ศึกสังเวียนระดับโลก THAI FIGHT เชียงราย ยึดฝูงบิน 416 ปักหมุด Sport City จุดพลุไฮซีซัน ดันมวยไทยสู่ Soft Power


Summary


ศึกสังเวียนระดับโลก “THAI FIGHT เชียงราย” ยึดฝูงบิน 416 ปักหมุด Sport City จุดพลุไฮซีซัน ดันมวยไทยสู่ Soft Power เศรษฐกิจปลายปี

เชียงราย,9 สิงหาคม 2569 – เชียงรายกำลังเตรียมเปลี่ยนพื้นที่สนามบินเก่ากลางเมืองให้กลายเป็นสังเวียนมวยไทยขนาดใหญ่ในช่วงไฮซีซันท่องเที่ยวปลายปี หลังองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายเปิดแผนเตรียมเป็นเจ้าภาพจัด “THAI FIGHT เชียงราย” รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 20 ธันวาคม 2569 ณ สนามฝูงบิน 416 หรือสนามบินเก่าเชียงราย

การแข่งขันไม่ได้ถูกวางไว้ในฐานะกิจกรรมกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่กำลังถูกผลักให้เป็นเครื่องมือเชื่อม “มวยไทย” เข้ากับการท่องเที่ยว ภาพลักษณ์เมืองกีฬา และการกระจายรายได้ลงสู่โรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ร้านค้ารายย่อย และผู้ประกอบการท้องถิ่น

จังหวะเวลายังน่าสนใจ เพราะวันที่ 20 ธันวาคมอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีของเชียงราย หากการแข่งขันสามารถดึงผู้ชมจากต่างจังหวัดและต่างประเทศให้เดินทางมาพักค้างคืนได้ ผลของอีเวนต์จะไม่หยุดอยู่บริเวณเวทีมวย แต่มีโอกาสกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของเมืองในหลายชั้น

นี่คือโจทย์สำคัญของ Sport Tourism ที่เชียงรายกำลังทดสอบ

จากการจัดการแข่งขันหนึ่งคืน จะเปลี่ยนผู้ชมกีฬาให้กลายเป็นนักท่องเที่ยวที่พัก กิน เที่ยว และใช้จ่ายในจังหวัดได้นานเพียงใด

อบจ.เชียงรายเปิดโต๊ะใหญ่ ผนึก 4 ส.ส.เตรียม THAI FIGHT รอบชิง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมหารือการจัดงาน THAI FIGHT เชียงราย ณ ห้องประชุมธรรมรับอรุณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

การประชุมมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงรายเข้าร่วม 4 คน ได้แก่ นายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย เขต 7 นายพิทักษ์ แสงคำ ส.ส.เชียงราย เขต 3 นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย เขต 4 และนางมลธิชา ไชยบาล ส.ส.เชียงราย เขต 6 รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลที่เผยแพร่เกี่ยวกับการประชุมระบุว่า การแข่งขันถูกกำหนดให้เป็นรอบชิงชนะเลิศ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยกำหนดจัดวันที่ 20 ธันวาคม 2569 ที่สนามฝูงบิน 416

ข้อมูลกำหนดวันและสถานที่ดังกล่าวยังปรากฏในข้อมูลสาธารณะของผู้เข้าร่วมประชุมจากจังหวัดเชียงรายด้วย

อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ทางการของ THAI FIGHT ยังแสดงโปรแกรมหลักในช่วงต้นเดือนสิงหาคม และยังไม่ได้เผยแพร่รายละเอียดการแข่งขันเชียงรายเดือนธันวาคมบนหน้าหลัก ดังนั้น รายชื่อนักมวย คู่แข่งขัน และรายละเอียดกิจกรรมหน้างานยังควรรอประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันต่อไป

สนามบินเก่าอาจกลายเป็น “Arena Destination” กลางเมือง

การเลือกสนามฝูงบิน 416 มีความหมายมากกว่าการหาพื้นที่กว้างสำหรับตั้งเวทีมวย

พื้นที่สนามบินเก่าอยู่ในบริบทเมืองเชียงราย และสามารถสร้างภาพจำของการแข่งขันที่แตกต่างจากสนามกีฬาในร่มทั่วไปได้

หากออกแบบพื้นที่โดยเชื่อมการแข่งขันกับโซนอาหาร ร้านค้าชุมชน กิจกรรมมวยไทย การท่องเที่ยว และจุดถ่ายภาพ สนามแข่งขันสามารถทำหน้าที่เป็น Event Destination ได้ตลอดทั้งวัน ไม่ใช่สถานที่ที่ผู้ชมเดินทางมาเฉพาะก่อนเริ่มชกแล้วกลับทันที

แนวคิดดังกล่าวคือหัวใจของเศรษฐกิจอีเวนต์

ผู้จัดไม่ได้แข่งขันกันเพียงจำนวนผู้ชมในสนาม แต่แข่งขันกันว่าอีเวนต์หนึ่งรายการสามารถสร้างเวลาในการใช้จ่ายในพื้นที่ได้นานเพียงใด

สำหรับเชียงราย โอกาสอยู่ที่การเชื่อมสนามฝูงบิน 416 เข้ากับร้านอาหารในเมือง คาเฟ่ ตลาดกลางคืน โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวรอบจังหวัด

หากผู้ชมเลือกพักเพิ่มอีกหนึ่งคืน ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก็จะขยายออกจากวงการกีฬาไปยังผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้นทันที

เชียงรายมีฐาน “Sport City” รองรับอยู่แล้ว

การนำ THAI FIGHT มาจัดที่เชียงรายไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ เพราะจังหวัดเชียงรายเคยได้รับการผลักดันในกรอบเมืองกีฬา หรือ Sport City มาแล้ว

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเคยระบุถึง “Chiangrai Sport City” ในฐานะการพัฒนาเชียงรายให้เชื่อมโยงกีฬาเข้ากับการท่องเที่ยว โดยกิจกรรมในจังหวัดถูกนำเสนอผ่านกีฬาหลายประเภท รวมถึงการวิ่งและจักรยาน

แนวทางของการกีฬาแห่งประเทศไทยยังใช้แนวคิด Sports City เพื่อผลักดันการจัดการแข่งขันกีฬาให้สัมพันธ์กับการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่

ดังนั้น THAI FIGHT เชียงรายจึงมีโอกาสทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่ง Event Anchor ของเมืองกีฬา

โดยเฉพาะเมื่อมวยไทยมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากกีฬาหลายประเภท เพราะนอกจากเป็นกีฬาแข่งขันแล้ว ยังมีรากวัฒนธรรม พิธีกรรม ภาษา เครื่องแต่งกาย ดนตรี และภาพจำที่เชื่อมโยงกับประเทศไทยโดยตรง

มวยไทยไม่ได้ขายแค่การแข่งขัน แต่ขาย “ความเป็นไทย” ไปพร้อมกัน

รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ความสำคัญกับการผลักดันมวยไทยในมิติ Soft Power อย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างชัดเจนเกิดขึ้นเมื่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดกิจกรรม “Muay Thai to the World” เชื่อมกับการประชุม WBC ระดับนานาชาติ โดยมีตัวแทนจาก 176 ประเทศเข้าร่วม และระบุเป้าหมายในการใช้มวยไทยส่งเสริมทั้งเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

นี่สะท้อนว่ามวยไทยถูกมองมากกว่าการแข่งขันระหว่างนักกีฬา

คนต่างชาติที่สนใจมวยไทยสามารถเดินทางมาเรียนมวย ชมการแข่งขัน ซื้อสินค้า ใช้บริการค่ายมวย และเดินทางท่องเที่ยวต่อภายในประเทศ

เมื่อนำอีเวนต์ระดับประเทศไปจัดในต่างจังหวัด เมืองเจ้าภาพจึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากฐานผู้ชมที่เดิมอาจเดินทางอยู่เฉพาะกรุงเทพฯ หรือแหล่งท่องเที่ยวหลัก

สำหรับเชียงราย จุดแข็งเพิ่มเติมคือเมืองมีแบรนด์ด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว

โจทย์จึงไม่ใช่การสร้าง Destination ใหม่จากศูนย์ แต่เป็นการใช้มวยไทยเพิ่มอีกหนึ่งเหตุผลให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางมาในช่วงเวลาที่กำหนด

จากหนึ่งไฟต์ สู่หนึ่งทริป คือโจทย์ Sport Tourism ที่แท้จริง

Sport Tourism จะเกิดผลทางเศรษฐกิจสูงขึ้นเมื่อการแข่งขันสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ชมจาก “มาดูแล้วกลับ” เป็น “เดินทางมาเที่ยว”

ตัวอย่างง่ายที่สุดคือผู้ชมจากกรุงเทพฯ ที่ตั้งใจมาชม THAI FIGHT ในเย็นวันที่ 20 ธันวาคม

หากเดินทางมาถึงเชียงรายตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม ผู้ชมหนึ่งคนอาจเริ่มใช้จ่ายตั้งแต่ค่าตั๋วเดินทาง รถรับส่ง โรงแรม อาหาร และเครื่องดื่ม

หลังการแข่งขัน หากเลือกพักต่ออีกหนึ่งคืน รายได้อาจกระจายไปยังตลาด คาเฟ่ ร้านอาหาร หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นในวันที่ 21 ธันวาคม

การใช้จ่ายจึงเกิดหลายครั้งจากเหตุผลในการเดินทางเพียงครั้งเดียว

นี่คือเหตุผลที่ยุทธศาสตร์ Sport Tourism ให้ความสำคัญกับการเชื่อมกีฬาเข้ากับสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ไม่ใช่ประเมินความสำเร็จจากจำนวนคนเข้าสนามเท่านั้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังเดินหน้าใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ของประเทศ

โรงแรมถึงสตรีทฟู้ด ใครมีโอกาสได้ประโยชน์

ผลของงานใหญ่ในเมืองสามารถกระจายได้หลายระดับ

โรงแรมและที่พักเป็นกลุ่มแรกที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากผู้ชม ทีมงาน นักกีฬา และผู้เกี่ยวข้องที่เดินทางมาจากต่างพื้นที่

ร้านอาหารได้รับประโยชน์ตามจำนวนคนและระยะเวลาพำนัก

ผู้ประกอบการรถเช่า รถรับจ้าง ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ตลาด และร้านค้ารายย่อยก็อยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน

ส่วนผู้ประกอบการชุมชนสามารถเข้าถึงเศรษฐกิจของงานได้มากขึ้น หากพื้นที่กิจกรรมเปิดโอกาสให้สินค้าอาหารพื้นเมือง งานหัตถกรรม หรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Event Experience

จุดนี้สำคัญ เพราะคำว่า “กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” ไม่ควรถูกวัดเพียงว่ามีคนเดินทางเข้าเชียงรายมากขึ้น

คำถามคือ เม็ดเงินกระจายลงถึงธุรกิจรายเล็กมากเพียงใด

หากกิจกรรมถูกออกแบบให้ผู้ชมใช้จ่ายทั้งหมดภายในระบบปิดของงาน ผลต่อเศรษฐกิจชุมชนอาจต่ำกว่าที่คาด

แต่หากเมืองสามารถออกแบบเส้นทางใช้จ่ายให้เชื่อมสนามกับผู้ประกอบการโดยรอบ ผลตอบแทนจากการเป็นเจ้าภาพก็จะขยายตัวมากขึ้น

ถ่ายทอดสดคือเวทีขาย “Chiang Rai” โดยไม่ต้องซื้อเวลาโฆษณาทั้งหมด

ข้อมูลจากการประชุมระบุว่า THAI FIGHT เชียงรายมีแผนถ่ายทอดสดทาง PPTV HD 36 ตั้งแต่เวลา 18.20 ถึง 22.00 น.

