ครอบครัววันไชยธนวงศ์มอบเงินบริจาค 1 ล้านบาทแก่โรงพยาบาลเทิง สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • โรงพยาบาลเทิงรับมอบเงินบริจาค 1,000,000 บาท จากครอบครัววันไชยธนวงศ์
  • เงินดังกล่าวมาจากเงินร่วมทำบุญในงานบำเพ็ญกุศลคุณพ่อสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์
  • โรงพยาบาลจะนำไปจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นเร่งด่วน
  • ช่วยเพิ่มศักยภาพการรักษาผู้ป่วยในอำเภอเทิง ขุนตาล พญาเม็งราย และป่าแดด
  • ถือเป็นการเปลี่ยนพลังแห่งความอาลัยให้กลายเป็นประโยชน์สาธารณะในการช่วยชีวิตผู้ป่วย

ยกระดับการรักษาชาวเทิง โรงพยาบาลเทิงรับมอบเงิน 1 ล้านบาท จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ต่อลมหายใจผู้ป่วย

เชียงราย,29 กรกฎาคม 2569 – โรงพยาบาลเทิงเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบสาธารณสุขฝั่งตะวันออกของจังหวัดเชียงราย ไม่ได้รองรับเฉพาะประชาชนในอำเภอเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดรับส่งต่อผู้ป่วยจากอำเภอขุนตาล พญาเม็งราย ป่าแดด และพื้นที่ใกล้เคียง การมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พร้อมใช้งานและทันสมัยจึงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา โดยเฉพาะในช่วงเวลาฉุกเฉินที่ทุกนาทีอาจหมายถึงโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย

ล่าสุด โรงพยาบาลเทิงได้รับมอบเงินสนับสนุนจำนวน 1,000,000 บาท จากครอบครัววันไชยธนวงศ์ เพื่อนำไปสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ เพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาประชาชน และช่วยเติมเต็มความต้องการด้านอุปกรณ์ของโรงพยาบาลที่ต้องรองรับผู้ป่วยจำนวนมากในแต่ละปี

เงินจำนวนดังกล่าวเกิดจากเจตนารมณ์ของครอบครัวที่ต้องการเปลี่ยนพลังแห่งความอาลัยให้กลายเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของผู้อื่น โดยคุณแม่อำพล วันไชยธนวงศ์ และครอบครัว ได้นำเงินส่วนหนึ่งจากผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมทำบุญในงานบำเพ็ญกุศลคุณพ่อสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส่งต่อให้โรงพยาบาลเทิงเพื่อใช้พัฒนาระบบบริการทางการแพทย์

จากเงินร่วมทำบุญของผู้คนในวันแห่งความสูญเสีย จึงได้รับการส่งต่อเป็นทานเพื่อสาธารณประโยชน์ และอาจกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์รักษาชีวิตประชาชนได้อีกจำนวนมากในอนาคต

เงินทำบุญหนึ่งล้านบาทส่งต่อเป็นโอกาสในการรักษา

ครอบครัววันไชยธนวงศ์ นำโดยคุณแม่อำพล วันไชยธนวงศ์ กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ ญาติ มิตร และผู้มีจิตศรัทธาทุกคนที่ร่วมแสดงความเสียใจ ให้กำลังใจ และร่วมทำบุญในงานบำเพ็ญกุศลคุณพ่อสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์

ครอบครัวได้นำเงินส่วนหนึ่งจากการร่วมทำบุญ จำนวน 1,000,000 บาท มอบให้แก่โรงพยาบาลเทิง เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยพัฒนาการดูแลรักษาพยาบาลแก่ประชาชนในอำเภอเทิงและพื้นที่ใกล้เคียงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การบริจาคครั้งนี้สะท้อนแนวคิดของการทำบุญที่ไม่ได้จบลงเพียงพิธีกรรม แต่ได้รับการต่อยอดเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เงินทุกบาทมีโอกาสถูกเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ตรวจวินิจฉัย เครื่องมือช่วยชีวิต หรือเครื่องมือที่ใช้ดูแลผู้ป่วยในภาวะวิกฤต ทั้งนี้ รายการอุปกรณ์ที่จะจัดซื้อยังต้องเป็นไปตามการพิจารณาความจำเป็นของโรงพยาบาลและกระบวนการจัดหาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

โรงพยาบาลเทิงได้กล่าวขอบคุณครอบครัววันไชยธนวงศ์ที่ให้การสนับสนุน พร้อมระบุว่าเงินบริจาคจะนำไปสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อเสริมความพร้อมในการดูแลประชาชนและยกระดับบริการสุขภาพของโรงพยาบาลต่อไป

โรงพยาบาลเทิงคือศูนย์กลางการรักษาของพื้นที่ตะวันออกเชียงราย

โรงพยาบาลเทิงเป็นโรงพยาบาลชุมชนระดับ F1 สังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย มีขนาดตามทะเบียน 60 เตียง และสามารถบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยจริงได้มากกว่าจำนวนที่ขึ้นทะเบียนเพื่อรองรับความต้องการของพื้นที่

โรงพยาบาลตั้งอยู่ที่ตำบลเวียง อำเภอเทิง บนพื้นที่กว่า 117 ไร่ มีประชากรในเขตรับผิดชอบของอำเภอเทิงมากกว่า 83,000 คน ขณะเดียวกันยังทำหน้าที่รองรับการส่งต่อผู้ป่วยจากอำเภอขุนตาล พญาเม็งราย ป่าแดด และพื้นที่รอยต่ออื่น ทำให้เครือข่ายประชากรที่พึ่งพาบริการของโรงพยาบาลมีจำนวนมากกว่าประชากรในอำเภอเทิงเพียงแห่งเดียว

สำหรับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล การมีโรงพยาบาลที่สามารถตรวจ วินิจฉัย รักษา และประคองอาการได้ใกล้บ้าน ช่วยลดเวลาเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย และลดความเสี่ยงระหว่างส่งต่อไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในตัวเมืองเชียงราย

ผู้ป่วยฉุกเฉินบางรายไม่สามารถรอการเดินทางหลายสิบกิโลเมตรได้ การมีเครื่องมือที่พร้อมใช้งานจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญไม่ต่างจากจำนวนแพทย์และพยาบาล เพราะบุคลากรจะสามารถตัดสินใจและดำเนินการรักษาได้เต็มศักยภาพก็ต่อเมื่อมีอุปกรณ์สนับสนุนที่เหมาะสม

จากสุขศาลาเล็กสู่โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่

ข้อมูลประกอบระบุว่า โรงพยาบาลเทิงมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. 2482 ในฐานะสุขศาลาประจำตำบลเวียง ซึ่งเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวและมีเจ้าหน้าที่ประจำเพียงหนึ่งคน ก่อนพัฒนามาเป็นสถานีอนามัยและยกระดับเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 10 เตียงในช่วง พ.ศ. 2519

ต่อมาโรงพยาบาลได้รับการยกระดับเป็นขนาด 30 เตียง และย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบัน เนื่องจากพื้นที่เดิมมีข้อจำกัดต่อการขยายบริการ ก่อนพัฒนาเป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียงใน พ.ศ. 2539

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โรงพยาบาลมีการก่อสร้างอาคารผู้ป่วย อาคารสำนักงาน ห้องผ่าตัด ห้องเอกซเรย์ และหน่วยบริการเฉพาะทางเพิ่มเติมตามจำนวนประชากรและรูปแบบโรคที่เปลี่ยนแปลงไป

ประวัติการพัฒนาหลายช่วงยังมีเงินบริจาคจากประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาเข้ามามีส่วนช่วย ทั้งการสนับสนุนอาคารและอุปกรณ์ทางการแพทย์ แสดงให้เห็นว่าโรงพยาบาลเทิงเติบโตมาจากทั้งงบประมาณภาครัฐและพลังของชุมชนที่ร่วมกันดูแลสถานพยาบาลของพื้นที่

เงินบริจาคหนึ่งล้านบาทจากครอบครัววันไชยธนวงศ์จึงไม่ใช่เหตุการณ์ที่แยกขาดจากประวัติศาสตร์ของโรงพยาบาล แต่เป็นอีกส่วนหนึ่งของสายธารความร่วมมือที่ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถพัฒนาบริการได้ต่อเนื่อง

อุปกรณ์ที่พร้อมช่วยลดช่องว่างระหว่างโรงพยาบาลชุมชนกับโรงพยาบาลใหญ่

โรงพยาบาลชุมชนต้องดูแลผู้ป่วยหลากหลาย ตั้งแต่ผู้ป่วยโรคทั่วไป ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ประสบอุบัติเหตุ หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ไปจนถึงผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องได้รับการช่วยชีวิตก่อนส่งต่อ

การขาดอุปกรณ์แม้เพียงบางรายการอาจทำให้กระบวนการรักษาล่าช้า ตัวอย่างเช่น เครื่องติดตามสัญญาณชีพ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องกระตุกหัวใจ เครื่องตรวจวินิจฉัย หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในห้องฉุกเฉินและหอผู้ป่วยหนัก ล้วนมีบทบาทต่อการประเมินอาการและรักษาผู้ป่วยอย่างทันท่วงที

แม้เงินหนึ่งล้านบาทอาจไม่สามารถจัดซื้อเครื่องมือขนาดใหญ่ได้ทุกชนิด แต่สามารถช่วยเติมเต็มอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน จัดซื้ออุปกรณ์หลายรายการ หรือสมทบกับงบประมาณส่วนอื่นเพื่อเพิ่มความพร้อมของหน่วยบริการ

ประโยชน์สำคัญคือประชาชนอาจได้รับการตรวจและรักษาในพื้นที่เร็วขึ้น ลดการส่งต่อที่ไม่จำเป็น และช่วยให้โรงพยาบาลสามารถประคองอาการของผู้ป่วยที่จำเป็นต้องส่งต่อได้อย่างปลอดภัยกว่าเดิม

รองรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังจำนวนมาก

ภาระงานของโรงพยาบาลเทิงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องฉุกเฉิน แต่ยังมาจากผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งต้องเข้ารับการตรวจ รับยา และติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลประกอบระบุว่า กลุ่มโรคที่พบมากในผู้ป่วยนอกของพื้นที่ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ โรคระบบกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ รวมถึงการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งต้องใช้ทั้งเครื่องมือวินิจฉัย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และระบบติดตามผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพ

เมื่อประชากรเข้าสู่สังคมสูงอายุ จำนวนผู้ป่วยที่มีหลายโรคพร้อมกันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โรงพยาบาลจึงต้องเตรียมทั้งเครื่องมือ บุคลากร และพื้นที่ให้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

การสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์จึงไม่ได้ช่วยผู้ป่วยเฉพาะราย แต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบรักษาที่ประชาชนจำนวนมากต้องใช้ร่วมกันทุกวัน

หน่วยฟอกไตลดการเดินทางหลายสิบกิโลเมตร

หนึ่งในพัฒนาการสำคัญของโรงพยาบาลเทิงคือการเปิดหน่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ซึ่งมีศักยภาพรองรับผู้ป่วยจากอำเภอเทิงและอำเภอใกล้เคียง

ก่อนมีบริการในพื้นที่ ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายจำนวนหนึ่งต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์หรือโรงพยาบาลในจังหวัดพะเยา ระยะทางหลายสิบกิโลเมตร และต้องเดินทางสัปดาห์ละหลายครั้ง

การฟอกเลือดแต่ละครั้งใช้เวลาหลายชั่วโมง เมื่อรวมเวลาเดินทาง ผู้ป่วยและญาติอาจต้องใช้เวลาเกือบตลอดวัน การมีบริการใกล้บ้านจึงช่วยลดทั้งค่าใช้จ่าย ความเหนื่อยล้า และความเสี่ยงระหว่างการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม หน่วยฟอกไตต้องใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน ระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า และการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างรับบริการ จึงต้องมีเครื่องมือฉุกเฉินและบุคลากรที่พร้อมตอบสนองทันที

เงินบริจาคที่นำไปจัดซื้ออุปกรณ์จึงมีส่วนช่วยเสริมระบบบริการเฉพาะทางเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านการเพิ่มความพร้อมของหน่วยสนับสนุนภายในโรงพยาบาล

ICU ใหม่เพิ่มโอกาสรักษาผู้ป่วยวิกฤตในพื้นที่

ในเดือนมิถุนายน 2569 โรงพยาบาลเทิงได้ผ่านการตรวจรับงานปรับปรุงแผนกผู้ป่วยวิกฤต หรือ ICU ภายในอาคารผู้ป่วยใน หลังมีการตรวจสอบงานก่อสร้าง ระบบวิศวกรรม ระบบไฟฟ้า และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้ป่วย

การมี ICU ที่ได้มาตรฐานช่วยเพิ่มความสามารถในการดูแลผู้ป่วยที่ต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เช่น ผู้ป่วยระบบหายใจล้มเหลว ผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรง ผู้ป่วยโรคหัวใจ และผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูง

แต่ห้อง ICU ไม่สามารถทำงานได้ด้วยตัวอาคารเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องมีเครื่องติดตามสัญญาณชีพ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องควบคุมการให้ยา อุปกรณ์กู้ชีพ และระบบสำรองที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา

การพัฒนาอาคารจึงต้องเดินคู่กับการจัดหาอุปกรณ์และการบำรุงรักษา การสนับสนุนจากภาคประชาชนสามารถเข้ามาช่วยเติมเต็มส่วนที่งบประมาณปกติอาจยังไม่ครอบคลุมหรือไม่ทันต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น

โรงพยาบาลที่ต้องรับมือทั้งผู้ป่วยและภัยน้ำท่วม

นอกจากภาระด้านการรักษา โรงพยาบาลเทิงยังเผชิญความเสี่ยงจากน้ำท่วมซ้ำซาก เนื่องจากพื้นที่บางส่วนตั้งอยู่ใกล้เส้นทางรับน้ำจากลำน้ำหงาวและแม่น้ำอิง

เหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ทำให้ถนนหน้าโรงพยาบาลมีระดับน้ำสูง รถขนาดเล็กผ่านได้ยาก และน้ำเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบ โรงพยาบาลต้องปรับแผนฉุกเฉิน งดบริการผู้ป่วยนอกบางส่วน และย้ายจุดให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินไปยังพื้นที่สูงบริเวณวัดพระศรีมหาโพธิ์

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า โรงพยาบาลจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ระบบไฟฟ้าสำรอง เวชภัณฑ์ฉุกเฉิน และแผนสำรองสำหรับให้บริการนอกอาคารในช่วงวิกฤต

ความพร้อมด้านอุปกรณ์จึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะในวันที่โรงพยาบาลเปิดให้บริการตามปกติ แต่ยังเป็นหลักประกันว่าระบบรักษาจะสามารถเดินหน้าต่อได้เมื่อเกิดภัยพิบัติ

หนึ่งล้านบาทอาจช่วยชีวิตคนที่ครอบครัวผู้บริจาคไม่เคยรู้จัก

ครอบครัววันไชยธนวงศ์อาจไม่มีโอกาสทราบว่าเงินบริจาคจะถูกนำไปช่วยผู้ป่วยคนใด หรือเครื่องมือที่จัดซื้อจะถูกใช้งานครั้งแรกในสถานการณ์แบบไหน

อาจเป็นเด็กที่มีภาวะหายใจลำบาก ผู้สูงอายุที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ ผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ผู้ป่วยไตที่เกิดภาวะแทรกซ้อน หรือเกษตรกรที่เจ็บป่วยกะทันหันในเวลากลางคืน

แต่สิ่งที่ชัดเจนคืออุปกรณ์ทุกชิ้นที่ถูกนำมาใช้ในระบบสาธารณสุขมีโอกาสช่วยคนได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก เงินบริจาคจึงไม่ได้จบลงเมื่อส่งมอบ แต่สามารถสร้างผลต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานของเครื่องมือ

นี่คือความหมายสำคัญของการเปลี่ยนเงินร่วมทำบุญในงานบำเพ็ญกุศลให้เป็นประโยชน์ด้านการแพทย์ ความระลึกถึงผู้จากไปถูกเชื่อมต่อกับโอกาสของผู้ที่ยังมีชีวิต และความสูญเสียของครอบครัวหนึ่งได้กลายเป็นพลังช่วยประคองอีกหลายครอบครัว

พลังชุมชนช่วยเติมเต็มช่องว่างของระบบสุขภาพ

งบประมาณภาครัฐยังคงเป็นฐานหลักในการบริหารโรงพยาบาล จ่ายค่าบุคลากร จัดซื้อยา และลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่โรงพยาบาลชุมชนจำนวนมากต้องเผชิญความต้องการที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่างบประมาณ โดยเฉพาะเมื่อมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ป่วยเฉพาะทางเพิ่มขึ้น

เงินบริจาคจึงมีบทบาทเป็นส่วนเสริม ไม่ใช่สิ่งทดแทนงบประมาณของรัฐ ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นได้เร็วขึ้น หรือเพิ่มคุณภาพบริการในส่วนที่ยังมีช่องว่าง

ขณะเดียวกัน การบริหารเงินบริจาคควรดำเนินการอย่างโปร่งใส มีการกำหนดวัตถุประสงค์ รายงานการใช้เงิน และแจ้งให้ผู้บริจาคกับประชาชนทราบว่าเงินถูกนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ใด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและทำให้พลังศรัทธาเกิดประโยชน์สูงสุด

การมอบเงินหนึ่งล้านบาทของครอบครัววันไชยธนวงศ์จึงสะท้อนภาพความสัมพันธ์ระหว่างโรงพยาบาลกับชุมชน โรงพยาบาลเป็นที่พึ่งของประชาชนในวันที่เจ็บป่วย ขณะที่ประชาชนก็สามารถกลับมาเป็นพลังสนับสนุนโรงพยาบาลในวันที่ระบบต้องการความช่วยเหลือ

ต่อความพร้อมโรงพยาบาล ต่อลมหายใจประชาชน

โรงพยาบาลเทิงเดินทางจากสุขศาลาขนาดเล็กที่มีเจ้าหน้าที่เพียงคนเดียว สู่โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ที่มีทั้งหน่วยฟอกไตและหอผู้ป่วยวิกฤต การเติบโตดังกล่าวเกิดขึ้นจากการลงทุนของรัฐ บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานต่อเนื่อง และแรงสนับสนุนจากประชาชนหลายรุ่น

เงินจำนวน 1,000,000 บาทจากครอบครัววันไชยธนวงศ์อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งเมื่อเทียบกับงบประมาณทั้งหมดของโรงพยาบาล แต่มีความหมายอย่างยิ่งต่อการจัดหาเครื่องมือที่จำเป็น และต่อผู้ป่วยที่อาจต้องใช้เครื่องมือนั้นในวินาทีสำคัญของชีวิต

การบริจาคครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการมอบเงิน แต่เป็นการมอบโอกาสให้แพทย์และพยาบาลทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ มอบความมั่นใจให้ครอบครัวผู้ป่วย และช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

ท้ายที่สุด โรงพยาบาลที่เข้มแข็งไม่ได้เกิดจากอาคาร เครื่องมือ หรือบุคลากรเพียงองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง แต่เกิดจากทุกฝ่ายที่ร่วมกันดูแล ตั้งแต่ภาครัฐ บุคลากรสาธารณสุข ภาคธุรกิจ ผู้นำชุมชน ไปจนถึงประชาชนทั่วไป

พลังน้ำใจจากงานบำเพ็ญกุศลคุณพ่อสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ จึงได้รับการส่งต่อเป็นกุศลสาธารณะ เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลเทิงมีความพร้อมมากขึ้น และเพื่อให้ประชาชนในอำเภอเทิงกับพื้นที่ใกล้เคียงได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวได้อีกครั้ง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :