังเสียงจากครูทันธิและชุมชน จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเข้าใจข้อจำกัด และมองเห็นช่องทางสนับสนุนอย่างตรงจุด ทั้งเรื่องตลาด ช่องทางจัดจำหน่าย การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการสร้างโอกาสให้ศิลปิน OTOP สามารถแข่งขันในเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง
ผู้ว่าฯ เชียงรายลงพื้นที่ จากเตาเผาเล็ก ๆ สู่โจทย์ใหญ่ระดับจังหวัด
ในการเยี่ยมชมแหล่งผลิตและจำหน่ายเครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลงครั้งนี้ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมคณะ ได้รับฟังการบรรยายอย่างละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกดินในพื้นที่ การขึ้นรูป การลงเคลือบ ไปจนถึงการเผาที่ต้องอาศัยประสบการณ์สูงในการควบคุมอุณหภูมิ
นอกจากจะเรียนรู้ขั้นตอนเชิงช่างแล้ว คณะผู้บริหารยังได้หารือกับครูทันธิและชุมชนถึงแนวทางการ “ต่อยอดเชิงสร้างสรรค์” เช่น
- การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดของตกแต่งบ้านและงานดีไซน์สมัยใหม่
- การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และเรื่องเล่า (storytelling) ให้สอดคล้องกับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ
- การเชื่อมโยงเวียงกาหลงกับเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดเชียงราย
ผู้ว่าฯ เชียงรายเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดในการสนับสนุนสินค้า OTOP และศิลปินชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้าน “การตลาด–การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม–โอกาสทางเศรษฐกิจ” เพื่อให้การอนุรักษ์ภูมิปัญญาไม่ใช่เพียงการเก็บรักษาอดีต หากแต่เป็นการสร้างอนาคตที่จับต้องได้ให้แก่คนในพื้นที่
การลงพื้นที่ในลักษณะนี้จึงเป็นมากกว่าการเยี่ยมชม แต่คือ “สัญญาณทางนโยบาย” ว่าจังหวัดเห็นคุณค่าและพร้อมจะผลักดันให้หัตถกรรมเวียงกาหลงกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจฐานรากเชียงรายในระยะยาว
OTOP และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บทเรียนจากระดับประเทศสู่เวียงป่าเป้า
หากมองภาพกว้างกว่าหนึ่งชุมชน จะเห็นว่า “เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง” กำลังยืนอยู่บนเส้นทางเดียวกับนโยบายระดับประเทศด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการพัฒนาสินค้าชุมชน OTOP
ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ระบุว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 1–1.5 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 9% ของจีดีพี และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม ThaiPublica ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า “ความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรม” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภาพลักษณ์ แต่เป็น “เศรษฐกิจจริง” ที่สร้างรายได้และการจ้างงานจำนวนมาก
ด้านสินค้า OTOP เอง แม้ตัวเลขเฉพาะจังหวัดเชียงรายในบางปีอาจแตกต่างกันไป แต่แนวโน้มในระดับประเทศชี้ชัดว่าสินค้า OTOP สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมระดับหลายหมื่นล้านบาทต่อปี และเป็น ช่องทางสำคัญในการยกระดับรายได้ครัวเรือนในชนบท ขณะที่ในจังหวัดเชียงราย สินค้า OTOP หลายกลุ่ม—ตั้งแต่กาแฟ ชา สมุนไพร ไปจนถึงงานหัตถกรรม—ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ในบริบทนี้ เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลงจึงไม่ใช่เพียง “สินค้าอีกชิ้น” หากแต่เป็นตัวแทนของการผสาน “รากวัฒนธรรม” เข้ากับ “โอกาสจากเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ที่กำลังเติบโตในระดับประเทศ
เวียงกาหลงในยุคตลาดดิจิทัล โอกาสใหม่และแรงกดดันรูปแบบใหม่
แม้เวียงกาหลงจะมีชื่อเสียงจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเชียงราย แต่สภาพการแข่งขันในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่หน้าร้านหรือหมู่บ้านอีกต่อไป ตลาดออนไลน์ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และสื่อโซเชียลกลายเป็น “สมรภูมิใหม่” ที่ทั้งสร้างโอกาสและกดดันผู้ประกอบการหัตถกรรมไปพร้อมกัน
สำหรับครูทันธิและศิลปิน OTOP ในเวียงกาหลง การต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่ตลาดสร้างสรรค์จึงไม่ใช่เพียงการออกแบบลายใหม่ แต่รวมถึงการเรียนรู้การเล่าเรื่องผ่านภาพถ่าย วิดีโอ หรือการถ่ายทอดเบื้องหลังการทำงานในโรงเผา ให้ผู้ซื้อในเมืองใหญ่หรือในต่างประเทศ “สัมผัสความเป็นมือคนและความเป็นหมู่บ้าน” ผ่านหน้าจอ
ในมุมนี้ การสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น การฝึกอบรมด้านการตลาดดิจิทัล การจับคู่ธุรกิจ (business matching) และการเชื่อมโยงกับเครือข่ายดีไซเนอร์หรือแพลตฟอร์มสร้างสรรค์ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญไม่แพ้การพัฒนามาตรฐานสินค้า เพราะหากชุมชนสามารถ “เล่าเรื่องตัวเองได้เก่ง” เท่า ๆ กับที่ “ทำของได้เก่ง” ศักยภาพในการแข่งขันในตลาดสร้างสรรค์ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ศิลปะ–ท่องเที่ยว–เศรษฐกิจฐานราก สามเสาหลักของเวียงกาหลงในยุคใหม่
การลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในครั้งนี้ยังสะท้อนแนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ที่พยายาม “ล็อกสามเสาหลัก” ให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ได้แก่
- ศิลปะและภูมิปัญญาท้องถิ่น – ใช้เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลงเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์ล้านนาและเรื่องเล่าของชุมชน
- การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม – เชื่อมโยงเวียงกาหลงเข้ากับเส้นทางท่องเที่ยวในเชียงราย เช่น ดอยตุง เมืองเชียงราย หรือชุมชนใกล้เคียง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ครบทั้งธรรมชาติ–วัฒนธรรม–ศิลปะ
- เศรษฐกิจฐานราก – ทำให้รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวกลับคืนสู่คนในพื้นที่อย่างเป็นธรรม ช่วยลดการอพยพแรงงาน และสร้างงานให้คนรุ่นใหม่ในชุมชน
เมื่อทั้งสามเสานี้ถูกออกแบบให้เสริมกันและกัน เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลงก็ไม่ใช่แค่วัตถุสวยงามที่ตั้งอยู่บนชั้นโชว์ แต่กลายเป็น “เครื่องมือ” ที่ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้มั่นคง เด็กรุ่นใหม่เห็นคุณค่าภูมิปัญญาบรรพบุรุษ และจังหวัดมีจุดขายใหม่ในสายตานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ
ความท้าทายที่ต้องเผชิญ คนรุ่นใหม่ ทุน และความต่อเนื่องของนโยบาย
แม้ภาพรวมจะมีโอกาสจำนวนมาก แต่เวียงกาหลงและหัตถกรรมท้องถิ่นก็ยังเผชิญ “โจทย์ยาก” หลายด้าน เช่น
- การสืบทอดของคนรุ่นใหม่ ที่อาจลังเลระหว่างกลับบ้านมาทำดินเผากับการไปทำงานในเมือง
- ต้นทุนการผลิตและความเสี่ยงทางตลาด เมื่อวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้น
- ความต่อเนื่องของนโยบาย ที่หากเปลี่ยนชุดผู้บริหารหรือแนวทางสนับสนุนบ่อยเกินไป อาจทำให้โครงการระยะยาวสะดุดกลางคัน
การลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดจึงเป็น “จุดเริ่มต้นที่สำคัญ” แต่การจะเปลี่ยนศักยภาพให้กลายเป็นผลลัพธ์จริง จำเป็นต้องมีแผนงานต่อเนื่อง ทั้งในระดับจังหวัดและระดับชุมชน เช่น การจัดทำแผนพัฒนาหัตถกรรมเวียงกาหลงระยะ 3–5 ปี การสนับสนุนงบประมาณวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) การเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษา หรือการสร้างแบรนด์ร่วมของชุมชนอย่างเป็นระบบ
เวียงกาหลง แบบทดสอบเล็ก ๆ ของคำว่า “เชียงรายเมืองสร้างสรรค์”
เชียงรายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พยายามวางตัวเองในฐานะ “เมืองสร้างสรรค์” ผ่านทั้งงานศิลปะร่วมสมัย การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมระดับนานาชาติ การหนุนเสริมเครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลงในวันนี้ จึงอาจมองได้ว่าเป็น “แบบทดสอบเล็ก ๆ” ของจังหวัดว่า จะสามารถทำให้คำว่า “เมืองสร้างสรรค์” ลงลึกไปถึงระดับหมู่บ้านและครอบครัวได้จริงเพียงใด
หากเวียงกาหลงสามารถกลายเป็นตัวอย่างของการใช้ศิลปะและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม เชียงรายก็จะมี “เคสศึกษา” ที่ชัดเจนสำหรับการขยายบทเรียนไปยังชุมชนอื่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหัตถกรรม กลุ่มกาแฟ ชา หรือเกษตรเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่อื่นของจังหวัด
ในทางกลับกัน หากเวียงกาหลงยังติดขัดเรื่องทุน การตลาด หรือการสืบทอดคนรุ่นใหม่ ก็จะเป็น “สัญญาณเตือน” ต่อผู้กำหนดนโยบายว่า การผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับพื้นที่จำเป็นต้องลงลึกกว่าการจัดกิจกรรมเชิงพิธีการ และต้องลงทุนกับคน–ระบบ–ความต่อเนื่องให้มากกว่าที่เป็นอยู่
จากมือช่างถึงมือผู้ว่าฯ และอนาคตของชุมชน
ในวันที่นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ก้าวเข้าสู่โรงเผาเล็ก ๆ ของครูทันธิ จิตตัง ที่อำเภอเวียงป่าเป้า ภาพที่เห็นไม่ได้มีเพียงเตาดินเผาและชั้นวางเครื่องเคลือบ แต่เป็น “จุดตัด” ระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเศรษฐกิจชุมชนเชียงราย
อดีต – ถูกหล่อหลอมอยู่ในดินและลายเส้นของเวียงกาหลง
ปัจจุบัน – ปรากฏผ่านมือช่างฝีมือ ศิลปิน OTOP และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาซื้อผลงาน
อนาคต – ขึ้นอยู่กับว่า จังหวัดและชุมชนจะสามารถนำมรดกเหล่านี้ไปต่อยอดในโลกของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และตลาดดิจิทัลได้อย่างยั่งยืนเพียงใด
การลงพื้นที่เยี่ยมชมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ในปฏิทินราชการ หากแต่เป็น “สัญญาณ” ว่าเชียงรายกำลังเลือกเดินบนเส้นทางที่ใช้ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และเวียงกาหลงก็อาจเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการเดินทางเส้นนี้ในสายตาของทั้งคนในจังหวัดและสังคมไทยโดยรวม
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
- สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)
[Sassy_Social_Share]
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Facebook
Youtube
Tiktok
X-twitter
Weibo
Instagram
Line
EDITORIAL
December 5, 2025
ศิลปะปลุกจิตสำนึก! “Crooked River” สะท้อนวิกฤตแม่น้ำกกที่กำลังถูกปีศาจสารพิษที่มองไม่เห็นหลอกหลอน
November 26, 2025
เหนือจรดใต้ ศาสนาพหุวัฒนธรรมเชียงรายผนึกกำลังส่งน้ำใจช่วยน้ำท่วมสงขลา
November 23, 2025
กลยุทธ์ ASV เปลี่ยน อ.พาน จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองแนะนำ” ก่อนเคาท์ดาวน์พะเยา
November 16, 2025
DINK คู่รักยุคใหม่ รายได้สูง การศึกษาสูง ส่งผลต่อตลาดอสังหาฯ และโครงสร้างประชากรโลก
November 11, 2025
เร็วกว่าแผน ≠ ดีพอ จี้รัฐบาลแก้ปัญหาฝุ่น-ไฟส่องสว่างหน้า รร.เทศบาล 6 ที่เกิดซ้ำซาก
November 4, 2025
เด็ก 8 ขวบ “โฟกัส” คว้าแชมป์สตรีทแดนซ์ประเทศไทย นำทีมเชียงรายบุก UDO WORLD 2026
November 1, 2025
1,406 กม. ข้ามจังหวัด เจ้าของฟาร์มสเตย์ระนอง พาทีม 50 คนเที่ยวเชียงราย กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง
October 17, 2025
เปิดไทม์ไลน์ “ผู้ว่าฯ สั้นที่สุด?” 14 วันที่เชียงราย กับบทบาทที่ทิ้งไว้ให้เมืองชายแดนเหนือ
October 14, 2025
ถอดบทเรียน “แม่ข่า-โอตารุ” สู่การสร้าง “ถนนศิลปิน” ริมคลองเกาะทองอย่างยั่งยืน
October 14, 2025
ผู้ว่าฯ เชียงราย ประหยัด สมานมิตร วาระสั้นสุด 4 เดือน 20 วัน