รายงานการบินชี้ไทยรั้งหัวแถวเจ็ทธุรกิจ ดันสนามบินเชียงรายรับทัวร์มหาเศรษฐีและสกายด็อกเตอร์กู้ชีพ

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • ไทยครองอันดับ 2 ในอาเซียนด้านเที่ยวบินเครื่องบินธุรกิจขาออก โดยกรุงเทพฯ ทำได้ 2,952 เที่ยวบิน และภูเก็ต 743 เที่ยวบิน
  • ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีเครื่องบินส่วนบุคคลตั้งฐานถาวร 11 ลำ และมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำ 50 ถึง 120 เที่ยวต่อปี
  • สนามบินมีทางวิ่งยาว 3,000 เมตร รองรับเจ็ทได้ทุกขนาด แต่มีข้อจำกัดลานจอดจำกัดเวลาพักพื้นไม่เกิน 4 ชั่วโมง
  • ขับเคลื่อนผ่าน 4 ภารกิจหลัก ทั้งท่องเที่ยวอัลตราลักชัวรี การแพทย์ฉุกเฉินสกายด็อกเตอร์ ธุรกิจลุ่มน้ำโขง และงานความมั่นคง
  • ทอท. วางแผนพัฒนาสนามบินระยะที่ 1 ขยายลานจอดและทางขับ รองรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปีและเครื่องบินส่วนบุคคลค้างคืน

ไทยผงาดเบอร์สองอาเซียนตลาดการบินธุรกิจ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ปักหมุดสถานีปลายทางหรูเชื่อมการแพทย์ฉุกเฉิน

กรุงเทพฯ ,28 ตุลาคม 2569 – รายงานการบินระดับภูมิภาคชี้กรุงเทพฯ และภูเก็ตรั้งหัวแถวเที่ยวบินเครื่องบินธุรกิจขาออก ขณะที่เชียงรายโดดเด่นในฐานะหมุดหมายเฉพาะกลุ่มรองรับมหาเศรษฐีและเที่ยวบินกู้ชีพ ผนึกแผนขยายสนามบินรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง

ไทยรั้งเบอร์สองอาเซียนตลาดการเดินทางด้วยเครื่องบินธุรกิจ

อุตสาหกรรมการบินธุรกิจและการบินส่วนบุคคลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังแสดงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง รายงาน เอเชียน สกาย ควอเตอร์ลี ประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 70.2 ในไตรมาสแรก มาอยู่ที่ร้อยละ 86.4 ในไตรมาสที่สอง ขณะที่สัดส่วนผู้ตอบแบบสำรวจที่วางแผนจัดหาอากาศยานเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 อยู่ที่ระดับร้อยละ 78.4

ประเทศไทยแสดงบทบาทเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกรุงเทพมหานครมีสถิติเที่ยวบินเครื่องบินธุรกิจขาออกในรอบ 12 เดือน สูงถึง 2,952 เที่ยวบิน ครองอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์ และอยู่ในอันดับ 6 ของเอเชีย ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตบันทึกสถิติเที่ยวบินขาออก 743 เที่ยวบิน อยู่ในอันดับ 7 ของอาเซียน ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลระดับโลก ตัวเลขการหมุนเวียนดังกล่าวเกิดขึ้นควบคู่กับฝูงบินเครื่องบินธุรกิจที่ประจำการถาวรในไทยประมาณ 41 ถึง 43 ลำ และหากนับรวมอากาศยานในการบินทั่วไปที่จดทะเบียนสัญชาติไทยตามสถิติของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย จะมีจำนวนรวมกันราว 208 ลำ

ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงสถานีปลายทางระดับบูติก

แม้ยอดเที่ยวบินส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และเมืองชายทะเล แต่จังหวัดเชียงรายกลับมีบทบาทจำเพาะในฐานะสถานีปลายทางเชิงยุทธศาสตร์ทางตอนเหนือสุดของประเทศ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีเครื่องบินส่วนบุคคลและเครื่องบินธุรกิจขนาดเล็กตั้งฐานปฏิบัติการถาวรอยู่ประมาณ 11 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินใบพัดความเร็วสูง เช่น คิงแอร์ 350 และเซสนา แกรนด์ คาราวาน รวมถึงเครื่องบินเจ็ทขนาดเบาที่ใช้สำหรับภารกิจของผู้บริหารภาคธุรกิจ

ปริมาณการจราจรทางอากาศของเที่ยวบินไม่ประจำและเที่ยวบินเช่าเหมาลำธุรกิจเข้าสู่เชียงราย มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50 ถึง 120 เที่ยวบินต่อปี แม้จะมีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับเที่ยวบินพาณิชย์ปกติของสนามบินที่มีประมาณ 12,000 ถึง 20,500 เที่ยวบินต่อปี แต่ลักษณะการบินส่วนใหญ่เป็นเที่ยวบินหมุนเวียนที่เดินทางตรงมาจากศูนย์กลางทางการเงินอย่างกรุงเทพฯ สิงคโปร์ หรือฮ่องกง เพื่อดำเนินภารกิจเฉพาะเจาะจงแล้วบินต่อไปยังจุดหมายอื่น

