Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

โฮงยาไทย Parking Complex รพ.เชียงราย คืบหน้า ประสานฝูงบิน 416 ย้ำสร้างปลอดภัย

Summary
  • รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ หารือฝูงบิน 416 กองทัพอากาศ เดินหน้าสร้างตึกจอดรถ “โฮงยาไทย Parking Complex”

  • พื้นที่โครงการอยู่นอกเขตปลอดภัยทางการบิน แต่ยังต้องมีมาตรการความปลอดภัยอย่างรัดกุมทั้งช่วงก่อสร้างและใช้งาน

  • อาคารนี้ไม่ใช่แค่ที่จอดรถ แต่ประกอบด้วยศูนย์สุขภาพ พื้นที่พาณิชย์ และสถานพักฟื้น

  • โครงการนี้ลงทุนโดยเอกชน มุ่งแก้ปัญหาที่จอดรถให้ผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์

  • โครงการผ่านการทำประชาพิจารณ์แล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

โฮงยาไทย Parking Complex เดินหน้าหารือกองทัพอากาศ ย้ำพัฒนาโรงพยาบาลต้องปลอดภัยควบคู่ประชาชนได้ประโยชน์

เชียงราย,7 พฤษภาคม 2569 – โครงการก่อสร้างอาคารจอดรถ “โฮงยาไทย Parking Complex” ของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญของการพิจารณารายละเอียด หลังผู้อำนวยการและคณะผู้บริหารโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เข้าหารือกับกองทัพอากาศ ณ ห้องประชุมเมฆา ฝูงบิน 416 จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 โดยมีนาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 เชียงราย ให้การต้อนรับ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางดำเนินโครงการและผลการพิจารณาด้านความปลอดภัยในพื้นที่ใกล้เคียงสนามบิน

ข้อมูลจากการหารือระบุว่า พื้นที่โครงการดังกล่าวอยู่ “นอกเขตปลอดภัยทางการบิน” จึงสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลักษณะของโครงการเป็นอาคารขนาดใหญ่และมีความสูงที่อาจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านการบินในพื้นที่ใกล้เคียง กองทัพอากาศจึงขอความร่วมมือให้โรงพยาบาลพิจารณาดำเนินการภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัย ทั้งในระหว่างการก่อสร้างและภายหลังเปิดใช้งาน

การหารือครั้งนี้จึงมีนัยสำคัญต่อทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขของจังหวัดเชียงราย เพราะเป็นการวางสมดุลระหว่างความจำเป็นในการเพิ่มพื้นที่รองรับผู้ใช้บริการโรงพยาบาล กับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของพื้นที่ใกล้สนามบินและฝูงบิน 416 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านความมั่นคงทางอากาศโดยตรง

ปัญหาที่จอดรถโรงพยาบาล ไม่ใช่เรื่องเล็กของผู้ป่วยและญาติ

สำหรับประชาชนทั่วไป ปัญหาที่จอดรถในโรงพยาบาลอาจดูเหมือนเป็นเรื่องความสะดวกสบาย แต่ในความเป็นจริงปัญหานี้เชื่อมโยงกับการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างลึกซึ้ง โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ของจังหวัดเชียงราย ทำหน้าที่รองรับผู้ป่วยจากพื้นที่อำเภอต่าง ๆ รวมถึงผู้ป่วยส่งต่อที่ต้องได้รับการรักษาเฉพาะทาง เมื่อจำนวนผู้ป่วย ญาติ บุคลากร และยานพาหนะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พื้นที่จอดรถที่ไม่เพียงพอย่อมส่งผลต่อเวลา ความเครียด และความปลอดภัยของผู้มาใช้บริการ

ในหลายกรณี การวนหาที่จอดรถก่อนเข้าพบแพทย์ไม่ใช่เพียงความไม่สะดวก แต่เป็นต้นทุนแฝงของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่เดินลำบาก ผู้ป่วยฉุกเฉิน ญาติที่ต้องรีบรับเอกสาร หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเข้าเวรตามเวลา หากรถจำนวนมากต้องจอดริมถนนหรือจอดในพื้นที่ไม่เหมาะสม ก็อาจกระทบต่อการสัญจรของรถพยาบาล รถฉุกเฉิน และรถบริการภายในโรงพยาบาล

ด้วยเหตุนี้ โครงการ “โฮงยาไทย Parking Complex” จึงถูกมองว่าเป็นมากกว่าอาคารจอดรถ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อาจช่วยคลี่คลายปัญหาพื้นที่ใช้สอยของโรงพยาบาล ลดความแออัดของพื้นที่หน้าอาคารบริการ และเพิ่มความเป็นระเบียบของระบบจราจรโดยรอบโรงพยาบาล หากออกแบบและบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม

แบบอาคารสะท้อนแนวคิดบริการสุขภาพครบวงจร

จากภาพประกอบโครงการ “โฮงยาไทย Parking Complex” ถูกนำเสนอในฐานะโครงการก่อสร้างอาคารที่จอดรถโดยเอกชนลงทุน ภายใต้โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยมีองค์ประกอบหลักหลายส่วน ได้แก่ ศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจร หรือ Wellness Center จำนวน 1 ชั้น พื้นที่จอดรถจำนวน 9 ชั้น พื้นที่พาณิชยกรรมและศูนย์อาหารจำนวน 4 ชั้น และสถานพักฟื้นและรักษาจำนวน 16 ชั้น

โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่า โครงการไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นลานจอดรถแนวดิ่งเพียงอย่างเดียว แต่พยายามผสมผสานบริการสนับสนุนด้านสุขภาพ พื้นที่บริการประชาชน และพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน หากเดินหน้าตามแนวคิดนี้ อาคารดังกล่าวอาจช่วยลดแรงกดดันของพื้นที่โรงพยาบาลเดิม และเพิ่มทางเลือกบริการสำหรับผู้ป่วยและญาติที่ต้องใช้เวลารอรับบริการเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม การมีพื้นที่พาณิชยกรรมและศูนย์อาหารในโครงการลักษณะนี้จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์กำกับดูแลที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องอัตราค่าบริการ ความเหมาะสมของกิจการ สุขอนามัย การจราจรภายในอาคาร และความเป็นธรรมในการเข้าถึงของประชาชน เพราะโครงการตั้งอยู่ในบริบทโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งภารกิจหลักยังคงเป็นการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน ไม่ใช่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์เพียงด้านเดียว

ประชาพิจารณ์ก่อนหน้าเป็นหมุดหมายของความโปร่งใส

ก่อนการหารือกับกองทัพอากาศ โครงการนี้เคยผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนมาแล้ว โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์จัดทำประชาพิจารณ์โครงการที่จอดรถเอกชนลงทุน “โฮงยาไทย Parking Complex” ณ ห้องประชุมเสม พริ้งพวงแก้ว ชั้น 4 อาคารโภชนาการ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยมีแพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พร้อมคณะผู้บริหาร ส่วนราชการ ภาคประชาชน สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้าร่วม

เวทีประชาพิจารณ์ดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะโครงการลักษณะนี้เกี่ยวข้องกับพื้นที่สาธารณะ ทรัพย์สินของรัฐ และผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก การเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับทราบวัตถุประสงค์ ที่มา และสาระสำคัญของโครงการ จึงเป็นกลไกที่ช่วยลดข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบทิศทางการใช้พื้นที่ของโรงพยาบาลได้ตั้งแต่ต้นทาง

โครงการนี้เป็นรูปแบบที่จอดรถเอกชนลงทุน และมีการชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการต่อผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ สิ่งนี้ทำให้เห็นว่ากระบวนการเดินหน้าโครงการไม่ได้เกิดขึ้นอย่างปิดลับ แต่มีพัฒนาการต่อเนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ไปสู่การประสานงานกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยการบิน

ความปลอดภัยการบินคือเงื่อนไขที่ละเลยไม่ได้

จุดที่ทำให้โครงการนี้มีความละเอียดอ่อนมากกว่าอาคารจอดรถทั่วไป คือทำเลของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อยู่ในพื้นที่เมืองที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านการบินและความมั่นคง การหารือกับฝูงบิน 416 จึงไม่ใช่ขั้นตอนเชิงพิธีการ แต่เป็นกระบวนการตรวจสอบความเหมาะสมของโครงการที่ต้องคำนึงถึงความสูงของอาคาร มุมมองการบิน สัญญาณไฟ สิ่งกีดขวาง และมาตรการควบคุมความปลอดภัยตลอดอายุโครงการ

แม้พื้นที่โครงการอยู่นอกเขตปลอดภัยทางการบิน และสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แต่กองทัพอากาศยังขอให้พิจารณาดำเนินการภายใต้มาตรการความปลอดภัย ทั้งระหว่างก่อสร้างและหลังเปิดใช้งาน นี่คือข้อย้ำเตือนว่า “สร้างได้” ไม่ได้หมายความว่า “สร้างอย่างไรก็ได้” เพราะอาคารขนาดใหญ่จำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยของพื้นที่โดยรอบ

ในระหว่างการก่อสร้าง ยังอาจมีปัจจัยที่ต้องควบคุม เช่น ปั้นจั่น เครน เครื่องจักรสูง แสงไฟก่อสร้าง ฝุ่น เสียง การขนส่งวัสดุ และการจราจรโดยรอบโรงพยาบาล ส่วนหลังเปิดใช้งาน ยังต้องคำนึงถึงระบบไฟส่องสว่างบนอาคาร ป้ายโฆษณา การสะท้อนแสง ระบบป้องกันอัคคีภัย และการจัดการคนจำนวนมากในอาคารเดียวกัน ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่ต้องประสานกับหน่วยงานเกี่ยวข้องอย่างรัดกุม

ภาพ : สร้างใหม่โดยสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เอกชนลงทุนต้องตอบโจทย์ประชาชน ไม่ใช่แค่ความคุ้มทุน

โครงการนี้เป็นการก่อสร้างอาคารจอดรถโดยเอกชนลงทุน รูปแบบดังกล่าวมีข้อดีคือช่วยลดภาระงบประมาณของภาครัฐ และเปิดทางให้เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน การก่อสร้าง และการบริหารอาคารเข้ามาร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ

แต่ในอีกด้านหนึ่ง การใช้โมเดลเอกชนลงทุนในพื้นที่โรงพยาบาลรัฐจำเป็นต้องมีกรอบกำกับที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องอัตราค่าจอดรถ สิทธิประโยชน์ของบุคลากรทางการแพทย์ การเข้าถึงของผู้ป่วยรายได้น้อย การจัดพื้นที่สำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยฉุกเฉิน และรถพยาบาล ตลอดจนการแบ่งรายได้หรือผลประโยชน์กลับคืนสู่ระบบสวัสดิการของโรงพยาบาล

หากการลงทุนเดินหน้าโดยยึดเพียงความคุ้มทุนของเอกชน โครงการอาจถูกตั้งคำถามจากสังคมได้ง่าย แต่หากสัญญาและเงื่อนไขการบริหารจัดการถูกออกแบบให้รักษาสมดุลระหว่างความคุ้มค่า ความเป็นธรรม และประโยชน์สาธารณะ โครงการนี้จะสามารถเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่โรงพยาบาลรัฐที่ไม่ต้องพึ่งงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด และยังตอบโจทย์ประชาชนได้จริง

บุคลากรทางการแพทย์คือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

ในมิติบุคลากร โรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่มีเจ้าหน้าที่จำนวนมากทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียน เจ้าหน้าที่กู้ชีพ พนักงานเปล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และบุคลากรสนับสนุนจำนวนมาก ปัญหาที่จอดรถจึงไม่ใช่ปัญหาของผู้ป่วยและญาติเท่านั้น แต่กระทบต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรโดยตรง

การต้องออกจากบ้านเร็วขึ้นเพื่อหาที่จอดรถ การจอดรถไกลจากอาคารปฏิบัติงาน การเดินเข้าเวรในช่วงเช้ามืดหรือเลิกงานช่วงกลางคืน และความกังวลเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สิน ล้วนเป็นภาระที่อาจดูเล็ก แต่สะสมจนส่งผลต่อความเครียดในการทำงานได้ โดยเฉพาะในระบบสาธารณสุขที่บุคลากรต้องทำงานภายใต้แรงกดดันสูงอยู่แล้ว

ดังนั้น หากอาคารจอดรถถูกออกแบบให้มีระบบจัดสรรพื้นที่สำหรับบุคลากรอย่างเหมาะสม มีเส้นทางเดินที่ปลอดภัย มีแสงสว่างเพียงพอ มีระบบกล้องวงจรปิด มีจุดขึ้นลงที่เชื่อมต่ออาคารบริการ และมีอัตราค่าบริการที่ไม่เป็นภาระเกินไป โครงการนี้จะช่วยยกระดับสวัสดิการของบุคลากรได้จริง ไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนช่องจอดรถในเชิงกายภาพ

ประโยชน์ต่อเมืองเชียงรายต้องมองเกินรั้วโรงพยาบาล

ผลของโครงการนี้อาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในรั้วโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ หากอาคารจอดรถสามารถรองรับรถที่เคยกระจายจอดริมถนนหรือพื้นที่ใกล้เคียงได้มากขึ้น พื้นที่จราจรรอบโรงพยาบาลอาจคล่องตัวขึ้น ลดการจอดซ้อนคัน ลดการกีดขวางเส้นทางฉุกเฉิน และลดแรงกดดันต่อถนนในเขตเมือง

เมืองเชียงรายกำลังเติบโตในฐานะศูนย์กลางบริการของภาคเหนือตอนบน โรงพยาบาล ศูนย์ราชการ ย่านการค้า และพื้นที่ชุมชนเมืองล้วนต้องเผชิญโจทย์เดียวกัน คือพื้นที่จำกัดแต่ความต้องการใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาอาคารจอดรถแนวดิ่งจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการใช้ที่ดินเมืองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องขยายพื้นที่แนวราบที่อาจกระทบชุมชนหรือพื้นที่ใช้สอยอื่น

อย่างไรก็ตาม เมืองจะได้ประโยชน์เต็มที่ก็ต่อเมื่อโครงการเชื่อมต่อกับแผนจราจรโดยรอบ เช่น จุดเข้าออกอาคารที่ไม่สร้างคอขวด ป้ายบอกทางที่ชัดเจน การจัดการรถรับส่งผู้ป่วย จุดจอดรถฉุกเฉิน เส้นทางสำหรับผู้พิการ และการประสานกับตำรวจจราจรหรือเทศบาลในช่วงเปิดใช้งานแรก ๆ หากไม่มีการจัดการเหล่านี้ อาคารจอดรถขนาดใหญ่ก็อาจกลายเป็นจุดรวมการจราจรติดขัดแห่งใหม่แทนการแก้ปัญหาเดิม

โครงการยังอยู่ในขั้นพิจารณา ต้องติดตามรายละเอียดต่อเนื่อง

ข้อมูลล่าสุดจากการหารือระบุว่า โครงการ “โฮงยาไทย Parking Complex” ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในลำดับถัดไป ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อการสื่อสารสาธารณะ เพราะประชาชนควรเข้าใจว่าโครงการยังไม่ได้หมายถึงการก่อสร้างทันที แต่เป็นกระบวนการเดินหน้าภายใต้กรอบพิจารณาทั้งด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย กฎหมาย การลงทุน และผลกระทบต่อประชาชน

ในระยะต่อไป ประเด็นที่สังคมควรติดตาม ได้แก่ รายละเอียดแบบอาคารขั้นสุดท้าย จำนวนช่องจอดรถจริง ความสูงที่ได้รับอนุญาต มาตรการความปลอดภัยด้านการบิน มาตรการระหว่างก่อสร้าง แผนจัดการจราจรในพื้นที่โรงพยาบาล รูปแบบสัญญากับเอกชน อัตราค่าบริการ และมาตรการคุ้มครองผู้ป่วย บุคลากร และประชาชนผู้ใช้บริการ

การเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้อย่างต่อเนื่องจะช่วยทำให้โครงการได้รับความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่โรงพยาบาลรัฐย่อมเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของประชาชนโดยตรง หากโรงพยาบาลสามารถสื่อสารอย่างโปร่งใส รับฟังข้อเสนอแนะ และยืนยันได้ว่าประโยชน์หลักตกอยู่กับผู้ป่วย ญาติ และบุคลากร โครงการนี้จะมีโอกาสเดินหน้าได้ด้วยความเข้าใจร่วมกันมากกว่าแรงเสียดทานทางสังคม

จุดเปลี่ยนของโรงพยาบาลศูนย์ ที่ต้องพัฒนาอย่างรอบคอบ

การหารือระหว่างกองทัพอากาศกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการ “โฮงยาไทย Parking Complex” เพราะทำให้เห็นว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเมือง ไม่สามารถมองเฉพาะความต้องการของโรงพยาบาลเพียงด้านเดียว แต่ต้องวางอยู่บนความปลอดภัยของพื้นที่ การยอมรับของประชาชน ความคุ้มค่าของการลงทุน และความเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ

หากโครงการเดินหน้าได้อย่างรอบคอบ อาคารจอดรถแห่งนี้อาจช่วยแก้ปัญหาความแออัดที่สะสมมานานของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพิ่มความสะดวกให้ผู้ป่วยและญาติ ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และช่วยจัดระเบียบการจราจรในพื้นที่เมืองเชียงรายได้ในระยะยาว แต่หากขาดการกำกับเรื่องราคา ความปลอดภัย และผลกระทบต่อชุมชน โครงการก็อาจเผชิญคำถามจากสาธารณะได้เช่นกัน

สาระสำคัญของโครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างอาคารสูงหรือเพิ่มที่จอดรถ แต่คือการออกแบบอนาคตของโรงพยาบาลศูนย์ให้ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น ในวันที่ระบบสาธารณสุขต้องรองรับผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น เมืองขยายตัวเร็วขึ้น และพื้นที่โรงพยาบาลมีข้อจำกัดมากขึ้น “โฮงยาไทย Parking Complex” จึงเป็นบททดสอบว่าการพัฒนาภาครัฐร่วมกับเอกชนจะสามารถสร้างประโยชน์สาธารณะได้จริงเพียงใด

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
  • ฝูงบิน 416 กองทัพอากาศ
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ทัพฟ้าจัดบิ๊กคลีนนิ่งฟื้นฟูโรงเรียน หลังน้ำท่วมเชียงรายรุนแรง

 

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 ที่โรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว สังกัดเทศบาลนครเชียงราย นาวาอากาศโท ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 ได้จัดกิจกรรม “บิ๊กคลีนนิ่งเดย์” ภายใต้โครงการ “ทัพฟ้า พาน้องเข้าเรียน” โดยมีการนำกำลังพล พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้าช่วยเหลือในการทำความสะอาดอาคารเรียนและบริเวณโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

กิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรของโรงเรียน โดยมี นางสาวอโณทัย จิระดา ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 2 นำคณะครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนทั้งหมดเข้าร่วมอย่างเต็มที่ เพื่อให้โรงเรียนกลับมาเปิดเรียนได้โดยเร็วที่สุด หลังจากที่ต้องหยุดเรียนไปหลายวันเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่กระทบหลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย

นาวาอากาศโท ปราโมทย์ กุยแก้ว เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย ทางกองทัพอากาศ โดย พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้แสดงความห่วงใยต่อประชาชนและข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ท่านได้มอบหมายให้ พลอากาศเอก วรกฤต มุขศรี ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานด้านบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชน รวมทั้งเร่งดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูโรงเรียนและสถานที่ราชการที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

สำหรับโรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว ถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งเป็นสาเหตุให้ต้องปิดทำการเรียนการสอนไปหลายวัน ด้วยเหตุนี้ โครงการ “ทัพฟ้า พาน้องเข้าเรียน” จึงได้ถูกจัดขึ้นเพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาเปิดเรียนได้ตามปกติในวันที่ 23 กันยายน 2567 การดำเนินการครั้งนี้เป็นความร่วมมือจากหลายภาคส่วน รวมถึงการใช้ทั้งแรงงานคนและเครื่องจักร เพื่อทำความสะอาดและฟื้นฟูโรงเรียนให้พร้อมสำหรับการเปิดเรียน

หน่วยงานที่เข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากฝูงบิน 416 ของกองทัพอากาศแล้ว ยังมีความร่วมมือจากเทศบาลนครเชียงราย อำเภอเวียงเชียงรุ้ง สำนักงานเจ้าท่าเชียงราย สำนักงานชลประทานเชียงราย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มูลนิธิสยามรวมใจ รวมไปถึงเครือข่ายกลุ่มชุมชนต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและองค์กรต่าง ๆ ที่ร่วมมือกันจนทำให้งานบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

นาวาอากาศโท ปราโมทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของกิจกรรมในครั้งนี้มาจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้กลับมาเป็นปกติ การสนับสนุนจากภาคเอกชน หน่วยงานราชการ และชุมชน ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้งานเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้โรงเรียนกลับมาเปิดทำการเรียนการสอนได้ทันเวลา แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครูและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอีกด้วย

โครงการ “ทัพฟ้า พาน้องเข้าเรียน” เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจบรรเทาสาธารณภัยของกองทัพอากาศ ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือฟื้นฟูสถานศึกษาและสถานที่สำคัญให้กลับมาดำเนินการได้อย่างปกติหลังเกิดภัยพิบัติ ซึ่งนับเป็นโครงการที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและช่วยลดผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้อย่างเป็นรูปธรรม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
All

ศูนย์กลางภารกิจช่วยเหลือ (ฝูงบิน 416) ภาคเหนือตอนบน สนามบินเชียงราย

 

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงขีดความสามารถสนามบินเชียงราย (ฝูงบิน 416) เพื่อเป็นการรองรับการเป็นศูนย์กลางภารกิจการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ณ ฝูงบิน 416 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 

 

โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้แทนชุมชน ประชาชน และนักเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เข้าร่วมกิจกรรม กว่า 500 คน

 

สำหรับกิจกรรม ประกอบด้วย การประชุมร่วมกับหน่วยงาน ส่วนราชการ ผู้แทนชุมชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงแนวทางการพัฒนาสนามบินเชียงราย (ฝูงบิน 416) การปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์ การสาธิตการบินควบคุมและดับไฟป่า การบินค้นหาและช่วยชีวิต การลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ การบรรยายสรุปการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนของกองทัพอากาศ การจัดแสดงที่ใช้ในภารกิจการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ 
 
 
การตั้งแสดงอากาศยานและขีดความสามารถกองทัพอากาศในการช่วยเหลือประชาชน การบินทิ้งน้ำและสารควบคุมไฟป่า การบินค้นหาและช่วยชีวิต และการบินรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ การจัดหน่วยมิตรประชากองทัพอากาศ ให้บริการประชาชน ได้แก่ การตรวจรักษาโรคและให้คำแนะนำด้านสุขภาพ การวัดสายตาพร้อมแจกแว่นตา การให้บริการตัดผม การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ การแสดงดนตรีจากกองดุริยางค์ทหารอากาศ การมอบอุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์การเรียนการสอน เป็นต้น
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
TOP STORIES

ผบ.ฝูงบิน 416 ยัน “งานพ่อขุนปี 67” ไม่ได้จัดที่นี่! เผยเตรียมยกระดับ ‘สนามบินเก่า’

 

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 หลังมีภาพและข้อความเกี่ยวกับการยกเลิกสถานที่ให้จัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราช และงานกาชาดเชียงราย ประจำปี 2567 โดยใช้สนามบิน ฝูงบิน 416 เชียงรายเป็นสถานที่จัดงานนั้น

โดยทางฝูงบิน 416 เชียงราย ได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่าขณะนี้ สนามบินฯ อยู่ในช่วงของการดำเนินงานก่อสร้าง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณปัจจุบัน  2566 ไปจนถึงปีงบประมาณ 2569 ฝูงบิน 416 เชียงราย จึงไม่สามารถให้สถานที่ในการจัดงานหรือกิจกรรมอื่นได้อีกต่อไป

และได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.2566 ไปเรียบร้อยแล้ว ตามหนังสือ ฝูงบิน 416 เชียงราย ที่ กห 0624.14/15 เรื่อง แจ้งงดให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมงานพ่อขุนเม็งรายมหาราช และงานกาชาดประจำปี และกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่สนามบิน ฝูงบิน 416

ทางทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์ได้โทรไปสอบถาม นาวาอากาศเอกสมชาติ บุญมาวงค์ ผู้บังคับฝูงบิน 416 เชียงราย ถึงกระแสดังกล่าวที่แชร์ไปในโลกออนไลน์ ได้ทราบข้อเท็จจริงถึงรายละเอียดในการดำเนินงานก่อสร้างจริง โดยมีการวางแผนงานไว้แล้วเพื่อพัฒนาให้สนามบินมีมาตรฐานการบิน ไอเคโอ (ICAO) คือ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือ “International Civil Aviation Organization” 

 

โดยกองทัพอากาศเตรียมยกระดับสนามบินเชียงราย ฝูงบิน 416 เป็นศูนย์กลางช่วยเหลือประชาชนในภาคเหนือตอนบน ทำภารกิจดับไฟป่า แก้ปัญหาหมอกควันฝุ่นละออง มีโดรนไร้นักบิน และ ฮ.กู้ภัย EC-725 ค้นหาช่วยชีวิต และรับ-ส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งกองทัพอากาศมีความร่วมมือกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เอาไว้อีกด้วย

               ส่วนชาวเชียงรายและประชาชนทั่วไปทาง นาวาอากาศเอกสมชาติ บุญมาวงค์ แจ้งกับทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์ว่ายังสามารถใช้สถานที่ในรันเวย์ของสนามบินเก่าออกกำลังกายได้ปกติจนถึงประมาณต้นปี 2568 และจะมีพื้นที่สำหรับออกกำลังกายอยู่บริเวณศูนย์พัฒนากีฬากอล์ฟฝูงบิน 416 ซึ่งจะมีแผนพัฒนาให้เป็นลู่วิ่งยาวถึง 3 กิโลเมตรโดยจะเริ่มเห็นประมาณปีหน้าจากงบประมาณที่ได้มาพัฒนา

               กำหนดการที่ทำตอนนี้คือการปรับพื้นที่ให้ปลอดภัยไม่ให้เป็นแหล่งมั่วสุม โดยในปี 2566 ได้งบประมาณกว่า 18 ล้าน มาทำรั้วโดยรอบ รวมถึงจะมีการทำตัวกั้นไม้กระดกปิดถนนเส้นโรงเรียนเทศบาล 4 สันป่าก่อและวัดดอยพระบาท ที่ทะลุหากัน รวมถึงถนนรอบสนาบินเก่า กว้าง 7 เมตรให้ประชาชนสัญจร

ส่วนแผนในปี 2567 แผนพัฒนาพื้นที่บริเวณสนามกอล์ฟ เป็นสวนสุขภาพมีลู่วิ่งระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร พื้นที่กว่า 77 ไร่ ให้ประชาชนชาวเชียงรายได้ออกกำลังกาย ซึ่งจะทดแทนพื้นที่ในส่วนของรันเวย์ของสนามบินเดิม

     และช่วงต้นปี 2568 ทางสนามบิน ฝูงบิน 416 เชียงราย หรือสนามบินเก่าจะต้องสร้างรั้วการบิน เป็นพื้นที่สนามบิน ให้เป็นไปตามมาตรฐานการบิน ไอเคโอ (ICAO) และปรับเป็นพื้นที่เพื่อการฝึก HADR ฝึกการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย และกองทัพอากาศมีความร่วมมือกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ที่ต้องทำ แต่ต้องย้ำว่าประชาชนทุกคนยังสามารถ ใช้พื้นที่ออกกำลังกายในบริเวณที่กองทัพอากาศทำไว้ให้ นาวาอากาศเอกสมชาติ บุญมาวงค์ กล่าวปิดท้าย

 

ซึ่งในวันเดียวกันสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ออกมาเตือนว่าเป็นข่าวปลอมจังหวัดเชียงรายไม่ได้ทำโปสเตอร์โปรโมทงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและกาชาดอ่านต่อ https://nakornchiangrainews.com/cr-event-announced/

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News