THAI FIGHT มีประวัติการใช้การถ่ายทอดและสื่อออนไลน์ในการนำการแข่งขันไปสู่ผู้ชมวงกว้าง และเว็บไซต์ทางการของรายการยังรวบรวมการแข่งขัน วิดีโอ และเครือข่ายการรับชมไว้เป็นองค์ประกอบหลักของแบรนด์

ในมิติ Soft Power นี่คือสินทรัพย์สำคัญเพราะหากภาพเปิดการแข่งขัน ภาพมุมสูง หรือเนื้อหาแทรกระหว่างรายการนำเสนอเชียงรายอย่างเป็นระบบ ผู้ชมจะไม่ได้เห็นเฉพาะนักมวยบนเวที

แต่จะเห็นชื่อเมือง แหล่งท่องเที่ยว อาหาร และบรรยากาศของเชียงรายควบคู่กันเมืองจึงสามารถใช้การแข่งขันเป็น Media Platform ได้อีกชั้นหนึ่งแทนที่จะสื่อสารเพียงว่า “มาเชียงรายเพราะมีมวย” สามารถสร้างภาพว่า “มาดูมวย แล้วอยู่เที่ยวเชียงรายต่อ”

Gen Z คืออีกสมรภูมิที่งานต้องชนะ

การแข่งขันจริงอาจเกิดขึ้นวันที่ 20 ธันวาคม แต่การแข่งขันทางโซเชียลควรเริ่มเร็วกว่านั้นหลายเดือน

โดยเฉพาะ TikTok, Reels และ Short-form Video ซึ่งสามารถเปลี่ยนสนามบินเก่าให้เป็นภาพจำของงานก่อนเวทีจริงถูกสร้างขึ้น

แนวคอนเทนต์ เช่น “POV เมื่อ THAI FIGHT รอบชิงบุกสนามบินเก่าเชียงราย” สามารถนำเสนอพื้นที่ผ่านมุมสูง ก่อนเปลี่ยนภาพจำจากสนามบินเก่าไปสู่สังเวียนระดับประเทศ อีกแนวทางหนึ่งคือสร้าง Countdown Content ตั้งแต่ 100 วัน 60 วัน 30 วัน จนถึง Fight Week

คอนเทนต์ไม่จำเป็นต้องพูดถึงนักมวยเพียงอย่างเดียว แต่สามารถพาผู้ชมรู้จักอาหาร ทริปหนึ่งวัน จุดเช็กอิน หรือเส้นทางเที่ยวที่เชื่อมกับการแข่งขัน

เมื่อแฟนกีฬาเริ่มแชร์เนื้อหา เมืองก็ได้ Earned Media เพิ่มโดยไม่ต้องพึ่งสื่อโฆษณาเพียงช่องทางเดียว

THAI FIGHT เคยมีรากในเชียงราย ความสัมพันธ์จึงไม่ใช่ครั้งแรก

เชียงรายเคยเป็นสถานที่จัด THAI FIGHT มาก่อน ข้อมูลจากช่องทางทางการของ THAI FIGHT ระบุว่า เคยมีการแข่งขัน “THAI FIGHT เชียงราย” เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2561 ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจังหวัดมีประสบการณ์รองรับรายการนี้มาแล้ว

นอกจากนี้ ช่องทางของ THAI FIGHT ยังเคยประชาสัมพันธ์การแข่งขันที่เชียงรายในช่วงอื่นด้วย

การกลับมาครั้งนี้จึงสามารถต่อยอดเรื่องราวจาก “เมืองที่เคยจัดการแข่งขัน” ไปสู่ “เมืองที่ใช้การแข่งขันขับเคลื่อน Sport Tourism”

ความแตกต่างอยู่ที่เป้าหมาย หากครั้งนี้ต้องการผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจระดับเมือง การวางแผนต้องเดินไกลกว่าการจัดเวทีและถ่ายทอดสด

ตัวเลขที่เชียงรายควรวัดหลังจบงาน

การกล่าวว่างานจะสร้างเงินสะพัดจำนวนมากโดยไม่มีการสำรวจ อาจทำให้คุณค่าของข่าวลดลง

วิธีที่แม่นยำกว่าคือกำหนดตัวชี้วัดตั้งแต่ก่อนงาน จำนวนผู้ชมที่เดินทางมาจากนอกจังหวัด จำนวนผู้ชมต่างชาติ ระยะเวลาพำนักเฉลี่ย อัตราเข้าพักโรงแรมก่อนและระหว่างงาน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน ยอดขายผู้ประกอบการรอบพื้นที่ จำนวนการเดินทางทางอากาศหรือภาคพื้นดินที่เพิ่มขึ้น

รวมถึงยอดรับชมและการกล่าวถึง Chiang Rai บนแพลตฟอร์มออนไลน์

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีระบบข้อมูลสถิติผู้เยี่ยมเยือนและรายได้ระดับจังหวัด ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นฐานเปรียบเทียบก่อนและหลังช่วงจัดงานได้

หากเก็บข้อมูลลักษณะนี้ได้ THAI FIGHT เชียงรายจะไม่ได้จบลงด้วยคำว่า “ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่”

แต่สามารถตอบได้จริงว่า การลงทุนกับ Sport Tourism สร้างผลตอบแทนกลับเข้าสู่เชียงรายมากเพียงใด

20 ธันวาคมจึงไม่ใช่แค่คืนชิงถ้วย แต่เป็นบททดสอบ Sport City

ภาพที่กำลังถูกวางสำหรับปลายปีนี้จึงมีสามชั้นซ้อนกันอยู่

ชั้นแรกคือการแข่งขันมวยไทยรอบชิงชนะเลิศ

ชั้นที่สองคือการใช้ Soft Power ของมวยไทยสร้างการรับรู้ประเทศไทยและเชียงราย

และชั้นที่สามคือการเปลี่ยนผู้ชมกีฬาให้เป็นกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น

สำหรับนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ และเครือข่ายฝ่ายการเมืองกับส่วนราชการที่ร่วมเตรียมงาน ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่เพียงการทำให้สนามฝูงบิน 416 เต็ม

แต่ต้องทำให้คนที่เดินทางมาชมการแข่งขันออกไปใช้ชีวิตในเมืองด้วย

นอนโรงแรมเชียงราย กินอาหารเชียงราย ซื้อสินค้าจากเชียงราย เดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวเชียงราย

และเมื่อกลับบ้าน ยังจดจำคำว่า “Chiang Rai” ผ่านภาพของมวยไทยได้

หากทำได้ นี่จะเป็นจุดที่ Soft Power เปลี่ยนจากคำเชิงนโยบายไปสู่เงินจริงในระบบเศรษฐกิจ

และ Sport City จะเปลี่ยนจากป้ายชื่อ ไปสู่โมเดลการพัฒนาเมืองผ่านกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม

วันที่ 20 ธันวาคม 2569 จึงอาจไม่ได้เป็นเพียงคืนที่นักมวยขึ้นชิงถ้วยบนเวที แต่อาจเป็นคืนที่เชียงรายขึ้นสังเวียนเพื่อพิสูจน์ว่า เมืองท่องเที่ยวภาคเหนือสามารถใช้กีฬาระดับประเทศเป็นแม่เหล็กดึงผู้คน กระจายรายได้ และส่งชื่อเมืองออกไปไกลกว่าขอบสนามได้มากเพียงใด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :