สภาการสื่อมวลชนฯ เบรกสื่อโซเชียลปั่นยอดวิวคลิปฉาวพระผู้ใหญ่ แนะตรวจสอบเส้นทางเงินแทนขายความอยากรู้

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติออกประกาศเตือนสื่อมวลชนให้ใช้ความระมัดระวังในการนำเสนอคลิปวิดีโอและภาพข่าวกรณีพระผู้ใหญ่เกี่ยวข้องกับสตรี
  • ย้ำเตือนหน้าที่สื่อมวลชนในการรายงานข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์สาธารณะ แต่ต้องไม่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิส่วนบุคคล
  • การที่คลิปแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ได้เป็นเหตุผลทางจริยธรรมให้สื่อนำมาวนซ้ำหรือขยายผลเพื่อเรียกยอดเข้าชม
  • ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการซูมภาพ การทำภาพช้า การรีรันภาพอนาจาร หรือการพาดหัวข่าวเร้าอารมณ์ทางเพศ
  • แนะสื่อมุ่งตรวจสอบสาระสำคัญเชิงโครงสร้าง เช่น วินัยสงฆ์ เส้นทางการเงิน และความโปร่งใส แทนการขายความอยากรู้อยากเห็น

ประโยชน์สาธารณะไม่ใช่ถ้ำมอง ผ่าคำเตือนสภาการสื่อมวลชนฯ เบรกสื่อวนซ้ำคลิปฉาวพระผู้ใหญ่ จี้รักษาสิทธิมนุษยชน

กรุงเทพฯ,13 กันยายน 2569 – เมื่อข่าวที่สังคมสนใจต้องไม่กลายเป็นภาพขายความอยากรู้ กรณีข่าวพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับสตรี กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังมีการเผยแพร่ภาพ ภาพเคลื่อนไหว และคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางเพศผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติออกประกาศขอให้องค์กรสื่อ บรรณาธิการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนใช้ความระมัดระวังในการนำเสนอข่าว ภาพข่าว และคลิปวิดีโอกรณีดังกล่าว โดยยอมรับว่าสื่อมีหน้าที่รายงานข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในสถาบันทางศาสนาและความเชื่อมั่นของประชาชน

แต่การที่ประเด็นหนึ่งมีความสำคัญ ไม่ได้หมายความว่าทุกรายละเอียดของเหตุการณ์จะต้องถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำ โดยเฉพาะภาพหรือคลิปที่สื่อถึงพฤติกรรมทางเพศอย่างชัดเจน คำถามสำคัญของสื่อจึงไม่ใช่เพียงว่า “คนอยากดูหรือไม่” แต่ต้องถามต่อว่า “สิ่งที่นำเสนอจำเป็นต่อการเข้าใจข้อเท็จจริงและเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะเพียงใด”

ข้อบังคับจริยธรรมสื่อ 2564 วางเส้นแบ่งไว้อย่างไร

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติอ้างถึงข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. 2564 โดยมีหลักที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้อย่างน้อย 3 ข้อ

ข้อ 9 ระบุว่า สื่อมวลชนพึงเสนอข่าว เนื้อหาข่าว การแสดงความคิดเห็น และเนื้อหาทั่วไป โดยตระหนักถึงความสำคัญและอรรถประโยชน์ของข่าวต่อสาธารณะ และไม่เสนอข่าวในลักษณะชวนเชื่อหรือเร้าอารมณ์ให้คนสนใจเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ข้อ 15 กำหนดให้สื่อมวลชนต้องเสนอข่าวโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และหลักสิทธิมนุษยชนของบุคคลที่ตกเป็นข่าว

ส่วนข้อ 16 ระบุว่า สื่อมวลชนต้องไม่เสนอเนื้อหาข่าวที่อุจาด ลามกอนาจาร หรือน่าหวาดเสียว โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของสาธารณชนอย่างถี่ถ้วน

ทั้งสามข้อนี้วางหลักร่วมกันว่า การทำข่าวต้องมีทั้งความจำเป็นต่อสาธารณะ ความเคารพต่อบุคคล และความรับผิดชอบต่อผลกระทบของเนื้อหา การนำเสนอไม่ควรพิจารณาเพียงจำนวนการเข้าชม การแชร์ หรือความคิดเห็น เพราะตัวเลขเหล่านั้นไม่ใช่หลักประกันว่าเนื้อหามีคุณค่าทางข่าวสาร

คลิปอยู่ในโลกออนไลน์ไม่ได้แปลว่านำมาใช้ได้ทันที

ประเด็นหนึ่งที่สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติเน้นย้ำคือ การที่ภาพหรือคลิปถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์หรือช่องทางสาธารณะมาก่อน ไม่ได้หมายความว่าสื่อมวลชนสามารถนำมาเผยแพร่ซ้ำได้โดยปราศจากการพิจารณาทางจริยธรรม

สื่อข่าวมีหน้าที่กลั่นกรองเนื้อหา ไม่ใช่เพียงนำสิ่งที่กำลังเป็นกระแสมาขยายต่อ การเผยแพร่ซ้ำผ่านเว็บไซต์ข่าว เพจข่าว คลิปสั้น หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลขององค์กร อาจทำให้เนื้อหาที่เดิมอยู่ในวงจำกัดถูกขยายไปยังผู้ชมจำนวนมากขึ้น และอาจสร้างผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องยาวนานกว่าการเผยแพร่ครั้งแรก

ยิ่งในยุคที่ระบบแนะนำเนื้อหามักผลักดันคลิปที่สร้างความตกใจ ความโกรธ หรือความอยากรู้อยากเห็น ภาพบางส่วนอาจถูกตัดออกจากบริบท แล้วนำไปใช้เป็นภาพหน้าปกหรือข้อความพาดหัวเพื่อดึงให้ผู้ชมกดเข้าไปดู การกระทำเช่นนี้ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการรายงานข่าวกับการผลิตเนื้อหาเพื่อเรียกยอดวิวเริ่มเลือนราง

ซูมภาพ ทำภาพช้า และพาดหัวเร้าอารมณ์

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติขอให้สื่อหลีกเลี่ยงการนำเสนอภาพหรือคลิปที่เห็นพฤติกรรมทางเพศอย่างชัดเจน รวมถึงการตัดต่อ ขยายภาพ ทำภาพช้า ทำภาพนิ่ง หรือเลือกใช้ภาพและถ้อยคำเพื่อเร้าอารมณ์หรือดึงดูดความสนใจ

การทำภาพช้าหรือซูมเฉพาะบางส่วนไม่ได้เพิ่มข้อเท็จจริงให้กับข่าว หากแต่เพิ่มความเข้มข้นของภาพและทำให้ผู้ชมจดจำรายละเอียดที่อาจไม่จำเป็นต่อการเข้าใจประเด็นหลัก เช่นเดียวกับพาดหัวที่ใช้คำสื่อทางเพศหรือคำกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น หากไม่มีสาระรองรับ ก็อาจทำให้ข่าวกลายเป็นการผลิตซ้ำความอื้อฉาวแทนการตรวจสอบข้อเท็จจริง

สื่อสามารถรายงานเรื่องนี้ได้โดยไม่ต้องนำภาพอุจาดหรือลามกอนาจารมาเป็นเครื่องมือ ตัวอย่างเช่น รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ สถานะของการตรวจสอบ ประเด็นทางวินัยสงฆ์ เส้นทางการเงิน หรือคำชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ภาพสถานที่ ภาพเอกสาร หรือภาพที่ไม่แสดงพฤติกรรมทางเพศ

ตรวจสอบสถาบันศาสนาได้โดยไม่ละเมิดสิทธิ

การปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่ได้หมายความว่าสื่อจะต้องละเว้นการตรวจสอบบุคคลที่มีตำแหน่งหรืออยู่ในสถาบันที่สังคมให้ความสำคัญ หากมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริต การใช้อำนาจโดยมิชอบ การละเมิดวินัย หรือความเสียหายต่อประชาชน สื่อยังมีหน้าที่ตรวจสอบและรายงานอย่างรอบด้าน

ประเด็นอยู่ที่วิธีการนำเสนอ การตรวจสอบควรมุ่งไปที่พฤติการณ์ ผลกระทบ ผู้เสียหาย กระบวนการสอบสวน และความรับผิดชอบของหน่วยงาน ไม่ใช่ขยายภาพส่วนตัวหรือเผยแพร่รายละเอียดทางเพศที่ไม่จำเป็น

การรายงานที่มีคุณภาพอาจตั้งคำถามว่า มีการดำเนินการทางวินัยหรือไม่ เงินหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องมีเส้นทางอย่างไร ใครเป็นผู้มีอำนาจตรวจสอบ และหน่วยงานที่รับผิดชอบชี้แจงต่อสาธารณะอย่างไร คำถามเหล่านี้ช่วยให้ประชาชนเข้าใจสาระสำคัญได้มากกว่าการดูภาพซ้ำหลายครั้ง

ทางเลือกของสื่อเมื่อจำเป็นต้องอธิบายเหตุการณ์

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติแนะนำว่า หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรายงานข้อเท็จจริง สื่อควรเลือกวิธีอื่นที่สื่อสารสาระสำคัญได้โดยไม่เผยแพร่ภาพเข้าข่ายอุจาดหรือลามกอนาจาร

แนวทางที่ทำได้คือการบรรยายข้อเท็จจริงด้วยข้อความ ใช้ภาพสถานที่หรือภาพประกอบที่ไม่แสดงพฤติกรรม ใช้เอกสารราชการ หรือปกปิดรายละเอียดของภาพอย่างเหมาะสม หากจำเป็นต้องใช้ภาพที่เกี่ยวข้องจริง กองบรรณาธิการควรประเมินความจำเป็นเป็นรายกรณี พร้อมพิจารณาความเป็นส่วนตัว ความเสี่ยงต่อการระบุตัวบุคคล และผลกระทบต่อผู้เสียหายหรือครอบครัว

ขั้นตอนสำคัญคือการให้บรรณาธิการรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ ไม่ปล่อยให้ระบบอัตโนมัติหรือแรงกดดันจากยอดผู้ชมเป็นผู้กำหนดรูปแบบข่าวทั้งหมด

บทเรียนสำหรับสื่อดิจิทัลและผู้ชม

กรณีนี้เป็นบททดสอบทั้งองค์กรข่าวและผู้บริโภคสื่อ องค์กรข่าวต้องยอมรับว่าการมีสิทธิ์เข้าถึงคลิปไม่ได้เท่ากับมีเหตุผลเพียงพอที่จะเผยแพร่ ส่วนผู้ชมเองก็มีส่วนกำหนดทิศทางสื่อผ่านการกดดู กดแชร์ และแสดงความคิดเห็น

หากสังคมตอบรับเฉพาะคลิปที่สร้างความตกใจ สื่อบางส่วนอาจยิ่งผลิตเนื้อหาที่เน้นอารมณ์มากกว่าข้อเท็จจริง แต่หากผู้ชมตั้งคำถามถึงแหล่งที่มา บริบท และความจำเป็นของภาพ ก็จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้สำนักข่าวยกระดับมาตรฐานการรายงาน

ประโยชน์สาธารณะจึงไม่ควรถูกใช้เป็นคำอธิบายเพื่อเผยแพร่ทุกสิ่งที่ผู้คนอยากเห็น แต่ควรเป็นหลักเกณฑ์สำหรับคัดเลือกข้อมูลที่จำเป็น ถูกต้อง และไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลเกินสมควร

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :