Categories
NEWS UPDATE

นิด้าโพล เผย 1,310 ตัวอย่าง “ทักษิณ” เคลื่อนไหวไม่ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยม “เพื่อไทย”

 
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2567 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง จากบทบาททักษิณ ถึง ฝันของนายกฯ เศรษฐา” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 9-11 เมษายน 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับบทบาทของทักษิณ ชินวัตร และความเป็นไปได้ ที่พรรคเพื่อไทยจะชนะในการเลือกตั้งในครั้งต่อไป การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

 

                จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบต่อคะแนนนิยมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย จากความเคลื่อนไหว ของทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลตำรวจ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 40.61 ระบุว่า ไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อคะแนนนิยมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย รองลงมา ร้อยละ 33.21 ระบุว่า ส่งผลกระทบในทางลบต่อคะแนนนิยมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.54 ระบุว่า ส่งผลกระทบในทางบวกต่อคะแนนนิยมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย และร้อยละ 6.64 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

                ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อคำกล่าวที่ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคผู้นำในการเปลี่ยนแปลง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 39.47 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย รองลงมา ร้อยละ 18.85 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย ร้อยละ 17.94 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 15.73 ระบุว่า เห็นด้วยมาก และร้อยละ 8.01 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

                ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งในครั้งต่อไป พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.98 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย รองลงมา ร้อยละ 29.24 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นไปได้ ร้อยละ 21.14 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นไปได้ ร้อยละ 12.82 ระบุว่า เป็นไปได้มาก และร้อยละ 3.82 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

                เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.55 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 18.01 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.44 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.74 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.71 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก ตัวอย่าง ร้อยละ 48.09 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.91 เป็นเพศหญิง

 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 12.90 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 18.93 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.64 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 23.74 อายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่าง ร้อยละ 95.34 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.44 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 1.22 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 36.11 สถานภาพโสด ร้อยละ 61.45 สมรส และร้อยละ 2.44 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ ตัวอย่าง ร้อยละ 22.44 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 38.24 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 8.32 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 26.11 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 4.89 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 8.70 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 15.95 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.68 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 11.07 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 16.11 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.46 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 6.03 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 22.90 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 18.40 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 27.94 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 10.31 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 5.34 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 6.03 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 9.08 ไม่ระบุรายได้

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI VIDEO

“ศิริกัญญา” กางงบฯ 67 ถามรัฐบาลวิกฤตเศรษฐกิจ แต่กลาโหมงบเพิ่มขึ้น

 

เมื่อเวลา 13.55 น. วันที่ 3 มกราคม 2567 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวอภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณ พ.ศ. 2567 ว่า ใช้เวลา 7 วันเต็มกับการดูงบประมาณ 2567 โดยเมื่อดูแล้วเกิดคำถามว่า วิกฤติเศรษฐกิจแบบใด ทำไมงบไม่เหมือนมีวิกฤติ

 

น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายรายงานภาวะเศรษฐกิจและการคลัง ดูแล้วยังไม่ค่อยวิกฤติ ซึ่งจากคำแถลงของนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีตรงที่บอกได้ว่าเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ขณะที่งบประมาณฉบับประชาชนยังพบด้วยว่า อัตราการขยายตัวของจีดีพี (GDP) โต 5.4% ในปี 2567 รู้สึกตกใจว่าต้องแพ้พนัน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปฝ่ายค้าน) แล้วไปบวชชีหรือไม่ ถ้าเศรษฐกิจโต 5% ซึ่งเมื่อดูดีๆ แล้ว นี่คือการเติบโตของจีดีพีที่รวมเงินเฟ้อ เกิดคำถามว่า รัฐบาลโกงสูตรปรับจีดีพีหรือไม่ ซึ่งไม่มีประเทศไหนทำมาก่อน ขอร้องว่าอย่าโกงสูตรเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามเป้าหมาย

 

ขณะที่การพักหนี้เกษตรกร ก็ไม่ได้ใช้งบปี 2567 เป็นงบในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ส่วนการลดภาระใช้จ่ายพลังงาน จะเคลมลดค่าไฟที่ทำมาหลายปีแล้วใช่หรือไม่ รวมถึงการผลักดันการท่องเที่ยว ซึ่งหลายเรื่องต่อเนื่องมาจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 

