จีนพลิกฐานปล่อยจรวดสู่ธุรกิจข้อมูลอวกาศ เหวินชางทุ่ม 1,500 ล้านหยวน ผสาน AI ตรวจที่ดินสิ่งแวดล้อม
- คณะสื่อมวลชนไทยโครงการมองจีนยุคใหม่ รุ่นที่ 8 เข้าเยี่ยมชมศูนย์อวกาศและซูเปอร์คอมพิวเตอร์เหวินชาง มณฑลไห่หนาน
- จีนพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจอวกาศ เปลี่ยนภาพถ่ายดาวเทียมสำรวจระยะไกลเป็นสินค้าดิจิทัลเชิงพาณิชย์เพื่อส่งออกทั่วโลก
- ไห่หนานเปิดศูนย์บริการข้อมูลอวกาศระหว่างประเทศ ส่งออกข้อมูลเชิงพื้นที่ไปยัง 29 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และรัสเซีย
- เหวินชางวางแผนลงทุนเพิ่ม 1,500 ล้านหยวนในปี 2569 พัฒนาอัลกอริทึมและโครงสร้างพื้นฐาน AI ประมวลผลข้อมูลดาวเทียม
- โมเดลนี้ชี้ทางรอดให้ไทยและเชียงรายนำข้อมูลดาวเทียมมาใช้วางผังเมือง เฝ้าระวังไฟป่า ดินถล่ม และน้ำท่วมลุ่มน้ำกก–สาย
เปิดขุมทรัพย์เศรษฐกิจอวกาศ! จีนปั้นเหวินชางขายข้อมูลดาวเทียมทั่วโลก เปิดตลาดผังเมือง–ตรวจสิ่งแวดล้อม–เฝ้าระวังภัยพิบัติ
เหวินชาง มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ,19 ตุลาคม 2569 – คณะผู้สื่อข่าวไทยเยือนศูนย์อวกาศและซูเปอร์คอมพิวเตอร์เหวินชาง มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน เจาะโมเดลเศรษฐกิจอวกาศที่เปลี่ยนภาพถ่ายดาวเทียมเป็นสินค้าดิจิทัลมูลค่าสูง ให้บริการข้อมูลแก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั่วโลก ตั้งแต่การวางผังเมือง ตรวจสอบการใช้ที่ดิน ติดตามทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงเฝ้าระวังมลพิษทางทะเล ขณะที่ไห่หนานเปิดศูนย์บริการข้อมูลอวกาศระหว่างประเทศ เดินหน้าขยายตลาดไปแล้ว 29 ประเทศ สะท้อนการแข่งขันครั้งใหม่ที่รายได้ไม่ได้เกิดจากการปล่อยดาวเทียมเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การนำข้อมูลจากอวกาศมาใช้ประโยชน์บนพื้นโลก
จากฐานปล่อยจรวดสู่ธุรกิจขายข้อมูลอวกาศทั่วโลก
เมื่อกล่าวถึงอุตสาหกรรมอวกาศ ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นจรวดขนาดใหญ่ ดาวเทียม หรือการแข่งขันส่งมนุษย์ขึ้นสำรวจดวงจันทร์ แต่ที่เมืองเหวินชาง มณฑลไห่หนาน ทางตอนใต้ของประเทศจีน กำลังเกิดรูปแบบธุรกิจอีกด้านหนึ่งที่น่าจับตามอง นั่นคือการนำข้อมูลที่ดาวเทียมบันทึกจากวงโคจรรอบโลกมาสร้างรายได้ในตลาดโลก
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 คณะผู้สื่อข่าวไทยที่เข้าร่วมโครงการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้” รุ่นที่ 8 เดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์อวกาศและซูเปอร์คอมพิวเตอร์เหวินชาง หรือ Wenchang Aerospace Supercomputing Center เพื่อศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียม ระบบประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และการต่อยอดข้อมูลเชิงพื้นที่ไปสู่บริการเชิงพาณิชย์
สิ่งที่ทำให้ศูนย์แห่งนี้แตกต่างจากภาพจำของสถานที่วิจัยด้านอวกาศทั่วไป คือการพัฒนาระบบตั้งแต่รับภาพจากดาวเทียม จัดเก็บข้อมูล ประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ไปจนถึงให้บริการข้อมูลแก่หน่วยงานที่ต้องการนำไปใช้ตัดสินใจในโลกจริง
ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานวางผังเมืองที่ต้องติดตามการขยายตัวของชุมชน เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมที่ต้องตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่า หรือหน่วยงานบริหารจัดการชายฝั่งที่ต้องเฝ้าระวังความผิดปกติของระบบนิเวศ เทคโนโลยีสำรวจระยะไกลจากดาวเทียมสามารถเข้ามามีบทบาทสนับสนุนงานเหล่านี้ได้
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวสะท้อนแนวคิดสำคัญของเศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่ ที่ไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนดาวเทียมที่ส่งขึ้นสู่อวกาศเท่านั้น แต่ยังวัดจากความสามารถในการเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ศูนย์เหวินชางเชื่อมดาวเทียม–ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สู่ข้อมูลพร้อมใช้งาน
ศูนย์อวกาศและซูเปอร์คอมพิวเตอร์เหวินชาง เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศอุตสาหกรรมอวกาศในเมืองเหวินชาง ซึ่งจีนกำลังพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีอวกาศ การประมวลผลข้อมูล และบริการดาวเทียมเชิงพาณิชย์
โครงการดังกล่าวได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 และเปิดดำเนินงานในปี 2566 โดยมีบทบาทรองรับการประมวลผลข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจระยะไกล หรือ Remote Sensing ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ตรวจวัดและบันทึกข้อมูลจากพื้นผิวโลกโดยไม่จำเป็นต้องลงสำรวจพื้นที่ทุกจุดด้วยบุคลากรภาคสนาม
รายงานของสื่อมณฑลไห่หนานระบุว่า ศูนย์แห่งนี้พัฒนากระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงการถ่ายภาพจากอวกาศ การรับข้อมูลภาคพื้นดิน การจัดเก็บบนระบบคลาวด์ การประมวลผล และการส่งมอบข้อมูลให้ผู้ใช้งานเข้าด้วยกัน
ในการดำเนินงานช่วงปี 2569 ศูนย์ได้พัฒนาเครือข่ายสถานีรับข้อมูลดาวเทียม 13 แห่ง และเชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลก 94 จุด รวมถึงให้บริการผู้ใช้ข้อมูลและกำลังประมวลผลทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 100 ราย
ระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มศักยภาพในการจัดการข้อมูลภาพถ่ายจำนวนมหาศาล เพราะภาพดาวเทียมหนึ่งชุดไม่ได้ให้ประโยชน์เพียงการมองเห็นสภาพพื้นดินเท่านั้น หากนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลในช่วงเวลาก่อนหน้า ก็สามารถใช้ประเมินการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ วิเคราะห์แนวโน้ม หรือระบุบริเวณที่ควรลงตรวจสอบเพิ่มเติมได้
ยกตัวอย่างเช่น การขยายตัวของเมือง หากเจ้าหน้าที่มีภาพถ่ายดาวเทียมจากหลายช่วงเวลา ก็สามารถเปรียบเทียบว่าพื้นที่เกษตรกรรมเปลี่ยนเป็นสิ่งปลูกสร้างมากเพียงใด หรือมีการก่อสร้างที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลการอนุญาตหรือไม่
เช่นเดียวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ภาพดาวเทียมสามารถช่วยติดตามขอบเขตน้ำท่วม การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชุ่มน้ำ และสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำ เพื่อประกอบการตัดสินใจของหน่วยงานรับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม การตรวจพบความผิดปกติจากภาพถ่ายยังไม่ถือเป็นหลักฐานยืนยันการกระทำผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ แต่ต้องนำไปตรวจสอบร่วมกับข้อมูลภาคสนามและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ส่งข้อมูลดาวเทียมไปแล้ว 29 ประเทศ ไห่หนานเปิดประตูการค้าข้อมูลข้ามพรมแดน
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เมื่อเมืองเหวินชางเปิดตัว Hainan Aerospace Data International Service Hub หรือศูนย์บริการข้อมูลอวกาศระหว่างประเทศของมณฑลไห่หนาน เพื่อสนับสนุนการประมวลผลและการให้บริการข้อมูลดาวเทียมข้ามพรมแดน
รัฐบาลมณฑลไห่หนานเปิดเผยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ว่า ศูนย์ดังกล่าวตั้งอยู่ภายในเมืองอวกาศนานาชาติเหวินชาง โดยมุ่งพัฒนาห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่รวบรวมข้อมูล จัดเก็บ ประมวลผล ไปจนถึงการซื้อขายผลิตภัณฑ์ข้อมูลในตลาดระหว่างประเทศ
ข้อมูลจากรัฐบาลไห่หนานระบุว่า ผลิตภัณฑ์ข้อมูลอวกาศของมณฑลได้ส่งออกไปแล้ว 29 ประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และรัสเซีย โดยอาศัยข้อได้เปรียบจากนโยบายเขตการค้าเสรีไห่หนานและฐานอุตสาหกรรมอวกาศของเมืองเหวินชาง