กางสเปกทางวิ่งสามพันเมตรและความท้าทายลานจอด

ในด้านความพร้อมเชิงกายภาพ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีทางวิ่งมาตรฐานความยาว 3,000 เมตร กว้าง 45 เมตร พร้อมระบบไฟนำร่องและระบบช่วยเดินอากาศด้วยเครื่องวัด ทำให้มีขีดความสามารถรองรับเครื่องบินธุรกิจได้เกือบทุกขนาด ตั้งแต่เครื่องบินเจ็ทขนาดเล็กไปจนถึงเครื่องบินเจ็ทขนาดใหญ่ โดยมีพิกัดน้ำหนักบินขึ้นสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 99,000 ปอนด์ ซึ่งครอบคลุมอากาศยานส่วนบุคคลเกือบทั้งหมด

ข้อจำกัดสำคัญของการดำเนินงานในปัจจุบันอยู่ที่พื้นที่ลานจอดและการบริหารเวลาการบิน เนื่องจากสนามบินถูกจัดอยู่ในกลุ่มความหนาแน่นระดับ 2 ทำให้เที่ยวบินไม่ประจำต้องประสานงานขอจัดสรรเวลาการบินล่วงหน้า และอนุญาตให้จอดพักภาคพื้นดินได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมงในสถานการณ์ปกติ เพื่อรักษาพื้นที่สำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ รวมถึงมีข้อกำหนดห้ามทำการบินขึ้นลงในช่วงเวลา 22.00 น. ถึง 06.00 น. เพื่อควบคุมเสียงรบกวนชุมชน เว้นแต่กรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ

สี่ภารกิจหลักขับเคลื่อนการบินส่วนบุคคลเมืองเหนือ

การใช้งานเครื่องบินส่วนตัวในการเดินทางเข้าออกจังหวัดเชียงราย ขับเคลื่อนผ่าน 4 ภารกิจหลัก กลุ่มแรกคือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติระดับอัลตราลักชัวรี ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด นักท่องเที่ยวกลุ่มมหาเศรษฐีมักเลือกใช้บริการเช่าเหมาลำเชื่อมโยงกับสถานพักตากอากาศระดับโลกบริเวณสามเหลี่ยมทองคำและอำเภอแม่จัน โดยมีอัตราค่าบริการเช่าเหมาลำเที่ยวบินขาเดียวจากกรุงเทพฯ สู่เชียงราย อยู่ระหว่าง 340,000 ถึง 940,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องบิน

กลุ่มที่สองคือภารกิจการแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบสาธารณสุขของภาคเหนือตอนบน เนื่องจากภูมิประเทศเต็มไปด้วยเทือกเขาสูงชัน เครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินและโครงการสกายด็อกเตอร์ได้ใช้เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ในการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตทางสมอง ทารกที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หรือผู้ประสบอุบัติเหตุหนัก จากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ไปยังโรงพยาบาลศูนย์ในจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ได้ทันท่วงที ส่วนกลุ่มที่สามคือการเดินทางเพื่อธุรกิจและการค้าชายแดนของผู้บริหารโครงการลงทุนข้ามชาติในแถบลุ่มน้ำโขง และกลุ่มสุดท้ายคือภารกิจทางราชการและความมั่นคง

เบื้องหลังความพร้อมของทีมงานภาคพื้นและช่างเทคนิค

ความราบรื่นของการเดินทางด้วยเครื่องบินธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวอากาศยานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมของทีมงานมืออาชีพ ผู้ให้บริการการบินส่วนบุคคล เช่น บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด ระบุว่า ทีมขายเที่ยวบินเช่าเหมาลำต้องพร้อมรับมือกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บางกรณีลูกค้าติดต่อขอบินล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทีมงานต้องรีบประสานงานขอสิทธิ์การบิน จัดเตรียมห้องรับรองพิเศษ และดูแลพิธีการตรวจคนเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว

งานสนับสนุนทางเทคนิคเป็นอีกหัวใจสำคัญ นายจิรัฏฐ์ เสรีเชษฐพงษ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายซ่อมบำรุงของเอ็มเจ็ท อธิบายว่า ทีมช่างอากาศยานและทีมบริหารจัดการความสมควรเดินอากาศ ต้องตรวจสอบประวัติการบำรุงรักษาอย่างเคร่งครัดตามรอบเวลา เพื่อให้เครื่องบินมีความพร้อมสูงสุด ด้านนางสาวเบญจมาศ อัตตะสาระ หัวหน้าฝ่ายขายเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ย้ำว่าความท้าทายอยู่ที่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการประสานงานข้ามหน่วยงาน เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกและปลอดภัยโดยไม่ต้องกังวลกับรายละเอียดเบื้องหลัง

นัยสำคัญต่อเศรษฐกิจเชียงรายและการขยายสนามบิน

การเติบโตของการบินธุรกิจในเชียงรายสะท้อนถึงการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านรายจ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อเที่ยวบินที่สูงมาก นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ธุรกิจโรงแรมระดับพรีเมียม ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายงานศิลปะ ชา กาแฟ และสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดด้านพื้นที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) มีแผนดำเนินโครงการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระยะที่ 1 เพื่อขยายขีดความสามารถการรองรับผู้โดยสารเป็น 6 ล้านคนต่อปี โดยมีงานก่อสร้างขยายลานจอดอากาศยานและทางขับขนาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่จอดพักค้างคืนแก่อากาศยานส่วนบุคคล และเตรียมความพร้อมรองรับนวัตกรรมการบินใหม่ในอนาคต เช่น อากาศยานพลังงานไฟฟ้าขึ้นลงแนวดิ่ง การผสานโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยเข้ากับการบริการภาคพื้นที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยส่งเสริมให้เชียงรายรักษาบทบาทการเป็นหมุดหมายการเดินทางระดับพรีเมียมของภูมิภาคได้อย่างมั่นคง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :