วัฒนธรรมและเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงคือโจทย์ใหญ่ สองมหาวิทยาลัยเชียงรายเร่งเปลี่ยนงบรวมสองพันล้านเป็นผลลัพธ์สู่ประชาชน

[Sassy_Social_Share]


Summary


งบมหาวิทยาลัยปี 2569 สะท้อนอะไร แม่ฟ้าหลวงรับ 2,117 ล้านบาท ราชภัฏเชียงราย 630 ล้านบาท แต่ตัวเลขงบไม่ใช่อันดับคุณภาพ

เชียงราย,20 มิถุนายน 2569 – ท่ามกลางการแข่งขันของมหาวิทยาลัยไทยที่ต้องรับมือทั้งจำนวนผู้เรียนลดลง เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว และความคาดหวังต่อผลงานวิจัยที่สูงขึ้น ตัวเลขงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 กลายเป็นข้อมูลที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อพบว่ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งได้รับการจัดสรรงบประมาณแตกต่างกันตั้งแต่หลักร้อยล้านไปจนถึงมากกว่า 15,000 ล้านบาท

จากข้อมูลสำนักงบประมาณสรุป 60 มหาวิทยาลัยที่ได้รับงบประมาณสูงสุด โดยเพจอย่าง URBAN TH ระบุว่า มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับงบประมาณมากที่สุด 15,218 ล้านบาท ตามด้วยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 6,183 ล้านบาท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 6,113 ล้านบาท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 5,990 ล้านบาท และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 5,518 ล้านบาท

สำหรับจังหวัดเชียงราย มีมหาวิทยาลัยติดอยู่ในรายชื่อ 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งอยู่ในอันดับ 11 ได้รับงบประมาณ 2,117 ล้านบาท และ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย อยู่ในอันดับ 47 ได้รับงบประมาณ 630 ล้านบาท ตัวเลขทั้งสองแห่งรวมกันประมาณ 2,747 ล้านบาท ตามข้อมูลที่ผู้ใช้แนบมา

อย่างไรก็ตาม การนำตัวเลขงบประมาณไปเปรียบเทียบกับอันดับมหาวิทยาลัยโดยตรงอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะจำนวนเงินที่มหาวิทยาลัยได้รับไม่ได้แปลว่ามหาวิทยาลัยแห่งนั้นมีคุณภาพสูงหรือต่ำกว่าสถาบันอื่นโดยอัตโนมัติ งบประมาณสะท้อนทั้งภารกิจ ขนาดองค์กร โรงพยาบาลในสังกัด จำนวนบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน งานวิจัย และบริการสาธารณะที่แต่ละแห่งต้องรับผิดชอบ

มหาวิทยาลัยเชียงรายสองแห่งมีบทบาทต่างกัน

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับงบประมาณ 2,117 ล้านบาท มากกว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายประมาณ 1,487 ล้านบาท หรือมากกว่าราว 3.4 เท่า แต่ความแตกต่างนี้ต้องพิจารณาจากโครงสร้างและพันธกิจของแต่ละสถาบัน

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่พัฒนาหลักสูตรนานาชาติ งานวิจัย วิทยาศาสตร์สุขภาพ และบริการทางการแพทย์ รวมถึงมีโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งต้องใช้งบประมาณด้านบุคลากร เครื่องมือแพทย์ อาคาร และระบบบริการสุขภาพจำนวนมาก

ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายมีพันธกิจสำคัญด้านการผลิตและพัฒนาครู การให้บริการวิชาการแก่ท้องถิ่น การยกระดับชุมชน และการเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนในภาคเหนือตอนบน งบประมาณจึงต้องตอบสนองภารกิจที่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยวิจัยหรือมหาวิทยาลัยที่มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่

หากเปรียบมหาวิทยาลัยเป็นรถยนต์ งบประมาณก็คล้ายปริมาณเชื้อเพลิงที่ได้รับ แต่รถแต่ละคันมีขนาด เส้นทาง และภารกิจไม่เหมือนกัน รถพยาบาลที่ต้องให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงย่อมมีต้นทุนต่างจากรถรับส่งผู้โดยสารในชุมชน การมองเฉพาะจำนวนเชื้อเพลิงโดยไม่ดูหน้าที่จึงไม่สามารถอธิบายประสิทธิภาพได้ครบถ้วน

เอกสารงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเผยแพร่โดยสำนักงบประมาณ แสดงให้เห็นว่าการจัดสรรงบถูกแจกแจงตามแผนงาน บุคลากร ผลผลิต โครงการ และรายจ่ายลงทุน ไม่ใช่เงินก้อนที่มหาวิทยาลัยสามารถนำไปใช้ได้อย่างอิสระทั้งหมด

ทำไมมหิดลได้รับงบสูงถึง 15,218 ล้านบาท

มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับงบประมาณมากที่สุดในกลุ่มมหาวิทยาลัยตามข้อมูลที่เผยแพร่ โดยมีวงเงิน 15,218 ล้านบาท สูงกว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งอยู่ในอันดับ 2 มากกว่า 9,000 ล้านบาท

เหตุผลสำคัญมาจากภารกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดลมีโรงพยาบาลและหน่วยบริการขนาดใหญ่ในสังกัด เช่น โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลรามาธิบดี รวมถึงคณะแพทยศาสตร์ ศูนย์วิจัย ห้องปฏิบัติการ และหน่วยบริการสุขภาพหลายแห่ง

งบประมาณจำนวนมากจึงไม่ได้ใช้เฉพาะการเรียนการสอนนักศึกษา แต่รวมถึงการรักษาผู้ป่วย การผลิตบุคลากรทางการแพทย์ การจัดซื้อเวชภัณฑ์ เครื่องมือราคาแพง การวิจัยโรค และการดูแลอาคารสถานพยาบาล

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งได้รับงบประมาณเป็นอันดับ 2 ก็มีโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่และคณะแพทยศาสตร์ขนาดใหญ่ รวมถึงมีภารกิจวิจัยและบริการวิชาการครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ จึงได้รับวงเงินสูงกว่ามหาวิทยาลัยทั่วไป

ภาพรวมนี้สะท้อนว่า มหาวิทยาลัยที่มีโรงพยาบาลในสังกัดมักมีภาระงบประมาณมากกว่าสถาบันซึ่งเน้นการเรียนการสอนเพียงอย่างเดียว การเปรียบเทียบจึงควรแยกงบด้านการแพทย์ออกจากงบการศึกษาและวิจัย เพื่อให้เห็นภาพที่เป็นธรรมยิ่งขึ้น

มหาวิทยาลัยภาคเหนือมีทั้งกลุ่มวิจัยและกลุ่มพัฒนาท้องถิ่น

จากรายชื่อ 60 อันดับ พบมหาวิทยาลัยในภาคเหนือหลายแห่งได้รับงบประมาณปี 2569 ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 6,183 ล้านบาท มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 2,117 ล้านบาท มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 1,455 ล้านบาท มหาวิทยาลัยพะเยา 1,396 ล้านบาท และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา 1,291 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 771 ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 663 ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 657 ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 630 ล้านบาท และมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 604 ล้านบาท

ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีที่ปรากฏอยู่ในอันดับ 57 ไม่ควรถูกนับเป็นมหาวิทยาลัยภาคเหนือ เนื่องจากตั้งอยู่ในจังหวัดจันทบุรี ภาคตะวันออก การจำแนกข้อมูลตามภูมิภาคจึงต้องตรวจสอบที่ตั้งของสถาบัน ไม่ควรพิจารณาจากชื่อหรือกลุ่มมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว

ความแตกต่างของงบประมาณระหว่างมหาวิทยาลัยภาคเหนือยังสะท้อนบทบาทที่หลากหลาย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เน้นงานวิจัย การแพทย์ และการศึกษาในระดับนานาชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีจุดแข็งด้านเกษตรและอาหาร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชื่อมโยงการแพทย์ สุขภาพ และเศรษฐกิจชายแดน ขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏทำหน้าที่สำคัญในการผลิตครูและพัฒนาท้องถิ่น

ดังนั้น การตั้งคำถามว่าใครได้รับงบมากกว่ากันควรตามด้วยคำถามว่า งบประมาณนั้นถูกนำไปทำภารกิจใด และเกิดผลลัพธ์กับนักศึกษา ชุมชน และประเทศอย่างไร

PHOTO : MFU TODAY
PHOTO : มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

งบประมาณสูงไม่เท่ากับอันดับโลกสูง

ภาพจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยปี 2025 ถึง 2026 แสดงผลจาก 5 ระบบหลัก ได้แก่ QS World University Rankings, Times Higher Education, ARWU, U.S. News Best Global Universities และ CWUR แต่ละระบบมีวิธีประเมินแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำอันดับจากคนละระบบมาเรียงรวมเป็นตารางเดียวโดยไม่อธิบายเกณฑ์

QS World University Rankings 2026 จัดให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ในอันดับ 221 ของโลก มหาวิทยาลัยมหิดลอยู่ในอันดับร่วม 358 และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยู่ในอันดับ 526 โดย QS ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงทางวิชาการ ชื่อเสียงจากนายจ้าง งานวิจัย ความเป็นนานาชาติ และความยั่งยืน

Times Higher Education World University Rankings 2026 จัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ในช่วงอันดับ 501 ถึง 600 มหาวิทยาลัยมหิดลอยู่ในช่วง 601 ถึง 800 และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีอยู่ในช่วง 801 ถึง 1000 โดยระบบนี้ประเมินทั้งการสอน สภาพแวดล้อมการวิจัย คุณภาพงานวิจัย รายได้จากอุตสาหกรรม และความเป็นนานาชาติ

ส่วน ARWU ใช้ตัวชี้วัดที่เน้นผลงานวิจัยระดับสูงอย่างมาก เช่น นักวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงสูง ผลงานในวารสาร Nature และ Science รวมถึงรางวัลโนเบลและเหรียญฟิลด์ จึงมีมหาวิทยาลัยไทยติดอันดับน้อยกว่าระบบอื่น

ความแตกต่างของเกณฑ์ทำให้มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งอาจมีอันดับดีในระบบที่เน้นงานวิจัย แต่อยู่ต่ำกว่าในระบบที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงหรือผลลัพธ์ของศิษย์เก่า จึงไม่มีคำว่าอันดับที่ดีที่สุดเพียงตัวเลขเดียวโดยปราศจากบริบท

มหาวิทยาลัยเชียงรายยังไม่ปรากฏในกลุ่มนำของ 5 อันดับโลก

จากภาพสรุปการจัดอันดับที่แนบมา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายยังไม่ปรากฏในกลุ่มมหาวิทยาลัยไทยชั้นนำของระบบจัดอันดับทั้ง 5 แห่งที่นำมาเปรียบเทียบ

ข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองมหาวิทยาลัยไม่มีคุณภาพ เพราะการจัดอันดับโลกให้ความสำคัญกับขนาดและอิทธิพลของงานวิจัย การอ้างอิงในระดับนานาชาติ จำนวนบุคลากรต่างชาติ และชื่อเสียงที่ต้องสะสมเป็นระยะเวลานาน

มหาวิทยาลัยภูมิภาคยังมีคุณค่าหลายด้านที่อันดับโลกอาจวัดได้ไม่ครบ เช่น การผลิตครูในพื้นที่ห่างไกล การดูแลสุขภาพชุมชน การอนุรักษ์วัฒนธรรมชาติพันธุ์ การแก้ปัญหาหมอกควัน และการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน

อย่างไรก็ตาม หากมหาวิทยาลัยในเชียงรายต้องการเพิ่มการยอมรับในระดับนานาชาติ งบประมาณที่ได้รับควรถูกเชื่อมไปสู่การสร้างงานวิจัยคุณภาพสูง การเผยแพร่ในวารสารสากล การสร้างเครือข่ายต่างประเทศ การพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ และการนำองค์ความรู้ไปแก้ปัญหาที่มีความสำคัญต่อภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ควรวัดผลจากสิ่งที่ประชาชนได้รับ

ตัวเลขงบประมาณ 2,117 ล้านบาทของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ 630 ล้านบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จะมีความหมายต่อสังคมมากเพียงใด ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง

ประชาชนควรสามารถตรวจสอบได้ว่างบประมาณถูกใช้พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนอย่างไร มีนักศึกษาจากครอบครัวรายได้น้อยได้รับโอกาสเพิ่มขึ้นหรือไม่ งานวิจัยช่วยแก้ปัญหาของจังหวัดได้มากน้อยเพียงใด และโครงการก่อสร้างหรือจัดซื้อมีความโปร่งใสหรือไม่

สำหรับเชียงราย โจทย์ที่มหาวิทยาลัยสามารถสร้างผลกระทบได้มีตั้งแต่ปัญหา PM2.5 มลพิษข้ามพรมแดน สังคมสูงวัย ความมั่นคงทางอาหาร การค้าชายแดน การท่องเที่ยวคุณภาพ ไปจนถึงการยกระดับทักษะแรงงานในยุคดิจิทัล

หากงบประมาณถูกใช้ตอบโจทย์เหล่านี้อย่างมีหลักฐาน ตัวเลขที่ได้รับย่อมเปลี่ยนจากรายจ่ายของรัฐเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต แต่หากวัดผลเพียงจำนวนโครงการ อาคาร หรือกิจกรรมที่จัดขึ้น งบประมาณสูงก็อาจไม่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสัมผัสได้

งบประมาณและอันดับโลกต้องอ่านคนละมิติ

ข้อมูลมหาวิทยาลัยปี 2569 สะท้อนสองภาพที่ต้องอ่านแยกกัน ภาพแรกคือการจัดสรรทรัพยากรของรัฐตามภารกิจและโครงสร้างของมหาวิทยาลัย ภาพที่สองคือความสามารถในการแข่งขันตามเกณฑ์ของสถาบันจัดอันดับนานาชาติ

มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับงบประมาณสูงสุดเพราะมีภารกิจการแพทย์ วิจัย และบริการสาธารณะขนาดใหญ่ ขณะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีอันดับสูงสุดของไทยในหลายระบบ แม้ได้รับงบประมาณน้อยกว่ามหิดลอย่างมาก แสดงให้เห็นชัดว่าเงินงบประมาณกับอันดับมหาวิทยาลัยไม่ได้เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป

สำหรับเชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายได้รับงบรวมกันประมาณ 2,747 ล้านบาท สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงอันดับในตาราง แต่คือเงินจำนวนดังกล่าวช่วยผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ สร้างงานวิจัยที่ใช้ได้จริง และยกระดับชีวิตของประชาชนในจังหวัดได้มากเพียงใด

เพราะท้ายที่สุด มหาวิทยาลัยที่ดีไม่ควรถูกตัดสินด้วยจำนวนเงินหรืออันดับเพียงด้านเดียว แต่ต้องพิจารณาจากความสามารถในการเปลี่ยนทรัพยากรที่ได้รับให้กลายเป็นความรู้ โอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของสังคม

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

[Sassy_Social_Share]

Most popular