เชียงรายเปิดตัวโครงการน้ำพุร้อน 7 สี คีตธารา ณ ป่าตึง แม่จัน ผสานแช่น้ำแร่ธรรมชาติกับภูมิปัญญาสุขภาพชุมชน
- จังหวัดเชียงรายเตรียมจัดงาน “น้ำพุร้อน 7 สี คีตธารา ณ น้ำพุร้อนป่าตึง” อ.แม่จัน ระหว่างวันที่ 11–15 พฤศจิกายน 2569
- กิจกรรมชูจุดเด่นการพักผ่อนด้วยการแช่น้ำแร่ธรรมชาติ นวดประคบสมุนไพร และกัวซาบำบัดวิถีล้านนา
- อบจ.เชียงราย ร่วมกับเครือข่ายอบรมพัฒนาทักษะผู้ให้บริการในชุมชนตามหลักสูตร “ศาสตร์การดูแลสุขภาพวิถีป่าตึง”
- เน้นย้ำให้มองการแช่น้ำแร่เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียด ไม่ใช่การรักษาโรค โดยผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์
- มุ่งยกระดับพื้นที่ตำบลป่าตึงสู่หมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคุณภาพสูง สร้างรายได้ยั่งยืนให้แก่ชุมชนฐานราก
กาปฏิทินรอ 11–15 พฤศจิกายนนี้ ปักหมุดน้ำพุร้อน 7 สี คีตธารา ป่าตึง แช่น้ำแร่ธรรมชาติ สัมผัสศาสตร์กัวซาสมุนไพรล้านนา
เชียงราย,12 กันยายน 2569 – ป่าตึงเตรียมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ช่วงปลายปีนี้ จังหวัดเชียงรายเตรียมเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผ่านโครงการ “น้ำพุร้อน 7 สี คีตธารา ณ น้ำพุร้อนป่าตึง” ระหว่างวันที่ 11–15 พฤศจิกายน 2569 ในพื้นที่ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
โครงการดังกล่าววางเป้าหมายให้พื้นที่น้ำพุร้อนป่าตึงเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสัมผัสกิจกรรมด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงกับวิถีชุมชน โดยมีทั้งการแช่น้ำแร่ การนวดประคบสมุนไพร การนวดสมุนไพร และกัวซาบำบัดตามหลักสูตรศาสตร์การดูแลสุขภาพวิถีป่าตึง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ในขณะนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเรื่องตารางกิจกรรมรายวัน คุณสมบัติทางเคมีของน้ำแร่ อุณหภูมิของบ่อแช่ จุดบริการแต่ละประเภท รวมถึงรายชื่อที่พักและเส้นทางการเดินทางอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานผู้จัดงานก่อนเดินทาง เพื่อวางแผนได้อย่างเหมาะสมและไม่สับสนระหว่างข้อมูลประชาสัมพันธ์กับคำแนะนำทางการแพทย์
จุดเริ่มต้นจากการพัฒนาคนในชุมชน
ก่อนถึงช่วงจัดกิจกรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพคนในพื้นที่ผ่านโครงการ “ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อยกระดับพื้นที่ สู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูง”
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมด้านการบริการนวดประคบและนวดสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ณ Kornwat Garden Resort อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
หลักสูตรดังกล่าวใช้ชื่อว่า “ศาสตร์การดูแลสุขภาพวิถีป่าตึง” ครอบคลุมการนวดประคบ การนวดสมุนไพร และกัวซาบำบัด โดยมีผู้แทนจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบลป่าตึง ผู้ประกอบการ ประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วม
สาระสำคัญของการอบรมไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้เข้าร่วมรู้จักขั้นตอนการนวด แต่ต้องการสร้างบุคลากรที่สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ประกอบอาชีพได้อย่างมีมาตรฐาน หากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะเติบโตในระยะยาว ผู้ให้บริการในชุมชนจำเป็นต้องมีทั้งทักษะด้านการดูแลผู้รับบริการ ความเข้าใจเรื่องสมุนไพร การจัดพื้นที่ ความสะอาด และการสื่อสารข้อจำกัดด้านสุขภาพอย่างรับผิดชอบ
แช่น้ำแร่ต้องมองเป็นการพักผ่อน ไม่ใช่การรักษาโรค
คำว่า “น้ำพุร้อน” มักดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวที่ต้องการแช่น้ำอุ่นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แต่การใช้บริการควรอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย น้ำพุร้อนแต่ละแห่งมีอุณหภูมิและองค์ประกอบแร่ธาตุแตกต่างกัน ขณะที่ข้อมูลของโครงการน้ำพุร้อน 7 สี คีตธารา ป่าตึง ที่เผยแพร่ในขณะนี้ยังไม่ได้แสดงรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแร่ธาตุหรือสรรพคุณเฉพาะของน้ำ
ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ควรใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวัง การแช่น้ำแร่อาจเป็นกิจกรรมพักผ่อนที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายในบางคน แต่ไม่ควรสื่อว่าเป็นการรักษาโรคหรือทดแทนการพบแพทย์ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือความดันโลหิต รวมถึงผู้ที่มีบาดแผลหรือโรคผิวหนัง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้บริการ
นักท่องเที่ยวควรเริ่มจากการอ่านคำแนะนำของสถานที่ ตรวจสอบอุณหภูมิน้ำ ไม่แช่นานเกินไป ดื่มน้ำให้เพียงพอ และออกจากบ่อทันทีหากมีอาการเวียนศีรษะ ใจสั่น คลื่นไส้ หรืออ่อนแรง การดูแลตัวเองเหล่านี้สำคัญไม่แพ้การเลือกกิจกรรม เพราะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะมีคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อผู้เข้าร่วมกลับบ้านอย่างปลอดภัย
นวดประคบและสมุนไพรเพิ่มมิติให้การท่องเที่ยว
จุดเด่นของโครงการป่าตึงคือการนำกิจกรรมด้านสุขภาพมาผูกเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะการนวดประคบและนวดสมุนไพร ซึ่งสามารถสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเดินทางไปแช่น้ำพุร้อนเพียงอย่างเดียว
การประคบสมุนไพรโดยทั่วไปอาศัยลูกประคบที่บรรจุสมุนไพรและนำไปนึ่งหรือให้ความร้อน ก่อนใช้ประกอบการนวดตามขั้นตอนของผู้ให้บริการที่ผ่านการอบรม ความร้อนและแรงกดอาจช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลาย แต่ระดับความร้อนต้องเหมาะสม และควรแจ้งผู้ให้บริการล่วงหน้าหากมีผิวแพ้ง่าย แผล ผื่น หรือภาวะที่ต้องระมัดระวัง
สำหรับกัวซาบำบัด เป็นศาสตร์ที่ใช้เครื่องมือหรือวัสดุสำหรับขูดหรือนวดบนผิวตามแนวทางของผู้ให้บริการ การทำกัวซาอาจทำให้เกิดรอยแดงหรือรอยช้ำชั่วคราวได้ นักท่องเที่ยวจึงควรเลือกผู้ให้บริการที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้อุปกรณ์สะอาด และอธิบายขั้นตอนก่อนเริ่มทุกครั้ง ไม่ควรทำบริเวณที่มีแผล การอักเสบ หรือความผิดปกติของผิวหนังโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
การอบรมคือฐานของมาตรฐานบริการ
โครงการนี้มีความร่วมมือระหว่างสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบลป่าตึง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และหน่วยงานภาคีเครือข่าย
ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนว่า การพัฒนาน้ำพุร้อนป่าตึงไม่ได้เน้นเพียงการจัดงานเพื่อดึงนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความพร้อมของชุมชน ทั้งในด้านผู้ให้บริการและการรองรับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร
หากผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถนำความรู้ไปต่อยอดเป็นบริการที่มีมาตรฐาน ก็จะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านอาชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รายได้อาจเกิดขึ้นทั้งจากบริการนวด ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหาร ที่พัก การเดินทาง และสินค้าชุมชน

พิกัดแม่จันกับแผนเที่ยวที่ควรตรวจสอบล่วงหน้า
ผู้ที่สนใจค้นหาคำว่า “น้ำพุร้อนป่าตึง แม่จัน แช่น้ำแร่” หรือ “งานน้ำพุร้อน 7 สี 2569” ควรตรวจสอบประกาศจากหน่วยงานผู้จัดงานโดยตรง โดยเฉพาะรายละเอียดเวลาเปิด–ปิด จุดลงทะเบียน ค่าใช้บริการ การจองกิจกรรม และเงื่อนไขการเข้าร่วม
สำหรับผู้เดินทางจากต่างอำเภอหรือจังหวัดอื่น ควรวางแผนเรื่องที่พักในอำเภอแม่จันและพื้นที่ใกล้เคียงล่วงหน้า เนื่องจากช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นฤดูท่องเที่ยวของภาคเหนือ และข้อมูลที่ได้รับในขณะนี้ยังไม่ได้ระบุรายชื่อที่พักที่เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการ
การเตรียมตัวที่เหมาะสมควรประกอบด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ผ้าเช็ดตัว รองเท้าเปลี่ยนสำหรับพื้นที่เปียก ยาประจำตัว และอุปกรณ์ป้องกันแดด หากเข้าร่วมกิจกรรมกลางแจ้ง ควรสอบถามเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวก่อนเดินทาง
ป่าตึงกับก้าวต่อไปของเมืองสุขภาพเชียงราย
น้ำพุร้อน 7 สี คีตธารา ป่าตึง ถูกวางให้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดเชียงรายสู่ “เมืองแห่งสุขภาพ” หรือ Chiang Rai Wellness City โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่นและการสร้างอาชีพ
หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงการทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาแช่น้ำแร่ แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเป็นผู้ให้บริการ ผู้ผลิตสมุนไพร ผู้ประกอบการที่พัก ไปจนถึงการนำเสนออาหารและวัฒนธรรมของตำบลป่าตึง
หากการจัดงานระหว่างวันที่ 11–15 พฤศจิกายน 2569 สามารถต่อยอดเป็นบริการที่มีมาตรฐาน มีข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง และมีระบบรองรับนักท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ป่าตึงก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดเชียงรายได้อย่างมั่นคง



เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ข้อมูลโครงการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อยกระดับพื้นที่สู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูง
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ข้อมูลพิธีเปิดการอบรมศาสตร์การดูแลสุขภาพวิถีป่าตึง วันที่ 7 กันยายน 2569
- สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย
- องค์การบริหารส่วนตำบลป่าตึง
- มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
- ข้อมูลกำหนดจัดกิจกรรม “น้ำพุร้อน 7 สี คีตธารา ณ น้ำพุร้อนป่าตึง” ระหว่างวันที่ 11–15 พฤศจิกายน 2569