Categories
NEWS UPDATE

เปิดเวที COP28 Debrief “Unite. Act. Deliver.” ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด ขับเคลื่อนประเทศไทย

วันที่ 20 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานเปิดการประชุมเผยแพร่สรุปผลการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP28) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง COP28 Debrief “Unite. Act. Deliver.” ซึ่งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเผยแพร่และสรุปผลการประชุม COP28 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่จัดไปเมื่อระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน –12 ธันวาคม 2566 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งเป็นการเปิดเวทีให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนแนวคิด และทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย การวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แผนการดำเนินงานที่จะต้องจะดำเนินการในลำดับต่อไป เพื่อสร้างความเข้าใจในวงกว้างให้กับทุกภาคส่วน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทย สู่เป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะลูกหลานของเราในวันข้างหน้าโดยมี H.E. Mr. Ernst Wolfgang Reichel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ร.อ. รชฏ พิสิษฐบรรณกร ผู้ช่วย รมว.ทส. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. คณะผู้บริหาร ทส. ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชนกว่า 200 คน เข้าร่วม ณ โรงแรม เดอะสุโกศล กรุงเทพมหานคร 

รมว.ทส. กล่าวว่า การประชุม COP28 ที่ผ่านมา จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Unite. Act. Deliver ” เร่งให้มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามและนำมาประกอบการดำเนินงานภายในประเทศ อาทิ การทบทวนสถานการณ์และการดำเนินงานระดับโลก การจัดตั้งกรอบงาน UAE สำหรับการสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในการจัดทำเป้าหมายระดับโลกด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงกองทุนเพื่อรับมือกับความสูญเสียและความเสียหาย ซึ่งจะเป็นแนวทางการกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของทุกภาคี รวมทั้งกับประเทศไทยด้วย ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และแบ่งปันประสบการณ์ การดำเนินงานของประเทศไทย นำไปสู่การดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
SOCIETY & POLITICS

“พัชรวาท” ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในเวที COP28 ย้ำถึงเวลาที่ทุกคนต้องร่วมกันลงมือทำ

 
 

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ณ Expo City เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลง ในช่วงการประชุมระดับสูง (High-level Segment) ของการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP28) ตอกย้ำจุดยืนประเทศไทย พร้อมเรียกร้องทุกประเทศร่วมกันลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง “โลกใบเดียวของเราส่งสัญญาณแล้วว่า ปี 2023 กำลังจะถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุด ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะต้องร่วมกันลงมือทำ เพื่อให้ลูกหลานของเรามีโลกใบนี้ที่อาศัยอยู่ได้ต่อไป”

รมว.ทส. กล่าวในถ้อยแถลงย้ำต่อเวทีโลกว่า คนไทยตื่นตัวเรื่องโลกร้อนมากขึ้น และประเทศไทยยืนยันว่าได้ทำตามสิ่งที่ได้ให้คำมั่นไว้ เพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานภายในประเทศที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม รวมถึงพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อยกระดับการดำเนินงานต่อไป โดยประเทศไทยได้ปรับปรุงแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจก ตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ค.ศ. 2030 ให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด ภายในปี ค.ศ. 2025 และจะต้องปรับเปลี่ยนระบบนิเวศเศรษฐกิจให้รองรับกับการเปลี่ยนแปลงที่คำนึงถึงประชาชนทุกภาคส่วน และรัฐบาลไทย ยังได้เร่งผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นเครื่องมือในการกำกับดูแลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัว โดยมีกลไกการเงินที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ เป็นศูนย์อย่างเป็นระบบ 

ทั้งยังได้จัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เพื่อเป็นกรอบหลักในการสร้างภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืนให้กับประชาชน และจะสนับสนุนเป้าหมายระดับโลกด้านการปรับตัวอีกด้วย นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการผลักดันตัวอย่างของการปรับตัวในภาคเกษตร เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กับการรักษาความมั่นคงทางอาหาร ผ่านโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ โดยมองว่าการระดมเงิน 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ภายในปี 2025 จะเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งในการบรรลุเป้าหมายของประเทศกำลังพัฒนา ทั้งนี้ ประเทศไทย ในฐานะรัฐภาคี ยินดีที่จะได้เห็นความชัดเจนของกองทุนสำหรับการสูญเสียและความเสียหาย ใน COP28 และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประเมินสถานการณ์การดำเนินงานระดับโลก จะสะท้อนให้เห็นเส้นทางสู่ 1.5 องศาเซลเซียส ตามเป้าหมายของความตกลงปารีส 

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News