 

“วิกฤติแบบใด ทำไมงบกลาโหมเพิ่มขึ้น ทุกครั้งที่ประเทศเกิดวิกฤติ กระทรวงกลาโหมจะเสียสละเพื่อประเทศโดยการตัดลดงบประมาณของตัวเอง เพื่อนำไปใช้ในการพยุงเศรษฐกิจของประเทศ แต่ในวิกฤติของ ท่านเศรษฐา งบกลาโหมเพิ่มขึ้น 2% สรุปแล้วนี่มันวิกฤติแบบใดกันแน่” 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

นายกฯ ย้ำรัฐบาลพร้อมทำงานใช้จ่ายงบฯ ให้เหมาะสม

 

วันนี้ (6 กันยายน 2566) เวลา 10.00 น. ณ บริเวณโถงกลาง ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษวันนี้ เป็นการพบปะหารือพูดคุยกันครั้งแรกของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ โดยยังไม่ได้มีการสั่งการอะไร แต่ได้ให้แนวทางในการทำงานของรัฐบาลนี้ซึ่งเป็นรัฐบาลของประชาชนในการที่จะทำงานเพื่อประชาชน โดยยึดหลักกฎหมาย ความชอบธรรม และการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปอย่างเหมาะสม รวมถึงการให้เกียรติข้าราชการในการสั่งการและทำงานร่วมกัน เพราะข้าราชการถือเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนประเทศและนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ดังนั้นการปูนบำเหน็จต่าง ๆ ต้องให้เกิดความเป็นธรรม โดยให้พิจารณาจากผลงานเป็นสำคัญ ไม่ใช่ได้มาจากการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบายเรื่องการขนส่งคมนาคมว่า รัฐบาลจะดูเรื่องนี้ทั้งหมดทั้งทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ และทางราง โดยในเรื่องของรถไฟฟ้าต้องดำเนินการให้เกิดการเชื่อมต่อทุกสายอย่างเป็นระบบ และให้ใช้บัตรโดยสารใบเดียวเพื่อความสะดวกในการใช้บริการของประชาชน รวมถึงจะมีการพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมว่าจะเป็นเท่าไร ให้สอดคล้องกับงบประมาณของรัฐบาลที่มีอยู่ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการมอบหมายให้รัฐมนตรีตอบคำถามกรณีที่จะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2566 ว่า หากกระทรวงใดเกี่ยวข้องและถูกพาดพิง หรือต้องการข้อมูลรายละเอียดในเชิงลึก เชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีทุกคนได้มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว
 
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำถึงการให้ความสำคัญต่อปัญหาด้านการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญว่า เรื่องการเกษตรและปากท้องของประชาชนไทยทุกคนเป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้ตระหนักและให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขยายตลาด และการเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะการเพิ่มรายได้สุทธิให้เกษตรกร เช่น การเปิดตลาดใหม่ ๆ การเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก และการลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการส่งออกก็มีส่วนสำคัญในการเพิ่มรายได้ แต่ต้องพิจารณาไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความเพียงพอในการบริโภคภายในประเทศด้วย ทั้งนี้ เรื่องของการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญก็เป็นอีกหนึ่งที่รัฐบาลนี้ตระหนักและให้ความสำคัญ โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกในวันที่ 13 กันยายน 2566 นี้ จะมีการหารือเกี่ยวกับการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญด้วย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้รวบรวมข้อมูลดังกล่าวเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมต่อไป ขณะเดียวกันในวันที่ 8-9 กันยายนนี้ นายกรัฐมนตรีก็มีกำหนดการที่จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น อุดรธานีและหนองคาย เพื่อรับทราบปัญหาและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย จึงขอเวลาให้ทำงานก่อน
 
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่า จะนั่งเป็นประธาน ก.ตร. ด้วยตนเอง โดยกำลังอยู่ระหว่างหาวันเวลาที่เหมาะสมในการที่จะประชุม ก.ตร. ว่าจะเป็นวันใด
 
ส่วนจะมีการใช้โอกาสในการเดินทางเยือนต่างประเทศเพื่อดึงดูดให้นักลงทุนและต่างประเทศสนใจและเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้นหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นโอกาสหนึ่งในการดำเนินการเรื่องนี้ โดยขณะนี้ กระทรวงการต่างประเทศกำลังรวบรวมรายชื่อผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่จะไปเข้าพบ รวมถึงการนัดหมายที่จะพบปะกับนักธุรกิจระดับโลกด้วย เพื่อรับทราบถึงสิ่งที่ต่างประเทศต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมีอะไรบ้าง

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
TOP STORIES

สุทิน ชวนจับตาดู หลัง กกต. สั่ง 16 จังหวัดนับคะแนนใหม่ 11 มิ.ย. นี้

 

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 66 นายสุทิน คลังแสง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต 16 หน่วย และแบบบัญชีรายชื่อ 31 หน่วย ใหม่รวม 47 หน่วยเลือกตั้ง ใน 16 จังหวัดในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ว่า ถือว่าเป็นการสั่งนับคะแนนใหม่ที่เยอะมากกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านๆ มา แสดงให้เห็นว่ามีความผิดปกติ และมีความพยายามที่จะกระทำทุจริตในหน่วยเลือกตั้งนั้นๆ หรือไม่ ส่วนจะผิดปกติในขั้นตอนใด กกต.ควรจะเข้าไปตรวจสอบด้วยนอกเหนือไปจากการสั่งนับคะแนนใหม่

ส่วนเรื่องการนับคะแนนใหม่จะมีผลต่อสัดส่วน ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยนั้นเป็นเรื่องที่คาดหมายยาก เพราะเราไม่รู้ว่าปัญหาที่ต้องนับคะแนนใหม่เกิดจากอะไร เมื่อนับคะแนนใหม่ก็จะเกิดความไม่แน่นอน ส่วนจะเกิดผลดีหรือผลเสียกับพรรคการเมืองหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกพรรค ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยกันเฝ้าจับตาดู แต่ในส่วนของพรรคพท.นั้น เท่าที่ได้พูดคุยกับว่าที่ ส.ส.ที่อยู่ในเขตที่ต้องนับคะแนนใหม่ ไม่มีใครหนักใจกับเรื่องดังกล่าว 

“เชื่อว่าการนับคะแนนใหม่คงไม่กระทบกับพรรคพท. อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่ กกต. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อร้องเรียนว่าที่ ส.ส.ประมาณ 20 กว่าคน ก็ถือเป็นจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา” นายสุทิน กล่าว

ซึ่งเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ได้ลงนามคำสั่ง กกต.เรื่อง ให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ใหม่  หลัง กกต.ได้รับรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้ง แล้วปรากฏว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง จึงสั่งให้นับคะแนนใหม่ใน 47 หน่วย ใน 16 จังหวัด โดยให้นับคะแนนใหม่ภายในไม่เกินวันที่ 11 มิ.ย.2566 ประกอบด้วย 

 

1.กรุงเทพมหานคร  นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งที่ 40 แขวงบางซื่อ    เขตบางซื่อ เขตเลือกตั้งที่ 7 หน่วยเลือกตั้งที่ 15 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม เขตเลือกตั้งที่ 15 และหน่วยเลือกตั้งที่ 7  แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 18 และแบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 3 แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 7  แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง เขตเลือกตั้งที่ 5 และหน่วยเลือกตั้งที่ 11  แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน เขตเลือกตั้งที่ 24

 

2.จังหวัดชลบุรี นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบแบ่งเขต หน่วยเลือกตั้งที่ 46  เทศบาลเมืองแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 และนับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 หมู่ที่ 5 เทศบาลตำบลเหมือง อำเภอเมืองชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 3.จังหวัดชุมพร นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบแบ่งเขต  หน่วยเลือกตั้งที่ 21 หมู่ที่ 21 ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ เขตเลือกตั้งที่ 2 และ นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 หมู่ที่ 12 ตำบลรับร่อ  อำเภอท่าแซะ เขตเลือกตั้งที่ 2 และ หน่วยเลือกตั้งที่ 16 หมู่ที่ 17 ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ เขตเลือกตั้งที่ 2 

 

4.จังหวัดตรัง นับคะแนนใหม่ ส.ส. แบบแบ่งเขต หน่วยเลือกตั้งที่ 31   ตำบลทับเที่ยง (เทศบาลนครตรัง)  อำเภอเมืองตรัง เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 1 ตำบลนาวง อำเภอห้วยยอด เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 12 หมู่ที่ 12 ตำบลหนองปรือ อำเภอรัษฎา เขตเลือกตั้งที่ 2 และนับคะแนนใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 1 ตำบลนาวง อำเภอห้วยยอด  เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 2 ตำบลบางดี อำเภอห้วยยอด เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ที่ 3 ตำบลวังคีรี อำเภอห้วยยอด เขตเลือกตั้งที่ 2  5.จังหวัดนครนายก นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบแบ่งเขต หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 6 ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก เขตเลือกตั้งที่ 1

 

6.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบแบ่งเขต หน่วยเลือกตั้งที่ 9 หมู่ที่ 9 ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน เขตเลือกตั้งที่ 3 และนับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 2 ตำบลวังก์พง อำเภอปราณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 7 เทศบาลตำบลปราณบุรี อำเภอปราณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 8 เทศบาลตำบลปราณบุรี อำเภอปราณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 8 หมู่ที่ 3 ตำบลเขาน้อย อำเภอปราณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 10 หมู่ที่ 8 ตำบลหนองตาแต้ม อำเภอปราณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 และหน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ที่ 3 ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก เขตเลือกตั้งที่ 3

 

7.จังหวัดแพร่ นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบแบ่งเขต หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เทศบาลตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ เขตเลือกตั้งที่ 1 8.จังหวัดลพบุรี นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งที่ 27 หมู่ 6 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 และแบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ 2 ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 5 หมู่ 4 ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 11 หมู่ 6 ตำบลป่าตาล  อำเภอเมืองลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 14 หมู่ 9 ตำบลท่าแค  อำเภอเมืองลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1  หน่วยเลือกตั้งที่ 20 เทศบาลเมืองเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 22 หมู่ 9 ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 28 เทศบาลเมืองเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1

 

9.จังหวัดสมุทรสาคร นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบแบ่งเขต หน่วยเลือกตั้งที่ 24 หมู่ 5 เทศบาลนครอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน เขตเลือกตั้งที่ 2 และแบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 7 หมู่ 5 ตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบน เขตเลือกตั้งที่ 2 10.จังหวัดสระบุรี นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง  หน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ที่ 7 และหมู่ 11 ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอหนองแค เขตเลือกตั้งที่ 3 และหน่วยเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 12 เทศบาลตำบลบ้านหมอ อำเภอบ้านหมอ เขตเลือกตั้งที่ 4 11.จังหวัดสุโขทัย นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบแบ่งเขต หน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ที่ 3 เทศบาลตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์  อำเภอทุ่งเสลี่ยม เขตเลือกตั้งที่ 3 12.จังหวัดกาญจนบุรี นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 8 หมู่ที่ 8 ตำบลด่านมะขามเตี้ย อำเภอด่านมะขามเตี้ย เขตเลือกตั้งที่ 2 และหน่วยเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 2 ตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ เขตเลือกตั้งที่ 5

 

13.จังหวัดฉะเชิงเทรา นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 4 หมู่ที่ 4 ตำบลก้อนแก้ว อำเภอคลองเขื่อน เขตเลือกตั้งที่ 2 

 

14.จังหวัดพังงา นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 3 ตำบลเทศบาลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง เขตเลือกตั้งที่ 2 และหน่วยเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งมะพร้าว อำเภอท้ายเหมือง เขตเลือกตั้งที่ 2 

 

15.จังหวัดเพชรบุรี นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 6  ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ เขตเลือกตั้งที่ 2 และ 

 

16.จังหวัดหนองคาย นับคะแนนใหม่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 6 ตำบลวัดหลวง อำเภอโพนพิสัย เขตเลือกตั้งที่ 2  และหน่วยเลือกตั้งที่ 16 หมู่ที่ 15 ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย เขตเลือกตั้งที่ 2 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News