Categories
NEWS UPDATE

6 วันสงกรานต์! ‘เชียงราย’ ติดอันดับ อุบัติเหตุ -เสียชีวิตสะสมสูงสุด

 
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานแถลงผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 16 เม.ย.2567 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ “ขับขี่อย่างปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 242 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 237 คน ผู้เสียชีวิต 32 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 37.60 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 23.97 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 21.07 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 84.90 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 83.47 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 41.32 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 32.23 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 00.01 – 01.00 น. ร้อยละ 11.16 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 30 – 39 ปี ร้อยละ 20.07 จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,756 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 51,331 คน
 
 
โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ แพร่ (13 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่  (18 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ขอนแก่นและสุรินทร์ (จังหวัดละ 3 ราย)
 
 

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วัน ของการรณรงค์ (11 – 16 เม.ย. 67) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,811 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 1,837 คน ผู้เสียชีวิต รวม 243 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 9 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (71 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (68 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (15 ราย)

 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางจุดหมายแล้ว แต่ยังมีบางส่วนอยู่ระหว่างเดินทางกลับ ศปถ.จึงได้กำชับจังหวัดดูแลความปลอดภัยและบริหารจัดการจราจรในเส้นทางสายหลัก เส้นทางเชื่อมต่อถนนสายหลักที่มุ่งสู่กรุงเทพฯ และถนนทางตรงที่มีระยะทางยาว เน้นคุมเข้มการขับรถเร็ว ป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับใน และการใช้อุปกรณ์นิรภัยตลอดการเดินทาง รวมถึงเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง และจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วงหกวันที่ผ่านมา พบว่า ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 84.90 เพื่อเป็นการลดความรุนแรงของการบาดเจ็บและความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากการใช้ยานพาหนะดังกล่าว ขอให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ รวมถึงปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด ขับขี่ด้วยความระมัดระวังและคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้ร่วมใช้เส้นทาง ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัยและเสริมสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ขอให้จังหวัด หน่วยงาน และองค์กรภาคีเครือข่ายร่วมสร้างการรับรู้ผ่านการประชาสัมพันธ์เรื่องพฤติกรรมเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด การดื่มแล้วขับการตัดหน้ากระชั้นชิด การใช้อุปกรณ์นิรภัย และวิธีการขับขี่ยานพาหนะที่ปลอดภัย รวมถึงการจัดทำใบอนุญาตขับขี่ตามที่กฎหมายกำหนด

 

ด้าน นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 6 วันที่ผ่านมา พบว่า การขับรถเร็วยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานให้จังหวัดและกรุงเทพมหานครดำเนินการตามมาตรการต่างๆ อย่างเข้มข้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยกวดขันพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด นอกจากนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ยังคงติดค้างในสถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน ท่าเทียบเรือ และสถานีรถไฟทุกแห่ง เพื่อให้สามารถเดินทางกลับได้อย่างปลอดภัย

 

ขณะที่ นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน พบว่า กลุ่มเด็กและเยาวชนมีอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการขับรถเร็ว การดื่มแล้วขับ การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย และรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย ศปถ.จึงได้ประสานจังหวัดใช้มาตรการทางสังคมในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในเด็กและเยาวชนตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการดูแลและป้องปรามจากครอบครัว รวมถึงเตรียมสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 โดยตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 11 – 17 เม.ย.67 ผ่านกลไกสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ เพื่อวิเคราะห์สาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนที่จะนำไปสู่การกำหนดมาตรการและกลยุทธ์ในการสร้างความปลอดภัยทางถนนทั้งในช่วงปกติและเทศกาลสำคัญให้สอดคล้องกับสถานการณ์และรูปแบบการเดินทางของประชาชนต่อไป

ซึ่งที่ห้องประชุมอู่หลง ศาลากลางจังหวัดเชียงราย พ.ต.อ. สิทธิชัย ไกรแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เป็นประธานประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 จังหวัดเชียงราย โดยได้สรุปผลการดำเนินงานฯ และรายงานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 ประจำวันที่ 16 เมษายน 2567 เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 10 ครั้ง ในพื้นที่ อำเภอพาน 3 ครั้ง อำเภอพญาเม็งราย 2 ครั้ง อำเภอแม่สรวย อำเภอแม่สาย อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงแก่น และอำเภอเวียงเชียงรุ้ง อำเภอละ 1 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย เป็นชาย 7 ราย หญิง 3 ราย และมีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ การขับรถเร็วเกินกำหนด ทัศนวิสัยไม่ดี ดื่มแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิดตามลำดับ

 

รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ได้เน้นย้ำถึงแนวทางมาตรการการดำเนินงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อควบคุมและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดตามเขตติดต่ออำเภอเป็นส่วนมาก ขอให้เข้มงวดการใช้รถใช้ถนนในหมู่บ้าน ตรวจตราผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และให้ดำเนินการจัดตั้งด่านชุมชนในพื้นที่ จนสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนด ให้ครอบครัวคอยตักเตือนเมื่อมีการดื่มสังสรรค์ในครอบครัว คนขับต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 11-16 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา จ.เชียงราย เกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 71 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 61 ราย เสียชีวิต 15 ราย อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงราย จำนวน 21 ครั้ง และอำเภอที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ อำเภอแม่สาย จำนวน 3 ราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
NEWS UPDATE

กทม.-เชียงราย แชมป์เสียชีวิต 13 ราย พบเยาวชนอายุเพียง 10 ปี ดื่มแล้วขับ

 
เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2567 ที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 ว่า ตั้งแต่วันที่ 11 – 15 เมษายน เกิดอุบัติเหตุสะสม 1,564 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บสะสม 14,621 ราย ลดลงจากปี 2566 ร้อยละ 1.37 ในจำนวนนี้ ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 1,593 ราย ลดลงร้อยละ 8.29 ส่วนผู้เสียชีวิตสะสม 206 ราย ลดลงจากปีก่อน ร้อยละ 2.74 โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและเชียงราย 13 ราย ร้อยเอ็ด 12 ราย และนครราชสีมา 10 ราย

 

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุยังคงเป็นขับรถเร็ว ร้อยละ 43.19 การดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ ร้อยละ 23.92 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 15.28 โดยพบว่าเกิดเหตุบนถนนสายรองในอบต.หรือในหมู่บ้านถึง ร้อยละ 31.88 ด่านชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยคัดกรองผู้มีอาการมึนเมาสุรา ซึ่งในช่วง 5 วันนี้ สามารถสกัดกั้นคนเมาไม่ให้ออกมาขับขี่บนท้องถนนได้ถึง 9,144 ราย นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ขับขี่รถยนต์/รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 66.29 ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย/ไม่สวมหมวกนิรภัย ทำให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้น

 

“ที่น่าเป็นห่วงคือ พบเยาวชนอายุน้อยกว่า 20 ปี ที่ดื่มแล้วขับถึง 324 ราย โดยมีอายุน้อยที่สุดเพียง 10 ปี กระทรวงสาธารณสุขจึงมุ่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งการตรวจตราร้านค้า สถานที่และเวลาห้ามจำหน่าย และการห้ามจำหน่ายให้กับเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมทั้งมีการตั้งด่านตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุทุกราย โดยหากเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จะมีการสืบเอาผิดไปถึงร้านค้าที่จำหน่ายให้ด้วย“ นายแพทย์ชลน่านกล่าว

 

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวต่อว่า ช่วงวันที่ 16 – 17 เมษายน นี้ ประชาชนเริ่มเดินทางกลับมาทำงานตามปกติ การจราจรจึงมีความหนาแน่นมากขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้อ่อนเพลียระหว่างขับรถได้ง่าย และมีโอกาสเกิดอาการหลับในสูง ดังนั้น ก่อนเดินทางจึงควรตรวจเช็คสภาพรถและเตรียมร่างกายให้พร้อม โดยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วง ระหว่างขับรถหากรู้สึกอ่อนล้าหรือง่วง ขอให้จอดพักผ่อนที่จุดบริการประชาชนแล้วค่อยไปต่อ รวมทั้งปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด สวมหมวกนริภัย/คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกล และหากพบผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 1669 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

สงกรานต์! 2 วัน จ.เชียงราย มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 3 ราย

 
เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2567 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานแถลงผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 12เม.ย.67 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ “ขับขี่อย่างปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 307 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 299 คน ผู้เสียชีวิต 38 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 41.37 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 21.17 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 20.20 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 84.91 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 86.32 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 40.07 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 25.73 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 16.01 – 17.00 น. และเวลา 19.01 – 20.00 น. ร้อยละ 7.49 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20 – 29 ปีร้อยละ 18.69 จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,762 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 51,496 คน
 
 

โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ พะเยา (15 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์และพะเยา (14 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา ร้อยเอ็ด และเชียงราย (3 ราย)

 

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ (11 – 12 เม.ย. 67) เกิดอุบัติเหตุ รวม 541 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 550 คน ผู้เสียชีวิต รวม 63 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 42 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ เชียงราย และประจวบคีรีขันธ์ (21 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราชและสงขลา (22 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ร้อยเอ็ด (5 ราย)

 

รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้เป็นวันมหาสงกรานต์และเป็นวันปีใหม่ของคนไทย ประชาชนจำนวนมากจะเดินทางไปทำบุญและสรงน้ำพระ รวมถึงเล่นน้ำสงกรานต์ ทำให้ถนนสายหลายมีปริมาณจราจรหนาแน่น ศปถ. ได้ประสานจังหวัดคุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติทางถนนผ่านกลไกในพื้นที่ โดยสนธิกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองและอาสาสมัคร เฝ้าระวังจุดเสี่ยงบริเวณถนนทางหลวง เส้นทางสายรอง ถนน อบต. หมู่บ้าน พร้อมเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรรมเสี่ยงอุบัติเหตุและผู้กระทำความผิดซ้ำตามกฎหมายจราจรทางบก รวมถึงดูแลการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี และการจำหน่ายในลักษณะเร่ขายในบริเวณที่มีการพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ (Zoning) และสถานที่ท่องเที่ยว อีกทั้งควบคุมสถานบริการให้เปิด – ปิด ตามเวลาที่กฎหมายกำหนด สำหรับจังหวัดที่มีการสัญจรทางน้ำและแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำให้เพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัย เพื่อป้องกันอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเล่นน้ำสงกรานต์ตามขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย

 

ด้านนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี และเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ปฏิบัติการเข้มข้นในจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พร้อมดูแลความปลอดภัยในการเล่นน้ำของประชาชนไม่ให้มีการเล่นน้ำบริเวณเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุในเส้นทางสายหลักและสายรอง

 

รวมถึงควบคุมไม่ให้เล่นน้ำในลักษณะที่ก่อให้เกิดอันตราย อีกทั้งคุมเข้มการจัดตั้งจุดตรวจบริเวณเส้นทางโดยรอบพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์โดยเฉพาะช่วงเวลาหลังจากประชาชนเล่นน้ำสงกรานต์ เพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น และความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ตลอดจนเตรียมความพร้อมด้านบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้เข้าถึงจุดเกิดเหตุ และส่งต่อผู้ประสบอุบัติเหตุได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนสืบสานประเพณีสงกรานต์ตามประเพณีวิถีไทยบนพื้นฐาน ของความปลอดภัย

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงราย เสริมพลังจังหวัดขับขี่ปลอดภัย หลังบาดเจ็บเฉลี่ยถึงวันละ 590 คน

 

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567 ที่ห้องประชุมพญาภิภักดิ์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวต้อนรับนายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร รองประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) นายวิทยา จันท์เสนะ ผู้อำนวยการกองบูรณาการความปลอดภัยทางถนนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และคณะติดตามประเมินเสริมพลังจังหวัดขับขี่จักรยานยนต์ปลอดภัย 5 ด้าน ที่ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนของจังหวัดเชียงราย เพื่อความปลอดภัยทางถนนของอำเภอเสี่ยงภัยในการขับขี่จักรยานยนต์ ขับเคลื่อนงานความปลอดภัยทางถนน โดยมุ่งดำเนินการหนุนเสริมการทำงานของหน่วยงาน เพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตในอำเภอเสี่ยงภัยทางถนนโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ขับขี่จักรยานยนต์ ตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนฉบับที่ 5 สอดคล้องกับข้อสั่งการของประธานคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ และมุ่งเน้นแก้ปัญหา

นายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร รองประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ในโลกที่ถือครองรถจักรยานยนต์มากที่สุด ทำให้อุบัติเหตุทางถนน (Road accident) เป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดยสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเกิดในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 80 ของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร ทั้งนี้ประชากรในช่วงอายุ 15-19 ปี เป็นกลุ่มที่บาดเจ็บจากรถจักรยานยนต์เฉลี่ยถึงวันละ 590คน ส่วนใหญ่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร การขาดประสบการณ์ของผู้ขับขี่เมาสุรา ง่วง ไม่มีสมาธิ ปัจจัยด้านยานพาหนะ การดัดแปลง ความไม่พร้อมใช้ของรถจักรยานยนต์ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เช่นสภาพถนน สิ่งแวดล้อม
 
 
นายวิทยา จันท์เสนะ ผู้อำนวยการกองบูรณาการความปลอดภัยทางถนนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวต่อว่า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เน้นการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ความปลอดภัยทางถนน มีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในการลดจำนวนการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนทั่วโลกลงครึ่งหนึ่งให้ได้ภายใน พ.ศ.2573 ตามแบบประเมินเสริมพลังจังหวัดขับขี่จักรยานยนต์ปลอดภัย ของ สอจร. 5 ด้าน ประกอบด้วย 1) ด้าน Enforcement และอาสาตำรวจจราจร มุ่งเป้าการสวมหมวกนิรภัย 100 % ลดการดื่มแล้วขับ ลดการขับขี่รถเร็ว/ขับขี่ไม่ปลอดภัย 2) ด้านอำเภอเร่งนโยบายตำบลขับขี่ปลอดภัย/ แก้ไขท้องถิ่นที่มีรวามเสี่ยง ใช้กลไก Feedback Loop ลดเจ็บลดตาย 3) ด้านมาตรการองค์กร ทั้งสถานศึกษา นิคมอุตสาหกรรม สถานประกอบการ ที่มีความเสี่ยงให้ดำเนินมาตรการขับขี่จักรยานยนต์ปลอดภัย ใช้กลไก Feedback Loop ลดเจ็บลดตาย 4) ด้านกิจกรรมพัฒนาสร้างทางเลือกการเดินทางแทนที่การใช้รถจักรยานยนต์ เช่น รถนักเรียน รถสาธารณะ รถโรงงาน 5) ด้านการแก้ไขปัญหาปรับปรุงถนน/ระบบถนน ที่เสี่ยงต่อการขับขี่จักรยานยนต์ ทั้งทางลอดทางข้าม ทางของรถจักรยานยนต์แยกจากรถใหญ่ ขยายผลต่อเนื่อง
 
 
ด้านนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าจังหวัดเชียงรายให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนตามนโยบายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นวาระจังหวัด รวมถึงกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี ซึ่งอาศัยกรอบการดำเนินงานตามแผนแม่บทฯ อีกทั้งกำหนดมาตรการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ โดยมุ่งเน้นให้มีการขับเคลื่อนของศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างความตระหนักและจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม การคำนึงถึงความปลอดภัยทางถนน ทั้งในเรื่องการขับขี่การเมาไม่ขับการใช้อุปกรณ์นิรภัยเพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ตลอดจนผู้ที่สัญจรทางถนนตระหนักรู้ถึงภัย และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทางถนน ให้มีวินัยในการใช้ถนนอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างถนนปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ และกล่าวต่อไปว่าเป็นโอกาสอันดีที่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดเชียงราย จะได้นำข้อเสนอแนะในวันนี้นำไปปฏิบัติเพื่อให้การป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดเชียงรายเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

กรมทางหลวง สรุปอุบัติเหตุลดลง 23% เดือนพฤษภาคม 66

 

กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม โดยสำนักอำนวยความปลอดภัย ได้สรุปรายงานข้อมูลอุบัติเหตุบนทางหลวงทั่วประเทศประจำเดือนพฤษภาคม 2566 จากการรายงานอุบัติเหตุทางระบบ HAIMS พบว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นบนทางหลวงในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง จำนวน 1,197 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 178 คน ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 1,019 คน จำนวนรถที่เกิดอุบัติเหตุ 1,829 คัน เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของกรมทางหลวงเสียหายประมาณ 12 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบสถิติอุบัติเหตุประจำเดือนพฤษภาคม 2565 จำนวนอุบัติเหตุลดลงจากปีที่ผ่านมา 23% 

 – ผู้เสียชีวิตลดลง 1% 

 – บาดเจ็บลดลง 7% 

 – จำนวนรถที่เกิดอุบัติเหตุลดลง 19% 

 

ซึ่งสาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุมาจากผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็วสูงกว่ากฎหมายกำหนด 68% (818 ครั้ง) รองลงมาได้แก่ หลับใน 8% (90 ครั้ง) และการตัดหน้าระยะกระชั้นชิด 7% (88 ครั้ง) สำหรับอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบริเวณทางตรง 65% (775 ครั้ง) ทางโค้ง 11% (137 ครั้ง) และทางแยกระดับเดียวกัน 6% (75 ครั้ง) 

ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ได้แก่ 

1.รถปิคอัพบรรทุก 4 ล้อ42% (759 คัน) 

2.รถยนต์นั่ง 25% (454 คัน) 

3.รถจักรยานยนต์ 10% (188 คัน) 

4.รถบรรทุกมากกว่า 10 ล้อ (รถพ่วง) 10% (177 คัน) 

 

ซึ่งหากจำแนกตามภาคของการเกิดอุบัติเหตุพบว่าเส้นทางในภาคเหนือเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 20% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16% และภาคตะวันออก 16% นอกจากนี้ ทางหลวงที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ทางหลวงหมายเลข 7 แขวงคลองสองต้นนุ่น – พิมพา กรุงเทพมหานคร จำนวน 46 ครั้ง  

 

        ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้มีมาตรการแก้ไขที่ได้ดำเนินการร่วมกับตำรวจทางหลวงในการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจจับความเร็วยานพาหนะทุกประเภทที่วิ่งบนทางหลวงพร้อมทั้งให้แขวงทางหลวงดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยถนน ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญในการลดและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้ง ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดขับขี่ด้วยความระมัดระวัง พักผ่อนให้เพียงพอและตรวจเช็คสภาพรถก่อนการเดินทางทุกครั้ง  เพื่อความปลอดภัยของท่านและผู้ร่วมทางรวมถึงป้องกันและลดอุบัติเหตุให้ได้ประสิทธิผลอีกด้วย  


     หากประชาชนผู้ใช้ทางต้องการแจ้งอุบัติเหตุหรือสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมทางหลวง

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News