Summary
รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ หารือฝูงบิน 416 กองทัพอากาศ เดินหน้าสร้างตึกจอดรถ “โฮงยาไทย Parking Complex”
พื้นที่โครงการอยู่นอกเขตปลอดภัยทางการบิน แต่ยังต้องมีมาตรการความปลอดภัยอย่างรัดกุมทั้งช่วงก่อสร้างและใช้งาน
อาคารนี้ไม่ใช่แค่ที่จอดรถ แต่ประกอบด้วยศูนย์สุขภาพ พื้นที่พาณิชย์ และสถานพักฟื้น
โครงการนี้ลงทุนโดยเอกชน มุ่งแก้ปัญหาที่จอดรถให้ผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์
โครงการผ่านการทำประชาพิจารณ์แล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
โฮงยาไทย Parking Complex เดินหน้าหารือกองทัพอากาศ ย้ำพัฒนาโรงพยาบาลต้องปลอดภัยควบคู่ประชาชนได้ประโยชน์
เชียงราย,7 พฤษภาคม 2569 – โครงการก่อสร้างอาคารจอดรถ “โฮงยาไทย Parking Complex” ของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญของการพิจารณารายละเอียด หลังผู้อำนวยการและคณะผู้บริหารโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เข้าหารือกับกองทัพอากาศ ณ ห้องประชุมเมฆา ฝูงบิน 416 จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 โดยมีนาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 เชียงราย ให้การต้อนรับ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางดำเนินโครงการและผลการพิจารณาด้านความปลอดภัยในพื้นที่ใกล้เคียงสนามบิน
ข้อมูลจากการหารือระบุว่า พื้นที่โครงการดังกล่าวอยู่ “นอกเขตปลอดภัยทางการบิน” จึงสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลักษณะของโครงการเป็นอาคารขนาดใหญ่และมีความสูงที่อาจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านการบินในพื้นที่ใกล้เคียง กองทัพอากาศจึงขอความร่วมมือให้โรงพยาบาลพิจารณาดำเนินการภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัย ทั้งในระหว่างการก่อสร้างและภายหลังเปิดใช้งาน
การหารือครั้งนี้จึงมีนัยสำคัญต่อทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขของจังหวัดเชียงราย เพราะเป็นการวางสมดุลระหว่างความจำเป็นในการเพิ่มพื้นที่รองรับผู้ใช้บริการโรงพยาบาล กับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของพื้นที่ใกล้สนามบินและฝูงบิน 416 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านความมั่นคงทางอากาศโดยตรง
ปัญหาที่จอดรถโรงพยาบาล ไม่ใช่เรื่องเล็กของผู้ป่วยและญาติ
สำหรับประชาชนทั่วไป ปัญหาที่จอดรถในโรงพยาบาลอาจดูเหมือนเป็นเรื่องความสะดวกสบาย แต่ในความเป็นจริงปัญหานี้เชื่อมโยงกับการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างลึกซึ้ง โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ของจังหวัดเชียงราย ทำหน้าที่รองรับผู้ป่วยจากพื้นที่อำเภอต่าง ๆ รวมถึงผู้ป่วยส่งต่อที่ต้องได้รับการรักษาเฉพาะทาง เมื่อจำนวนผู้ป่วย ญาติ บุคลากร และยานพาหนะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พื้นที่จอดรถที่ไม่เพียงพอย่อมส่งผลต่อเวลา ความเครียด และความปลอดภัยของผู้มาใช้บริการ
ในหลายกรณี การวนหาที่จอดรถก่อนเข้าพบแพทย์ไม่ใช่เพียงความไม่สะดวก แต่เป็นต้นทุนแฝงของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่เดินลำบาก ผู้ป่วยฉุกเฉิน ญาติที่ต้องรีบรับเอกสาร หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเข้าเวรตามเวลา หากรถจำนวนมากต้องจอดริมถนนหรือจอดในพื้นที่ไม่เหมาะสม ก็อาจกระทบต่อการสัญจรของรถพยาบาล รถฉุกเฉิน และรถบริการภายในโรงพยาบาล
ด้วยเหตุนี้ โครงการ “โฮงยาไทย Parking Complex” จึงถูกมองว่าเป็นมากกว่าอาคารจอดรถ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อาจช่วยคลี่คลายปัญหาพื้นที่ใช้สอยของโรงพยาบาล ลดความแออัดของพื้นที่หน้าอาคารบริการ และเพิ่มความเป็นระเบียบของระบบจราจรโดยรอบโรงพยาบาล หากออกแบบและบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม
แบบอาคารสะท้อนแนวคิดบริการสุขภาพครบวงจร
จากภาพประกอบโครงการ “โฮงยาไทย Parking Complex” ถูกนำเสนอในฐานะโครงการก่อสร้างอาคารที่จอดรถโดยเอกชนลงทุน ภายใต้โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยมีองค์ประกอบหลักหลายส่วน ได้แก่ ศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจร หรือ Wellness Center จำนวน 1 ชั้น พื้นที่จอดรถจำนวน 9 ชั้น พื้นที่พาณิชยกรรมและศูนย์อาหารจำนวน 4 ชั้น และสถานพักฟื้นและรักษาจำนวน 16 ชั้น
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่า โครงการไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นลานจอดรถแนวดิ่งเพียงอย่างเดียว แต่พยายามผสมผสานบริการสนับสนุนด้านสุขภาพ พื้นที่บริการประชาชน และพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน หากเดินหน้าตามแนวคิดนี้ อาคารดังกล่าวอาจช่วยลดแรงกดดันของพื้นที่โรงพยาบาลเดิม และเพิ่มทางเลือกบริการสำหรับผู้ป่วยและญาติที่ต้องใช้เวลารอรับบริการเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม การมีพื้นที่พาณิชยกรรมและศูนย์อาหารในโครงการลักษณะนี้จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์กำกับดูแลที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องอัตราค่าบริการ ความเหมาะสมของกิจการ สุขอนามัย การจราจรภายในอาคาร และความเป็นธรรมในการเข้าถึงของประชาชน เพราะโครงการตั้งอยู่ในบริบทโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งภารกิจหลักยังคงเป็นการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน ไม่ใช่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์เพียงด้านเดียว
ประชาพิจารณ์ก่อนหน้าเป็นหมุดหมายของความโปร่งใส
ก่อนการหารือกับกองทัพอากาศ โครงการนี้เคยผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนมาแล้ว โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์จัดทำประชาพิจารณ์โครงการที่จอดรถเอกชนลงทุน “โฮงยาไทย Parking Complex” ณ ห้องประชุมเสม พริ้งพวงแก้ว ชั้น 4 อาคารโภชนาการ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยมีแพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พร้อมคณะผู้บริหาร ส่วนราชการ ภาคประชาชน สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้าร่วม
เวทีประชาพิจารณ์ดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะโครงการลักษณะนี้เกี่ยวข้องกับพื้นที่สาธารณะ ทรัพย์สินของรัฐ และผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก การเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับทราบวัตถุประสงค์ ที่มา และสาระสำคัญของโครงการ จึงเป็นกลไกที่ช่วยลดข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบทิศทางการใช้พื้นที่ของโรงพยาบาลได้ตั้งแต่ต้นทาง
โครงการนี้เป็นรูปแบบที่จอดรถเอกชนลงทุน และมีการชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการต่อผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ สิ่งนี้ทำให้เห็นว่ากระบวนการเดินหน้าโครงการไม่ได้เกิดขึ้นอย่างปิดลับ แต่มีพัฒนาการต่อเนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ไปสู่การประสานงานกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยการบิน
ความปลอดภัยการบินคือเงื่อนไขที่ละเลยไม่ได้
จุดที่ทำให้โครงการนี้มีความละเอียดอ่อนมากกว่าอาคารจอดรถทั่วไป คือทำเลของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อยู่ในพื้นที่เมืองที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านการบินและความมั่นคง การหารือกับฝูงบิน 416 จึงไม่ใช่ขั้นตอนเชิงพิธีการ แต่เป็นกระบวนการตรวจสอบความเหมาะสมของโครงการที่ต้องคำนึงถึงความสูงของอาคาร มุมมองการบิน สัญญาณไฟ สิ่งกีดขวาง และมาตรการควบคุมความปลอดภัยตลอดอายุโครงการ
แม้พื้นที่โครงการอยู่นอกเขตปลอดภัยทางการบิน และสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แต่กองทัพอากาศยังขอให้พิจารณาดำเนินการภายใต้มาตรการความปลอดภัย ทั้งระหว่างก่อสร้างและหลังเปิดใช้งาน นี่คือข้อย้ำเตือนว่า “สร้างได้” ไม่ได้หมายความว่า “สร้างอย่างไรก็ได้” เพราะอาคารขนาดใหญ่จำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยของพื้นที่โดยรอบ
ในระหว่างการก่อสร้าง ยังอาจมีปัจจัยที่ต้องควบคุม เช่น ปั้นจั่น เครน เครื่องจักรสูง แสงไฟก่อสร้าง ฝุ่น เสียง การขนส่งวัสดุ และการจราจรโดยรอบโรงพยาบาล ส่วนหลังเปิดใช้งาน ยังต้องคำนึงถึงระบบไฟส่องสว่างบนอาคาร ป้ายโฆษณา การสะท้อนแสง ระบบป้องกันอัคคีภัย และการจัดการคนจำนวนมากในอาคารเดียวกัน ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่ต้องประสานกับหน่วยงานเกี่ยวข้องอย่างรัดกุม
เอกชนลงทุนต้องตอบโจทย์ประชาชน ไม่ใช่แค่ความคุ้มทุน
โครงการนี้เป็นการก่อสร้างอาคารจอดรถโดยเอกชนลงทุน รูปแบบดังกล่าวมีข้อดีคือช่วยลดภาระงบประมาณของภาครัฐ และเปิดทางให้เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน การก่อสร้าง และการบริหารอาคารเข้ามาร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง การใช้โมเดลเอกชนลงทุนในพื้นที่โรงพยาบาลรัฐจำเป็นต้องมีกรอบกำกับที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องอัตราค่าจอดรถ สิทธิประโยชน์ของบุคลากรทางการแพทย์ การเข้าถึงของผู้ป่วยรายได้น้อย การจัดพื้นที่สำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยฉุกเฉิน และรถพยาบาล ตลอดจนการแบ่งรายได้หรือผลประโยชน์กลับคืนสู่ระบบสวัสดิการของโรงพยาบาล
หากการลงทุนเดินหน้าโดยยึดเพียงความคุ้มทุนของเอกชน โครงการอาจถูกตั้งคำถามจากสังคมได้ง่าย แต่หากสัญญาและเงื่อนไขการบริหารจัดการถูกออกแบบให้รักษาสมดุลระหว่างความคุ้มค่า ความเป็นธรรม และประโยชน์สาธารณะ โครงการนี้จะสามารถเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่โรงพยาบาลรัฐที่ไม่ต้องพึ่งงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด และยังตอบโจทย์ประชาชนได้จริง
บุคลากรทางการแพทย์คือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
ในมิติบุคลากร โรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่มีเจ้าหน้าที่จำนวนมากทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียน เจ้าหน้าที่กู้ชีพ พนักงานเปล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และบุคลากรสนับสนุนจำนวนมาก ปัญหาที่จอดรถจึงไม่ใช่ปัญหาของผู้ป่วยและญาติเท่านั้น แต่กระทบต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรโดยตรง
การต้องออกจากบ้านเร็วขึ้นเพื่อหาที่จอดรถ การจอดรถไกลจากอาคารปฏิบัติงาน การเดินเข้าเวรในช่วงเช้ามืดหรือเลิกงานช่วงกลางคืน และความกังวลเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สิน ล้วนเป็นภาระที่อาจดูเล็ก แต่สะสมจนส่งผลต่อความเครียดในการทำงานได้ โดยเฉพาะในระบบสาธารณสุขที่บุคลากรต้องทำงานภายใต้แรงกดดันสูงอยู่แล้ว
ดังนั้น หากอาคารจอดรถถูกออกแบบให้มีระบบจัดสรรพื้นที่สำหรับบุคลากรอย่างเหมาะสม มีเส้นทางเดินที่ปลอดภัย มีแสงสว่างเพียงพอ มีระบบกล้องวงจรปิด มีจุดขึ้นลงที่เชื่อมต่ออาคารบริการ และมีอัตราค่าบริการที่ไม่เป็นภาระเกินไป โครงการนี้จะช่วยยกระดับสวัสดิการของบุคลากรได้จริง ไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนช่องจอดรถในเชิงกายภาพ
ประโยชน์ต่อเมืองเชียงรายต้องมองเกินรั้วโรงพยาบาล
ผลของโครงการนี้อาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในรั้วโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ หากอาคารจอดรถสามารถรองรับรถที่เคยกระจายจอดริมถนนหรือพื้นที่ใกล้เคียงได้มากขึ้น พื้นที่จราจรรอบโรงพยาบาลอาจคล่องตัวขึ้น ลดการจอดซ้อนคัน ลดการกีดขวางเส้นทางฉุกเฉิน และลดแรงกดดันต่อถนนในเขตเมือง
เมืองเชียงรายกำลังเติบโตในฐานะศูนย์กลางบริการของภาคเหนือตอนบน โรงพยาบาล ศูนย์ราชการ ย่านการค้า และพื้นที่ชุมชนเมืองล้วนต้องเผชิญโจทย์เดียวกัน คือพื้นที่จำกัดแต่ความต้องการใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาอาคารจอดรถแนวดิ่งจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการใช้ที่ดินเมืองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องขยายพื้นที่แนวราบที่อาจกระทบชุมชนหรือพื้นที่ใช้สอยอื่น
อย่างไรก็ตาม เมืองจะได้ประโยชน์เต็มที่ก็ต่อเมื่อโครงการเชื่อมต่อกับแผนจราจรโดยรอบ เช่น จุดเข้าออกอาคารที่ไม่สร้างคอขวด ป้ายบอกทางที่ชัดเจน การจัดการรถรับส่งผู้ป่วย จุดจอดรถฉุกเฉิน เส้นทางสำหรับผู้พิการ และการประสานกับตำรวจจราจรหรือเทศบาลในช่วงเปิดใช้งานแรก ๆ หากไม่มีการจัดการเหล่านี้ อาคารจอดรถขนาดใหญ่ก็อาจกลายเป็นจุดรวมการจราจรติดขัดแห่งใหม่แทนการแก้ปัญหาเดิม
โครงการยังอยู่ในขั้นพิจารณา ต้องติดตามรายละเอียดต่อเนื่อง
ข้อมูลล่าสุดจากการหารือระบุว่า โครงการ “โฮงยาไทย Parking Complex” ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในลำดับถัดไป ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อการสื่อสารสาธารณะ เพราะประชาชนควรเข้าใจว่าโครงการยังไม่ได้หมายถึงการก่อสร้างทันที แต่เป็นกระบวนการเดินหน้าภายใต้กรอบพิจารณาทั้งด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย กฎหมาย การลงทุน และผลกระทบต่อประชาชน
ในระยะต่อไป ประเด็นที่สังคมควรติดตาม ได้แก่ รายละเอียดแบบอาคารขั้นสุดท้าย จำนวนช่องจอดรถจริง ความสูงที่ได้รับอนุญาต มาตรการความปลอดภัยด้านการบิน มาตรการระหว่างก่อสร้าง แผนจัดการจราจรในพื้นที่โรงพยาบาล รูปแบบสัญญากับเอกชน อัตราค่าบริการ และมาตรการคุ้มครองผู้ป่วย บุคลากร และประชาชนผู้ใช้บริการ
การเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้อย่างต่อเนื่องจะช่วยทำให้โครงการได้รับความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่โรงพยาบาลรัฐย่อมเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของประชาชนโดยตรง หากโรงพยาบาลสามารถสื่อสารอย่างโปร่งใส รับฟังข้อเสนอแนะ และยืนยันได้ว่าประโยชน์หลักตกอยู่กับผู้ป่วย ญาติ และบุคลากร โครงการนี้จะมีโอกาสเดินหน้าได้ด้วยความเข้าใจร่วมกันมากกว่าแรงเสียดทานทางสังคม
จุดเปลี่ยนของโรงพยาบาลศูนย์ ที่ต้องพัฒนาอย่างรอบคอบ
การหารือระหว่างกองทัพอากาศกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการ “โฮงยาไทย Parking Complex” เพราะทำให้เห็นว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเมือง ไม่สามารถมองเฉพาะความต้องการของโรงพยาบาลเพียงด้านเดียว แต่ต้องวางอยู่บนความปลอดภัยของพื้นที่ การยอมรับของประชาชน ความคุ้มค่าของการลงทุน และความเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ
หากโครงการเดินหน้าได้อย่างรอบคอบ อาคารจอดรถแห่งนี้อาจช่วยแก้ปัญหาความแออัดที่สะสมมานานของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพิ่มความสะดวกให้ผู้ป่วยและญาติ ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และช่วยจัดระเบียบการจราจรในพื้นที่เมืองเชียงรายได้ในระยะยาว แต่หากขาดการกำกับเรื่องราคา ความปลอดภัย และผลกระทบต่อชุมชน โครงการก็อาจเผชิญคำถามจากสาธารณะได้เช่นกัน
สาระสำคัญของโครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างอาคารสูงหรือเพิ่มที่จอดรถ แต่คือการออกแบบอนาคตของโรงพยาบาลศูนย์ให้ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น ในวันที่ระบบสาธารณสุขต้องรองรับผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น เมืองขยายตัวเร็วขึ้น และพื้นที่โรงพยาบาลมีข้อจำกัดมากขึ้น “โฮงยาไทย Parking Complex” จึงเป็นบททดสอบว่าการพัฒนาภาครัฐร่วมกับเอกชนจะสามารถสร้างประโยชน์สาธารณะได้จริงเพียงใด
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
- ฝูงบิน 416 กองทัพอากาศ






















