Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อุตสาหกรรมเชียงราย จัดใหญ่ ส่งสิ่งทอสู่ตลาดเชิงพาณิชย์

 
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏบัติการ เรื่อง “การส่งเสริมด้านการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอตามแฟชั่นไลฟ์สไตล์สู่ตลาดเชิงพาณิชย์” ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการเพิ่มขีดความสามารถภาคอุสาหกรรมและการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์ ประจำปี 2567 ที่บริเวณภายในโรงแรมลักษวรรณ รีสอร์ท อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรที่ผลิตผ้าทอและเครื่องแต่งกายจากเส้นใยธรรมชาติ จำนวนกว่า 50 ราย เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการจัดจำหน่ายและการตลาด โดยมีวิทยากรมาให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาพรวมอุตสาหกรรมสิ่งทอและเทรนด์แฟชั่น การวิเคราะห์ตลาดและจัดทำกลยุทธ์การตลาดผลิตภัณฑ์สิ่งทอตามแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ สู่ตลาดเชิงพาณิชย์ การสร้างแบรนด์พัฒนาผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ตามแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ อีกด้วย

 

 นางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรที่ผลิตผ้าทอและเครื่องแต่งกายจากเส้นใยธรรมชาติ มีการจำหน่ายสินค้าประจำพื้นถิ่นของดีของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของตนเองให้มีความเข้มแข็ง นอกจากการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สิ่งทอในท้องถิ่นให้เพิ่มขึ้นแล้ว การเพิ่มศักยภาพด้านการตลาดในปัจจุบัน จังหวัดเชียงราย เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาผู้ประกอบการที่ผลิตผ้าทอและเครื่องแต่งกายจากเส้นใยธรรมชาติ

 

จึงจัดสรรงบประมาณในการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ โดยภายในงานยังได้จัดให้มีการแสดงสินค้า “๑ จังหวัด ๑ เส้นใย วิถีชาวเชียงราย” และงานแสดงสินค้า “Industrial Agriculture Fair” ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาตลาดเชิงสร้างสรรค์ ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2567 – 3 เมษายน 2567 ณ โรงแรมลักษวรรณ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ที่ผลิตผ้าทอและเครื่องแต่งกายจากเส้นใยธรรมชาติจำนวนมาก และมีการจำหน่ายสินค้าประจำถิ่นของดีจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึง ผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรมแปรรูป

 

จึงเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงรายให้มีความเข้มแข็ง ทั้งนี้ จังหวัดเชียงราย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการส่งเสริมการจัดจำหน่ายสินค้า เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการที่ผลิต ผ้าทอและเครื่องแต่งกายจากเส้นใยธรรมชาติ และผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรมแปรรูป เพื่อนำสินค้าของจังหวัดเชียงรายให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จึงได้จัดงานแสดงสินค้า “๑ จังหวัด ๑ เส้นใย วิถีชาวเชียงราย”และ งานแสดงสินค้า “Industrial Agriculture Fair” กิจกรรมการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการจัดจำหน่ายและการตลาด ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาตลาดเชิงสร้างสรรค์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการจัดจำหน่ายและการตลาด

 

โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการเกษตร กลุ่มเกษตร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรมแปรรูป และ กลุ่มเกษตรกรที่ผลิตผ้าทอและเครื่องแต่งกายจากเส้นใยธรรมชาติ จำนวน 60 ราย พร้อมกันนี้ยังมีผู้ประกอบการโรงงานเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าที่ได้รับมาตรฐาน จำนวน 6 ราย และมีหน่วยงานบูรณาการร่วมกัน ได้แก่ ส่วนจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในการจัดแสดงผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปด้วยนวัตกรรม และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จังหวัดเชียงราย นำสินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาจัดแสดงและจำหน่ายภายในงานอีกด้วย

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ปลุกพลังเยาวชน “เชียงแสน” สร้างเครือข่ายเยาวชนอาสาพัฒนาเชียงราย

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2567 เวลา 09.30 น.นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พบปะเยาวชน อ.เชียงแสน ในโครงการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย กิจกรรมที่ 3 อบรมเครือข่ายเยาวชนอาสาพัฒนาเชียงราย ณ ห้องประชุมโรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมีนายธวัชชัย ยะถา รอง ผอ.โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม กล่าวต้อนรับ นางวีร์สุดา กันทะชัย นักวิชาการศึกษา ผู้แทน อบต.ศรีดอนมูล นางอัญญลักษณ์ กายาไชย เลขานุการนายก อบจ.เชียงราย นายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการนายก อบจ.เชียงราย นายฐิติวัชร ไลศิริพันธ์ ผอ.ส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รักษาราชการแทน ผอ.สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบจ.เชียงราย บุคลากรสำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบจ.เชียงราย สมาชิกสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย และเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ เข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ด้วย

 

การอบรมเครือข่ายเยาวชนอาสาพัฒนาเชียงราย ในครั้งนี้ อบจ.เชียงราย ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการจัดบริการสาธารณะให้แก่ประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งให้เป็นไปตามนโยบายที่ 5 สภาเยาวชนร่วมกำหนดอนาคตเชียงราย โดย อบจ.เชียงราย ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์เยาวชน อบจ.เชียงราย เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับให้บริการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย และจะจัดให้มีการสร้างเครือข่ายเยาวชนตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล ระดับอำเภอและระดับจังหวัด ภายใต้ชื่อ “เยาวชนอาสาพัฒนาเชียงราย (CRPAO Youth)” หมู่บ้านละ 2 คน (คัดเลือกตัวแทนระดับหมู่บ้าน และคัดเลือกตัวแทนระดับอำเภอ) 
 
 
ตามแนวคิด “เด็กและเยาวชน คือ อนาคตของชาติ” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีบทบาทแสดงความคิดเห็น เสนอแนะ สะท้อนปัญหา ความต้องการในมุมมองของเยาวชน ก่อเกิดการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ ในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตผ่านการจัดตั้งสภาเยาวชน เครือข่ายเยาวชนและกลุ่มเยาวชน ซึ่งเยาวชนเหล่านั้น ได้มีบทบาทในการเชื่อมประสานการทำงานด้านการพัฒนาอันเป็นประโยชน์ ต่อชุมชน สังคม โดยชักชวนเยาวชนในหมู่บ้านได้เข้ามามีส่วนร่วม ก่อให้เกิดพลังจิตอาสานำพาสู่การเติบโตเป็นพลเมืองสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ชุมชนเข้มแข็งต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

เซ็นทรัลเชียงราย ร่วมวัฒนธรรมจังหวัด “เปิดศักราชใหม่ ประเพณี ปี๋ใหม่เมือง” ชาวล้านนา

 

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2567 ณ ลานกาสะลอง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย คุณสายัณห์ นักบุญ ผู้จัดการทั่วไป  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ร่วมเป็นหนึ่งในการเปิดงาน “เปิดศักราชใหม่ ประเพณี ปี๋ใหม่เมือง” ต้อนรับปีใหม่ของชาวล้านนา ร่วมกันสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามในช่วงเปลี่ยนศักราชใหม่ ประจำปี 2567 โดยมีคุณพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคุณจักรภัทร แสนภูธร อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย

 

ในกิจกรรม “เปิดศักราชใหม่ประเพณี  ปี๋ใหม่เมือง”จัดขึ้นเพื่อให้ความสำคัญของประเพณีปี๋ใหม่เมือง โดยถือเป็นการเริ่ต้นศักราชใหม่ การร่วมมือกันอย่างศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงรายและ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย  ถือเป็นประเพณีที่ปรากฏในเดือนเมษายน หรือเดือน 7 เหนือ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนศักราชใหม่ การเอาเดือนเมษายนเป็นเดือนแรกของปีนั้น เพื่อทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ ดำหัว เล่นน้ำ และขอพรจากผู้ใหญ่ เป็นสิริมงคลในชีวิต ตามควมเชื่อของชาวเมืองล้านนาเรา

 

โดยภายในงานพบการแสดงเปิดศักราชใหม่เอาฤกษ์เอาชัยกับการแสดงตีกลองสะบัดชัย จำนวน 9 ชุด เปิดรับความเป็นศิริมงคล, การแสดงฟ้อนเล็บ และการแสดงมหาราชันล้านนา  ที่รวมเอาเยาวชนในจังหวัดเชียงราย ที่มีความรักในศิลปะการแสดงพื้นบ้าน มาแสดงภายในงานมากกว่า 50 ชีวิต อย่างสุดอลังการ

 

ซึ่งศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั่วไทย ยังมีการฉลองยิ่งใหญ่ Thailand’s Songkran Festival 2024ยืนหนึ่ง!! World’s Best Culturetainment  #เทศกาลมหาบันเทิงระดับโลกที่ทุกคนรอคอย ปีนี้ จัดยิ่งใหญ่ ครบทุกความมหาบันเทิง ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั่วประเทศ  

 

เทศกาลดนตรี & สาดน้ำมหาบันเทิง  #มันส์ที่สุดของที่สุด กับ 30 แลนด์มาร์ก World’s Best Water Fight Entertainment เทศกาลดนตรีและสาดน้ำมหาบันเทิง ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั่วไทยสถานที่ดังนี้

 

กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคกลาง

 เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พระราม 2, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัล เวสต์เกต,  เซ็นทรัล ศาลายา, เซ็นทรัล วิลเลจ,  เซ็นทรัล เวสต์วิลล์, เซ็นทรัล มหาชัย, เซ็นทรัล อยุธยา และเซ็นทรัล นครสวรรค์ 

ภาคตะวันออก

เซ็นทรัล ชลบุรี, เซ็นทรัล พัทยา, เซ็นทรัล มารีนา, เซ็นทรัล ศรีราชา, เซ็นทรัล ระยอง, เซ็นทรัล จันทบุรี

ภาคเหนือ

เซ็นทรัล พิษณุโลก, เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, เซ็นทรัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล เชียงราย และเซ็นทรัล ลำปาง

ภาคใต้

เซ็นทรัล นครศรี, เซ็นทรัล หาดใหญ่, เซ็นทรัล สมุย, เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี, เซ็นทรัล ภูเก็ต

ภาคอีสาน

 เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล ขอนแก่น, เซ็นทรัล อุบล, เซ็นทรัล อุดร

 

เทศกาล #ไทยมหาบันเทิง  ชมการแสดงโชว์เคสสุดพิเศษ “มรดกไทย” ได้รับการยกย่องจาก UNESCO อาทิ   โขน หุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ มโนราห์ และนวดไทย ต้นตำรับนวดวัดโพธิ์  และการแสดงวัฒนธรรมไทยที่หาดูได้ยากจากกระทรวงวัฒนธรรม ตลอดจน ขบวนสงกรานต์มหาบันเทิง กิจกรรมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีในท้องถิ่น และส่งเสริมวัฒนธรรมไทยมากมาย

เทศกาล #สุขมหาบันเทิง กิจกรรมเสริมสิริมงคลรับปีใหม่ สรงน้ำสักการะขอพรพระพุทธรูปวัดดัง และพระประจำวันเกิด ครอบคลุมทั่วภูมิภาคไทย

เทศกาล #อร่อยมหาบันเทิง เที่ยวตลาดไทยในบรรยากาศเย็นสบาย ลิ้มลองอาหารไทยซิกเนเจอร์ อาหารไทยพื้นถิ่น และผลไม้ไทย

เทศกาล #แต่งชุดไทยมหาบันเทิง พบกับกิจกรรมรณรงค์การแต่งชุดไทย อนุรักษ์ผ้าไทย ผ้าถิ่น พร้อมชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นสนับสนุนสินค้าไทย และกิจกรรมเวิร์กช้อปงานคราฟต์มากมาย

 

และเทศกาล #ช้อปมหาบันเทิง พบกับโปรโมชันสำหรับสมาชิก The 1, Central Life X  และ Tourist มากมาย พบกัน 2 เม.ย. 67 -21 เม.ย. 67 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั่วประเทศ

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS WORLD PULSE

มฟล. ร่วมการประชุม 2024 ASEAN-Australia CEO Forum ออสเตรเลีย

 
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณัฐพรพรรณ อุตตมา รองอธิการบดี เข้าร่วมงาน 2024 ASEAN-Australia CEO Forum ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม 2024 ASEAN-Australia Special Summit ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 มีนาคม 2567 ณ Melbourne Convention and Exhibition Centre (MCEC) ประเทศออสเตรเลีย


การประชุม 2024 ASEAN-Australia CEO Forum จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีให้ผู้นำของภาครัฐและเอกชนจากประเทศต่างๆ ในอาเซียนและออสเตรเลียร่วมกันแบ่งปันวิสัยทัศน์ และหารือถึงแนวทางในการกระชับความร่วมมือเชิงปฏิบัติการระหว่างอาเซียนและออสเตรเลีย ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือในด้านการศึกษาและด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้การประชุมนี้ยังเป็นการรำลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอาเซียนและออสเตรเลียที่มีต่อกันมายาวนานถึง 50 ปี 


ในการประชุม 2024 ASEAN-Australia CEO Forum นี้มีผู้เข้าร่วมการประชุมจากภาครัฐและเอกชนจากประเทศต่างๆ ในอาเซียนและออสเตรเลีย จำนวนกว่า 100 คน การประชุมได้จัดในรูปแบบ CEO Roundtables แบ่งออกเป็น  6 ด้าน ประกอบด้วย 1. Agriculture and food supply chains 2. Digital economy 3. Education and skills 4. Green energy transition 5. Financial services และ 6. Infrastructure, connectivity, and resources โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดี ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็น Co-chair ในการหารือด้าน Education and skills ร่วมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัย The Royal Melbourne Institute of Technology (RMIT) 


ทั้งนี้จากเวทีการหารือ พบว่า ภาคเอกชนยังมีความต้องการให้ภาคการศึกษาผลิตกำลังคนที่มีความรู้ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ พยาบาลศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งถือว่าเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนทางธุรกิจและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะกำลังคนที่พร้อมทำงาน โดยให้ความสำคัญกับทักษะการปรับตัวและเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมได้กล่าวถึงการดำเนินงานด้านการให้ทุนวิจัยของออสเตรเลียกับประเทศในอาเซียนเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียและประเทศในอาเซียนมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันออสเตรเลียให้ความสำคัญอย่างมากกับการพัฒนาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม


มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ส่งเสริมกิจกรรมและความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาของออสเตรเลียมาโดยตลอด ตลอดจนการได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากรัฐบาลออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญต่อการสร้างความร่วมมือกับนานาประเทศในการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสากล และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของภูมิภาค
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

กรมชลประทาน ยืนยันแผ่นดินไหว เชียงใหม่ล่าสุด ไม่กระทบเขื่อนเชียงใหม่-เชียงราย

 
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 รายงานข่าวจากกรมชลประทาน ระบุว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว บริเวณตำบลเวียง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 05.31 น. ของวันนี้ (1 เมษายน 2567) มีขนาด 3.0 ที่ความลึก 6 กิโลเมตร นั้น
 
 
กรมชลประทาน โดยส่วนวิศวกรรมธรณี และส่วนความปลอดภัยเขื่อน ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบค่าความเร่งสูงสุดจากสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวของสำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา ในพื้นที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าความเร่งสูงสุดที่ตรวจวัดได้มีค่าเท่ากับ 0.0000532g ซึ่งต่ำกว่าค่าความเร่งของพื้นดินจากแผ่นดินไหวที่ใช้ในการออกแบบอย่างมาก (ค่าที่ใช้ในการออกแบบจะไม่น้อยกว่า 0.2g) ดังนั้นเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อนทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงแต่อย่างใด
 
 
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ออกแบบเขื่อนทุกแห่ง ให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ได้ดำเนินการตรวจสอบ และติดตามข้อมูลทางสถิติของค่าความเร่งสูงสุดที่เกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวตลอดเวลา เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ รวมทั้งแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเขื่อน เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อน มีความมั่นใจ และเชื่อมั่นในความปลอดภัยแข็งแรงของเขื่อน
 
 
ซึ่งเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เป็นเขื่อนดินเก็บกักน้ำ ปิดกั้นลำน้ำแม่กวง ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ เขื่อนหลัก เขื่อนฝั่งขวา และเขื่อนฝั่งซ้าย ระดับสันเขื่อนสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 390 เมตร มีพื้นที่อ่างเก็บน้ำที่ระดับกักเก็บ 15 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 204 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตร 148,400 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอสันทราย อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอบ้านธิ และอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน
 
 
สร้างขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 โดยกรมชลประทาน เริ่มสำรวจออกแบบ และก่อสร้าง ในปี พ.ศ. 2520 พร้อมทั้งขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่นในการศึกษาความเหมาะสมของโครงการเพื่อขอใช้เงินกู้จากต่างประเทศ โดยขอกู้เงินจากญี่ปุ่น ในระหวาง พ.ศ. 2525 ถึงปี พ.ศ. 2530 รวมเป็นเงิน 7,000.5 ล้านเยน 
 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามเขื่อนว่า เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 ในปี พ.ศ. 2558 กรมชลประทาน ได้เริ่มต้นดำเนินโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา โดยการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เมตร ด้วยงบประมาณกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อผันน้ำจากลำน้ำแม่แตง และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มายังเขื่อนแม่กวงอุดมธารา
 
ส่วนแผ่นดินไหวที่เชียงรายใหม่ทีมข่าวได้มีการตรวจสอบย้อนหลังไปตั้งแต่ช่วงเช้ามือดพบว่ามีแผ่นดินไหวที่เชียงใหม่ ติดเนื่องในวันที่ 1 เม.ย. 2567
 
เวลา 03:25 น.แผ่นดินไหว ต.ป่าไผ่ อ.สันทรา จ.เชียงใหม่(18.92°N,99.07°E) ขนาด 2.8 ลึก 4 กม. 
 
เวลา 05:31 น. แผ่นดินไหว ต.เวียง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่(19.37°N,99.23°E) ขนาด 3.0 ลึก 6 กม. 

เวลา 05:40 น.แผ่นดินไหว ต.เวียง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่(19.38°N,99.19°E) ขนาด 1.7 ลึก 5 กม. 
 
เวลา 06:01 น. แผ่นดินไหว ต. ป่าตุ้ม อ.พร้าว จ.เชียงใหม่(19.36°N,99.29°E) ขนาด 1.5 ลึก 3 กม. วันที่ 1 เม.ย. 2567  

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข้าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

สมโภชสัญญาบัตร-พัดยศ พระครูพิธานพัฒนาทร วัดแม่อ้อใน

 

เมื่อวันที่อาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น.นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีสมโภชสัญญาบัตร-พัดยศ และพิธีสืบชาตาหลวง พระครูพิธานพัฒนาทร (ปุนณะพัฒน์) รองเจ้าอาวาสวัดแม่อ้อใน รักษาการเจ้าอาวาสคณะตำบลแม่อ้อ เขต 2 ณ วัดแม่อ้อใน ต.แม่อ้อ อ.พาน จ.เชียงราย พร้อมด้วยนายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการนายก อบจ.เชียงราย นายธีระพงษ์ เผ่ากา นายก อบต.แม่อ้อ ร่วมพิธีในครั้งนี้โดยมีพระครูพิพิธ พัฒนโกวิท เจ้าคณะอำเภอพาน เจ้าอาวาสวัดทุ่งพร้าว เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

 

สำหรับพิธีสมโภชสัญญาบัตร-พัดยศ พระครูพิธานพัฒนาทร (ปุนณะพัฒน์) รองเจ้าอาวาสวัดแม่อ้อใน รักษาการเจ้าอาวาสคณะตำบลแม่อ้อ เขต 2 ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าตั้งสมณศักดิ์ สัญญาบัตร พัดยศ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อเฉลิมฉลองพระราชศรัทธา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ที่มีพระมหากรุณาธิคุณ ต่อพระพุทธศาสนา ทางคณะกรรมการวัด พร้อมด้วยคณะศรัทธาของวัดแม่อ้อใน จึงได้จัดงานทำบุญสืบชาตา ฉลองสัญญาบัตร-พัดยศ และพิธีประกาศพระบรมราชโองการ อ่านตราตั้งพระครูสัญญาบัตร ณ วัดแม่อ้อใน ต.แม่อ้อ อ.พาน จ.เชียงราย ทั้งนี้หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ในต.แม่อ้อ และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมพิธีฯ ในครั้งนี้ด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ร่วมมือแก้วิกฤติเขื่อนแม่น้ำโขง ศึกษา ‘กระเบน’ 1 ในปลาหายาก

 

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2567 ทางสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ร่วมกับชุมชนชาวประมงริมฝั่งแม่น้ำโขงจังหวัดเชียงราย 10 ชุมชน ร่วมกับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยพะเยา ได้จัดประชุมวางแผนการศึกษาปลากระเบนแม่น้ำโขง ณ หอประชุมหมู่บ้านดอนที่ หมู่ที่ 3 ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 35 คน

 

จากการทำงานวิจัยชาวบ้านแม่น้ำโขงเรื่องการเปลี่ยนแปลงแม่น้ำโขงที่ส่งผลกระทบต่อพันธุ์ปลา ได้พบว่ามีพันธุ์ปลา 96 ชนิด ปลากระเบนเป็น 1 ในปลาหายาก ที่เคยหายไปจากแม่น้ำโขงในหลายชุมชน แต่ยังคงมีการจับได้ของชาวประมงเพียงแห่งเดียวที่บ้านดอนที่ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย

 

การประชุมครั้งนี้เป็นการต่อยอดงานวิจัยชาวบ้านที่ได้ทำร่วมกันมากับชุมชน เพื่อวางแผนการทำงานวิจัยชาวบ้านเรื่องปลากระเบน ศึกษาองค์ความรู้ท้องถิ่น แหล่งที่อยู่ระบบนิเวศน์ สถานการณ์ของปลากระเบน และหาแนวทางการอนุรักษ์ปลากระเบนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนริมแม่น้ำโขงจังหวัดเชียงราย โดยร่วมมือทางนักวิชาการ การศึกษา eNDA จากระบบนิเวศน์ในแม่น้ำโขงระบบนิเวศที่มีการจับได้ปลากระเบนของชุมชนในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา(พ.ศ.2547-2567) พบจุดที่ชาวบ้านจับปลากระเบนถึง 23 จุด ตลอดลำน้ำโขงจังหวัดเชียงรายระยะทาง 96 กิโลเมตร

 

นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตได้กล่าวถึงการศึกษาปลากระเบนในครั้งนี้ว่า “จากการศึกษาวิจัยชาวบ้านพบว่าระบบนิเวศแม่น้ำโขงได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว จากเขื่อนในแม่น้ำโขง ตอนนี้ทางชุมชนอยากจะศึกษาสถานการณ์ความหลากหลายของปลาในแม่น้ำโขงที่หายไปหลายชนิด โดยเฉพาะครั้งนี้ปลากระเบนถือว่าเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์แม่น้ำโขงเลยก็ว่าได้ การศึกษาครั้งนี้จะนำองค์ความรู้ท้องถิ่นและความรู้ทางวิทยาศาสตร์มายืนยันว่าสาเหตุการเปลี่ยนแปลงจากเขื่อนแม่น้ำโขงได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณของปลา โดยใช้ปลากระเบนเป็นตัวแทนกรณีศึกษา และต้องการสร้างความร่วมมือกับชุมชนในการดูแล ฟื้นฟูระบบนิเวศแหล่งที่อยู่อาศัยโดยองค์ความรู้ท้องถิ่นเพื่อให้ปลาสามารถกลับคืนมาได้ ในท่ามกลางที่แม่น้ำโขงมันเปลี่ยนแปลงไป”

 

ปลากระเบนลาว หรือ ปลากระเบนแม่น้ำโขง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Mekong stingray, Mekong freshwater stingray มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dasyatis laosensis เป็นปลากระเบนน้ำจืดชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ปลากระเบนธง (Dasyatidae)มีรูปร่างคล้ายปลากระเบนในวงศ์นี้ทั่วไป แต่ส่วนหัวจะออกเป็นรูปทรงห้าเหลี่ยม ตาโต หางมีริ้วหนังบาง ๆ โคนหางมีเงี่ยงแหลมมีพิษ 1 หรือ 2 ชิ้น ที่เมื่อหลุดหรือหักไปแล้วสามารถงอกใหม่ทดแทนได้ ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลนวล กลางหลังมีเกล็ดเป็นตุ่มหยาบ ๆ ลำตัวด้านล่างสีขาว และมีปื้นสีเหลืองอ่อนหรือส้มปน ความกว้างของลำตัวประมาณ 40 เซนติเมตร พบใหญ่ที่สุด 80 เซนติเมตร ส่วนหางยาว 1.2 เมตร น้ำหนักมากที่สุดมากกว่า 10 กิโลกรัม หากินตามพื้นท้องน้ำ อาหาร

 

ได้แก่ สัตว์หน้าดิน, ปลาขนาดเล็ก และสัตว์มีเปลือกต่าง ๆ จะว่ายขึ้นมาหากินบริเวณผิวน้ำบ้างเป็นบางครั้งพบเฉพาะแม่น้ำโขงตอนกลาง ในช่วงของประเทศกัมพูชา, ลาว, ไทย และอาจพบได้จนถึงจีนตอนล่างปลากระเบนแม่น้ำโขง ถูกจัดอยู่ในสภาพภาพ ใกล้สูญพันธุ์ IUCN Red List Status (Ref. 126983)Endangered (EN) ชาวบ้านแม่น้ำโขงจังหวัดเชียงรายเรียกชื่อว่า “ปลาผาไม”

 

นายสมศักดิ์ นันทะรักษ์ ตัวแทนนักวิจัยชาวบ้าน บ้านดอนที่กล่าวถึงปลากระเบนว่า “ปลาฝาไมกิโลกรัมละ 400 บาท ที่บ้านดอนที่ จับได้บริเวณดอนมะเต้า มันเป็น คก มีน้ำนิ่ง จับได้ช่วงน้ำลดใหม่ประมาณเดือนกันยายน ถึงเดือนตุลาคม ส่วนมากจะใส่เบ็ดระแวง คือคล้ายเบ็ดค่าว ใส่ไว้พื้นท้องน้ำสายเบ็ดห่างกันประมาณ 1 คืบ ไม่ใช้เหยื่อ ให้ขอเบ็ดอยู่บนพื้นท้องน้ำ มีบางคนก็ไหลมอง หรือใส่ไซลั่นได้ จุดที่ปลากระเบนอยู่ส่วนใหญ่เป็นพื้นน้ำจะเป็นดินโคลน ปลามันจะมาหากินใส้เดือนตามพื้นน้ำ แต่ก่อนจับได้กันตลอด มา 20 ปีมานี่เริ่มหาปลาได้ยาก เพราะน้ำมันขึ้นๆ ลงๆ หน้าแล้งไม่แล้ง หน้าน้ำหลากน้ำไม่เยอะ ระบบนิเวศน์มันเปลี่ยนทำให้หาปลายาก อยากศึกษาเรื่องปลากระเบน เพื่อจะหาแนวทางการอนุรักษ์ให้มันไม่สูญพันธุ์”

 

การศึกษาวิจัยชาวบ้านเรื่องปลากระเบนใช้กระบวนการศึกษาแบบงานวิจัยชาวบ้าน ที่ให้ชาวประมงมาเป็นนักวิจัยทำการศึกษาข้อมูลจากองค์ความรู้ท้องถิ่นของตัวเอง โดยมีทางทีมสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตเป็นผู้ช่วยนักวิจัย และในการศึกษาครั้งนี้ใช้กระบวนการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเสริมองค์ความรู้ท้องถิ่น ร่วมกับทาง รศ.ดร.มัสลิน โอสถานันต์กุล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รศ.ดร.ฉัตรมงคล สุวรรณภูมิ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา โดยใช้วิธีการศึกษาeDNA หรือการศึกษาสารพันธุกรรมจากสิ่งแวดล้อมของปลากระเบน โดยการเก็บตัวอย่างน้ำในระบบนิเวศที่อยู่อาศัยของปลากระเบนในระบบที่ทางชุมชนเคยพบปลากระเบนในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาของชุมชน ในพื้นที่ทั้ง 23 จุด ว่ายังคงมีปลากระเบนอาศัยอยู่ในระบบนิเวศนั้นๆอยู่หรือไม่ มีมากน้อยแค่ไหน โดยการเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจหาสารพันธุกรรมปลากระเบน

 

ทางด้าน รศ.ดร.มัสลิน โอสถานันต์กุล อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงกระบวนการศึกษา eDNA ว่า “กระบวนการศึกษา eDNA มีขั้นตอนหลักๆ สามขั้นตอน คือ ขั้นที่หนึ่งเก็บตัวอย่างจากน้ำหรือดิน ขั้นที่สองสกัด eDNA ออกมาจากตัวอย่าง ขั้นตอนที่สามวิเคราะห์ eDNA ที่พบ ว่าเป็นของสิ่งมีชีวิตชนิดใด มีมากหรือมีน้อยแค่ไหน การศึกษาeDNA เป็นวิธีการที่มีความละเอียดสูง และไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่ทำการศึกษาหรือแหล่งที่อยู่อาศัย ลดข้อจำกัดวิธีการสำรวจแบบที่ต้องจับตัวสัตว์ การศึกษา eDNAจึงเหมาะกับการใช้ในงานอนุรักษ์เป็นอย่างมาก”

 

 

การศึกษาองค์ความรู้ท้องถิ่นร่วมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศถิ่นที่อยู่ปลากระเบนน้ำโขงโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนแม่น้ำโขงจังหวัดเชียงราย เสริมศักยภาพการตั้งรับปรับตัวของชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง การเรียกร้องแก้ไขปัญหาผลกระทบการเปลี่ยนแปลงพันธุ์ปลาที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตชาวประมงในจังหวัดเชียงรายต่อไป

 

 

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

การค้นพบวัตถุริมแม่น้ำโขง ของลาว อาจเป็นพื้นที่ของล้านนา-ล้านช้าง

 
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมาทางเพจภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้โพสต์ข้อความว่าจากการค้นพบโบราณวัตถุที่ริมแม่น้ำโขง ดอนเผิ่งคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ส.ป.ป.ลาวฝั่งตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 โดยเป็นพระพุทธรูปสำริดทั้งขนาดใหญ่และเล็กจำนวนมาก รวมทั้งยังพบซากอาคารที่เป็นเสาก่ออิฐจมดินอยู่ด้วย ประชาชนทั้งชาวลาวและชาวไทยให้ความสนใจกันอย่างมากในโลกโซเชียลต่อเนื่องกันมาหลายวัน
 
รองศาสตราจารย์ ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร หัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้ความเห็นว่ารูปแบบศิลปกรรมที่พบประกอบด้วยพระพุทธรูปและชิ้นส่วนอาคารวิหาร โดยพระพุทธรูปอาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก คือ
 
1.กลุ่มศิลปะล้านนาที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 มีรูปแบบพระพักตร์อวบอ้วน เม็ดพระศกใหญ่ ประทับนั่งบนฐานกลีบบัวปางมารวิชัย
2.คือกลุ่มพระพุทธรูปล้านนาสกุลช่างเชียงราย-เทิง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 21-22 ดังเช่นพระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่ ซึ่งมีเทคนิคพิเศษในการหล่อโลหะต่างสีมาประกอบเข้าด้วยกัน และมีพุทธลักษณะบางประการร่วมกับพระพุทธรูปศิลปะลาวล้านช้างเช่นการทำส่วนฐานยกสูงฉลุลาย พระพักตร์เสี้ยม เม็ดพระศกเล็กมีไรพระศก
3.พระพุทธรูปศิลปะล้านช้างขนาดเล็กอายุราวพุทธศตวรรษที่ 22 รูปแบบเป็นพื้นถิ่นเช่นส่วนฐานเป็นบัวงอน รัศมีสูงเป็นแฉก
 
 
เสาอาคารเป็นเสากลมของวิหารประดับด้วยลวดลายปูนปั้นแบบล้านนาคือลายกรอบวงโค้งหยักและดอกโบตั๋นที่เป็นอิทธิพลจากศิลปะจีน กำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ข้อมูลในภาพยังมีพระพิมพ์อีกจำนวนหนึ่งซึ่งอาจเป็นศิลปะล้านนา
 
 
พื้นที่ที่พบมีความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนสองฝั่งแม่น้ำโขงในอดีตซึ่งยังมิได้แบ่งเป็นประเทศไทย-ลาว เหมือนปัจจุบัน แต่ขึ้นอยู่กับอำนาจจากสองอาณาจักรคือล้านนาที่เชียงใหม่กับล้านช้างที่หลวงพระบาง-เวียงจัน น่าสนใจที่มีการผสมผสานรูปแบบกันระหว่างสองศิลปะนั้นด้วยเพราะเป็นพื้นที่ชายขอบของล้านนา-ล้านช้าง
 
 
ส่วนตำแหน่งของพื้นที่ว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของเมืองโบราณเชียงแสนหรือไม่นั้น อาจต้องใช้การวิเคราะห์ทางด้านธรณีวิทยาความเปลี่ยนแปลงของลำน้ำโขงจากนักวิทยาศาสตร์มาประกอบด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

เปิดการแข่งขันกีฬาสามัคคี 329 ต้านภัยยาเสพติด ครั้งที่ 28 (เทอดไทยเกมส์)

 

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา เวลา 09.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการจัดการแข่งขันกีฬาสามัคคี 329 ต้านภัยยาเสพติด ครั้งที่ 28 (เทอดไทยเกมส์) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วย นายญาณาฤทธิ์ หนสมสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ณ บ้านเทอดไทย หมู่ที่ 1 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง โดยมี นายหิรัญกฤษฏ์ นุ่มประไพ ปลัดอาวุโส อำเภอแม่ฟ้าหลวง นายเชิดชาย ลาชี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไทย นายภานุวัฒน์ โรจนิติวรโชติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ร่วมให้เกียรติต้อนรับ และร่วมพิธีเปิดโครงการในครั้งนี้

 
โครงการจัดการแข่งขันกีฬาสามัคคี 329 ต้านภัยยาเสพติด ครั้งที่ 28 (เทอดไทยเกมส์) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 2 เมษายน 2567 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ 
 
 
อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้มีการออกกำลังกายและเล่นกีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนการกีฬาในระดับตำบลให้มีการพัฒนาสู่สากล สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ของพี่น้องประชาชนไทยเชื้อสายจีนยูนนาน และประชาชนในพื้นที่ได้ออกกำลังกาย และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในตำบลต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

แก้ปัญหาถนนหมู่บ้านอาโย๊ะใหม่ หลังเส้นทางชำรุดเดือดร้อนยาวนาน

 

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2567 นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางสัญจรที่ชำรุดเสียหาย พร้อมด้วย นางอัญญลักษณ์ กายาไชย เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และนายทวีศักดิ์ สะโง้ ณ หมู่บ้านอาโย๊ะใหม่ ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

สำหรับเส้นทางดังกล่าว เป็นเส้นทางสัญจรของพี่น้องประชาชนที่เชื่อมโยงไปยัง 4 หมู่บ้าน เป็นเส้นทางที่สามารถยลระยะเวลาในการเดินทางเข้าตัวเมือง อำเภอแม่จัน ได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยถนนเกิดการชำรุดเสียหาย ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาอย่างยาวนาน
 
 
ต่อมา นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ร่วมหารือและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป
 
 
ซึ่งหมู่บ้านอาโย๊ะใหม่ อยู่ในตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย มี 3 ฤดู เหมือนกับฤดูปกติของภาคเหนือ ในประเทศไทย มีลักษณะภูมิอากาศจัดอยู่ในเขตโซนร้อน แบบฝนเมืองร้อนเฉพาะฤดูกาลภูมิอากาศ ของภาคเหนือส่วนใหญ่เป็นแบบสะวันนา (Aw) คือ อากาศร้อนชื้นสลับกับฤดูแล้ง อุณหภูมิเฉลี่ยประจำปีอยู่ระหว่าง 24–29 องศาเซลเซียส หมู่บ้านที่มีอุณหภูมิต่ำสุด คือ ห้วยหก คือ 2 องศาเซลเซียส หมู่บ้านที่มีอุณหภูมิสูงสุดคือ อาแหละ คือ 33.5 องศาเซลเซียส หมู่บ้านที่มีสถิติฝนตกหนัก คือ ห้วยโย ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,230 มิลลิเมตร/ปี และมีสถิติฝนตกน้อยที่สุด คือ ห้วยกระ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 960 มิลลิเมตร/ปี โดยมีวันที่ฝนตกปีละประมาณ 110 วัน ลักษณะภูมิอากาศโดยภาพรวม ดังนี้
  • ฤดูฝน พฤษภาคม–กันยายน อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 23–29 องศาเซลเซียส
  • ฤดูหนาว ตุลาคม–กุมภาพันธ์ อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 6–21 องศาเซลเซียส
  • ฤดูร้อน มีนาคม–พฤษภาคม อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 25–35 องศาเซลเซียส
 
4 ลักษณะของดิน ลักษณะของดินในพื้นที่มีความหลากหลายเนื่องจากเป็นเทือกเขาสูงชัน บางพื้นที่เป็นดินแดง ดินร่วนปนทราย และดินเหนียว ที่มีสารอาหารสำหรับพืชอยู่มาก บนที่ราบสูงน้ำท่วมไม่ถึงเหมาะแก่การเพาะปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวไร่ (ข้าวพันธุ์ท้องถิ่น) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กาแฟอาราบิก้า ดอกเก๊กฮวย ชาอัสสัม (ชาพันธุ์ท้องถิ่น) และชาอู่หลง เป็นต้น
 
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News