กรมทรัพยากรน้ำเปิดเวทีหนองหลวง วางแผนฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ 5,706 ไร่ ยกระดับนิเวศวิทยาสู่สากล
[Sassy_Social_Share]
Summary
-
กรมทรัพยากรน้ำจัดเวทีฟังความเห็นฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวง จ.เชียงราย ขนาด 5,706 ไร่
-
ปัจจุบันหนองหลวงเผชิญวิกฤตตื้นเขิน วัชพืชหนาแน่น และพันธุ์ปลาท้องถิ่นลดลง
-
รองผู้ว่าฯ เชียงรายเน้นย้ำสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์นิเวศวิทยากับการใช้งานของชุมชน
-
กำนันตำบลเวียงชัยสะท้อนปัญหาการจัดสรรน้ำไม่ทั่วถึง เสนอแบ่งโซนท่องเที่ยวและเกษตร
-
โครงการมุ่งขับเคลื่อนตามแนวทางอนุสัญญาแรมซาร์เพื่อการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด
กรมทรัพยากรน้ำเปิดเวทีหนองหลวง วางแผนฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ 5,706 ไร่
เชียงราย,16 พฤษภาคม 2569 – กรมทรัพยากรน้ำเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อผลการศึกษาโครงการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวง จังหวัดเชียงราย วางกรอบอนุรักษ์ระบบนิเวศ ควบคู่การใช้ประโยชน์น้ำของชุมชน หลังพบพื้นที่ยังมีศักยภาพสูง แต่เผชิญความตื้นเขิน วัชพืช การใช้ประโยชน์ไม่ชัด และความต้องการของชุมชนรอบหนองที่แตกต่างกัน
หนองหลวงบนทางแยกของการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์
ห้องประชุมจอมกิตติ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย กลายเป็นพื้นที่รวมเสียงของคนหลากหลายกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับ “หนองหลวง” หนึ่งในพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของจังหวัดเชียงราย ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน ประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมรับฟังผลการศึกษาเบื้องต้นและเสนอความคิดเห็นต่อทิศทางการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้อย่างยั่งยืน
เวทีดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการค่าใช้จ่ายในการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ และออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ โดยกรมทรัพยากรน้ำเป็นหน่วยงานหลัก และมีคณะที่ปรึกษานำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้น ตามกำหนดการประชุมที่ระบุช่วงนำเสนอรายละเอียดโครงการตั้งแต่ความเป็นมา วัตถุประสงค์ พื้นที่ศึกษา ขอบเขตการศึกษา ระบบนิเวศในน้ำ คุณภาพน้ำ เศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน
สาระสำคัญของเวทีครั้งนี้ไม่ได้อยู่เพียงการรายงานข้อมูลทางวิชาการ แต่คือการเปิดพื้นที่ให้คนที่ใช้ชีวิตกับหนองหลวงได้บอกเล่าปัญหาและความคาดหวัง เพราะแหล่งน้ำแห่งนี้ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันสำหรับทุกชุมชน บางพื้นที่ต้องการน้ำเพื่อเกษตร บางพื้นที่ต้องการพื้นที่พักผ่อน บางพื้นที่ต้องการการฟื้นฟูระบบนิเวศ และบางพื้นที่ต้องการความชัดเจนเรื่องขอบเขตและการใช้ประโยชน์ในอนาคต
พื้นที่ชุ่มน้ำ 5,706 ไร่ที่หล่อเลี้ยงหลายชุมชน
เอกสารโครงการระบุว่า พื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวงมีขอบเขตศึกษาประมาณ 9.13 ตารางกิโลเมตร หรือ 5,706.25 ไร่ พร้อมโครงข่ายแหล่งน้ำในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ขณะที่ข้อมูลจากผู้นำชุมชนในเวทีระบุว่า หนองหลวงเกี่ยวข้องกับพื้นที่ 3 ตำบล 2 อำเภอ ได้แก่ ตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย ตำบลดอนศิลา และตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย โดยมีพื้นที่รวมเกือบหมื่นไร่ตามการรับรู้และการใช้ประโยชน์ของชุมชนโดยรอบ
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า หนองหลวงไม่ใช่แหล่งน้ำขนาดเล็กเฉพาะชุมชนใดชุมชนหนึ่ง แต่เป็นระบบนิเวศที่เชื่อมโยงหลายพื้นที่ หลายอาชีพ และหลายความต้องการ การกำหนดอนาคตของหนองหลวงจึงต้องอาศัยข้อมูลที่แม่นยำ ทั้งด้านขอบเขตที่ดิน ระบบน้ำ พื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ใช้ประโยชน์ พื้นที่เปราะบาง และพื้นที่ที่ประชาชนผูกพันมายาวนาน
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายรายงานเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ว่า กรมทรัพยากรน้ำเริ่มขับเคลื่อนโครงการศึกษาหนองหลวง โดยมองพื้นที่นี้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร พื้นที่บรรเทาปัญหาอุทกภัย แหล่งประมงพื้นบ้าน และฐานทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของประชาชนโดยรอบ แต่ขณะเดียวกันก็เผชิญความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและคุณภาพน้ำจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและกิจกรรมของมนุษย์
กรมทรัพยากรน้ำวาง 4 เป้าหมายสำคัญ
โครงการกำหนดวัตถุประสงค์หลักไว้ชัดเจน 4 ประการ ได้แก่ ศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวง จัดทำรายงานแผนหลักการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ จัดทำแบบแปลนโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำพร้อมแบบนิเวศวิทยาภูมิทัศน์ และจัดทำคู่มือการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวง จังหวัดเชียงราย
ในมุมการบริหารจัดการน้ำ เป้าหมายเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะหนองหลวงต้องทำหน้าที่หลายด้านพร้อมกัน ทั้งเป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร พื้นที่ระบบนิเวศ แหล่งพันธุ์ปลา พื้นที่รองรับน้ำ และพื้นที่ที่อาจต่อยอดด้านการท่องเที่ยวหรือการเรียนรู้ธรรมชาติในอนาคต หากไม่มีแผนแม่บทที่ชัดเจน การใช้ประโยชน์แต่ละด้านอาจชนกันเองและนำไปสู่ความขัดแย้งในพื้นที่ได้
กรมทรัพยากรน้ำเคยเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ว่า โครงการศึกษาหนองหลวงมุ่งสร้างสมดุลระหว่างระบบนิเวศกับการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชุมชน โดยใช้การสำรวจและออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างเป็นระบบเป็นฐานในการขับเคลื่อนแผนแม่บทการจัดการน้ำระดับจังหวัด นี่คือโจทย์ใหญ่ที่เวทีวันที่ 15 พฤษภาคมต้องรับช่วงต่อ คือทำให้ข้อมูลทางวิชาการเชื่อมกับชีวิตจริงของคนในพื้นที่

รองผู้ว่าฯ ชี้เป้าหมายคือสมดุลน้ำ เกษตร และสิ่งแวดล้อม
นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวในเวทีว่า การดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ และออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวง มีเป้าหมายสำคัญเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำ เสริมสร้างความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม ทั้งด้านการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการกำหนดแนวทางและแผนหลักในการบริหารจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืน
คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนทิศทางการพัฒนาที่พยายามไม่เลือกข้างระหว่าง “อนุรักษ์” กับ “ใช้ประโยชน์” แต่ต้องหาจุดสมดุลร่วมกัน เพราะหากเน้นการใช้ประโยชน์น้ำมากเกินไป ระบบนิเวศอาจเสื่อมโทรมและกระทบความหลากหลายทางชีวภาพในระยะยาว แต่หากเน้นการอนุรักษ์โดยไม่ฟังชีวิตของชุมชน ก็อาจทำให้ประชาชนรู้สึกถูกจำกัดสิทธิในการใช้ทรัพยากรที่อยู่คู่ชุมชนมานาน
นายประเสริฐยังย้ำเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อให้แนวทางดำเนินงานเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
หนองหลวงยังมีศักยภาพ แต่ต้องฟื้นฟูให้ตรงจุด
นายเทพรัตน์ วิริโยธิน ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและประสานมวลชน กรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า หนองหลวงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีน้ำไหลมาเติมตลอดทั้งปีและไม่แห้งขอด แต่ที่ผ่านมา การใช้ประโยชน์ยังจำกัดอยู่กับการนำน้ำไปใช้เพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตรเป็นหลัก จึงจำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสมในมิติอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะการสำรวจด้านชีวภาพ กายภาพ การใช้ประโยชน์ และความผูกพันของชุมชนกับแหล่งน้ำ
ประเด็นด้านชีวภาพเป็นจุดที่ควรให้ความสำคัญ เพราะข้อมูลจากนายเทพรัตน์ระบุว่า พันธุ์ปลาหลักอย่างปลาตะเพียน ซึ่งชาวบ้านนำไปทำปลาส้ม มีปริมาณลดลง จึงต้องศึกษาว่าปลา นก และสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ กระจายอยู่บริเวณใด เพื่อกำหนดพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์ปลาและวางระบบฟื้นฟูทรัพยากรให้เหมาะสม
ในด้านคุณภาพน้ำ นายเทพรัตน์ระบุว่า จากการสำรวจศึกษาเบื้องต้น หนองหลวงเป็นแหล่งน้ำที่มีศักยภาพ โดยคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีและถึงขั้นดีมาก แต่โครงการยังอยู่ในขั้นตอนศึกษา สำรวจ และจัดทำคู่มือการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์ ก่อนนำไปออกแบบร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมและยั่งยืนในอนาคต
เสียงชุมชนสะท้อนปัญหาตื้นเขิน วัชพืช และการใช้ประโยชน์ไม่เท่ากัน
นายเกชา ยาวิชัย กำนันตำบลเวียงชัย สะท้อนมุมมองจากพื้นที่ว่า ชาวบ้านโดยรอบหนองหลวงใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก และบางส่วนใช้เพื่อการเกษตร โดยเฉพาะการทำนา แต่สภาพพื้นที่ยังมีปัญหาชัดเจน ทั้งความตื้นเขิน วัชพืชจำนวนมาก การแบ่งโซนนิ่งไม่ชัดเจน หน้าฝนเกิดน้ำหลากและมีผักตบชวาไหลมามาก ส่วนหน้าแล้งน้ำแห้งและเก็บน้ำไม่อยู่ เพราะยังไม่ได้รับการพัฒนาเป็นแก้มลิงและยังไม่มีการจัดการตลิ่งเท่าที่ควร
เสียงของผู้นำชุมชนทำให้เห็นว่า การฟื้นฟูหนองหลวงต้องไม่หยุดอยู่ที่ภาพรวมเชิงนโยบาย แต่ต้องลงลึกถึงความแตกต่างของแต่ละตำบล เพราะนายเกชาระบุว่า ความต้องการของแต่ละตำบลและแต่ละอำเภอไม่เหมือนกัน การใช้ประโยชน์ก็ไม่เหมือนกัน หากเหมารวมทั้งหมด ผลกระทบจะตกอยู่กับชาวบ้าน
ในส่วนของตำบลเวียงชัย แม้หนองหลวงจะอยู่ในพื้นที่ แต่ชาวบ้านกลับไม่ได้ประโยชน์จากน้ำมากนัก เพราะน้ำส่วนใหญ่ถูกผันไปยังตำบลข้างเคียง เช่น เมืองชุมหรือเวียงเหนือ ชาวบ้านจึงต้องการให้บางพื้นที่พัฒนาเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจหรือสถานที่ท่องเที่ยวเป็นหลัก ขณะที่ตำบลอื่นอาจเหมาะกับการพัฒนาเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ประเด็นนี้คือหัวใจของการออกแบบพื้นที่แบบแบ่งโซนที่ต้องตั้งอยู่บนข้อมูลจริงและความเป็นธรรมของทุกชุมชน
หลักการใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาดต้องแปลเป็นแผนที่ชุมชนเข้าใจ
เวทีครั้งนี้อ้างถึงแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาดและยั่งยืนตามแนวทางอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ หลักการนี้สอดคล้องกับกรอบของอนุสัญญาแรมซาร์ ซึ่งระบุภารกิจสำคัญของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำไว้ที่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด ผ่านการดำเนินงานระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
แต่ความท้าทายในพื้นที่จริงคือ จะทำอย่างไรให้คำว่า “ใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด” ไม่เป็นเพียงภาษานโยบาย หากต้องแปลออกมาเป็นแผนที่ โซนการใช้พื้นที่ กติกาชุมชน คู่มือบริหารจัดการ การดูแลวัชพืช การรักษาพันธุ์ปลา การป้องกันการบุกรุก และระบบตรวจติดตามคุณภาพน้ำที่ประชาชนเข้าใจและมีส่วนร่วมได้จริง
ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมการศึกษาด้านกายภาพ ชีวภาพ เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงการวิเคราะห์ศักยภาพและข้อจำกัดของพื้นที่ เพื่อกำหนดแนวทางอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ หากกระบวนการนี้ทำได้ครบถ้วน หนองหลวงจะมีโอกาสเปลี่ยนจากพื้นที่ที่ถูกใช้แบบแยกส่วน ไปสู่พื้นที่ที่มีแผนบริหารจัดการร่วมกันอย่างเป็นระบบ

การมีส่วนร่วมไม่ใช่พิธีกรรม แต่คือเงื่อนไขความสำเร็จ
เวทีวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นการรับฟังความคิดเห็นต่อผลการศึกษาโครงการเบื้องต้น โดยหลังการนำเสนอของคณะที่ปรึกษา มีช่วงเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและตอบข้อซักถามจากผู้เข้าร่วมประชุม โดยผู้แทนกรมทรัพยากรน้ำและกลุ่มที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร
ขณะเดียวกัน โครงการระบุแผนการมีส่วนร่วมไว้หลายรูปแบบ ได้แก่ การเข้าพบเพื่อบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประชุมปฐมนิเทศโครงการ 1 เวที การประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อผลการศึกษาเบื้องต้น 1 เวที การประชุมกลุ่มย่อย 5 ครั้ง และการประชุมปัจฉิมนิเทศ 1 เวที รวมถึงการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งแผ่นพับ วิดีทัศน์ ป้ายประชาสัมพันธ์ เฟซบุ๊กโครงการ และ Line Official Account
โครงสร้างการมีส่วนร่วมเช่นนี้มีความสำคัญมาก เพราะหนองหลวงเกี่ยวข้องกับชุมชนหลายพื้นที่และหลายกลุ่มผลประโยชน์ หากรับฟังเพียงเวทีใหญ่ ความเห็นของชุมชนย่อยอาจไม่ละเอียดพอ การประชุมกลุ่มย่อย 5 ครั้งจึงควรถูกใช้เป็นกลไกลงลึกในพื้นที่จริง เพื่อเก็บข้อมูลความต้องการเฉพาะจุด ปัญหาเฉพาะตำบล และความขัดแย้งที่อาจซ่อนอยู่หลังภาพรวมของโครงการ
หนองหลวงในฐานะทุนธรรมชาติของเชียงราย
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยเคยระบุว่า จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญหลายแห่ง โดยหนองหลวงเป็นหนึ่งในพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ร่วมกับแอ่งเชียงแสน หนองฮ่าง แม่น้ำกก และแม่น้ำโขงตอนเหนือ ขณะที่พื้นที่ชุ่มน้ำระดับท้องถิ่นในเชียงรายยังมีอีกกว่า 600 แห่ง ข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่า หนองหลวงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำท้องถิ่น แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของจังหวัดและภูมิภาค
พื้นที่ชุ่มน้ำมีบทบาทหลายด้าน ทั้งช่วยกักเก็บน้ำ ลดความรุนแรงของน้ำหลาก เป็นแหล่งอาหารและประมงพื้นบ้าน เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ นก และสิ่งมีชีวิตหลากชนิด รวมถึงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและความทรงจำของชุมชน การเสื่อมโทรมของพื้นที่ชุ่มน้ำจึงไม่ได้หมายถึงการสูญเสียแหล่งน้ำเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการสูญเสียทุนธรรมชาติที่ใช้เวลาสะสมมายาวนาน
สำหรับเชียงรายซึ่งเผชิญโจทย์ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน และการขยายตัวของชุมชนเมือง การฟื้นฟูหนองหลวงจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภูมิคุ้มกันด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว หากวางแผนได้ดี หนองหลวงสามารถเป็นทั้งพื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่รับน้ำ พื้นที่เรียนรู้ และพื้นที่เศรษฐกิจชุมชนที่ไม่ทำลายฐานทรัพยากร
เวทีหนองหลวง คือการเริ่มต้นวางกติกาใหม่ร่วมกัน
เวทีรับฟังความคิดเห็นวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ทำให้เห็นว่า หนองหลวงกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการตัดสินใจเชิงอนาคต เพราะการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ไม่สามารถทำได้ด้วยการขุดลอกหรือปรับภูมิทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีข้อมูลวิชาการ แผนแม่บท การแบ่งโซน การฟังเสียงชุมชน และกลไกดูแลต่อเนื่องหลังโครงการแล้วเสร็จ
ในด้านหนึ่ง หน่วยงานรัฐต้องการอนุรักษ์ระบบนิเวศ ฟื้นฟูทรัพยากร และยกระดับการบริหารจัดการน้ำ อีกด้านหนึ่ง ชุมชนต้องการแหล่งน้ำที่ใช้ได้จริง พื้นที่พักผ่อน โอกาสท่องเที่ยว และความเป็นธรรมในการใช้ประโยชน์ระหว่างตำบล หากสองด้านนี้เชื่อมกันได้ หนองหลวงจะมีโอกาสกลายเป็นต้นแบบของการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ทิ้งชุมชน และไม่ทำลายธรรมชาติ
จากข้อมูลทั้งหมด สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ ผลการประชุมกลุ่มย่อยอีก 5 ครั้งจะสะท้อนเสียงของชุมชนรอบหนองหลวงได้ลึกเพียงใด แบบแปลนและแผนแม่บทจะกำหนดโซนอนุรักษ์ โซนใช้ประโยชน์ และโซนท่องเที่ยวอย่างไร และคู่มือบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำจะถูกนำไปใช้จริงโดยหน่วยงานและชุมชนร่วมกันหรือไม่ คำตอบเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดว่า การฟื้นฟูหนองหลวงจะเป็นเพียงรายงานการศึกษา หรือจะกลายเป็นแผนปฏิบัติที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและรักษาระบบนิเวศเชียงรายได้จริง
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
-
กรมทรัพยากรน้ำ
[Sassy_Social_Share]
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Facebook
Youtube
Tiktok
X-twitter
Weibo
Instagram
Line
EDITORIAL
May 5, 2026
เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ต้นทุนทองของครีเอเตอร์ยุคใหม่ สร้างจุดเด่นที่ลอกเลียนไม่ได้ด้วยวัฒนธรรม
April 20, 2026
สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5
April 18, 2026
เชียงรายต้องเป็นมากกว่าเมืองสวย! ชูแกน “อาหาร-กาแฟ-การเชื่อมต่อ” มัดใจครัวเรือนเดี่ยวและคนทำงานพักใจ
April 8, 2026
ทางรอดธุรกิจเชียงรายยุคของแพง เน้นการสื่อสารข้อมูลจริงและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจลดการพึ่งพาน้ำมัน
April 1, 2026
เจาะลึกรถโดยสาร EV อบจ.เชียงราย ยกระดับเมืองท่องเที่ยวพลังงานสะอาด