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าธุรกิจข้อมูลดาวเทียมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะลูกค้าในประเทศจีน แต่มีตลาดจากองค์กรต่างประเทศที่ต้องการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่สำหรับภารกิจของตนเอง
การให้บริการสามารถพัฒนาได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบภาพถ่ายดาวเทียม การจัดทำข้อมูลวิเคราะห์ตามคำสั่งของลูกค้า หรือการให้บริการข้อมูลต่อเนื่องตามช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งมีความแตกต่างกันตามรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และสัญญา
ทั้งนี้ การซื้อขายข้อมูลดาวเทียมระหว่างประเทศยังต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านความมั่นคง ความปลอดภัยของข้อมูล และการอนุญาตให้ถ่ายโอนข้อมูลข้ามพรมแดนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


ดาวเทียมเหวินชางผนึก Jilin-1 เพิ่มศักยภาพสำรวจโลก
ในด้านเทคโนโลยี ศูนย์เหวินชางมีการพัฒนาดาวเทียมสำรวจระยะไกลในชื่อ Wenchang Supercomputing-1, Wenchang Supercomputing-2 และ Wenchang Supercomputing-3 โดยทำงานเชื่อมโยงกับเครือข่ายดาวเทียม Jilin-1 ของจีน
ความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้การสำรวจพื้นผิวโลกมีความต่อเนื่องมากขึ้น เพราะการใช้ดาวเทียมหลายดวงร่วมกันสามารถเพิ่มโอกาสในการบันทึกข้อมูลพื้นที่เป้าหมายได้บ่อยกว่าการพึ่งดาวเทียมเพียงดวงเดียว
ข้อมูลที่เผยแพร่โดยสื่อจีนในเดือนมกราคม 2565 ระบุว่า ดาวเทียม Wenchang Supercomputing-2 และ Wenchang Supercomputing-3 ได้รับการออกแบบให้บันทึกภาพที่มีความละเอียดดีกว่า 0.75 เมตร และมีความกว้างของแนวภาพมากกว่า 17 กิโลเมตร สำหรับโหมดการถ่ายภาพที่ระบุไว้ในเอกสารเทคนิค
ความสามารถดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสำรวจพื้นที่เมือง พื้นที่เกษตรกรรม หรือพื้นที่ชายฝั่ง โดยเฉพาะเมื่อมีการจัดเก็บภาพอย่างสม่ำเสมอและนำมาประมวลผลร่วมกับระบบภูมิสารสนเทศ
อย่างไรก็ตาม ความละเอียดและความถี่ของการสำรวจจริงขึ้นอยู่กับวงโคจร ประเภทเซนเซอร์ สภาพเมฆ และเงื่อนไขการปฏิบัติงาน ไม่ได้หมายความว่าดาวเทียมทุกดวงสามารถบันทึกภาพทุกพื้นที่ได้ตลอดเวลา

เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ ขายภาพดาวเทียมพร้อมข้อมูลวิเคราะห์
จุดสำคัญของโมเดลเศรษฐกิจอวกาศเหวินชางอยู่ที่การเปลี่ยนข้อมูลจากดาวเทียมให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที
รายได้จากธุรกิจดาวเทียมเชิงพาณิชย์จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงค่าบริการถ่ายภาพ แต่ยังสามารถเกิดจากการประมวลผล การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ การจัดทำรายงาน และการให้บริการติดตามพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น หน่วยงานบริหารจัดการเมืองอาจต้องการข้อมูลภาพถ่ายทุกเดือน เพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ขณะที่องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอาจต้องการข้อมูลเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าในช่วงหลายปี หรือหน่วยงานด้านทะเลอาจใช้ข้อมูลเพื่อตรวจหาความผิดปกติบนผิวน้ำ
การให้บริการในลักษณะดังกล่าวช่วยเพิ่มมูลค่าข้อมูลจากการเป็นเพียงภาพถ่าย ให้กลายเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ หรือ Decision Intelligence ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างรายได้จากการให้บริการซ้ำได้
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอัตราค่าบริการจำหน่ายหรือเช่าข้อมูลดาวเทียมของศูนย์เหวินชาง รวมถึงโครงสร้างรายได้จากลูกค้าต่างประเทศ ยังไม่มีข้อมูลสาธารณะที่เพียงพอสำหรับประเมินมูลค่าทางธุรกิจอย่างแม่นยำ
ผังเมือง–ป่าไม้–ทะเล สามตลาดสำคัญของข้อมูลดาวเทียม
หนึ่งในตัวอย่างการใช้งานที่มีความชัดเจนคือการติดตามการใช้ประโยชน์ที่ดินและการก่อสร้าง โดยจีนพัฒนาระบบที่สามารถนำภาพถ่ายดาวเทียมมาเปรียบเทียบกับข้อมูลพื้นที่ เพื่อช่วยตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างและกิจกรรมที่อาจไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
ศูนย์เหวินชางเคยนำเสนอระบบสนับสนุนการติดตามการก่อสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการตรวจสอบสภาพแวดล้อมแม่น้ำและทะเลสาบ โดยนำข้อมูลดาวเทียมมาเชื่อมกับการบริหารจัดการพื้นที่ของภาครัฐ
ด้านสิ่งแวดล้อม ภาพถ่ายดาวเทียมสามารถใช้เปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่า ตรวจสอบการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรม ติดตามการกัดเซาะชายฝั่ง และประเมินผลกระทบจากภัยพิบัติ
สำหรับการตรวจจับมลพิษทางทะเล เทคโนโลยีสำรวจระยะไกลมีบทบาทในการระบุความผิดปกติบนผิวน้ำหรือคราบที่อาจเป็นน้ำมัน โดยต้องเลือกใช้เซนเซอร์และวิธีวิเคราะห์ให้เหมาะสม ก่อนนำผลที่ได้ไปตรวจยืนยันในพื้นที่จริง
ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจ เพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถนำไปใช้จัดลำดับความสำคัญของพื้นที่เสี่ยง ลดภาระการสำรวจภาคสนาม และวางแผนการใช้ทรัพยากรได้ตรงจุดมากขึ้น
ระบบเป๋ยโต้วเชื่อมเมืองอัจฉริยะ รองรับเทคโนโลยีไร้คนขับ
นอกจากการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ศูนย์เหวินชางยังนำเสนอการประยุกต์ใช้ระบบดาวเทียมนำทางเป๋ยโต้ว หรือ BeiDou Navigation Satellite System ในการบริหารจัดการเมืองและการพัฒนาเทคโนโลยีอัตโนมัติ
ข้อมูลประกอบการเยี่ยมชมระบุว่ามีการติดตั้งสถานีฐานเสริมสัญญาณในพื้นที่ 8 ตำบล เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการระบุตำแหน่ง รองรับการใช้งานในภาคขนส่งและระบบอัตโนมัติ
เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถต่อยอดสู่การบริหารจัดการยานพาหนะ การติดตามการขนส่งสินค้า และการพัฒนาระบบนำทางของเครื่องจักรหรือยานยนต์ไร้คนขับ
อย่างไรก็ตาม ระบบรถยนต์ไร้คนขับต้องอาศัยเทคโนโลยีมากกว่าการระบุตำแหน่งจากดาวเทียมเพียงอย่างเดียว โดยต้องทำงานร่วมกับกล้อง เซนเซอร์ และระบบตรวจจับสิ่งกีดขวาง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานจริง

เหวินชางวางงบลงทุนใหม่ 1,500 ล้านหยวน พัฒนาข้อมูลและ AI
รายงานจากสื่อจีนเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ระบุว่า เย่ ซื่อหยาง ประธานบริษัท Wenchang Aerospace Supercomputing Smart Technology เปิดเผยแผนลงทุนในปี 2569 ประมาณ 1,500 ล้านหยวน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีหลักสามด้าน ได้แก่ ข้อมูล อัลกอริทึม และกำลังประมวลผล
แผนดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาชุดข้อมูลอวกาศคุณภาพสูง การสร้างแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์สำหรับการประมวลผลข้อมูลดาวเทียม และการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการเชิงพาณิชย์
ทิศทางนี้สะท้อนว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมอวกาศไม่ได้อยู่ที่ประเทศใดมีดาวเทียมมากกว่าเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงประเทศหรือองค์กรใดสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้รวดเร็ว แม่นยำ และส่งมอบเป็นบริการที่ลูกค้าใช้งานได้สะดวกกว่า
เมื่อข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยี AI จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยค้นหาความเปลี่ยนแปลง จำแนกประเภทพื้นที่ และคัดกรองข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจ
บทเรียนถึงประเทศไทยและเชียงราย ใช้ข้อมูลอวกาศบริหารพื้นที่เสี่ยงภัย
ความก้าวหน้าของเมืองเหวินชางยังสะท้อนโอกาสสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่เกษตรกรรม ภูเขา ป่าไม้ และลุ่มน้ำขนาดใหญ่ เช่น จังหวัดเชียงราย
ในช่วงที่ผ่านมา เชียงรายต้องเผชิญกับความท้าทายด้านอุทกภัย ดินถล่ม การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องประกอบการวางแผน
เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมสามารถเข้ามาช่วยสนับสนุนการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าต้นน้ำ การติดตามพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในลุ่มน้ำกกและลุ่มน้ำสาย ตลอดจนการประเมินพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน
สำหรับพื้นที่ปลูกชาและกาแฟบนดอยเชียงราย ข้อมูลดาวเทียมยังสามารถนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลฝน อุณหภูมิ ความชื้น และข้อมูลภาคสนาม เพื่อประกอบการประเมินสภาพพื้นที่และวางแผนบริหารจัดการการผลิตได้
สิ่งสำคัญคือประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาดาวเทียมเองทุกระบบ แต่สามารถพิจารณาการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมที่มีอยู่ ทั้งของหน่วยงานไทยและผู้ให้บริการต่างประเทศ แล้วนำมาสร้างระบบวิเคราะห์ที่ตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละพื้นที่
ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภูมิสารสนเทศ มหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน อาจช่วยให้การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเกิดประโยชน์ต่อการบริหารจัดการทรัพยากรและการเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติได้มากขึ้น

อวกาศไม่ได้ไกลจากชีวิตประจำวันอีกต่อไป
การเยี่ยมชมศูนย์เหวินชางของคณะผู้สื่อข่าวไทยครั้งนี้ ทำให้เห็นทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศจีนที่ขยายจากการวิจัยและการปล่อยดาวเทียม ไปสู่ธุรกิจข้อมูล เทคโนโลยี AI และบริการเชิงพาณิชย์ระดับนานาชาติ
ขณะเดียวกัน ศูนย์แห่งนี้ยังพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์อวกาศและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยจัดแสดงองค์ความรู้ด้านดาวเทียม คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง วัตถุจากอวกาศ และประสบการณ์เสมือนจริง เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีให้ประชาชนทั่วไป
การพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศจึงไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะบริษัทเทคโนโลยี แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงภาคการศึกษา การท่องเที่ยว การพัฒนาบุคลากร และอุตสาหกรรมดิจิทัลรูปแบบใหม่
ท้ายที่สุด สิ่งที่น่าจับตามองจากเหวินชางอาจไม่ใช่เพียงจำนวนดาวเทียมที่โคจรอยู่เหนือพื้นโลก แต่คือจำนวนธุรกิจและหน่วยงานที่สามารถนำข้อมูลจากอวกาศมาใช้ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง
เพราะในเศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่ มูลค่าของดาวเทียมไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อปล่อยขึ้นสู่วงโคจร แต่เริ่มต้นอีกครั้งเมื่อข้อมูลที่ส่งกลับมายังพื้นโลกสามารถเปลี่ยนเป็นบริการที่ผู้คนต้องการ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- คณะผู้สื่อข่าวไทย โครงการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้” รุ่นที่ 8 ข้อมูลการเยี่ยมชมศูนย์เหวินชาง วันที่ 19 ตุลาคม 2569
รัฐบาลมณฑลไห่หนาน รายงานการเปิดศูนย์บริการข้อมูลอวกาศระหว่างประเทศ เผยแพร่ 29 สิงหาคม 2569 - en.hainan.gov.cn Hainan Daily รายงานการพัฒนาเครือข่ายดาวเทียมและระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เผยแพร่ 1 มกราคม 2569
- news.hndaily.cn Sanya Daily รายงานแผนลงทุนศูนย์เหวินชาง เผยแพร่ 27 มกราคม 2569
- sanyarb.com.cn ScienceNet อ้างข้อมูล CCTV เกี่ยวกับดาวเทียมเหวินชางหมายเลข 2 และ 3 เผยแพร่ 18 มกราคม 2565